53-ขอบคุณที่เดินเข้ามาในชีวิตผม :) (ตอนพิเศษ)
วันหยุดสุดสัปดาห์ที่ลูกชายหยุดเรียน ครอบครัวทั้งสี่คนพ่อแม่ลูกจึงได้โอกาสพากันไปเที่ยว หลังจากที่รังสรรค์ยุ่งวุ่นวายกับงานในบริษัทมาพักใหญ่
“เย่ๆๆ ลายลา ปาย เที่ยววว”
“หึๆๆ ใช่ครับ วันนี้คุณพ่อจะพาน้องไลลาไปเที่ยว” คนเป็นพ่อยิ้มอบอุ่นมองลูกสาวอย่างอ่อนโยน
“คิดยังไงจะไปเที่ยวต่างจังหวัดคะ ช่วงนี้ก็งานยุ่งๆ ด้วยหนิคะ” ลลิตาถามสามีอย่างสงสัย รังสรรค์จะมีเวลาว่างพาไปทริปต่างจังหวัดหลายวันได้อย่างไร
“น้องเขยลิ้นจี่มันอาสาทำงาน ให้พี่ชายได้ออกมาหายใจหายคอบ้างน่ะ”
“หืมมม นายลักษณ์ก็เป็นคนเข้าท่านะคะเนี่ย สมแล้วที่ลิ้นจี่ยกเมย์ให้” หญิงสาวนึกถึงเรื่องราวหลายปีที่ผ่านมาเพื่อนสนิทและน้องเขยนั้นคบหากันมานาน คาดว่าคงมีข่าวดีเร็วๆ นี้
“คุณได้มาพักผ่อนด้วยก็ดีค่ะ ทำงานเครียดมาพักใหญ่แล้ว” ลลิตาคิดว่าสามีโหมงานมาหลายเดือน คราวนี้จะได้มีเวลาให้ครอบครัวบ้างแล้วเมื่อมีลักษณ์เข้าไปช่วยงานของเขาบ้าง โดยให้เหตุผลกับพี่ชายว่าเห็นใจพี่สะใภ้ที่เลี้ยงดูลูกอยู่คนเดียว ไหนจะพวกเด็กๆ หลานของเขาที่ไม่ค่อยได้ออกไปเปิดหูเปิดตาที่ไหนนอกกรุงเทพฯ ช่างน่าสงสารจับใจ
“หึ! น้องเขยลิ้นจี่มันก็ดีกับพี่สะใภ้ ดีกับหลานๆ แบบนี้แหละ”
“พี่ตั้งก็ นี่กำลังทำหน้าน้อยใจน้องชายอยู่นะ” ภรรยาอดขบขันท่าทีของสามีไม่ได้ รังสรรค์ทำได้แค่มองบน ลอบถอนหายใจทิ้งแรงๆ น้องชายแม้ไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา แต่ก็ยังดีที่อย่างน้อยมันก็เห็นแก่พี่สะใภ้ เห็นใจลูกๆ ของเขาบ้าง
“เป็นไงครับ ยังสวยเหมือนหลายปีก่อนมั้ย” ชายหนุ่มยกยิ้มเจ้าเล่ห์ มองข้างคนขับสลับทางข้างหน้า รถเบนซ์คนหรูมุ่งหน้าสู่ธรรมชาติ ยิ่งขับออกนอกเมือง ยิ่งเห็นทิวทัศน์งดงามเขียวชอุ่มสองข้างทาง เป็นป่าเขา และพื้นที่เกษตรกรรมที่ลลิตาไม่เห็นมาหลายปีแล้ว
“พี่ตั้ง! นี่ใช่มั้ยที่ไม่ยอมบอกว่าต่างจังหวัด คือจังหวัดไหนกันแน่” เธอหันขวับ มองหน้าสามีซึ่งส่งสายตาหยอกเย้าคุณแม่ยังสาวอย่างหน้าชื่นตาบาน
“ชู่ววว เบาๆ เสียงครับ ลูกๆ หลับอยู่” มือหนายกขึ้นจุ๊ปาก พลางเหลือบตามองเบาะหลังรถที่มีคาร์ชีทสำหรับเด็กๆ ทั้งสอง ซึ่งตอนนี้หลับใหล ไม่ได้รับรู้สงครามทางสายตาของคนเป็นแม่แม้แต่น้อย
การพาลูกๆ มาเที่ยวต่างจังหวัดครั้งนี้จุดหมายปลายทางคือเขาใหญ่ เป็นเหตุผลให้คุณแม่อย่างลลิตามองสามีตาเขม็ง ที่ไม่ยอมบอกแต่แรกว่าจะพาไปที่ไหนคงเป็นเพราะแบบนี้สินะ ภาพในหัวปรากฏค่ำคืนแสนเร่าร้อนเมื่อหลายปีก่อนระหว่างเธอกับเขา ยิ่งคิดก็ยิ่งอดจะหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาไม่ได้ นั่นทำให้รังสรรค์ต้องกลั้นหัวเราะเบาๆ กับอาการของเธอที่เขินอาย แค่มองก็รู้แล้วว่าภรรยาคิดอะไรอยู่ ตั้งแต่วันแรกที่พบกันจนถึงตอนนี้ ลลิตาก็ยังน่ารักน่าแกล้งเสมอ
“ยังไม่เลิกมองพี่ตาขวางอีก ดูสิ เจ้าตัวเล็กสองคนมองตาแป๋วแล้ว”
“ก็พี่ตั้ง ...เห้อ ช่างมันเถอะ” หญิงสาวเหนื่อยจะพูดกับคนหน้ามึน ไรอันกับไลลาที่งัวเงียตื่นขึ้นจากที่หลับอยู่ ได้แต่มองพ่อกับแม่โทรจิตสื่อสารกันอย่างงงงวย เมื่อรถเลี้ยวเข้าเขตอุทยานหลังจากเดินทางกันมาสักพัก เด็กๆ ทั้งสองก็เริ่มอ่อนแรงแล้วเดี๋ยวหลับ เดี๋ยวตื่น ต้องพาไปปล่อยสู่ธรรมชาติกันสักหน่อยให้ได้สดชื่นกัน
“มาครับลูก ไลลาตื่นได้แล้ว มาคุณพ่ออุ้มไปเอง โหววว ตรงนั้นเขาทำอะไรกันน่ะ มีเด็กๆ เพื่อนรุ่นหนูหลายคนเลย”
“ไรอันให้คุณแม่อุ้มมั้ยครับ”
“ไม่ครับ ไรอันโตแล้วตัวหนัก คุณแม่ตัวเล็กอุ้มไม่ไหวครับ”
“อ่า แบบนั้นเอง งั้นเราเดินจับมือกันไปเนอะ” เด็กชายพยักหน้าเห็นด้วย ครอบครัวสุขสันต์พาลูกๆ ไปทำกิจกรรมที่ถูกจัดขึ้นสำหรับกลุ่มครอบครัวโดยเฉพาะ มีการทำอาหาร สอนเด็กๆ ทำขนมจากผักผลไม้ป่า เครื่องดื่มจากผลไม้สดๆ กิจกรรมเครื่องเล่นให้เด็กๆ ทั้งหลายได้สนุกสนานกัน เสียงหวีดร้อง และเสียงหัวเราะกังวานสดใสดังขึ้นเป็นระยะ สร้างรอยยิ้มและความสุขให้บรรดาผู้ปกครองที่เฝ้ามองลูกหลานอยู่ไม่ไกล
“อ้ายยย กรี๊ดดดด / ฮ่าๆๆๆ”
“ฟู่วววว / ปิ้วๆๆ / ปังๆๆ”
“ฮ่าๆๆๆๆ เอิ้กกก”
“ลิ้นจี่ไม่ได้เห็นพี่ตั้งยิ้ม หัวเราะบ่อยแบบนี้นานแล้วนะคะ” หญิงสาวพูดยิ้มๆ มองหน้าสามีข้างกาย สลับมองลูกๆ ที่เล่นอยู่สนามเด็กเล่นกับเพื่อนใหม่
“พี่มีความสุขไง ดีใจที่หาเวลามาเที่ยวกับลูกๆ แล้วก็ได้โอกาสแอบมาสวีทกับคุณภรรยาด้วยเลย” รังสรรค์ขยิบตาให้ภรรยาอย่างซุกซน ลลิตาได้ยินแบบนั้นก็หน้าร้อนผ่าวขึ้นมา เธอเขินเขาเป็นรอบที่เท่าไหร่ของวันแล้ว!
ไรอันกับไลลาสองพี่น้องก็สนุกมาก แววตาสุกใสแวววาว รอยยิ้มกว้าง มีเสียงหัวเราะพูดคุยกันไม่หยุด โดยเฉพาะคนน้องอย่างไลลาที่มีเสียงพูดอ้อแอ้ฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แต่ขยันพูดมากกว่าใคร
“ลายอันนน นั่น มี นก บินเต็มเลย”
“อือ นกเป็นฝูงบินไปด้วยกัน”
“ลายลา อยาก บิน บนฟ้า”
“คุณพ่อ เสียงน้ำ น้ำดังซู่ๆ”
“ครับ ข้างหน้ามีน้ำตก เสียงน้ำเลยดังมาถึงตรงนี้” รังสรรค์แบกลูกสาวตัวน้อยไว้บนหลัง แต่สีหน้าสดใส ไม่มีแววเหนื่อยล้าให้เห็นแม้แต่น้อย
“ถึงน้ำตกแล้วค่ะเด็กๆ เป็นไง สดชื่นกันมั้ยเอ่ย” ลลิตาพูดอย่างตื่นเต้น นี่เป็นการพาลูกๆ มาเที่ยวแหล่งธรรมชาติเป็นครั้งแรก ไรอันแม้จะเป็นคนนิ่งๆ แต่ก็มีรอยยิ้มแต่งแต้มอยู่บ่อยครั้ง การสัมผัสกับธรรมชาติของผืนป่าที่โอบล้อม มองเห็น ได้ยินเสียงน้ำตกแว่วอยู่ไม่ไกล และมีลำธารต้นน้ำใสไหลทอดยาวสุดลูกหูลูกตา เด็กๆ มองไปมา ชี้มือชี้ไม้กันอย่างตื่นตาตื่นใจ เป็นการเลือกสถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนได้เหมาะสม คุ้มค่าเสียจริงๆ
“เราจาปายหนาย ต่อ คุณพ่อ” นั่งพักริมลำธารพร้อมอาหารว่างที่ลลิตาจัดเตรียมมาด้วย เสียงใสช่างจ้อก็ถามไถ่อย่างสดใส
“ตอนค่ำๆ เราจะไปดูสัตว์ป่าตัวเป็นๆ กันครับ มีสัตว์หลายตัวแบบที่หนูเห็นในยูทูปเลยนะ”
“ตัวจริงเหยอคะ ไป มี ตัวอายัย บ้างคะ”
“หึๆๆ มีไก่ป่า นกยูง อาจได้เจอกวาง เหมือนเจ้ากวางเรนเดียร์วันคริสต์มาสเลยนะ” ยิ่งพูดถึงกิจกรรมกลางคืนที่มีการส่องสัตว์ป่า เด็กหญิงตัวน้อยยิ่งออกอาการตื่นตัว รบเร้าคุณพ่อให้เล่าเรื่องบรรดาสัตว์ป่า ส่งผลให้รังสรรค์อธิบายพร้อมเปิดภาพประกอบให้ดูด้วย เสียงทุ้มต่ำเล่าเรื่องอย่างใจเย็น แววตาอ่อนโยน
“บางทีจะเห็นนกยูง หมูป่า ไก่ป่าถ้าหนูเงียบเสียง ฟังเฉพาะคุณลุงเล่าตอนเดิน ตอนที่มาครั้งก่อน พ่อกับแม่เห็นช้างเป็นโขลงเลยล่ะ...”
“ช้างตัวเป็นๆ เลยเหรอครับ”
“แน่นอนสิ” ลลิตายิ้มน้อยๆ มองทั้งสามคนพ่อลูกพูดคุยกัน คนเป็นลูกชายถึงไม่ค่อยพูด แต่ดูก็รู้ว่าตั้งตารอกิจกรรมส่องสัตว์ที่จะมาถึง สองหูน้อยๆ ก็คอยฟังสิ่งที่พ่อเล่าอย่างตั้งใจ
หลังจากเที่ยวกันทั้งวันตั้งแต่ไปถึงอุทยาน ทั้งกิจกรรมครอบครัว เดินป่าเส้นทางระยะสั้น ยันส่องสัตว์ตอนเย็น เด็กน้อยทั้งสองใช้พลังไปมาก สองสามีภรรยาจึงส่งลูกๆ เข้านอนหลังกลับถึงที่พัก อาบน้ำให้ลิงน้อยทั้งสองเสร็จสรรพ สภาพเด็กทั้งสองก็สลบไสล คอพับคออ่อนอย่างไม่ต้องสงสัย สองสามีภรรยาจึงจัดการส่งลูกๆ เข้านอนไปก่อน
“งือออ วันนี้ล้าทั้งตัวเลยพี่ตั้ง” ลลิตาบ่นอิดออดอย่างไม่จริงจัง ถึงเหนื่อยแต่เห็นลูกๆ ยิ้ม หัวเราะได้ทั้งวันก็ยินดี
“หึๆๆ ให้พี่นวดให้มั้ย ตรงนี้ลิ้นจี่ก็ชอบมากหนิ มาครั้งแรกยืนรับลมชมวิวอยู่เป็นนาน” เสียงทุ้มเย้าแหย่
“แหะๆ ว้า โดนจับได้แล้ว ฮึบ! อ่า ที่นี่ยังสดชื่นเหมือนเดิมเลย” หญิงสาวกางแขนทั้งสองข้าง สูดหายใจเข้าเต็มปอดซึมซับกลิ่นอายของป่าเขา ทั้งคู่ออกมายืนที่ระเบียงรับลม ฟังเสียงบรรยากาศยามค่ำของเชิงเขาที่เป็นบ้านพักตากอากาศของรังสรรค์ จุดนี้ทั้งยามเช้าและเย็นจะมองเห็นธรรมชาติงดงาม เวลานี้มืดมิด อากาศก็เย็นลง เมื่อแหงนมองฟ้าจะเห็นดาวชัดเจน ดวงตาหญิงสาวเป็นประกายวาววับแข่งกับดวงดาว ชายหนุ่มมองเธออย่างลึกซึ้ง
“ลิ้นจี่”
“หืม ว่าไงคะ” หญิงสาวหันมองรังสรรค์ที่มองเธออยู่ก่อนแล้ว ทั้งคู่นั่งกึ่งนอนเอนหลังบนโซฟาตัวยาว โดยมีรังสรรค์กกกอดลลิตาในอ้อมแขน
“ขอบคุณมากนะที่เข้ามาในชีวิตพี่ อดทนกับคนอย่างพี่ ถึงตอนนี้ ที่เราได้แต่งงาน มีลูกๆ น่ารักด้วยกัน”
“ลิ้นจี่ก็ต้องขอบคุณพี่ตั้งเหมือนกันค่ะ ขอบคุณทุกอย่าง ที่ทำให้เราได้เจอกัน แล้วก็รักกัน ลิ้นจี่รักพี่ตั้งนะคะ” หญิงสาวมองหน้าสามีอย่างรักใคร่
“พี่ก็รักลิ้นจี่ครับ คุณภรรยา” อ้อมแขนแกร่งกระชับกอดร่างบาง จุมพิตเรือนผมยาว คลอเคลียข้างแก้มนุ่ม เธอยิ้ม ขอบคุณอะไรก็ตามที่ทำให้ได้เจอกับเขา ขอบคุณที่ได้รู้จักกัน และถึงวันนี้...ขอบคุณที่เขาเข้ามาเป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเธอ :)
ในทิสุด ไรท์ก็แต่งนิยายเรื่องแรกจบแล้ววว แบบจบแล้วจริงๆ 5555+ ยินดีกับตัวเอง ปริ่มใจมาก อิอิ ขอบคุณรี้ดทุกคนที่อ่านจนถึงตอนพิเศษ เป็นกำลังใจให้ไรท์ได้ดีมาก รัก
ไปปั่นเรื่องใหม่ต่อล่ะ ฮึบๆๆ