จักรพรรดิมังกรแห่งโลกอนาคต

    ตอนที่ 3 พบเจอกับคนเผ่ามังกร

    “อย่างที่ข้าได้บอกกับเจ้าไปข้าคือคนของเผ่ามังกร เจ้าจะเชื่อหรือไม่มันก็ขึ้นอยู่กับเจ้า ตอนนี้ข้าต้องการรู้ว่าช่วงยุครุ่งเรืองของทวยเทพมันผ่านมากี่ปีแล้ว”
    “ยุคอะไรนะ?”
    เธอฟังไม่ผิดไปใช่ไหม? นั่นมันยุคบ้าอะไรละนั่นมันมีอยู่ในประวัติศาสตร์ด้วยเหรอขนาดที่ว่าสามารถสร้างอุปกรณ์ที่ย้อนกระแสเวลาได้สองแสนปีไปยังอดีตเพื่อดูการวิวัฒนาการของมนุษย์ก็ยังไม่มียุคที่ว่านั่นเลย หรือว่าวินเทอร์เป็นคนหล่อที่ละทิ้งเรื่องเพ้อฝันไปไม่ได้
    “ใช่แล้วเจ้าฟังไม่ผิดหรอก ยุครุ่งเรืองของทวยเทพ เจ้าอาจเข้าใจว่ามันไม่มีอยู่แต่ว่ามันมีจริงๆในยุคที่ทุกอย่างเต็มไปด้วยเทพ”
    “เอ่อ...ช่วยพูดอะไรที่มันอยู่ในความเป็นจริงได้ไหม เอาแบบนี้เป็นยังไงในความทรงจำของฉันมากสุดในตอนนี้ที่มนุษย์สามารถมองเห็นอดีตการวิวัฒนาการของมนุษย์มาก็แค่สองแสนปีเท่านั้นยังไม่พบร่องรอยที่บ่งบอกถึง “ยุครุ่งเรืองของทวยเทพ” ที่นายถามมาเลย”
    “โอ้! เป็นอย่างนั้นเองเหรอ ถึงจะค่อนข้างแปลกใจในสิ่งที่พวกเจ้าเรียกว่า “เทคโนโลยี” ก็ตาม แต่ว่าสองแสนปีก็ยังไม่รู้แสดงว่ามันก็มากกว่านั้นแล้วแหละน่าจะหนึ่งล้านปีมาแล้ว”
    นี่ผ่านมาเป็นล้านปีแล้วเหรอที่เขาถูกขังไว้ในหอคอย นั่นสินะไม่ต้องไปนึกถึงมันอีกหรอกเพราะเผ่ามังกรที่ยิ่งใหญ่ในตอนนี้ได้สูญสิ้นไปแล้วไม่เพียงแค่นั้นไอพลังแห่งบรรพกาลของจักรวาลแห่งนี้ก็ถดถอยยิ่งกว่ายุครุ่งเรืองแห่งทวยเทพไปตั้งแปดส่วนชั่งน้อยนิดจริงๆ...
    วินเทอร์เขาในตอนนี้ไม่มีเป้าหมายอะไรเลย ไม่มีญาติพี่น้อง ไม่มีเพื่อน ไม่มีแม้กระทั่งคนที่รู้จัก หอคอยเองก็โดนระเบิดพังไปแล้วและตำราเล่มนั้นที่หยิบออกมาอ่านครั้งล่าสุดที่บอกเล่าถึงเทคโนโลยีอันนั้นก็เป็นตำราเล่มสุดท้ายที่เขาได้อ่านไปจากหอคอยเพราะฉะนั้นก็ไม่มีอะไรที่เขาต้องกลับไปที่นั่น
    “อีกคำถามที่จะเป็นคำถามสุดท้าย ความว่างเปล่าอันเป็นนิรันดร์ยังอยู่หรือไม่?”
    “อะไรนะ ความว่างเปล่าอันเป็นนิรันดร์? มันคืออะไร?”
    “เจ้าไม่รู้เหรอ? เอาเถอะไม่รู้ไม่เป็นไร ถึงสิ่งนี้จะเป็นคำถามสำคัญก็ตาม ข้าจะส่งเจ้ากลับไปแล้ว”
    เดี๋ยวนะ นี่เขาเอาฉันมาเพราะจะมาถามคำถามสองคำ เพื่อ!?.....
    “บางทีพวกเราอาจไม่ได้พบกันอีก เนื่องด้วยระยะทางแต่ถ้าเป็นโชคชะตาละก็บางทีเจ้าอาจเป็นหนึ่งในคนที่มีพันธะโดยตรงต่อข้าก็ได้”
    เขาต้องการจะสื่ออะไรทำไมการพูดออกมาแต่ละคำมันต้องทำให้เธองุนงงตลอดด้วย ชั่งเถอะเป็นอย่างที่เขาว่ามาบางทีนี่อาจแค่บังเอิญมาเจอกันเท่านั้น
    วินเทอร์ยกมือขึ้นก่อนจะสะบัดลงเล็กน้อยสภาพแวดล้อมทั้งหมดก็เปลี่ยนกลายเป็นห้องของเธออีกครั้ง
    “ลาก่อน.....”
    นี่ นี่เขาเป็นเทพเหรอทำไมเปลี่ยนสถานที่ไปมาได้ ในที่สุดเธอก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ในหัวของเธอนั่นก็คือยานของเธอมันอยู่ห่างจากดาวเคราะห์ที่ใกล้ที่สุดก็ตั้งห้าสิบล้านกิโลเมตรแต่เขาสามารถไปๆมาๆได้ในพริบตาเดียวด้วยความตกใจแบบสุดขีดทำให้เธอหมดสติไปในทันที
    .....
    “ยุ่งแล้วสิ ไม่น่าไปวุ่นวายกับนางเลย ทำให้นางกลายมาเป็นหนึ่งในคนที่มีพันธะโดยตรงกับข้าจนได้”
    วินเทอร์กลับมาส่งชาล็อตเต้กลับยานแล้วก็ต้องถอนหายใจในทันทีเพราะนางเป็นหนึ่งในคนที่มีพันธะโดยตรงของเขา เขานึกสงสัยมาโดยตลอดว่าทำไมเมื่อตอนที่อยู่ในเมืองมังกรในอดีตทำไมถึงไม่เคยมีคู่ครองแต่เมื่อมายังยุคนี้คู่ครองกลับมีมากมายจนเขาต้องปวดหัว เขาภาวนาว่าอย่าได้เจออิสตรีพวกนั้นเลยเพราะเขาอยากใช้ชีวิตที่สงบสุขอยู่คนเดียวเงียบๆมากกว่า
    วินเทอร์เคลื่อนย้ายพริบตามาอีกที่ด้วยระยะทางทั้งหมดสองล้านล้านกิโลเมตรจนมาโผล่ที่ดาวดวงหนึ่ง ดาวดวงนี้มีสีฟ้ากับสีเขียวมันตัดกันไปมาจนเกิดเป็นภาพที่งดงามขึ้นมาทำให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกอยากเข้ามาเยือนที่นี่
    “อืม ที่นี่น่าจะเหมาะกับการเริ่มต้นที่ดี”
    ………..
    เธอมีชื่อว่า วาเลนติน่า ไพเพอร์ เธอเป็นเด็กกำพร้ามาตั้งแต่เด็กแต่ด้วยความโชคดีในโชคชะตาก็ถูกรับเลี้ยงดูโดย ลิเดีย เนเวอา ที่ถูกขนานนามว่าคือนักปราชญ์แห่งโลกอนาคต
    แต่ละวันล้วนผ่านไปด้วยการใช้ชีวิตที่สงบสุข ลิเดียเธอได้สั่งสอนวาเลนติน่าในเรื่องความรู้ที่เธอมีเกี่ยวกับการสกัดวัตถุดิบที่เป็นคุณสมบัติด้านการหลอมและการประดิษฐ์ด้วยความสามารถที่ล้ำเลิศของวาเลนติน่าทำให้สามารถเรียนรู้ได้ทุกอย่างจนกระทั่งฝีมือของวาเลนติน่าในตอนนี้เหนือล้ำไปกว่าตัวของลิเดียที่เป็นทั้งผู้คิดค้นมันแล้ว
    ศาสตร์ด้านการหลอมและการประดิษฐ์ในโลกอนาคตถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากเรื่องหนึ่งเพราะต่อให้สร้างของต่างๆด้วยหุ่นที่ไฮเทคขนาดไหนมันก็ยังได้คุณภาพแบบเดิมและมีประสิทธิภาพเท่ากันหมดแต่ถ้าให้ผู้ที่มีความสามารถในการหลอมและการประดิษฐ์แล้วละก็มันก็จะทำให้อนุภาพของอาวุธรุนแรงมากขึ้นและมีสิ่งหนึ่งที่สำคัญเพิ่มเข้ามาก็คือในอาวุธจะมีจิตใจอยู่ด้วย
    ที่ขาดไม่ได้เลยคือความสามารถในการสกัดที่มีแค่ผู้ที่ใช้ศาสตร์การหลอมและการประดิษฐ์เท่านั้นที่สามารถทำได้เพราะมันมีของบางชนิดที่หุ่นไม่สามารถสกัดมันได้ ยกตัวอย่างเช่น ของที่ตกทอดมาจากยุคอดีต แร่ที่มีความแข็งตั้งแต่อันดับสามสิบของจักรวาลขึ้นมา ( ความแข็งของแร่นั้น ถ้าเอามาเทียบกับเพชรแล้วละก็เพชรจัดได้ว่าเป็นแร่ที่มีความแข็งอยู่ที่อันดับเจ็ดแสนของจักรวาล )
    วันนี้คือวันที่เธอต้องเดินทางออกจากหมู่บ้านของเธอเพื่อไปทำงานที่เมืองหลวงที่ห่างไกล
    "ดูแลตัวเองด้วยนะแม่หนูวาเลนติน่า ถ้าวันไหนได้มีวันหยุดยาวก็กลับมาเยี่ยมป้าด้วย"
    "ค่ะ คุณป้า หนูไม่ลืมอยู่แล้วป้าก็เป็นแม่คนหนึ่งของหนูเหมือนกัน ถึงแม้ว่าพ่อกับแม่ที่แท้จริงหนูจะตายไปแล้วก็เถอะ"
    "เด็กดี เด็กดี ไปเถอะได้เวลาแล้ว"
    เมื่อลากันเสร็จแล้ววาเลนติน่าเดินออกไปขึ้นรถขนส่งที่จะมุ่งหน้าไปเมืองใหญ่ทันที
    ผ่านไปห้านาทีหลังการไปของวาเลนติน่า ลิเดียสีหน้าดูหม่นหมองลงไปก่อนจะกระอักเลือดออกมาคำหนึ่งจากนั้นเธอก็ล้มลงจากรถเข็นของเธอ สิ่งที่แสดงถึงการมีชีวิตอยู่ก็ดับมอดลงหัวใจที่เคยเต้นก็เริ่มเต้นในจังหวะที่ช้าลงช้าลง
    จนกระทั่งมันหยุดการเต้นของมัน ลมหายใจเองก็หยุดเช่นเดียวกันบ้านที่ดูใหญ่โตไม่ต่างไปจากคฤหาสน์แห่งนี้ก็ค่อยๆสูญสลายไปอย่างช้าๆ
    แต่ว่าในขณะที่เธอกำลังจะจากไปอย่างสมบูรณ์ก็มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามา
    "ไม่คิดเลยว่าเผ่ามังกรจะยังหลงเหลืออยู่ ข้ามีเรื่องที่จะถามอย่าพึ่งรีบไป"
    ชายคนนั้นโบกสะบัดมือเล็กน้อยก่อนที่ลิเดียจะกลับมามองเห็นอย่างแจ่มชัดเหมือนเดิม สติทุกอย่างฟื้นคืนกลับมา การเต้นของหัวใจ ลมหายใจกลับคืนมาทั้งหมด แม้กระทั่งรูปโฉมที่งดงามของตอนวัยสาว
    "ทำไมท่านถึงได้รู้ว่า…"
    "ก็เพราะข้าก็เป็นคนของเผ่ามังกร"
    "หืม! เป็นไปไม่ได้เผ่ามังกรที่ยังคงเหลืออยู่ไม่มีพลังที่แข็งแกร่งขนาดนี้"
    "พวกเจ้าอ่อนแอกันถึงขนาดนี้ พวกเจ้าที่เป็นลูกหลานของข้าคงไม่ได้สืบทอด “ปณิธาน” สินะ"
    "ปณิธาน ท่านหมายความว่ายังไง?"
    "ถ้าจะให้พูดมันก็เหมือนกับต้นกำเนิดพลังของมังกรที่เผ่ามังกรทุกคนต้องได้รับไปแต่ดูจากการที่เจ้าไม่รู้เรื่องนี้ก็แสดงว่ามังกรรุ่นก่อนหน้าที่ครอบครองมันได้ตายไปก่อนและไม่ได้ส่งมอบมันมาให้รุ่นต่อไป"
    "ถ้าเป็นแบบนั้นจริงแสดงว่า ฉันเองก็…"
    "ใช่แล้วสิ่งที่ข้าให้เจ้าไปก็คือ “ปณิธาน” ที่สืบทอดต่อกันมามันจะทำให้เจ้าสามารถคืนความเยาว์วัยให้กับร่างกายของเจ้าได้และมีอายุขัยชั่วนิรันดร์ ที่สำคัญเลยก็คือเจ้าจะสามารถฝึกฝนเคล็ดวิชาของเผ่ามังกรได้หลังจากนี้..."
    ลิเดียตกตะลึงไปในทันทีเพราะตัวเธอที่อยู่มานานนับหนึ่งแสนปีถึงคราวที่ต้องตายไปแต่ว่าสิ่งที่เรียก “ปณิธาน” นั้นมันลบล้างสถานะผิดปกติทุกอย่างที่ลิเดียได้รับมาในชีวิต ฟื้นฟูเส้นทางเดินพลังให้กลับมาอีกครั้ง สภาพร่างกายทุกอย่างเหมือนกลับไปในวัยสาวที่แข็งแรงที่สุดส่วนรูปลักษณ์ที่เหี่ยวย่นเต็มไปด้วยความแก่ชราก็กลับมาเป็นหญิงสาวที่มีความงดงามเหมือนวัยสาว
    "ขอบ..ขอบพระคุณท่าน…"
    "ไม่ต้อง แค่ตอบคำถามมาก็พอ"
    "ท่านถามมาได้เลย ลิเดียสามารถให้คำตอบท่านได้ทุกเรื่อง"
    "ข้าแค่อยากรู้ว่าสถานการณ์บนจักรวาลแห่งนี้ในปัจจุบันเป็นเช่นไรบ้าง"
    "ข้าก็คิดว่าท่านจะถามอะไรข้าซะอีก จักรวาลแห่งนี้ถูกปกครองโดยมนุษย์กว่าหกส่วนที่เหลือก็จะเป็นเผ่าพันธุ์ต่างๆแต่ก็ไม่ได้มีอำนาจเทียบเท่ากับมนุษย์ และไอพลังแห่งบรรพกาลก็ไม่ได้มีเหมือนยุครุ่งเรืองของทวยเทพที่ผ่านมาหนึ่งล้านปีแล้ว"
    "ข้าเข้าใจแล้ว ข้ามีเรื่องจะขอร้องเจ้าอีกเรื่องคือการจับตาดูโลกใบนี้เอาไว้ ถ้าเช่นนั้นก็ลาก่อน"
    คนผู้นี้แค่ต้องการถามคำถามแบบแทบจะเรียกว่ามันคือคำถามที่พื้นๆที่สุด และยังมีคำขอร้องที่ไม่ได้ทำให้ตัวของลิเดียลำบากใจเลยต้องเรียกว่ามันง่ายเกินไปด้วยซ้ำ
    "ท่านอย่าพึ่งไปท่านพอจะบอกชื่อของท่านรึเปล่า"
    "เจ้าชายมังกร วินเทอร์ แคสเชียส"
    ร่างของชายหนุ่มก็หายไปตรงหน้าของลิเดีย จากนั้นร่างกายของเธอก็ทรุดลงกับพื้น สิ่งที่เธอได้ยินราวกับเป็นเรื่องโกหกแต่จะให้บอกว่ามันคือเรื่องโกหกจริงๆก็ไม่ใช่ เพราะคนที่น่าจะมีพลังอยู่ในระนาบสูงสุดคงเหลือแค่เจ้าชายมังกรผู้ถูกขังไว้ในหอคอยแห่งความว่างเปล่า
    แต่ว่าหอคอยมันถูกทำลายไปได้ยังไงในเมื่อคนที่อยู่ข้างในหอคอยไม่สามารถใช้พลังทำลายได้หรือว่า… ต้องใช่แน่ๆฝีมือของมนุษย์
    ลิเดียที่นั่งบนรถเข็นมานานหลายปีก็ลุกขึ้นยืนได้อีกครั้งตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นพละกำลังที่เหมือนกับไปตอนวัยสาวแล้วยังคงรูปลักษณ์กลับไปได้ด้วยจะมีไหมที่ของเหล่านี้ผู้หญิงคนไหนไม่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นใครล้วนต้องการมัน……… . .

    .