"เห้อ—"
ฉันถอนหายใจออกมาแต่เช้า ตอนนี้ก็ผ่านมาแล้วสองสัปดาห์หลังจากที่ฉันมาถึงหมู่บ้านนี้
"เรย์จัง... พวกเรานึกว่าเธอเตรียมใจได้แล้วซะอีก"
วิเวียร์ที่ยืนข้างๆ ฉันพูดขึ้นมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
"เตรียมใจแล้ว..."
ฉันตอบเธอ พลางเช็กสัมภาระที่ต้องถือ ในขณะที่วิเวียร์ก็ช่วยตรวจดูว่าฉันเตรียมของมาครบหรือยัง
"แต่ก็ไม่คิดว่าจะถึงวัน... ที่ต้องออกเดินทางเร็วแบบนี้น่ะ"
ใช่แล้วล่ะ... และแล้ววันที่ฉันต้องออกเดินทางก็มาถึง ตลอดสองสัปดาห์มานี้ คุณอลิเซียสอนการอ่านและเขียนให้ฉันมาโดยตลอด อีกทั้งฉันก็เริ่มพูดคล่องกว่าเดิมแล้วด้วย จนตอนนี้... ฉันไม่น่าจะมีปัญหาแล้วล่ะ ดูเหมือนฉันจะเรียนรู้เื่ภาษาได้เร็วมากจนคนอื่นๆ ยังใเลยว่าฉันเข้าใจอะไรเร็วขนาดนี้ได้ยังไง พวกงานบ้านต่างๆ หรือการทำอาหารนั้น...ฉันก็พอทำได้ในระดับหนึ่งแล้ว ส่วนอาร์ตส์กับเรโซแนนซ์นั้น...ไม่มีอะไรคืบหน้าเหมือนเดิมเลย
ตอนนี้พวกเราอยู่กลางหมู่บ้าน กำลังช่วยกันขนของต่างๆ ลงเกวียนและเตรียมตัวจะออกเดินทางไปพร้อมกับกองคาราวานของหมู่บ้าน เพราะเป็การเดินทางที่กินเวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์เดรสสีขาวที่ฉันใส่อยู่อาจจะเปื้อนได้ง่าย คุณอลิเซียเลยให้ผ้าคลุมแบบเดียวกับที่วิเวียร์ใช้มาให้ฉันใส่ทับพร้อมกับถุงสะพายผ้าใบเล็กที่ข้างในมีอาหารไว้กินระหว่างทาง
"ถึงจะไม่อร่อยมากเหมือนที่พวกเราทำกินกัน แต่ว่าอาหารแห้งพวกนี้เก็บไว้ได้นานน่ะ"
คุณอลิเซียพูด พลางเอาถุงห่อเนื้อแห้งใส่ลงในถุงผ้าของฉัน เนื้อแห้งพวกนี้... ถึงแม้จะเป็เนื้อที่ฉันชอบก็เถอะ...แต่ว่ามันทั้งแข็ง และเค็มปรี๊ดสุดๆ กัดที...ทำเอาฉันแอบกลัวว่าเขี้ยวของฉันจะหักเลย
ในระหว่างที่ฉันกำลังวุ่นวายเื่อาหารอยู่นั้น อีเรียแมวส้มที่กำลังขนของอยู่ข้างๆ ก็พูดขึ้นมา
"ไม่ต้องห่วงครับคุณอลิเซีย! พวกเราจะดูแลคุณหนูตลอดทางเอง—ไว้ใจได้เลย!"
อีเรียแมวส้มหนุ่มที่พูดขึ้นมานั้นมีชื่อว่า 'ลินเซ' เขาเป็อีเรียที่เกิดและเติบโตในหมู่บ้านนี้
"ใช่แล้วล่ะครับ! คุณอลิเซียกับคุณฟอร์เต้ไม่ต้องกังวลเลย เชื่อใจพวกเราได้แน่นอน!"
คนที่พูดเสริมขึ้นมาอีกคนคืออีเรียแมวเทาชื่อว่า 'เตรอซาน'
"เส้นทางระหว่างฟัลนาเรียไปยังเมืองฟัลนัสค่อนข้างปลอดภัยพอสมควรต่ะ เพราะฉะนั้นวางใจในพวกเรา—ฟูรูร์ ซงเบรอ ได้เลยค่ะ!"
ส่วนคนสุดท้ายที่พูดอย่างมั่นใจแม้เสียงของเธอจะนุ่มนวล คืออีเรียแมวขาวชื่อว่า 'แบร์มา'
ทั้งสามคนเกิดและเติบโตที่นี่และเป็นักผจญภัยในสังกัดของเมืองฟัลนัส และตอนนี้พวกเขาเป็ผู้รับหน้าที่คุ้มกันคาราวานแมวขาวที่ฉันกำลังจะออกเดินทางด้วย
"ขนเข้ม?"
ถ้าลองแปลชื่อกลุ่มของพวกเขาเป็ภาษาที่ฉันถนัด ก็จะแปลเป็...ขนเข้ม...? ชื่อดู...น่ารักดี?
"แหม่ๆ จะแปลอย่างนั้นมันก็ไม่ผิดหรอกน่ะคุณหนู แต่ใช้ภาษาท้องถิ่นแล้วมันดูเท่กว่าน่ะ~"
ลินเซพูดขึ้น หลังจากได้ยินฉันออกเสียงชื่อกลุ่มของพวกเขาในภาษาอีริเนียน
"แต่คุณแบร์มา...'
ฉันพูดพลางมองไปที่สีผมและสีขนของคุณแบร์มา...เธอเป็คนเดียวที่มีสีขาว ต่างจากสมาชิกทั้งสองคนที่มีสีเข้มตรงตามชื่อกลุ่ม คุณแบร์มาที่เห็นว่าฉันกำลังมองเธอก็ตอบกลับมา
"เอาน่าๆ~ เ้าพวกนั้นน่ะ ตั้งชื่อกลุ่มกันโดยไม่ถามฉันสักคำเลย ฮ่ะๆๆ"
เธอหัวเราะแห้งๆ พลางหันไปมองที่คุณลินเซกับคุณเตรอซานที่อยู่ข้างๆ
"แต่อย่างน้อย—ความน่ารักของฉันก็เข้มที่สุดในรุ่นของพวกเราแล้วล่ะ!"
คุณแบร์มาพูดพลางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยอย่างภาคภูมืใจ
""หลงตัวเอง!""
เสียงของคุณลินเซกับคุณเตรอซานดังขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงกัน ฉันมองดูทั้งสามคนพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน พลางหัวเราะไปด้วยเบาๆ ก่อนที่จะหันกลับไปทางคุณอลิเซียกับคุณฟอร์เต้ที่ตอนนี้ยืนรออยู่กับพวกเด็ก ที่มาส่งฉันกันอย่างตึกคัก
"ขอบคุณคุณอลิเซีย คุณฟอร์เต้ แล้วก็ทุกคนในหมู่บ้านที่ดูแลหนูมาตลอดสองสัปดาห์นี้ด้วยนะคะ"
ฉันพูดพลางกับก้มหัวลงอย่างนอบน้อม
"ดูแลตัวเองด้วยล่ะ แล้วฝากดูแลวิเวียร์ไม่ให้ทำอะไรแผลงๆ ด้วยนะ หนูเรย์เน่"
คุณฟอร์เต้พูดขึ้น พลางเหลือบสายตาไปทางลูกสาวของตนเอง
"เอ๊ะ? เดี่ยวก่อนสิพ่อ! หนูต้องเป็คนดูแลเรย์เน่ต่างหากไม่ใช่เหรอ!"
วิเวียร์โพล่งออกมาด้วยท่าทีร้อนรน เสียงของเธอดังจนเด็กๆ ข้างหลังหัวเราะกันคิกคัก
"อย่างที่พ่อว่าแหละ อย่าให้วิเวียร์ทำอะไรแผลงๆ เข้าล่ะ"
คุณอลิเซียเสริมขึ้นมาด้วยสีหน้าที่ยิ้นแย้ม พลางมองมาที่ฉัน
"ส่วนลูกน่ะ—ก็ช่วยดูแลเรย์เน่ให้ดี จนกว่าจะไปถึงมือฟอเซียร์ด้วยล่ะ"
"ค่า~ ค่า~ ไม่ต้องเป็ห่วงหนูขนาดนั้นก็ได้~"
วิเวียร์พูดด้วยนํ้าเสียงประชดประชันเบาๆ พลางหันหน้าหนี
หลังจากที่กล่าวอำลากันเสร็จ พวกเด็กๆ ก็วิ่งเข้ามารุมกอดฉันกันอย่างพร้อมเพรียง...ถ้าจะให้พูดให้ถูก—พวกเขากำลังพยายามจะเข้ามาเล่นกับหางของฉันเป็ครั้งสุดท้ายต่างหาก...
"ม-ไม่ได้น่ะ! อย่าเล่นหางฉันน่ะ!"
ฉันรีบกอดหางของตัวเองแน่น เพื่อให้พ้นมือพวกเด็กๆ
"เล่นหางของเพื่อนพวกเธอข้างๆ สิ—!"
เสียงของฉันดังขึ้นท่ามกลางพวกเด็กๆ ในขณะที่พวกผู้ใหญ่ วิเวียร์ และกลุ่มฟูรูร์ ซงเบรอต่างมองดูภาพนั้นกันด้วยรอยยิ้มอย่างอ่อนโยน พร้อมด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ
พวกเราออกเดินทางกันใน่สายๆ หลังจากที่ทางคาราวานขนสินค้ากันเรียบร้อยแล้ว แสงแดดยามสายสาดส่องผ่านต้นไม้ข้างทางให้ความรู้สึกที่อบอุ่นสมกับเป็วันที่พวกเราออกเดินทาง ฉันนั่งอยู่ด้านหลังของเกวียนที่เต็มไปด้วยสัมภาระกับวิเวียร์ส่วนพวก ฟูรูร์ ซงเบรอ นั่งอยู่ที่เกวียนอีกคันที่มีพื้นที่กว้างและโล่งกว่า ความตื่นเต้นที่เอ่อล้นั้แ่เช้าเริ่มที่จะจางหายไปแล้ว...เพราะหลังจากนั่งมาได้สักพักใหญ่ๆ ฉันก็เริ่มที่จะ...เจ็บก้นแล้ว
"เดียวเธอก็ชิน~"
...นี่คือสิ่งที่วิเวียร์พูดตอนเธอเห็นฉันนั่งขยับตัวไปมาไม่หยุด
ถึงแม้ว่าระหว่างทางจะได้เห็นวิวใหม่ๆ แต่พอเจอต้นไม้ ลำธาร หรือวิวแบบเดิมๆ ตลอดทางั้แ่เช้า...ฉันก็เริ่มเบื่อกับภาพซํ้าๆ เหล่านี้แล้ว
"เห้อ— น่าเบื่อจังเลย..."
เสียงถอนหายใจของฉันดังขี้นอีกครั้ง ไม่รู้ว่านี่เป็รอบที่เท่าไหร่แล้วของวัน
"เธอถอนหายใจรอบที่สิบแล้วนะเรย์จัง~ แบบนี้จะไหวไหมเนี่ย~?"
วิเวียร์หันมามองฉันพลางหัวเราะนิดๆ เธอคงชินกับการเดินทางนานๆ แบบนี้แล้วเลยไม่เป็ไร พวกเราหยุดพักกันอีกทีตอนพระอาทิตย์อยู่เหนือหัว ระหว่างนี้ก็ดีหน่อย—เพราะอย่างน้อยฉันก็ได้นั่งกับพื้นหญ้านุ่มๆ แต่พอพักได้ไม่นาน พวกเราก็ออกเดินทางกันต่ออีกครั้ง ก้นฉันยังไม่ทันได้หายปวดเลยด้วยซํ้า...
พอพระอาทิตย์เริ่มเปลี่ยนสี พวกเราก็ตั้งแคมป์พักกันกลางทุ่งหญ้าห่างออกมาจากริมทางเล็กน้อย ดูเหมือนว่าที่เลือกตั้งแคมป์กันตรงนี้ แทนที่จะเข้าไปภายในป่าก็เพื่อความปลอดภัยของพวกเราและกองคาราวานเพราะว่าจากตรงนี้—พวกเราสามารถมองเห็นพื้นที่รอบข้างได้อย่างชัดเจนทำให้สังเกตุได้ง่ายเวลามีอะไรหรือใครก็ตามพยายามจะเข้าใกล้
พวกพ่อค้ากับสมาชิกคาราวานคนอื่นๆ นั่งแยกจากกลุ่มของพวกเราอยู่ไม่ไกลนัก คุณลินเซ คุณเตรอซาน และวิเวียร์ช่วยกันหากิ่งไม้แห้งจากรอบๆ เพื่อมาก่อกองไฟสำหรับตอนกลางคืนส่วนคุณแบร์มาอยู่ในแคมป์กับฉัน พวกเรากำลังทำอาหารเย็นกันอยู่
"หื้ม~ เท่านี้น่าจะพอสำหรับคืนนี้แล้วล่ะ ตักใส่จานของทุกคนได้เลยนะ เรย์เน่จัง"
"ได้เลยค่ะ"
อาหารเย็นของพวกเราวันนี้... เป็ซุปผักง่ายๆ
ซุปผัก... งั้นเหรอ...แค่คิดว่าต้องกินแบบนี้ไปอีกเจ็ดวันก็ท้อแล้ว ฉันอยากกินเนื้อมากกว่าจังเลย...แค่คิดก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาแล้ว
ไม่ได้ๆ... ฉันต้องอดทนเข้าไว้
"ไม่เลวเหมือนกันเลยนะ—เธอน่ะ"
เสียงของคุณแบร์มาดังขึ้นหลังจากที่เธอชิมซุปที่ฉันตักให้
"เอ๊ะ? อะไรเหรอค่ะ?"
"อ๋อ เปล่าหรอก~ ไม่ได้จะว่าอะไรเธอหรอกน่า"
เธอเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะตักซุปเข้าปากอีกคำ
"แค่คิดว่าสมกับเป็คุณอลิเซียเลยน่ะ เพียงแค่สองสัปดาห์ก็สอนเด็กที่ทำอะไรไม่เป็ให้ทำอาหารที่รสชาติไม่เลวเลยแบบนี้ได้น่ะ"
"คุณแบร์มาเคยทานอาหารของคุณอลิเซียด้วยเหรอคะ?"
"อื้อ~ เมื่อก่อนฉันกับพวกผู้หญิงในหมู่บ้านน่ะ... ชอบแวะไปที่บ้านของคุณอลิเซียเพื่อไปหา—ฟอเซี—"
เธอชะงักไปครู่หนึ่ง เหมือนอะไรบางอย่างติดคอ ก่อนจะกระแอมเบาๆ
"อะแห่ม! ฉันหมายถึง... ไปชิมอาหารของคุณอลิเซียน่ะจ๋ะ"
"ม-เมื่อกี้ใช้ชื่อของพี่ของวิ—"
อยู่ๆ มือของคุณแบร์มาก็เอื้อมมาจับที่ไหล่ฉันในทันทีพร้อมด้วยแรงบีบเบาๆ แต่สำผัสได้ชัดเจน...
"เธอไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้นนะจ๋ะ~"
นํ้าเสียงของคุณแบร์มายังคงอ่อนโยนเหมือนเดิม อ่อนโยนเกินไปนิดหนึ่งด้วยซํ้า...สายตาของเธอจ้องมาที่ฉันตรงๆ พร้อมกับรอยยิ้มสุดน่ากลัวจนทำให้ฉันรู้สึกเย็นวาบไปถึงหาง
"ต-ค่ะ! ไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้นค่ะ"
น-น่ากลัว...!
ในขณะที่พวกเรากำลังคุยกันนั้น ทุกคนก็ทยอยกลับมาพร้อมกับกิ่งไม้แห้งในอ้อมแขน พวกเรานั่งล้อมวงรอบกองไฟที่ใช้ทำอาหาร แต่ละคนหยิบถ้วยซุปที่ฉันเตรียมเอาไว้ไปคนละถ้วย ก่อนจะนั่งลงข้างๆ กัน
"หืม— รสชาติไม่เลวเลยน่ะเนี่ย!"
คุณลินเซที่พึ่งเข้ามานั่งในวงกล่าวขึ้นหลังจากลองชิมซุป
"ใช่ไหมล่ะๆ~ เมื่อกี้ฉันก็เพิ่งชมเรย์เน่ไปหยกๆ เลย"
คุณแบร์มาตอบกลับเ้วยท่าทางอารมณ์ดี...แต่ในสายตาของฉัน ภาพของเธอก่อนหน้านี้ยังฝังแน่นอยู่เลย
"ก็ว่าอยู่... เธอไม่น่าจะทำอาหารอร่อยได้ขนาดนี้"
คุณเตรอซานเสริมหลังจากลองชิมบ้าง
"ว่าใครกันย่ะ! แน่จริงรอบหน้าก็หัดทำอาหารแทนฉันดูบ้างสิยะ!"
คุณแบร์มาสวนกลับเสียงดัง ใบหน้าหงุดหงิดเล็กน้อย
"ก็มันจริงนี่!"
"ถ้าพวกเราทำเป็ก็คงทำเองไปแล้ว~"
คุณเตรอซานกับคุณลินเซพูดติดตลก...เอาแล้ว—คุณแบร์มาของขึ้นแล้ว,,, แต่ทั้งสองคนก็ยังคงไม่หยุดหยอกล้อคุณแบร์มาเลยสักนิด ในขณะที่ทั้งสามคนกำลังเถียงกันอย่างดุเดือด วิเวียร์ก็หันมาชวนฉันคุย
"เป็ยังไงบ้างเรย์จัง วันแรกของการเดินทางน่ะ?"
เธอพูดด้วยสีหน้าที่อยากรู้ว่าฉันคิดยังไงกับการเดินทางวันแรกนี้
อืม—
ฉันถอนหายใจยาว พลางลูบก้นที่ยังระบมอยู่เบาๆ
"เห้อ— ก็ต้องเหนื่อยน่ะสิ... ถึงจะไม่ได้ขยับตัวเลยก็เถอะ แต่กลับเหนื่อยกว่าตอนที่เดินกับวิเวียร์มาหมู่บ้านซะอีก"
"พยายามเข้านะ~ ยังเหลืออีกหลายวันเลยล่ะ"
วิเวียร์หัวเราะแห้งๆ ก่อนจะตบไหล่ฉันเบาๆ
"อ้าว? คุณหนูเรย์เน่ดูไม่ค่อยแตะซุปเลยนะ,,,หรือว่าจะไม่หิวเหรอ?"
คุณเตรอซานพูดขึ้นมาหลังเห็นฉันไม่ค่อยกินซุป ในขณะที่คุณลินเซกับคุณแบร์มาต่างก็หันมามองที่ฉันสลับกับถ้วยของฉัน ดูเหมือนทางนั้นจะเลิกแหย่คุณแบร์มากันแล้ว
""จริงด้วยๆ""
ทั้งสองคนพูดขึ้นมาพร้อมกัน ส่วนวิเวียร์ที่เห็นเช่นนั้นก็หัวเราะแห้งๆ ก่อนจะมองมาที่ฉัน เหมือนหวังให้ฉันอธิบายเอง
ฉันพยายามก้มหลบสายตา
"ค-คือว่า... ฉัน... เอ่อ—"
ทำไมอยู่ๆ ก็มาสนใจทางนี้ล่ะเนี่ย—!
"ฉ-ฉันไม่ค่อยชอบ... ผักนะคะ"
"เรย์จังชอบทานเนื้อมากกว่าค่ะ!"
ทันทีที่ฉันพูดเสร็จ วิเวียร์ก็พูดเสริมขึ้นมาอย่างไม่มีไว้หน้ากันเลย
"เลือกกินเป็เด็กเลยน่ะคุณหนูเรย์เน่~"
"แต่ไม่ใช่ว่าเพราะเธอเป็อีเรียหมาป่าหรอกเหรอ?"
"นั่นสินะ อีเรียหมาป่าที่ฉันรู้จักจากอาณาจักรไอซาร์โนเรียก็ดูจะชอบกินเนื้อกันทั้งนั้นด้วย"
พวกเรานั่งคุยกันไปมาอย่างสนุกสนานจนกระทั่งฟ้ามืด หลังจากที่ฉันช่วยล้างถ้วยชามให้ทุกคนเสร็จ วิเวียร์ก็บอกให้ฉันเข้านอนได้เลยเพราะเธอกับกลุ่ม ฟูรูร์ ซงเบรอ จะผลัดกันเฝ้ายามในแต่ละคืนเอง
การเดินทางของพวกเราดำเนินไปแบบเดิมแบบนี้อยู่หลายวัน ตื่นเช้ามาก็เก็บแคมป์ กินขนมปังง่ายๆ แล้วก็ออกเดินทางต่อ พอตกเย็นก็ตั้งแคมป์กันใหม่ ทานอาหาร แล้วก็เข้านอน ทุกอย่างวนซํ้าแบบนี้อยู่เรื่อยๆ แต่ก็มีอยู่หลายครั้งที่กองคาราวานถูกฝูงมอนสเตอร์เข้ามาโจมตี ตอนนี้ดูเหมือนทางกลุ่มฟูรูร์ ซงเบรอ วิเวียร์ และหัวหน้าพ่อค้าจะกำลังคุยกันอย่างจริงจังอยู่ ฉันนั่งฟังอยู่ห่างๆ เพราะว่าฉันไม่ได้เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่พวกเขาคุยกัน
"นี่มันผิดปกติชัดๆ เลยนะ... วันนี้พวกเราโดนโจมตีเป็รอบที่สิบแล้ว!"
"ก่อนหน้านี้ฉันก็เจอฝูงมอร์สไปร์ที่สุสานเฟราลิอาเหมือนกัน..."
"นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่...? ทำไมอยู่ๆ มอนสเตอร์ถึงโผล่บนถนนแถบนี้มากขนาดนี้—นี่ยังไม่รวมพวกหลงฝูงที่หนูวิเวียร์เจออีกน่ะ..."
พวกเขาคุยกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียดจนฉันไม่กล้าแม้แต่จะแทรก เพื่อเอาอาหารเย็นไปให้เลย... พักหลังๆ มานี้ การเดินทางก็เริ่มอันตรายขึ้นทุกวันถึงขนาดที่วิเวียร์ไม่ยอมปล่อยให้ฉันไปไหนมาไหนคนเดียวเวลาออกห่างจากตัวแคมป์เลย หวังว่าพวกเราจะไปถึงเมืองฟัลนัสได้อย่างปลอดภัยน่ะ...