Tales of Fang and Claw ตำนานเขี้ยวและกรงเล็บ

    บทที่ 8 | การเดินทาง กองคาราวาน และภัยซ่อนเร้น

    "เห้อ—"

    ฉันถอนหายใจออกมาแต่เช้า ตอนนี้ก็ผ่านมาแล้วสองสัปดาห์หลังจากที่ฉันมาถึงหมู่บ้านนี้

    "เรย์จัง... พวกเรานึกว่าเธอเตรียมใจได้แล้วซะอีก"

    วิเวียร์ที่ยืนข้างๆ ฉันพูดขึ้นมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

    "เตรียมใจแล้ว..."

    ฉันตอบเธอ พลางเช็กสัมภาระที่ต้องถือ ในขณะที่วิเวียร์ก็ช่วยตรวจดูว่าฉันเตรียมของมาครบหรือยัง

    "แต่ก็ไม่คิดว่าจะถึงวัน... ที่ต้องออกเดินทางเร็วแบบนี้น่ะ"

    ใช่แล้วล่ะ... และแล้ววันที่ฉันต้องออกเดินทางก็มาถึง ตลอดสองสัปดาห์มานี้ คุณอลิเซียสอนการอ่านและเขียนให้ฉันมาโดยตลอด อีกทั้งฉันก็เริ่มพูดคล่องกว่าเดิมแล้วด้วย จนตอนนี้... ฉันไม่น่าจะมีปัญหาแล้วล่ะ ดูเหมือนฉันจะเรียนรู้เ๹ื่๪๫ภาษาได้เร็วมากจนคนอื่นๆ ยัง๻๷ใ๯เลยว่าฉันเข้าใจอะไรเร็วขนาดนี้ได้ยังไง พวกงานบ้านต่างๆ หรือการทำอาหารนั้น...ฉันก็พอทำได้ในระดับหนึ่งแล้ว ส่วนอาร์ตส์กับเรโซแนนซ์นั้น...ไม่มีอะไรคืบหน้าเหมือนเดิมเลย

    ตอนนี้พวกเราอยู่กลางหมู่บ้าน กำลังช่วยกันขนของต่างๆ ลงเกวียนและเตรียมตัวจะออกเดินทางไปพร้อมกับกองคาราวานของหมู่บ้าน เพราะเป็๲การเดินทางที่กินเวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์เดรสสีขาวที่ฉันใส่อยู่อาจจะเปื้อนได้ง่าย คุณอลิเซียเลยให้ผ้าคลุมแบบเดียวกับที่วิเวียร์ใช้มาให้ฉันใส่ทับพร้อมกับถุงสะพายผ้าใบเล็กที่ข้างในมีอาหารไว้กินระหว่างทาง

    "ถึงจะไม่อร่อยมากเหมือนที่พวกเราทำกินกัน แต่ว่าอาหารแห้งพวกนี้เก็บไว้ได้นานน่ะ"

    คุณอลิเซียพูด พลางเอาถุงห่อเนื้อแห้งใส่ลงในถุงผ้าของฉัน เนื้อแห้งพวกนี้... ถึงแม้จะเป็๲เนื้อที่ฉันชอบก็เถอะ...แต่ว่ามันทั้งแข็ง และเค็มปรี๊ดสุดๆ กัดที...ทำเอาฉันแอบกลัวว่าเขี้ยวของฉันจะหักเลย 

    ในระหว่างที่ฉันกำลังวุ่นวายเ๹ื่๪๫อาหารอยู่นั้น อีเรียแมวส้มที่กำลังขนของอยู่ข้างๆ ก็พูดขึ้นมา

    "ไม่ต้องห่วงครับคุณอลิเซีย! พวกเราจะดูแลคุณหนูตลอดทางเอง—ไว้ใจได้เลย!"

    อีเรียแมวส้มหนุ่มที่พูดขึ้นมานั้นมีชื่อว่า 'ลินเซ' เขาเป็๞อีเรียที่เกิดและเติบโตในหมู่บ้านนี้

    "ใช่แล้วล่ะครับ! คุณอลิเซียกับคุณฟอร์เต้ไม่ต้องกังวลเลย เชื่อใจพวกเราได้แน่นอน!"

    คนที่พูดเสริมขึ้นมาอีกคนคืออีเรียแมวเทาชื่อว่า 'เตรอซาน'

    "เส้นทางระหว่างฟัลนาเรียไปยังเมืองฟัลนัสค่อนข้างปลอดภัยพอสมควรต่ะ เพราะฉะนั้นวางใจในพวกเรา—ฟูรูร์ ซงเบรอ ได้เลยค่ะ!"

    ส่วนคนสุดท้ายที่พูดอย่างมั่นใจแม้เสียงของเธอจะนุ่มนวล คืออีเรียแมวขาวชื่อว่า 'แบร์มา' 

    ทั้งสามคนเกิดและเติบโตที่นี่และเป็๲นักผจญภัยในสังกัดของเมืองฟัลนัส และตอนนี้พวกเขาเป็๲ผู้รับหน้าที่คุ้มกันคาราวานแมวขาวที่ฉันกำลังจะออกเดินทางด้วย

    "ขนเข้ม?"

    ถ้าลองแปลชื่อกลุ่มของพวกเขาเป็๲ภาษาที่ฉันถนัด ก็จะแปลเป็๲...ขนเข้ม...? ชื่อดู...น่ารักดี?

    "แหม่ๆ จะแปลอย่างนั้นมันก็ไม่ผิดหรอกน่ะคุณหนู แต่ใช้ภาษาท้องถิ่นแล้วมันดูเท่กว่าน่ะ~"

    ลินเซพูดขึ้น หลังจากได้ยินฉันออกเสียงชื่อกลุ่มของพวกเขาในภาษาอีริเนียน

    "แต่คุณแบร์มา...'

    ฉันพูดพลางมองไปที่สีผมและสีขนของคุณแบร์มา...เธอเป็๲คนเดียวที่มีสีขาว ต่างจากสมาชิกทั้งสองคนที่มีสีเข้มตรงตามชื่อกลุ่ม คุณแบร์มาที่เห็นว่าฉันกำลังมองเธอก็ตอบกลับมา

    "เอาน่าๆ~ เ๯้าพวกนั้นน่ะ ตั้งชื่อกลุ่มกันโดยไม่ถามฉันสักคำเลย ฮ่ะๆๆ"

    เธอหัวเราะแห้งๆ พลางหันไปมองที่คุณลินเซกับคุณเตรอซานที่อยู่ข้างๆ

    "แต่อย่างน้อย—ความน่ารักของฉันก็เข้มที่สุดในรุ่นของพวกเราแล้วล่ะ!"

    คุณแบร์มาพูดพลางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยอย่างภาคภูมืใจ

    ""หลงตัวเอง!""

    เสียงของคุณลินเซกับคุณเตรอซานดังขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงกัน ฉันมองดูทั้งสามคนพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน พลางหัวเราะไปด้วยเบาๆ ก่อนที่จะหันกลับไปทางคุณอลิเซียกับคุณฟอร์เต้ที่ตอนนี้ยืนรออยู่กับพวกเด็ก ที่มาส่งฉันกันอย่างตึกคัก

    "ขอบคุณคุณอลิเซีย คุณฟอร์เต้ แล้วก็ทุกคนในหมู่บ้านที่ดูแลหนูมาตลอดสองสัปดาห์นี้ด้วยนะคะ"

    ฉันพูดพลางกับก้มหัวลงอย่างนอบน้อม

    "ดูแลตัวเองด้วยล่ะ แล้วฝากดูแลวิเวียร์ไม่ให้ทำอะไรแผลงๆ ด้วยนะ หนูเรย์เน่"

    คุณฟอร์เต้พูดขึ้น พลางเหลือบสายตาไปทางลูกสาวของตนเอง

    "เอ๊ะ? เดี่ยวก่อนสิพ่อ! หนูต้องเป็๞คนดูแลเรย์เน่ต่างหากไม่ใช่เหรอ!"

    วิเวียร์โพล่งออกมาด้วยท่าทีร้อนรน เสียงของเธอดังจนเด็กๆ ข้างหลังหัวเราะกันคิกคัก

    "อย่างที่พ่อว่าแหละ อย่าให้วิเวียร์ทำอะไรแผลงๆ เข้าล่ะ"

    คุณอลิเซียเสริมขึ้นมาด้วยสีหน้าที่ยิ้นแย้ม พลางมองมาที่ฉัน

    "ส่วนลูกน่ะ—ก็ช่วยดูแลเรย์เน่ให้ดี จนกว่าจะไปถึงมือฟอเซียร์ด้วยล่ะ"

    "ค่า~ ค่า~ ไม่ต้องเป็๲ห่วงหนูขนาดนั้นก็ได้~"

    วิเวียร์พูดด้วยนํ้าเสียงประชดประชันเบาๆ พลางหันหน้าหนี

    หลังจากที่กล่าวอำลากันเสร็จ พวกเด็กๆ ก็วิ่งเข้ามารุมกอดฉันกันอย่างพร้อมเพรียง...ถ้าจะให้พูดให้ถูก—พวกเขากำลังพยายามจะเข้ามาเล่นกับหางของฉันเป็๲ครั้งสุดท้ายต่างหาก...

    "ม-ไม่ได้น่ะ! อย่าเล่นหางฉันน่ะ!"

    ฉันรีบกอดหางของตัวเองแน่น เพื่อให้พ้นมือพวกเด็กๆ

    "เล่นหางของเพื่อนพวกเธอข้างๆ สิ—!"

    เสียงของฉันดังขึ้นท่ามกลางพวกเด็กๆ ในขณะที่พวกผู้ใหญ่ วิเวียร์ และกลุ่มฟูรูร์ ซงเบรอต่างมองดูภาพนั้นกันด้วยรอยยิ้มอย่างอ่อนโยน พร้อมด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ

     

    พวกเราออกเดินทางกันใน๰่๥๹สายๆ หลังจากที่ทางคาราวานขนสินค้ากันเรียบร้อยแล้ว แสงแดดยามสายสาดส่องผ่านต้นไม้ข้างทางให้ความรู้สึกที่อบอุ่นสมกับเป็๲วันที่พวกเราออกเดินทาง ฉันนั่งอยู่ด้านหลังของเกวียนที่เต็มไปด้วยสัมภาระกับวิเวียร์ส่วนพวก ฟูรูร์ ซงเบรอ นั่งอยู่ที่เกวียนอีกคันที่มีพื้นที่กว้างและโล่งกว่า ความตื่นเต้นที่เอ่อล้น๻ั้๹แ๻่เช้าเริ่มที่จะจางหายไปแล้ว...เพราะหลังจากนั่งมาได้สักพักใหญ่ๆ ฉันก็เริ่มที่จะ...เจ็บก้นแล้ว

    "เดียวเธอก็ชิน~"

    ...นี่คือสิ่งที่วิเวียร์พูดตอนเธอเห็นฉันนั่งขยับตัวไปมาไม่หยุด

    ถึงแม้ว่าระหว่างทางจะได้เห็นวิวใหม่ๆ แต่พอเจอต้นไม้ ลำธาร หรือวิวแบบเดิมๆ ตลอดทาง๻ั้๫แ๻่เช้า...ฉันก็เริ่มเบื่อกับภาพซํ้าๆ เหล่านี้แล้ว

    "เห้อ— น่าเบื่อจังเลย..."

    เสียงถอนหายใจของฉันดังขี้นอีกครั้ง ไม่รู้ว่านี่เป็๞รอบที่เท่าไหร่แล้วของวัน

    "เธอถอนหายใจรอบที่สิบแล้วนะเรย์จัง~ แบบนี้จะไหวไหมเนี่ย~?"

    วิเวียร์หันมามองฉันพลางหัวเราะนิดๆ เธอคงชินกับการเดินทางนานๆ แบบนี้แล้วเลยไม่เป็๞ไร พวกเราหยุดพักกันอีกทีตอนพระอาทิตย์อยู่เหนือหัว ระหว่างนี้ก็ดีหน่อย—เพราะอย่างน้อยฉันก็ได้นั่งกับพื้นหญ้านุ่มๆ แต่พอพักได้ไม่นาน พวกเราก็ออกเดินทางกันต่ออีกครั้ง ก้นฉันยังไม่ทันได้หายปวดเลยด้วยซํ้า...

    พอพระอาทิตย์เริ่มเปลี่ยนสี พวกเราก็ตั้งแคมป์พักกันกลางทุ่งหญ้าห่างออกมาจากริมทางเล็กน้อย ดูเหมือนว่าที่เลือกตั้งแคมป์กันตรงนี้ แทนที่จะเข้าไปภายในป่าก็เพื่อความปลอดภัยของพวกเราและกองคาราวานเพราะว่าจากตรงนี้—พวกเราสามารถมองเห็นพื้นที่รอบข้างได้อย่างชัดเจนทำให้สังเกตุได้ง่ายเวลามีอะไรหรือใครก็ตามพยายามจะเข้าใกล้

    พวกพ่อค้ากับสมาชิกคาราวานคนอื่นๆ นั่งแยกจากกลุ่มของพวกเราอยู่ไม่ไกลนัก คุณลินเซ คุณเตรอซาน และวิเวียร์ช่วยกันหากิ่งไม้แห้งจากรอบๆ เพื่อมาก่อกองไฟสำหรับตอนกลางคืนส่วนคุณแบร์มาอยู่ในแคมป์กับฉัน พวกเรากำลังทำอาหารเย็นกันอยู่

    "หื้ม~ เท่านี้น่าจะพอสำหรับคืนนี้แล้วล่ะ ตักใส่จานของทุกคนได้เลยนะ เรย์เน่จัง"

    "ได้เลยค่ะ"

    อาหารเย็นของพวกเราวันนี้... เป็๲ซุปผักง่ายๆ

    ซุปผัก... งั้นเหรอ...แค่คิดว่าต้องกินแบบนี้ไปอีกเจ็ดวันก็ท้อแล้ว ฉันอยากกินเนื้อมากกว่าจังเลย...แค่คิดก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาแล้ว

    ไม่ได้ๆ... ฉันต้องอดทนเข้าไว้

    "ไม่เลวเหมือนกันเลยนะ—เธอน่ะ"

    เสียงของคุณแบร์มาดังขึ้นหลังจากที่เธอชิมซุปที่ฉันตักให้

    "เอ๊ะ? อะไรเหรอค่ะ?"

    "อ๋อ เปล่าหรอก~ ไม่ได้จะว่าอะไรเธอหรอกน่า"

    เธอเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะตักซุปเข้าปากอีกคำ

    "แค่คิดว่าสมกับเป็๲คุณอลิเซียเลยน่ะ เพียงแค่สองสัปดาห์ก็สอนเด็กที่ทำอะไรไม่เป็๲ให้ทำอาหารที่รสชาติไม่เลวเลยแบบนี้ได้น่ะ"

    "คุณแบร์มาเคยทานอาหารของคุณอลิเซียด้วยเหรอคะ?"

    "อื้อ~ เมื่อก่อนฉันกับพวกผู้หญิงในหมู่บ้านน่ะ... ชอบแวะไปที่บ้านของคุณอลิเซียเพื่อไปหา—ฟอเซี—"

    เธอชะงักไปครู่หนึ่ง เหมือนอะไรบางอย่างติดคอ ก่อนจะกระแอมเบาๆ

    "อะแห่ม! ฉันหมายถึง... ไปชิมอาหารของคุณอลิเซียน่ะจ๋ะ"

    "ม-เมื่อกี้ใช้ชื่อของพี่ของวิ—"

    อยู่ๆ มือของคุณแบร์มาก็เอื้อมมาจับที่ไหล่ฉันในทันทีพร้อมด้วยแรงบีบเบาๆ แต่สำผัสได้ชัดเจน... 

    "เธอไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้นนะจ๋ะ~"

    นํ้าเสียงของคุณแบร์มายังคงอ่อนโยนเหมือนเดิม อ่อนโยนเกินไปนิดหนึ่งด้วยซํ้า...สายตาของเธอจ้องมาที่ฉันตรงๆ พร้อมกับรอยยิ้มสุดน่ากลัวจนทำให้ฉันรู้สึกเย็นวาบไปถึงหาง

    "ต-ค่ะ! ไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้นค่ะ"

    น-น่ากลัว...!

     

    ในขณะที่พวกเรากำลังคุยกันนั้น ทุกคนก็ทยอยกลับมาพร้อมกับกิ่งไม้แห้งในอ้อมแขน พวกเรานั่งล้อมวงรอบกองไฟที่ใช้ทำอาหาร แต่ละคนหยิบถ้วยซุปที่ฉันเตรียมเอาไว้ไปคนละถ้วย ก่อนจะนั่งลงข้างๆ กัน

    "หืม— รสชาติไม่เลวเลยน่ะเนี่ย!"

    คุณลินเซที่พึ่งเข้ามานั่งในวงกล่าวขึ้นหลังจากลองชิมซุป

    "ใช่ไหมล่ะๆ~ เมื่อกี้ฉันก็เพิ่งชมเรย์เน่ไปหยกๆ เลย"

    คุณแบร์มาตอบกลับเ้วยท่าทางอารมณ์ดี...แต่ในสายตาของฉัน ภาพของเธอก่อนหน้านี้ยังฝังแน่นอยู่เลย

    "ก็ว่าอยู่... เธอไม่น่าจะทำอาหารอร่อยได้ขนาดนี้"

    คุณเตรอซานเสริมหลังจากลองชิมบ้าง

    "ว่าใครกันย่ะ! แน่จริงรอบหน้าก็หัดทำอาหารแทนฉันดูบ้างสิยะ!"

    คุณแบร์มาสวนกลับเสียงดัง ใบหน้าหงุดหงิดเล็กน้อย

    "ก็มันจริงนี่!"

    "ถ้าพวกเราทำเป็๲ก็คงทำเองไปแล้ว~"

    คุณเตรอซานกับคุณลินเซพูดติดตลก...เอาแล้ว—คุณแบร์มาของขึ้นแล้ว,,, แต่ทั้งสองคนก็ยังคงไม่หยุดหยอกล้อคุณแบร์มาเลยสักนิด ในขณะที่ทั้งสามคนกำลังเถียงกันอย่างดุเดือด วิเวียร์ก็หันมาชวนฉันคุย

    "เป็๲ยังไงบ้างเรย์จัง วันแรกของการเดินทางน่ะ?"

    เธอพูดด้วยสีหน้าที่อยากรู้ว่าฉันคิดยังไงกับการเดินทางวันแรกนี้

    อืม—

    ฉันถอนหายใจยาว พลางลูบก้นที่ยังระบมอยู่เบาๆ

    "เห้อ— ก็ต้องเหนื่อยน่ะสิ... ถึงจะไม่ได้ขยับตัวเลยก็เถอะ แต่กลับเหนื่อยกว่าตอนที่เดินกับวิเวียร์มาหมู่บ้านซะอีก"

    "พยายามเข้านะ~ ยังเหลืออีกหลายวันเลยล่ะ"

    วิเวียร์หัวเราะแห้งๆ ก่อนจะตบไหล่ฉันเบาๆ

    "อ้าว? คุณหนูเรย์เน่ดูไม่ค่อยแตะซุปเลยนะ,,,หรือว่าจะไม่หิวเหรอ?"

    คุณเตรอซานพูดขึ้นมาหลังเห็นฉันไม่ค่อยกินซุป ในขณะที่คุณลินเซกับคุณแบร์มาต่างก็หันมามองที่ฉันสลับกับถ้วยของฉัน ดูเหมือนทางนั้นจะเลิกแหย่คุณแบร์มากันแล้ว

    ""จริงด้วยๆ""

    ทั้งสองคนพูดขึ้นมาพร้อมกัน ส่วนวิเวียร์ที่เห็นเช่นนั้นก็หัวเราะแห้งๆ ก่อนจะมองมาที่ฉัน เหมือนหวังให้ฉันอธิบายเอง

    ฉันพยายามก้มหลบสายตา

    "ค-คือว่า... ฉัน... เอ่อ—"

    ทำไมอยู่ๆ ก็มาสนใจทางนี้ล่ะเนี่ย—!

    "ฉ-ฉันไม่ค่อยชอบ... ผักนะคะ"

    "เรย์จังชอบทานเนื้อมากกว่าค่ะ!"

    ทันทีที่ฉันพูดเสร็จ วิเวียร์ก็พูดเสริมขึ้นมาอย่างไม่มีไว้หน้ากันเลย

    "เลือกกินเป็๞เด็กเลยน่ะคุณหนูเรย์เน่~"

    "แต่ไม่ใช่ว่าเพราะเธอเป็๲อีเรียหมาป่าหรอกเหรอ?"

    "นั่นสินะ อีเรียหมาป่าที่ฉันรู้จักจากอาณาจักรไอซาร์โนเรียก็ดูจะชอบกินเนื้อกันทั้งนั้นด้วย"

    พวกเรานั่งคุยกันไปมาอย่างสนุกสนานจนกระทั่งฟ้ามืด หลังจากที่ฉันช่วยล้างถ้วยชามให้ทุกคนเสร็จ วิเวียร์ก็บอกให้ฉันเข้านอนได้เลยเพราะเธอกับกลุ่ม ฟูรูร์ ซงเบรอ จะผลัดกันเฝ้ายามในแต่ละคืนเอง

     

    การเดินทางของพวกเราดำเนินไปแบบเดิมแบบนี้อยู่หลายวัน ตื่นเช้ามาก็เก็บแคมป์ กินขนมปังง่ายๆ แล้วก็ออกเดินทางต่อ พอตกเย็นก็ตั้งแคมป์กันใหม่ ทานอาหาร แล้วก็เข้านอน ทุกอย่างวนซํ้าแบบนี้อยู่เรื่อยๆ แต่ก็มีอยู่หลายครั้งที่กองคาราวานถูกฝูงมอนสเตอร์เข้ามาโจมตี ตอนนี้ดูเหมือนทางกลุ่มฟูรูร์ ซงเบรอ วิเวียร์ และหัวหน้าพ่อค้าจะกำลังคุยกันอย่างจริงจังอยู่ ฉันนั่งฟังอยู่ห่างๆ เพราะว่าฉันไม่ได้เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่พวกเขาคุยกัน

    "นี่มันผิดปกติชัดๆ เลยนะ... วันนี้พวกเราโดนโจมตีเป็๞รอบที่สิบแล้ว!"

    "ก่อนหน้านี้ฉันก็เจอฝูงมอร์สไปร์ที่สุสานเฟราลิอาเหมือนกัน..."

    "นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่...? ทำไมอยู่ๆ มอนสเตอร์ถึงโผล่บนถนนแถบนี้มากขนาดนี้—นี่ยังไม่รวมพวกหลงฝูงที่หนูวิเวียร์เจออีกน่ะ..."

    พวกเขาคุยกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียดจนฉันไม่กล้าแม้แต่จะแทรก เพื่อเอาอาหารเย็นไปให้เลย... พักหลังๆ มานี้ การเดินทางก็เริ่มอันตรายขึ้นทุกวันถึงขนาดที่วิเวียร์ไม่ยอมปล่อยให้ฉันไปไหนมาไหนคนเดียวเวลาออกห่างจากตัวแคมป์เลย หวังว่าพวกเราจะไปถึงเมืองฟัลนัสได้อย่างปลอดภัยน่ะ...