จอมราชันย์อัสนี (Lightning Sovereign):

    ตอนที่ 83: คลื่นใต้น้ำและเงื่อนงำอันตราย

    ตอนที่ 83: คลื่นใต้น้ำและเงื่อนงำอันตราย 

    หลายวันผ่านพ้นไปนับตั้งแต่ เฉิน ฮ่าวหราน ก้าวสู่ขอบเขตอันสูงสุดของขั้นก่อลมปราณ ชีวิตภายในตำหนักเมฆาครามผิวเผินอาจดูเหมือนกลับสู่ความปกติ ทุกอย่างดำเนินไปตามตารางเวลาและกิจวัตรประจำวัน แต่ลึกลงไปภายใต้ความสงบนั้น เขากลับสัมผัสได้ถึง "คลื่นใต้น้ำ" ที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบและน่าหวาดหวั่น บรรยากาศที่ดูปกติสุขนี้ มันช่างเปราะบางและแฝงเร้นไว้ด้วยอันตรายที่มองไม่เห็น.

    ประสาทสัมผัสทั้งห้าที่ เฉียบคม ขึ้นอย่างมหาศาลในระดับพลังใหม่ ทำให้เขาสามารถรับรู้รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ รอบตัวที่คนทั่วไป หรือแม้แต่ตัวเขาเองในอดีต อาจจะมองข้ามไปได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น เขาสามารถได้ยินเสียงลมหายใจแผ่วเบาของศิษย์ที่อยู่ห้องถัดไป สัมผัสถึงกลิ่นอายพลังงานจางๆ ที่ศิษย์พี่บางคนทิ้งไว้ตามทางเดิน หรือแม้แต่แยกแยะอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้สีหน้าเรียบเฉยของผู้คนที่เดินสวนกันได้ดีขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ความทรงจำอัน เลวร้าย จากการเผชิญหน้ากับกลุ่ม "เงาอสูร" สวมหน้ากากในเหมืองร้าง การถูกจิตสัมผัสระดับสูง สอดส่อง ถึงห้องพัก และคำเตือนระดับสูงสุดจากระบบมรดก ก็ได้ฝัง ความหวาดระแวง ลงไปในส่วนลึกของจิตใจเขาอย่างไม่อาจลบเลือน! กลายเป็นหนามแหลมที่คอยทิ่มแทงความรู้สึกอยู่ตลอดเวลา.

    ทุกย่างก้าวที่เขาเดินไปตามทางเดินหินอันคุ้นเคยภายในตำหนัก ทุกสายตาที่เหลือบมองมา ไม่ว่าจะเป็นศิษย์พี่ที่เดินสวนไปอย่างเร่งรีบ ศิษย์น้องที่กำลังจับกลุ่มพูดคุยกัน หรือแม้แต่คนรับใช้ที่กำลังกวาดใบไม้ร่วง ล้วนทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังถูก จับตามอง อย่างใกล้ชิด! ราวกับว่าทุกการเคลื่อนไหวของเขาตกอยู่ในสายตาของใครบางคน! เสียงลมที่พัดผ่านช่องหน้าต่างในยามค่ำคืนที่เคยฟังดูสงบ บัดนี้กลับฟังดูคล้ายเสียง ฝีเท้า ที่ย่องเข้ามาใกล้! เงามืดตามมุมห้องที่เคยดูธรรมดา บัดนี้กลับดูเหมือนจะมี ใครบางคน ซ่อนตัวอยู่ภายใน รอคอยจังหวะที่จะลงมือ!

    เขารู้ดีแก่ใจว่านี่อาจจะเป็นเพียง ความหวาดระแวง ที่เกิดจากความเครียดและความกดดันที่สะสม แต่เขาก็ ไม่กล้า ที่จะประมาทแม้แต่วินาทีเดียว! ในโลกของผู้ฝึกตนที่เต็มไปด้วยอันตรายรอบด้าน ความประมาทเพียงเสี้ยววินาทีก็อาจหมายถึงความตาย! เขาจึงต้องใช้ "การผนึกเสียงสะท้อน" อย่างต่อเนื่องในระดับที่ละเอียดอ่อนที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อ กด กลิ่นอายพลังอัสนีบรรพกาลอันเป็นเอกลักษณ์และเสียงฝีเท้าของตนเองไว้ตลอดเวลา แม้จะทำให้สิ้นเปลืองพลังจิตอยู่บ้างและต้องคอยรักษาสมาธิอยู่เสมอ แต่ความปลอดภัยย่อมสำคัญกว่าสิ่งใด เขาหลีกเลี่ยงการรวมกลุ่มพูดคุยกับศิษย์คนอื่นโดยไม่จำเป็นอย่างสิ้นเชิง ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับการ ฝึกฝน อย่างเงียบเชียบภายในห้องพัก หรือทำภารกิจดูแลสวนสมุนไพรอย่าง สงบเสงี่ยม เท่านั้น พยายามทำตัวให้ จืดจาง ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้.

    ในสวนสมุนไพร สถานที่ที่เขาเคยรู้สึกผ่อนคลายและได้เรียนรู้มากที่สุด เขาก็ยังคงตั้งใจทำงานและสังเกตการณ์การดูแลสมุนไพรวิญญาณของศิษย์พี่หลี่เฉิงผู้ลึกลับเช่นเคย เขายังคงซึมซับความรู้เรื่องพืชสมุนไพรและสัมผัสกับพลังชีวิตอันบริสุทธิ์ แต่เขาก็อดสังเกตไม่ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ในตัวศิษย์พี่หลี่ ระยะหลังนี้ ศิษย์พี่หลี่ดู เหม่อลอย และมีสีหน้า ครุ่นคิด อย่างลึกซึ้งบ่อยครั้งขึ้น ซึ่งผิดจากปกติที่มักจะดูง่วงงุนแต่ก็สงบนิ่งและจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้า หรือนี่เขาจะคิดมากไปเองอีกแล้ว? ความผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ นี้ยิ่งเพิ่มความไม่สบายใจให้เขา เขาไม่กล้าที่จะเอ่ยปากถาม ได้แต่เก็บความสงสัยนี้ไว้ในใจเงียบๆ และเพิ่มความระมัดระวังตัวมากขึ้นไปอีก.

    แต่แล้ว ความรู้สึกถึงลางร้ายที่เกาะกุมจิตใจเขาก็ดูเหมือนจะมีมูลความจริง เมื่อเขาเริ่มได้ยิน ข่าวลือ แปลกๆ ที่น่ากังวล แพร่สะพัดอย่างรวดเร็วและหนาหูขึ้นเรื่อยๆ ในหมู่ศิษย์ชั้นนอก.

    "เจ้าได้ยินเรื่องล่าสุดหรือยัง? เกี่ยวกับศิษย์กลุ่มปฐพีเหลืองสองคนที่รับภารกิจไปเก็บ 'หญ้าพันปี' ที่ป่าหมอกทมิฬน่ะ หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเลยนะ!" เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นอย่างตื่นตระหนกที่โต๊ะข้างๆ ในโรงอาหาร.

    "ข่าวถึงหูข้าแล้วเหมือนกัน! น่ากลัวจริงๆ! นี่มันสามวันเต็มๆ แล้วนะที่พวกเขาหายไป ศิษย์พี่จากหอลงทัณฑ์และหน่วยลาดตระเวนพิเศษออกไปตามหาจนแทบจะพลิกป่าแล้ว แต่ก็ยัง ไร้วี่แวว โดยสิ้นเชิง! เหมือนกับหายวับไปกับตาเลย!"

    "ข้าว่าไม่แคล้วต้องโดนอสูรร้ายระดับสูงแถวนั้นลากไปกินแน่ๆ ไม่เห็นรึว่าช่วงนี้อสูรในเขตชั้นนอกมันดุร้ายและอาละวาดหนักขึ้นผิดปกติจริงๆ ข้าเองก็เกือบเอาตัวไม่รอดตอนไปเก็บสมุนไพรริมชายป่าเมื่ออาทิตย์ก่อน" ศิษย์อีกคนเสริมด้วยสีหน้าหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด.

    "แต่ข้าได้ยินมาไม่เหมือนกันนะ..." ศิษย์คนที่สามซึ่งดูเหมือนจะมีเส้นสายอยู่บ้าง ลดเสียงลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ ทำท่าทางลึกลับ "ข้ามีสหายสนิทคนหนึ่งอยู่ในหน่วยลาดตระเวน เขาแอบกระซิบบอกข้ามาว่า ที่บริเวณชายป่าทิศตะวันตก ใกล้ๆ กับเหมืองร้างเก่านั่นน่ะ พวกเขาพบ ร่องรอยการต่อสู้ ที่ แปลกประหลาด และ น่ากลัว มาก! มันดู รุนแรง มากก็จริง พื้นดินแถวนั้นพังยับเยิน ต้นไม้หักโค่น แต่กลับไม่เหมือนฝีมืออสูรทั่วไปเลยแม้แต่น้อย! ไม่มีร่องรอยกรงเล็บหรือเขี้ยวขนาดใหญ่ ไม่มีกลิ่นสาบอสูรที่รุนแรง แต่กลับพบร่องรอยของ... พลังปราณ ที่คมกล้า และ เศษเสี้ยวอาวุธ! เหมือนจะเป็นฝีมือของ... คน มากกว่า! แถมยังเป็นการต่อสู้ที่ดูเหมือนจะจบลงอย่างรวดเร็วและ โหดเหี้ยม!"

    "คนรึ! เป็นไปได้อย่างไร! ใครมันจะ บ้าบิ่น และ อุกอาจ ถึงขนาดกล้ามาสร้างเรื่องฆ่าฟันกันในเขตอิทธิพลของสถาบันเทียนซวนอันยิ่งใหญ่ของเรากัน!" ศิษย์คนแรกแทบไม่เชื่อหู.

    "ข้าก็ไม่รู้สิ! แต่สหายข้าบอกว่าร่องรอยมันดู น่าสะพรึงกลัว มาก เหมือนเป็นการ สังหารหมู่ อย่างเลือดเย็น! แล้วก็มีกลิ่นอายพลังงานประหลาดๆ ที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนตกค้างอยู่ด้วย พวกศิษย์พี่ในหน่วยกำชับมานักหนาว่าให้พวกเราระวังตัวกันมากขึ้นเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเวลาออกไปทำภารกิจนอกตำหนักคนเดียวในช่วงนี้ อย่าไว้ใจใครง่ายๆ แม้แต่ศิษย์ด้วยกันเอง!"

    ข่าวลือเหล่านี้ยิ่งทำให้ฮ่าวหรานรู้สึก เย็นวาบ ไปถึงไขสันหลัง! จิตใจหนักอึ้ง! ป่าหมอกทมิฬ... ชายป่าทิศตะวันตก... บริเวณนั้นมันอยู่ ไม่ไกล จากเหมืองวิญญาณร้างที่เขาเพิ่งไปเผชิญหน้ากับกลุ่มคนชุดดำสวมหน้ากากมา! หรือว่าเรื่องราวเหล่านี้จะเป็นฝีมือของพวกมัน? พวกมันยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในบริเวณใกล้เคียงนี้? หรือว่าจะเป็นกลุ่มอำนาจมืดกลุ่มอื่นที่แฝงตัวเข้ามาในเขตสถาบัน? เป้าหมายที่แท้จริงของพวกมันคืออะไรกันแน่? หรือว่า... พวกมันกำลังตามหาเขา!?

    เขารีบกลืนอาหารในปากลงคออย่างฝืดเฝื่อน ลุกออกจากโรงอาหารทันที เขาลองไปหาฟางเจี๋ย ซึ่งดูเหมือนจะเริ่มปรับตัวเข้ากับงานพิเศษที่ได้รับมอบหมายได้แล้ว หน้าตากลับมามีสีเลือดฝาดขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังคงมีแววเหนื่อยล้าปรากฏอยู่.

    "สหายฟาง ท่านพอจะได้ยินข่าวลือเรื่องศิษย์ที่หายตัวไป หรือเรื่องร่องรอยการต่อสู้ประหลาดบ้างหรือไม่?" ฮ่าวหรานลองหยั่งเชิงถามอย่างระมัดระวังที่สุด.

    "ได้ยินสิ! ได้ยินมาเต็มสองหูเลย!" ฟางเจี๋ยหน้าซีดลงเล็กน้อยทันทีที่ได้ยินคำถาม "มันน่ากลัวมากๆ เลยนะสหายเฉิน! ข้าเองก็เพิ่งกลับมาจากเก็บกวาดเศษใบไม้แถวลานฝึกตะวันออก เห็นพวกศิษย์พี่หน่วยลาดตระเวนพิเศษเดินกันขวักไขว่ไปหมดเลย แถมแต่ละคนยังทำหน้า เคร่งเครียด อย่างกับกำลังจะไปออกรบ! พวกเขา เพิ่มความเข้มงวด ในการตรวจตราคนเข้าออกตำหนักมากกว่าเดิมหลายเท่าเลยนะ! ข้าเองยังเกือบโดนเรียกซักถามตั้งหลายรอบ กว่าจะอธิบายได้ว่าเป็นแค่ศิษย์กลุ่มเมฆขาวที่มาทำงานพิเศษ ดีนะที่ศิษย์พี่เวรยามจำหน้าข้าได้ ไม่งั้นคงโดนสอบสวนยาวแน่ๆ เลย!"

    'เพิ่มการตรวจตราเข้มงวด...' ข้อมูลจากฟางเจี๋ยยิ่งตอกย้ำความคิดของฮ่าวหราน! มี บางอย่าง ที่ไม่ปกติเกิดขึ้นจริงๆ! และดูเหมือนว่าทางสถาบันเองก็คงจะ รับรู้ ถึง ภัยคุกคาม บางอย่างแล้ว! แต่ยังคงพยายามปิดข่าว หรือยังไม่ต้องการให้ศิษย์ทั่วไปเกิดความตื่นตระหนกมากเกินไป!

    ความรู้สึก ไม่ปลอดภัย นี้ มัน กัดกิน และ บีบคั้น จิตใจของฮ่าวหรานอย่างรุนแรง! เขาไม่อาจรอให้ภัยมาถึงตัวโดยไม่เตรียมการอะไรเลย! เขาต้อง เตรียมพร้อม รับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่จะทำได้! ด้วยทรัพยากรทั้งหมดที่เขามีอยู่อย่างจำกัด! เขายังเหลือแต้มอุทิศจากการทำภารกิจดูแลสวนสมุนไพรสะสมมาเพียงน้อยนิด (ประมาณ 15-20 แต้ม) แต่มันก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย เขาตัดสินใจมุ่งหน้าไปยัง หอพัสดุและแลกเปลี่ยน อีกครั้งอย่างรวดเร็ว.

    คราวนี้ เป้าหมายของเขาไม่ใช่โอสถฟื้นฟูพลัง แต่เป็น ยันต์ และ อุปกรณ์ป้องกันตัว หรืออุปกรณ์ที่จะช่วยให้เขา หลบหนี ได้ในยามคับขัน! เขาใช้แต้มอุทิศทั้งหมดที่มีอย่าง รอบคอบ และ คุ้มค่า ที่สุด แลก "ยันต์เตือนภัยระดับต่ำ" ที่ทำงานด้วยการตรวจจับจิตสังหารหรือระดับพลังที่สูงกว่า มาสามแผ่น (เพียงพอสำหรับประตูและหน้าต่างห้องพัก) และแลก "ธูปอำพรางกลิ่นอาย" คุณภาพดีกว่าเดิมที่เขาเคยใช้ มาหนึ่งห่อเล็กๆ ซึ่งน่าจะช่วย ปิดบัง กลิ่นอายพลังปราณและพลังอัสนีบรรพกาลอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาได้ดีขึ้นในยามจำเป็น เขายังไม่ลืมที่จะใช้เหรียญเงินทั้งหมดที่เหลืออยู่จากการขายหนังกระต่ายในครั้งก่อน ซื้อ "ผงพริกไทยผสมยาพิษคันระดับอ่อน" และ "ลูกเหล็กหนามขนาดเล็ก" ที่อาบยาชา จำนวนหนึ่ง จากร้านค้าลับๆ ที่ศิษย์บางคนแอบลักลอบเปิดท้ายขายของกันในมุมมืดของตำหนัก แม้จะเป็นเพียงอาวุธลับระดับต่ำและอาจจะดูน่าขบขันในสายตาของยอดฝีมือ แต่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน มันก็อาจจะช่วย สร้างจังหวะ เพียงเสี้ยววินาทีในการหลบหนี หรือ เบี่ยงเบนความสนใจ ของศัตรูได้บ้าง! ทุกอย่างล้วนมีประโยชน์ในยามคับขัน!

    เมื่อกลับถึงห้องพักอันปลอดภัย (อย่างน้อยก็ในตอนนี้) เขาก็วางยันต์เตือนภัยไว้ที่ประตูและหน้าต่างอย่างแนบเนียนที่สุด ซ่อนมันไว้ในจุดที่ยากจะสังเกตเห็น เขาลองจุดธูปอำพรางกลิ่นอายดู พบว่ามันให้กลิ่นหอมจางๆ คล้ายกับกลิ่นป่าสนหลังฝนตก ซึ่งช่วยกลบเกลื่อนพลังปราณที่อาจรั่วไหลออกมาโดยไม่ตั้งใจได้ดีพอสมควร และไม่น่าจะสร้างความสงสัยให้ใครได้ง่ายๆ.

    นอกจากการเตรียมอุปกรณ์ป้องกันตัวภายนอกแล้ว เขายังปรับเปลี่ยน แนวทางการฝึกฝน ของตนเองเล็กน้อยอย่างมีสติ แม้เป้าหมายสูงสุดยังคงเป็นการทะลวงสู่ขั้นสร้างรากฐาน แต่ในช่วงเวลาที่รู้สึกถึงอันตรายรอบด้านเช่นนี้ เขาให้ความสำคัญกับการฝึกฝนทักษะที่จะช่วย "เอาชีวิตรอด" และ "ปกปิดตัวตน" มากขึ้น เขาเน้นฝึกฝน "การผนึกเสียงสะท้อน" ไม่ใช่แค่เพื่อการอำพรางตัว แต่ยังฝึกการประยุกต์ใช้ในการ รบกวน ประสาทสัมผัสของเป้าหมายในระยะใกล้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และฝึก "ก้าวย่างประกายสายฟ้า" โดยเน้นไปที่ ความเร็วสูงสุด ในการ หลบหนี การ เปลี่ยนทิศทาง อย่างฉับพลัน และการเคลื่อนไหวในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อน เขาใช้เวลาฝึกฝนสองทักษะนี้ควบคู่กันไปอย่างเข้มข้นในห้องพัก พยายามทำให้มันกลายเป็น สัญชาตญาณ ที่สามารถใช้ออกมาได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านการคิด!

    เขายังคงแบ่งเวลาส่วนหนึ่งในการศึกษา "แผ่นโลหะสีดำ" หรือ "เกล็ดผนึกทมิฬ" อยู่เป็นระยะ เขาสัมผัสได้ถึงความ ลึกลับ และ พลังงานผนึก อันเก่าแก่ที่แฝงอยู่ภายใน เขาทบทวน อักขระใหม่ ที่เขาเห็นปรากฏขึ้นมาชั่วขณะนั้นในใจ พยายามจดจำและทำความเข้าใจ เขาลองใช้ "จิตวิญญาณ" ที่แข็งแกร่งขึ้นในระดับขั้นสูงสุด สัมผัสเข้าไปในโครงสร้างพลังงานภายในอย่างระมัดระวังและอดทน คราวนี้เขารู้สึกว่าสามารถ "มองเห็น" หรือ "รับรู้" ถึง โครงสร้างพลังงาน ที่ ซับซ้อน ดุจแผนภาพดวงดาวอันไร้ที่สิ้นสุดของมันได้ ชัดเจน ขึ้นอีกเล็กน้อย! และรู้สึกถึง "ความเชื่อมโยง" อันลึกลับบางอย่างระหว่าง อักขระ บนแผ่นโลหะกับ พลังงานอัสนีบรรพกาล ในร่างของเขาได้อย่าง ชัดเจน ขึ้น! แต่มันก็ยังคงเป็น ปริศนา ที่ ยากเกินกว่า จะไขความให้กระจ่างได้ในตอนนี้! ต้องรอให้เขามีความรู้หรือแต้มมรดกมากกว่านี้!

    คืนนั้น ฮ่าวหรานนั่งทำสมาธิอยู่กลางห้องพักที่ปิดสนิท ยันต์เตือนภัยรอบห้องยังคง เงียบสงบ ไร้ซึ่งการตอบสนองใดๆ แต่ ความรู้สึก ถึง อันตราย ที่ ใกล้เข้ามา กลับ ชัดเจน และ หนักหน่วง ยิ่งขึ้นในใจ! มันเหมือนกับความรู้สึกกดดันก่อนที่พายุลูกใหญ่จะพัดกระหน่ำ! เขาไม่รู้ว่าภัยคุกคามนั้นจะมาจากทิศทางใด... จะเป็นกลุ่มเงาอสูรลึกลับจากเหมืองร้างที่อาจจะตามรอยเขามาจนถึงสถาบัน? หรือจะเป็นการจับตามองจากคนภายในสถาบันเองที่สงสัยในพลังที่เขาเปิดเผยออกไป? หรืออาจจะเป็นบางสิ่งที่เขาคาดไม่ถึงเลยก็เป็นได้! แต่เขาก็รู้ดีว่า... ความสงบสุขจอมปลอม นี้กำลังจะ สิ้นสุดลง ในไม่ช้า... เขาต้อง เตรียมพร้อม! เตรียมพร้อมสำหรับ พายุ ที่กำลังจะพัดเข้ามา! ไม่ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับอะไรก็ตาม!

    (จบตอนที่ 83 )