อู๋เซิ่งมองหน้าของเมี่ยวอิงเยว่ตอนนี้เขาเกิดความคิดว่าเขาคิดผิดเพราะเมี่ยวอิงเยว่ในตอนนี้ไม่ได้ใกลเคียงกับศิษย์คนที่สามของเขาเลยไม่ได้เ็าและสง่างามอีกต่อไปแต่กลับเอาแต่ใจและไร้ยางอายมากกว่า
“ทำไมมองหน้าข้าแบบนี้หรือว่าเ้าคิดอะไรไม่ดีอยู่”เมี่ยวอิงเยว่ยกยิ้ม
“……” ใบหน้าของอู๋เซิ่งกลายเป็บิดเบี้ยวทันที
“ทำหน้าแบบนั้นหมายความว่ายังไงด้วยความงดงามของข้าอย่าบอกนะว่าเ้าไม่หวั่นไหว” เมี่ยวอิงเยว่กล่าว
“นี่เ้าไม่อายเลยงั้นเหรอเ้าถูกข้าเห็นร่างเปลือยมานะ” อู๋เซิ่งส่ายหัว
“ก็แค่เด็กน้อยเห็นทำไมข้าต้องถือสา”
“เ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าเป็เด็กแต่ก็เอาเถอะข้าไม่เถียงกับเ้าแล้ว”อู๋เซิ่งเดินออกจากถ้ำและพุ่งออกไปทันที
“เ้าเด็กนี่มันอะไรกันทำอย่างกับตัวเองเป็ตาแก่อย่างงั้นแหละ”เมี่ยวอิงเยว่ตามอู๋เซิ่งไปทันที
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ4 ปีก็ผ่านไป 4 ปีครึ่งที่ผ่านมาอู๋เซิ่งได้ออกจากตระกูลต้วนมาฝึกฝนอยู่คนเดียวขณะเดียวกันกิจการของตระกูลต้วนก็รุ่งเรืองมากขึ้นแม้สองตระกูลจะพยายามลอบโจมตีหรือหาเื่แต่ด้วยความแข็งแกร่งของตระกูลต้วนที่ค่อยๆเพิ่มขึ้นแม้แต่สองตระกูลก็เริ่มสู้ไม่ได้
“นี่เ้าฝึกแบบนี้มา 4 ปีแล้วนะข้าว่าเ้ากลับไปหุบเขาเฟยเซียงพร้อมกับข้าดีกว่า”เมี่ยวอิงเยว่กล่าว
สี่ปีมานี้นางอยู่กับอู๋เซิ่งตลอดนางไม่ได้กลับหุบเขาเฟยเซียงมา 4 ปีเต็มๆ และตลอด 4 ปีนางได้รับรู้อะไรหลายๆอย่างเกี่ยวกับอู๋เซิ่งมากรวมถึงคำชี้แนะบางอย่างด้วยทำให้นางไม่อยากกลับไปเพราะอยู่ข้างกายอู๋เซิ่งก็ทำให้นางได้รับประโยชน์เหมือนกัน
“4ปีแล้วงั้นเหรอ เวลาผ่านไปเร็วจริงๆกว่าข้าจะฝึกฝนกายาาขั้นที่ 2 สำเร็จแถมอาวุธใหม่ของข้าก็เสร็จพอดี”อู๋เซิ่งในตอนนี้มีอายุได้ 14 ปีเกือบ 15 ปีแล้วรูปร่างหน้าตาไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแต่เป็่วัยหนุ่มที่หล่อเหลา
“ข้าว่าการที่เ้าออกมานานขนาดนี้ตระกูลต้วนคงวุ่นวายกันแล้ว”เมี่ยวอิงเยว่กล่าว
“ไม่มีปัญหาหรอกข้าได้บอกพวกเขาเอาไว้แล้วว่าจะฝึกฝนอยู่ด้านนอกอย่างน้อย4 ปีเพราะสำหรับข้าการฝึกฝนในตระกูลมันวุ่นวายและมีสายตาจับจ้องมากเกินไปมันไม่สงบ”อู๋เซิ่งกล่าว
“ว่าแต่อาจารย์ของเ้าไปมาไร้ร่องรอยขนาดนี้เขาคงไม่ใช่เซียนธรรมดาใช่ไหม”เมี่ยวอิงเยว่กล่าวหลายครั้งที่อู๋เซิ่งแสดงทักษะและคำชี้แนะให้นางก็จะอ้างว่าอาจารย์ผู้ลึกลับเป็คนสอน
“ใครจะรู้เอาเถอะ ตอนนี้พลังบ่มเพาะของข้าก็มั่นคงมากพอแล้วแม้จะเพิ่มขึ้นมาเพียงแค่ 2ระดับแต่ทักษะอื่นๆล่วนได้รีบการปรับปรุงจนพัฒนาขึ้นมาก” อู๋เซิ่งกล่าว
“ว่าแต่ใบมีดบินทั้ง72 ใบของเ้ามันยังไงกัน ข้าไม่เคยเห็นงานสร้างแบบไหนที่ซับซ้อนแบบนี้มาก่อนมันสามารถผสานกันกลายเป็ดอกบัวได้และสามารถกลายเป็ใบมีดทั้ง 72 ใบได้อีก”เมี่ยวอิงเยว่มองดูดอกบัว 9ชั้นของอู๋เซิ่งที่ถูกสร้างมาจากแร่หายากที่อู๋เซิ่งรวบรวมมาตลอด 4ปีรวมถึงวัสดุจากร่างกายของสัตว์อสูรอีกด้วย
“น่าเสียดายที่พลังของข้าตอนนี้สร้างได้แค่อุปกรณ์ระดับิญญาเท่านั้นไม่งั้นข้าจะสร้างอาวุธเซียนขึ้นมาและเมื่อถึงตอนนั้นมันจะแสดงพลังที่น่ากลัวออกมาแน่ๆ”อู๋เซิ่งกล่าว
“มันเรียกว่าอะไรงั้นเหรอ”
“บงกชสังหาร”
อู๋เซิ่งมองอาวุธสังหารในมือด้วยรอยยิ้มอาวุธชิ้นนี้อู๋เซิ่งพัฒนาจากคัมภีร์บงกชส่อง์และรูปร่างของดวงจิตของตนเองที่กลายเป็ดอกบัว9 ชั้น
“เมื่อข้าใช้บงกชสังหารพร้อมกับทักษะบงกช์โปรยปรายละก็พลังสังหารของมันจะรุนแรงมากขึ้นแม้แต่ระดับิญญาขั้นต้นก็อย่าหวังว่าจะรอด”อู๋เซิ่งยกยิ้ม
“แล้วเ้ายังเอายังไงต่อจะกลับเลยหรือไม่” เมี่ยวอิงเยว่กล่าว
“แล้วทำไมเ้าต้องรอข้าเ้าอยากกลับก็กลับไปเลยก็ได้นี่” อู๋เซิ่งกล่าว
“ดูเหมือนเ้าจะลืมสัญญาของเราไปแล้วข้อตกลงของพวกเราคือเมื่อตอนที่เ้าอายุ 12-13 ปีข้าจะรับเ้าเป็ศิษย์และพาเ้ากลับหุบเขาเฟยเซียงแม้จะเป็แค่ศิษย์อาจารย์ภายนอกไม่ได้เป็จริงๆแต่ข้าก็จำเป็ต้องรักษาสัญญา”เมี่ยวอิงเยว่กล่าว
“เอาเถอะกลับเลยก็ดี ก่อนไปกับเ้าข้ายังจำเป็ต้องมอบสูตรยาให้กับตระกูลเพิ่มอีกสัก 2-3ชนิด” อู๋เซิ่งกล่าว
จากนั้นทั้งสองก็เดินทางกลับตระกูลต้วนด้วยความช่วยเหลือของเมี่ยวอิงเยว่พวกอู๋เซิ่งสามารถลอบเข้ามาในตระกูลต้วนได้อย่างง่ายดาย
“ใคร!!!!!!!!!!!!!”แต่ขณะที่พวกอู๋เซิ่งเข้ามาในจวนเสียงของต้วนเฟิงก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างปรากฎออกมา
“ท่านพ่อไม่ได้พบกันนาน”อู๋เซิ่งกล่าว
“เซิ่งเอ๋อนี่เ้างั้นเหรอ 4 ปีเ้าเปลี่ยนไปมากจริงๆ” ต้วนเฟิงเข้าไปหาลูกชายของตัวเองด้วยความยินดี
“หลานรักกลับมาแล้วงั้นเหรอ”ต้วนเหิงก็รีบตรงมาเช่นกัน
“สี่ปีมานี้ทำให้พวกท่านกังวลแล้ว”อู๋เซิ่งยิ้ม
“แน่นอนว่ากังวลเ้าเล่นไม่ติดต่อกลับมาเลยข้าร้อนใจอยากจะออกตามหาเ้าแทบแย่แต่กลัวว่าสองตระกูลจะจับพิรุธได้จึงไม่กล้าออกไป”ต้วนเหิงรีบเข้าไปตรวจสอบอู๋เซิ่งทันที
“พลังปราณระดับก่อกำเนิดขั้นกลางด้วยพร์ของเ้ามันน่าจะไม่หยุดอยู่แค่นี้สิ” ต้วนเหิงกล่าว
“ทักษะที่ข้าบ่มเพาะมันพิเศษการทะลวงระดับยากว่าคนทั่วไปแต่ในระดับเดียวกันยากมากที่จะมีใครเทียบได้ต่อให้เป็อัจฉริยะจากแดนเซียนก็ตาม”อู๋เซิ่งยกยิ้ม
“ขนาดนั้นเลยดี ดี ช้าๆแต่มั่นคงในอนาคตการเป็เซียนก็ไม่ใช่เื่ยาก” ต้วนเหิงยิ้มอย่างดีใจ
“ว่าแต่แม่นางคนนี้คือ”ต้วนเฟิงกล่าวและมองไปยังเมี่ยวอิงเยว่
“ไม่พบกันนานเลยผู้นำตระกูล”เมี่ยวอิงเยว่ยังสวมผ้าปิดหน้าอยู่มองไปยังต้วนเหิงเพราะต้วนเฟิงยังไม่เคยพบกับนาง
“นี่มันท่านประมุขหุบเขาเฟยเซียงไม่ใช่เหรอทำไมท่านประมุขถึงมาอยู่กับเซิ่งเอ๋อได้” ต้วนเหิงแสดงสีหน้าแปลกใจหากไม่ใช่ว่าหลานของเขายังเด็กเขาคงคิดไปไกลแล้ว
“พอดีพวกเรามีข้อตกลงกันว่าข้าจะรับเขาเป็ศิษย์สืบทอดข้าจึงมารับเข้ากลับหุบเขาเฟยเซียงแน่นอนว่าย่อมให้เขาจัดการทุกอย่างเสร็จก่อน” เมี่ยวอิงเยว่กล่าว
“ไม่ใช่ว่าน้องสาวของท่านประมุข....”
“นางไม่มีความสามารถพอหรอก”เมี่ยวอิงเยว่กล่าว
“เอาละข้านั้นอยากจะอยู่ที่นี่สักหลายวัน และจากนั้นข้าจะไปตรวจสอบกิจการพร้อมกับสอนการปรุงยาที่ช่วยให้ระดับตัดิญญาบ่มเพาะได้ด้วยเร็วขึ้น”อู๋เซิ่งกล่าว
“ดีดี หากมีสูตรยานี้ละก็ตระกูลของเราจะต้องแข็งแกร่งขึ้นอย่างแน่นอน” ต้วนเหิงตื่นเต้น
จากนั้นเมี่ยงอิงเยว่ก็พักอยู่ในจวนของอู๋เซิ่งแม้พวกต้วนเหิงจะคิดว่ามันไม่เหมาะถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็มีสถานะไม่ธรรมดาแถมยังเป็ชายหญิงที่ยังโสดอีกด้วยการจะไปพักอยู่ในจวนเดียวกันมันออกจะ
แต่หลังจากทานอาหารและได้รู้ว่าเมี่ยวอิงเยว่อยู่กับอู๋เซิ่งมา4 ปีแล้วพวกต้วนเฟิงและต้วนเหิงก็เบิกตากว้างพวกเขาคิดว่ามันแปลกเกินไปและขบคิดไปว่าเมี่ยวอิงเยว่ผู้นี้จะต้องชอบกินหญ้าอ่อนเป็แน่