“โฉนดเหรอคะ”
“ใช่ท่านเอามาค้ำประกันผมทำสัญญาเรียบร้อยแล้ว ถ้าไม่คืนเงินมาภายในหนึ่งปีผมก็จะยึดที่ดินผืนนี้”
“ที่ดิน?ของคุณป้าเหรอคะ ไหนขอฉันดูหน่อย”หญิงสาวเอื้อมมือไปหยิบโฉนดที่ดินใบนั้นขึ้นดูลมหายใจแทบขาดห้วงเมื่อเห็นแล้วว่าที่ดินผืนนี้เป็ของใคร ‘ที่ดินผืนนี้ยายจะยกให้ยัยวาทส่วนบ้านหลังนี้กับรีสอร์ตจะให้ยัยตีกับยัยอร’ มรดกอันน้อยนิดที่ยายนวลน้อยได้จัดแจงแจกจ่ายไว้เรียบร้อยแล้วเพียงแต่ยังไม่ได้ทำการโอนให้อย่างเป็ทางการแต่ได้มอบให้นางอารตีเป็ผู้จัดการมรดกทั้งหมดใน่ที่ท่านป่วยหนักเมื่อปีก่อนซาบซึ้งไปถึงหัวใจเลยทีเดียวที่ป้าของเธอทำแบบนี้
“คุณป้าท่านยืมไปเท่าไหร่คะ”
“สามล้านบอกว่าจะเอาไปปรับปรุงรีสอร์ตทั้งหมด คงจะคิดทำให้ทันสมัยให้สู้คนอื่นได้กะจะวางรากฐานให้ลูกสาวกับลูกเขยล่ะมั้งผมว่าแต่แปลกทำไมเอาที่ดินผืนนี้มาค้ำแล้วพูดเหมือนไม่สนใจจะไถ่คืน”
“คุณป้าคงไม่มีเงินคืนหรอกค่ะคุณก็ยึดไปตามที่ตกลงได้เลย”
“ทำไมดูคุณมั่นใจจัง”
“คุณป้าไม่มีเงินเก็บมากขนาดจะมาใช้หนี้คุณได้หรอกค่ะท่านคงคิดว่าขายที่ยากเพราะทำเลไม่ดีเลยเอามาค้ำดีกว่า”
“ก็คงแบบนั้นแต่ถ้าท่านไม่มาจ่ายดอกเลยตลอดหนึ่งปีนี้ ผมบอกไว้เลยนะคุณวาทว่าผมยึดจริงๆ”วิเนตย์เอ่ยจบก็ลุกขึ้นยืน นำโฉนดที่ดินเข้าไปเก็บในตู้เซฟภายในห้องนอน
เื่การนำโฉนดที่ดินมาค้ำประกันการยืมเงินกับสามีทำให้วธุการู้สึกอึดอัดต่อเื่นี้เป็อย่างมากเหมือนกับว่าการแต่งงานของเธอได้นำปัญหามาสู่สามีวิเนตย์คงจะมองเธอเป็เหมือนภาระอันหนักอึ้งซึ่งเขาจะโยนทิ้งในตอนนี้ไม่ได้เพราะต้องรอให้ครบกำหนดหนึ่งปีตามที่ตกลงกันเอาไว้แล้วภาพของสามีที่เข้าไปในห้องนอนของลูกสาวก็ยังคงมีให้เห็นให้ชินสายตาทิ่มตำหัวใจในแต่ละวันกลายเป็ความอ่อนล้าที่ก่อเกิดขึ้นในหัวใจ พลอยทำให้ร่างกายอ่อนแรงตามไปด้วย
“คุณวาทรู้ตัวไหมว่าคุณดูไม่เหมือนเดิมเลย”วันหนึ่งสามีก็เอ่ยถามในเื่นี้ขึ้นหลังจากบทรักในค่ำคืนได้จบลง
“ไม่เหมือนเดิมยังไงคะฉันว่าฉันเหมือนเดิมทุกอย่างนะคะ”คนที่นอนหันหลังให้เขาตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ยังหอบสั่น
“ไม่จริงหรอกคุณวาทคุณมีเื่อะไรไม่สบายใจใช่ไหมถึงได้เงียบๆ ซึมๆ ไปแบบนี้คนงานทั้งรีสอร์ตยังดูออก มีอะไรหนักใจบอกผมได้นะอย่าลืมว่าผมเป็ผัวคุณนะไม่ใช่คนอื่น” คนเป็สามีรั้งร่างภรรยาเข้ามาแนบอกััได้ถึงลมหายใจที่ยังหอบเหนื่อยอยู่ด้วยกันทั้งคู่
“คุณวิเนตย์ถ้าคุณป้าไม่คืนเงินคุณจริงๆคุณจะโกรธฉันไหมคะ” นานพอสมควรกว่าวธุกาจะเอ่ยออกมา
“ทำไมผมต้องโกรธคุณด้วยไม่ได้เกี่ยวกับคุณเลยเื่นี้” ชายหนุ่มพูดแล้วก็ก้มลงจูบหัวไหล่เนียนหนักๆ
“ก็ฉันเป็ต้นเหตุคุณบอกว่าให้ยืมเพราะคุณป้าบอกว่าทางโน้นมีบุญคุณกับฉันเหมือนฉันเอาปัญหามาโยนใส่คุณทำให้ลำบากใจในเื่นี้”อีกคนยังมีน้ำเสียงไม่มั่นใจ
“ดูคุณจริงจังกับเื่นี้มากเลยนะคุณวาทถึงเขายืมแต่ไม่มีอะไรมาค้ำผมก็ไม่ให้อยู่ดี แต่นี่เพราะมีโฉนดมาค้ำผมถึงยอมส่วนเื่คุณอย่าเข้าใจผิดว่าเพราะคุณผมถึงยอม ก็แค่ส่วนเล็กๆ ในการตัดสินใจ”
“อ้อเหรอคะ งั้นฉันควรสบายใจได้แล้วสินะ”
“ถูกแล้วคุณจะมานั่งซึมเศร้าอยู่ทำไมเงินก็เงินผมถ้าไม่มีคืนผมก็ยึดที่ เื่ง่ายๆ แบบนี้อย่าเอามาใส่ใจเลยคุณวาทหมู่นี้ดูคุณไม่ค่อยมีความสุขเลยนะ”
“เอ่อ”
“เวลาทำรักคุณบนเตียงคุณเหม่อลอยไปไหนคุณวาท คุณมีอารมณ์ร่วมด้วยหรือเปล่าผมถามจริงๆ”คนถามกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น ก่อนจะดันอีกคนให้หันหน้ามามองกัน วิเนตย์ใช้นิ้วดันคางของภรรยาให้เงยขึ้นมองสบสายตากันเขาเห็นเพียงความหวาดหวั่นในดวงตาคู่สวยที่นับวันก็ยิ่งจะประหม่ามากขึ้น
“ชีวิตคู่ของเรามันกำลังจะสิ้นสุดลงฉันเอ่อ...” หญิงสาวเอ่ยเบาๆ แล้วดันมือเขาออก
“คุณวาทอย่าบอกนะว่าคุณนับวันตั้งตารอ” แววตาของวิเนตย์หม่นลงหลังได้ยินสิ่งที่ภรรยาเอ่ยออกมา
“ไม่ใช่สักหน่อยฉันไม่ได้นับวันรอแต่ว่าวันเวลามันผ่านไปเร็วจริงๆ” พูดแล้วก็ถอนหายใจออกมาดังๆ
“คุณก็ไม่ต้องไปยึดมันสิคุณวาทปล่อยมันไปตามธรรมชาติ เราไม่ต้องหย่ากันภายในหนึ่งปีก็ได้”
“แต่ฉันอยากมีครอบครัว”
“แล้วผมไม่ใช่เหรอ”คำพูดของสามีทำให้วธุกาต้องหลับตาลงแน่นแม้แต่วันนี้เขาก็ยังสวมถุงยางอนามัยในการร่วมรักทุกครั้งที่เห็นหัวใจก็เจ็บยอกไปหมดเพราะไม่มีคืนไหนที่เขาลืมนั่นแปลว่าเขายังยึดมั่นในกฎเกณฑ์ที่เขาตั้งขึ้นก่อนแต่งงานอย่างเคร่งครัด
“ฉันอยากมีลูก”พูดแล้วหยุดนิ่งเพื่อรอฟังว่าเขาจะพูดอะไรออกมาเหมือนคำพูดของเธอจะเป็เื่เลวร้ายสำหรับเขา
“เื่นี้ผมให้ไม่ได้คุณก็รู้ผมมีลูกสาวแล้วน่ารักด้วย”วิเนตย์พูดแล้วก็อดยิ้มไม่ได้เมื่อนึกถึงเ้าตัวน้อยที่วิ่งเล่นไปมาภายในบ้าน
“แต่แกตายไปแล้วนะคะรวมถึงเมียของคุณด้วยทำไมคุณถึงไม่ลืมมันเสียทีแต่งงานกับฉันมาครึ่งปีนี้นอนกอดฉันอยู่ทุกวันคุณไม่รู้สึกรู้สาอะไรบ้างเหรอคะ”หญิงสาวพูดจบอีกคนก็แววตากระด้างขึ้นในทันที
“นี่ใช่ไหมเหตุผลที่ทำให้คุณแข็งเป็ท่อนไม้ตอนอยู่บนเตียง”
“ฉัน...”
“เราจะไม่พูดเื่นี้กันอีกแล้วคุณอย่าลืมกฎสามข้อที่ผมตั้งขึ้นนะคุณวาท”
เหมือนการแตะอดีตของเขาเป็เื่ต้องห้ามวิเนตย์ออกอาการทุกครั้งที่เธอเผลอพูดมันออกไปทั้งที่รู้ว่าเื่นี้ห้ามยุ่งแต่ว่าบางครั้งเธอก็อยากจะย้ำว่าคนตายไม่อาจฟื้นเธอสิคือปัจจุบันอย่าแสร้งทำเป็มองไม่เห็นว่าเธอมีตัวตนอยู่ตรงนี้
นั่นคือจุดเริ่มต้นแห่งความหมางเมินระหว่างกันเมื่อหัวใจไม่มีความสุขร่างกายก็ต่อต้านไปด้วย ทุกครั้งที่มีความสัมพันธ์กันวธุกามักจะเกิดความรู้สึกเจ็บเพราะขาดอารมณ์ร่วมจนบางคืนวิเนตย์ต้องหยุดกลางคันเพราะทนเห็นสีหน้าทุกข์ทรมานของภรรยาไม่ได้
“ไม่เป็ไรคุณวาทไม่ต้องฝืนหรอกผมเข้าใจ” ชายหนุ่มถอยห่างออกแล้วนอนแหงนหน้ามองเพดานในดวงตาคู่คมเข้มกำลังบอกว่าเขามีเื่บางอย่างที่ต้องคิดอยู่
“ฉันขอโทษนะคะที่เป็อย่างที่คุณ้าไม่ได้”คนรู้สึกผิดเอ่ยออกมาอย่างเสียใจ
“ไม่เป็ไรเอาไว้คราวหน้าก็ได้คุณวาท ใครจะทำลงตอนคุณเจ็บแบบนั้น มานี่มานอนกันเถอะ”วิเนตย์ขยับตัวเข้ามากอดภรรยาหอมแก้มนุ่มฟอดหนักๆ แล้วปิดไฟตรงหัวเตียงต่างคนต่างคิดไปต่างๆ นานา รอยยิ้มของทั้งคู่ได้เลือนหายไปจากชีวิตใน่เวลานี้