บทที่ 30 เธอไปสถานีวิทยุเหรอ?
“แม่!”
ฮั่วฟางฟางลากเสียงยาวอย่างไม่พอใจ
“จักรยานคันนี้พี่ชายแกซื้อมาเอง โรงเรียนแกก็อยู่ใกล้แค่นี้ ไม่เห็นต้องปั่นจักรยานไปเลย ถ้าอยากได้จริงๆ เดี๋ยวพ่อกับแม่พาไปซื้อใหม่”
แน่นอนว่าหวู่เพ่ยหลานต้องรักลูกสาวตัวเองอยู่แล้ว แต่ถึงจะรักยังไงก็ต้องว่ากันไปตามเหตุผล จางจิงจิงอุตส่าห์สัมภาษณ์เข้าสถานีวิทยุได้ ถ้าไปสายหัวหน้าคงจะมองไม่ดีแน่
ฝ่ายคุณพ่อฮั่วเองก็รู้สึกว่าลูกสาวทำเกินเหตุ จึงดึงฮั่วฟางฟางออกไปก่อนจะหันมาบอกกับจางจิงจิงว่า “รีบไปเถอะ เดี๋ยวไปสาย”
ในใจจางจิงจิงเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง ในเวลานี้เองเธอถึงได้เข้าใจถึงความสำคัญของการที่พ่อแม่สามีมีเหตุผล
ถ้าหากคุณฮั่วพ่อกับคุณแม่ฮั่วเป็นคนไม่ฟังเหตุผล แล้วยังมีน้องสามีเอาแต่ใจแบบนี้อีก ชีวิตของเธอคงวุ่นวายไม่หยุดแน่
“ขอบคุณค่ะพ่อแม่ งั้นหนูไปก่อนนะคะ”
ก่อนไปจางจิงจิงยังนั่งลงลูบผมเจ้าตัวเล็ก ฮั่วเสี่ยวฉวนอีกด้วย
จางจิงจิงปั่นจักรยานมาถึงสถานีวิทยุอย่างรวดเร็ว และรีบขึ้นไปรายงานตัว ทุกคนที่นี่ต่างร่ำลือกันว่าวันนี้จะมีเพื่อนร่วมงานใหม่ แถมยังเป็นเด็กเส้นอีกต่างหาก พวกเขาเลยยิ่งอยากรู้อยากเห็น
จางจิงจิงไม่มีนาฬิกาติดตัว จึงได้แต่กะเวลาคร่าวๆ พอมาถึงห้องทำงานก็เหลือบไปเห็นนาฬิกา ถึงได้รู้ว่าตัวเองมาไม่สาย เลยถอนหายใจด้วยความโล่งอก
หัวหน้าเฉินพาหญิงสาวไปที่ห้องทำงาน "นี่พี่สาวหวู่ ต่อไปนี้เธอก็ฟังคำสั่งงานจากพี่สาวหวู่นะ"
จางจิงจิงโค้งคำนับทักทายพี่สาวหวู่ที่ไว้ผมสั้น หลังจากนั้นหัวหน้าเฉินก็ขอตัวไป
ในห้องทำงานมีคนนั่งอยู่ไม่น้อย ส่วนใหญ่ยังหนุ่มสาว ทั้งผู้หญิงผู้ชายต่างก็มองมาที่หญิงสาวด้วยความสนใจ
"ในเมื่อเธอมาทำงานที่สถานีวิทยุแล้ว ต่อไปนี้ก็เป็นเพื่อนร่วมงานกันแล้วนะ แนะนำตัวหน่อยสิ"
จางจิงจิงไม่ได้ประหม่าแม้แต่น้อย ทักทายทุกคนอย่างเป็นกันเอง บอกชื่อและประวัติคร่าวๆ
ทุกคนต่างก็รู้สึกชื่นชมหลังจากที่ได้ฟัง
พูดตามตรง พวกเขาส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นคนมีการศึกษาดี ได้รับการศึกษาที่ดีจึงได้มีโอกาสเข้ามาทำงานที่สถานีวิทยุ เพราะที่นี่เงินเดือนดีอีกด้วย ในยุคที่คนทั่วไปได้เงินเดือนแค่สามสิบหยวน ผู้ประกาศข่าวกลับได้ตั้งห้าสิบหยวน แถมยังมีเงินพิเศษต่างๆ อีกมากมาย
หลังจากที่พี่สาวหวู่ออกไป ทุกคนก็พากันมามุงจางจิงจิง และถามว่าเธอฝึกฝนตัวเองมาได้อย่างไร
จางจิงจิงก็ได้แต่โกหกหน้าตาเฉย หลอกคนพวกนี้ไปเรื่อย
ขณะที่หญิงสาวยิ้มพูดคุยกับทุกคนอย่างออกรส ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่มุมห้องขมวดคิ้ว ‘จางจิงจิง’ ทำไมชื่อนี้ถึงฟังดูคุ้นหูอย่างนี้? เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน
หวังลี่น่าขมวดคิ้วครุ่นคิด ทันใดนั้นเธอก็นึกอะไรบางอย่างออก
เธอเคยได้ยินจางจือจือเล่าให้ฟังว่ามีพี่สาวบ้านนอกมาหาที่บ้าน นิสัยน่ารังเกียจดูเหมือนคนๆ นั้นจะชื่อ ‘จางจิงจิง’
ปกติจางจือจือต้องไปโรงเรียน เธอมาทำงานพิเศษที่สถานีวิทยุ กว่าจะเข้ามาทำงานที่นี่ได้ก็ต้องวิ่งเต้นฝากฝังกัน จึงได้รับโอกาสในการเรียนรู้ ซึ่งโดยปกติงานหลักๆ ของเธอคือคอยช่วยเหลือคนอื่น
วันนี้ตอนเช้าเธอไม่ได้มา น่าจะมาตอนบ่าย
ผลการเรียนของเธอปานกลาง ปีหน้าก็จะต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว เวลาเรียนก็ไม่ค่อยจะมี
ตอนเช้าจางจิงจิงได้ทำความคุ้นเคยกับสถานที่ทำงานใหม่ พอตกบ่ายพี่สาวหวู่ก็พาไปที่ห้องกระจายเสียงเพื่ออธิบายลักษณะงาน
ที่นี่เป็นสถานีวิทยุที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง มีการกระจายเสียงตลอด 24 ชั่วโมง มีรายการมากมาย
เสียงของจางจิงจิงไพเราะ ฟังแล้วให้ความรู้สึกสงบร่มเย็น พี่สาวหวู่ให้เธอเรียนรู้งานไปก่อนสองสามวัน แล้วค่อยให้รับผิดชอบรายการใดรายการหนึ่งไปเลย
ทุกวันสถานีวิทยุจะมีเนื้อหาการกระจายเสียงที่แน่นอน แต่บางครั้งก็...
รายการที่ออกอากาศในช่วงเวลาต่างกัน รายการช่วงกลางวันค่อนข้างดีกว่า ส่วนช่วงกลางคืนค่อนข้างแย่กว่า
โดยทั่วไป รายการที่ดีมักจะจัดในช่วงกลางวัน แน่นอนว่าบางคนก็ชอบเข้ากะดึก เพราะอย่างน้อยก็มีค่าตอบแทนพิเศษ
จางจิงจิงไม่ได้หลงตัวเองว่าจะทำได้ดีทันที จึงตั้งใจเรียนอย่างจริงจัง
จางจือจือมาถึงในตอนบ่าย ช่วงเที่ยงที่บ้านทำหมูสามชั้นตุ๋นให้กิน เธออิ่มและมีความสุขมาก แม้แต่อารมณ์ก็ดีขึ้นมาก
หญิงสาวฮัมเพลงเข้ามาในสำนักงาน ยังไม่ทันได้พูดอะไรก็โดนหวังลี่น่าลากออกไป เห็นท่าทางแบบนี้จางจือจือก็ตกใจ
"เกิดอะไรขึ้น?"
"จือจือ พี่สาวบ้านนอกที่เธอเคยเล่าให้ฉันฟัง ชื่อจางจิงจิงใช่ไหม? สูง ผมยาวปานกลาง ตาโต ตาสามชั้น?"
พอได้ยินคำอธิบายของเพื่อน จางจือจือก็ตกใจ
"เธอรู้ได้ยังไงว่าหล่อนดูเป็นยังไง?"
"อุ้ย ตายแล้ว!" หวังลี่น่าร้องอย่างตกใจ เธอตบขาตัวเองดังปั๊ก "แย่แล้ว ใช่จริงๆ ด้วย!"
จางจือจือได้ยินก็งุนงงไปหมด "มันเกิดอะไรขึ้น? บอกมาสักทีสิ"
หวังลี่น่าเหลือบมองจางจิงจิงอย่างระแวดระวัง ครุ่นคิดว่าจะพูดอย่างไรดี
เห็นเพื่อนทำอ้ำๆ อึ้งๆ จางจือจือก็ยิ่งร้อนใจ "เธอพูดมาเร็วๆ สิ เกิดอะไรขึ้น เธอรู้ได้ยังไงว่าหล่อนหน้าตาเป็นยังไง? เธอไปรู้จักหล่อนได้ยังไง?" จางจือจือเริ่มรู้สึกไม่ดี และคว้าแขนเพื่อนอย่างร้อนรน
"ฉันบอกแล้วอย่าโกรธนะ คือยัยบ้านนอกที่เธอพูดถึงน่ะ หล่อนมาทำงานที่หน่วยงานเรา เป็นพนักงานประจำด้วยนะ เมื่อเช้าพี่สาวหวู่พาหล่อนไปเรียนรู้งานอยู่ อีกไม่นานก็คงทำงานเป็นแล้วล่ะ"
ตอนแรกทุกคนคิดว่าจางจิงจิงอาจจะมีเส้นสายอะไร ถูกคนใหญ่คนโตส่งมาแน่ๆ พวกเธอเลยอยากจะไปดูให้เห็นกับตา แต่ไม่คิดว่าฝีมือการกระจายเสียงของหล่อนจะดีขนาดนั้น พวกเธอเลยเถียงไม่ออก
"เธอพูดว่าไงนะ? จางจิงจิงมาทำงานที่สถานีวิทยุเหรอ?" จางจือจือเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง จางจิงจิงมันเป็นใครกัน ถึงได้มาทำงานที่สถานีวิทยุได้ หล่อนมันคู่ควรหรือไง!
"ใช่ มาถึงตั้งแต่เช้าแล้ว" หวังลี่น่าตอบ
"เป็นไปไม่ได้! เธอต้องเข้าใจผิดแน่ หล่อนเป็นแค่เด็กบ้านนอก จะไปเป็นผู้ประกาศได้ยังไง ไร้สาระน่า!”
แต่พูดยังไม่ทันขาดคำ จางจือจือก็เห็นพี่สาวต่างแม่เดินขึ้นมาจากชั้นล่าง พร้อมกับพูดคุยกับคนอื่นๆ อย่างอารมณ์ดี ทำเอาเธอถึงกับหน้าซีดเผือด
ไม่รอช้า จางจือจือก็ตะโกกเสียงดังลั่น "จางจิงจิง! แกมาทำอะไรที่นี่?!"
จางจิงจิงเงยหน้ามอง ไม่แปลกใจเลยที่จะเจออีกฝ่ายที่นี่ "ทำไมฉันจะมาที่นี่ไม่ได้?"
"จางจิงจิง! เลิกทำตัวเหลวไหลได้แล้ว ที่นี่ไม่ใช่ที่ของแก กลับไปซะ! อย่ามาทำให้ครอบครัวต้องอับอายขายหน้า!"
ณ เวลานี้จางจือจือแทบคลั่ง คิดไม่ถึงเลยว่าจางจิงจิงจะสอบติดเป็นผู้ประกาศของสถานีวิทยุ แล้วแบบนี้จะให้เธอเอาหน้าไปไว้ที่ไหน? ถ้าคนอื่นรู้เข้า เธอได้กลายเป็นตัวตลกแน่!
ที่ผ่านมาการที่เธอได้เข้ามาทำงานพิเศษและเรียนรู้งานที่สถานีวิทยุแห่งนี้ นับเป็นความภูมิใจของเธอมาตลอด โอ้อวดกับคนอื่นไปทั่วทั้งที่ยังเรียนอยู่แค่ชั้นมัธยมปลาย
ถ้าญาติพี่น้องรู้เข้าว่าแม้แต่เด็กบ้านนอกอย่างจางจิงจิงยังเก่งกว่าตน เธอคงจะกลายเป็นตัวตลกประจำวงตระกูลแน่ๆ
"ทำไมฉันจะอยู่ไม่ได้? ฉันผ่านการสัมภาษณ์เขาถึงรับเข้าทำงาน ฉันจะอับอายอะไรในเมื่อมันเป็นเรื่องจริง เธออย่าพูดมั่วๆ แบบนี้สิจางจือจือ เดี๋ยวคนอื่นได้ยินเขาจะคิดยังไง?"
จางจิงจิงพูดออกไปด้วยความรู้สึกสะใจแปลกๆ และโกรธเล็กน้อย
เอาจริงๆ แล้ว จางจือจือกับเธอก็นับว่าเป็นพี่น้องกันแท้ๆ แต่อีกฝ่ายกลับทำกับเธอได้แย่มาก ไร้ซึ่งความเคารพต่อกัน
ดีที่ฮั่วฉางชิงยังพอเป็นคนดีอยู่บ้าง ไม่งั้นเธอคงโดนพวกเขาหลอกจนตายแน่นอน!