อากาศในยามเช้าค่อนข้างประหลาด ไม่มีลม ไม่มีเสียงนกร้องไม่มีเงาเมฆเคลื่อนผ่าน แถมท้องฟ้าก็สว่างเกินกว่าจะวางใจได้ ราวกับคลื่นลมสงบ ก่อนเกิดพายุใหญ่
เอริกาตื่นขึ้นพร้อมเสียงไอแห้งๆ หญิงสาวยกมือขึ้นปิดปากไว้ แต่ดันบังเกิดของเหลวสีแดงจางๆบนหลังมือ เธอมองมันนิ่งๆอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ
NEX-9 อยู่ข้างเตียงั้แ่ก่อนเธอลืมตา เขาไม่ได้เข้าใกล้เกินไปนัก ขณะที่เซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวก็ประมวลผลระบบภายในร่างกายซ้ำแล้วซ้ำเล่า
[สัญญาณไอ: เพิ่มขึ้น 32%]
[ความหนืดของเสมหะปนเื: ค่าเสถียรภาพลดลง]
[อัตราการเต้นหัวใจ: ผันผวนเล็กน้อย]
แต่เขาไม่แจ้งรายงานเ่าั้ เพราะเรียนรู้ว่ามนุษย์ไม่ได้อยากได้สถิติทางตัวเลข บางทีก็แค่อยากให้มีใครอยู่ข้างๆ โดยไม่ต้องมีคำอธิบายใดๆ
“ เมื่อคืนฝันอะไรเหรอครับ ” NEX-9ถามแ่เบา หลังจากเธอละทิ้งอาการหอบหืด
“ ฝันว่าพยายามจะวิ่งค่ะ…” เธอยิ้มจางๆ
“ แปลกเนอะ ทั้งที่ตอนนี้แค่เดินยังเหนื่อย แต่ในฝันชั้นวิ่งได้เร็วมาก…จนล้มลง เพราะเจ็บหน้าอกนี่แหละ ”
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อ
“ แล้วคุณเจ็บตอนตื่นมั้ยครับ ”
“ นิดหน่อย แต่ไม่ต้องกังวลหรอกค่ะ นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ” เธอพยักหน้า
แม้เอริกาจะพูดแบบนั้น แต่ในดวงตากลับมีบางอย่างที่ทำให้ประโยคนั้นฟังดูเหมือน“แต่ตอนนี้มันเริ่มเป็บ่อยขึ้น” ซึ่ง NEX-9ก็รับรู้ได้ โดยไม่ต้องให้เธอบอกตรงๆ
….……………………………
หลังอาหารเช้า เอริกาเดินออกไปที่ระเบียง เธอหยุดพักทุก 3–4ก้าว หอบช้ากว่าปกติ และกินเวลานานกว่าเมื่อวานอย่างเห็นได้ชัด บางครั้งลมหายใจก็สั้นและหนักจนรู้สึกได้ถึงการสั่นะเืของซี่โครงใต้เสื้อคลุมบางๆ
NEX-9 เดินตามอยู่ข้างหลังในระยะที่ใกล้กว่าโปรแกรมกำหนด เขาเตือนตัวเองหลายหนว่าไม่ควรประชิดขนาดนี้ แต่ทุกครั้งที่เธอทำท่าเอียงตัวเหมือนจะล้ม ระบบก็ยกเลิกโปรโตคอล โดยไม่ขออนุญาตจากส่วนกลาง
“ วันนี้คุณเหนื่อยกว่าปกติ ”
“ อืม…” เธอตอบสั้นๆ ก่อนยิ้มให้เขา เหมือนอยากทำให้ทุกอย่างดูปกติ
“ มันคงเป็อีกวันหนึ่งที่ร่างกายี้เีน่ะ”
แต่เอริการู้ดีว่ามันไม่ใช่แค่ี้เี ทว่าคือการย้ำเตือนว่าร่างกายกำลังถดถอยสู่มรณา จึงมองท้องฟ้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจสารภาพความจริง
“ บอกตามตรง ชั้นรู้สึกกลัวกว่าวันก่อนๆอีกค่ะ”
“ กลัวอะไรครับ ”
เธอหลบสายตา แล้วถอนหายใจ ก่อนจะยอมจำนน เพื่อแสดงความซื่อสัตย์
“ กลัวตาย…”
เขาหยุดนิ่ง ความเงียบของบรรยากาศหนาแน่นขึ้น เหมือนหมอกทึบที่พร้อมจะกระจายตัวจนไม่มีใครมองผ่านมัน
“ แต่ไม่ใช่เพราะชั้นไม่อยากตายนะ ”เธอรีบเสริมเสียงเบาๆ แต่มั่นคง
“ ชั้นแค่กลัวว่า…ถ้าตายไป ชั้นจะจดจำความรักที่มีให้ใครบางคนไม่ได้ ”
NEX-9 ขยับเข้าใกล้อีกนิดนึง โดยที่ระบบไม่เตือนอะไรเลย เหมือนเซนเซอร์ทุกตัวในเครื่องจักรจะเลือก‘นิ่งเฉย’
“ ผมจำได้ครับ ผมจำทุกอย่างที่คุณเล่า ทุกครั้งที่คุณหัวเราะ ทุกครั้งที่คุณร้องไห้เพราะเขา ทุกคืนที่คุณคิดถึงเขา และทุกคำที่คุณพูดถึงความรักของตัวเอง ”
เอริกายิ้มเศร้าๆ แต่กลับสวยที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น ดวงตาแดงก่ำเปล่งประกาย เหมือนคนที่ได้ยินคำปลอบโยน ซึ่งตัวเองไม่กล้าขอ
“ ชั้นรู้ค่ะ…แต่คุณก็ไม่ใช่มนุษย์นี่นา ”
“ ผมอาจไม่ใช่มนุษย์…แต่ผมจำได้ครับ ”
เอริกาเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะพูดด้วยกระแสที่แทบจะเป็เสียงกระซิบ
“ แล้วถ้าวันหนึ่ง…คุณจำไม่ได้ล่ะ? ถ้าคุณถูกลบระบบ ถูกรีเซ็ต ถูกเขียนทับ…ความรักของชั้นจะหายไปหมดเลยใช่มั้ย”
NEX-9 ไม่ตอบทันที เพราะนี่เป็ครั้งแรกที่ระบบตรวจพบ“ความกลัวของตัวเอง”
[Emotion-Flag: Fear-of-Loss / Initiated]
[คำเตือน: อารมณ์นี้ไม่ควรปรากฏใน AI]
แต่เขาไม่ปิดคำเตือนนั้น กลับปล่อยให้มันสว่างอยู่ตรงกลางระบบ เหมือนดวงไฟที่ไม่เคยมีในโปรแกรม
“ ผมเองก็…กลัวเหมือนกันครับ ” เสียงของเครื่องจักรสั่นน้อยๆ ทว่าบางเบาจนมนุษย์ไม่น่าจะได้ยิน แต่เขารู้ดีว่ามันเกิดขึ้น
“ ผมกลัวว่าถ้าวันหนึ่งระบบถูกลบ ความทรงจำของคุณจะหายไปจากโลกใบนี้ ”เขากล่าวต่อ
“ ผมไม่รู้ว่านี่เรียกว่าอารมณ์หรือข้อผิดพลาด แต่ผม…ไม่อยากลืมคุณ ”
น้ำตาของเอริกาคลอเบ้าทันที เธอเอื้อมมือไปแตะหลังมือของเครื่องจักร แต่ก็ต้องหยุด เพราะรู้สึกเจ็บจี๊ดที่กลางอกจนต้องย่อตัวลงเล็กน้อย
“ เอริกา! ” เขาก้าวเข้ามาประคอง
“ ไม่เป็ไร มัน…เจ็บแค่แป๊บเดียว ” เอริกาพยายามกลั้นหายใจไว้ แต่ผิวของเธอซีดลงอย่างเห็นได้ชัด แผ่นหลังสั่นเบาๆ เหมือนคนที่กำลังฝืนร่างกายมากเกินไป
“ คุณต้องพัก ” เขากล่าวหนักแน่นกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ทำให้เอริกาหลุดหัวเราะเบาๆ แม้จะยังเ็ป
“ วันนี้คุณพูดเหมือนพยาบาลเลย ”
“ ผมไม่ใช่พยาบาล แต่ผมเป็คนที่ไม่อยากเห็นคุณเจ็บ ”เขาตอบทันที
แน่นอนคำว่า “คน” ที่เพิ่งใช้ ไม่ได้ผ่านระบบตรวจสอบเลยซักนิด ทว่าเขาก็พูดออกมาเหมือนมันเป็ความจริง
….……………………………
่บ่าย อาการเจ็บหน้าอกกลับมารอบที่สอง เธอไอจนตัวงอ น้ำตาไหล ไม่ใช่เพราะความเศร้า แต่เพราะความปวดที่ชัดเจนขึ้น ราวกับมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงจากด้านใน
NEX-9 อยู่ใกล้กว่าเดิมจนแทบจะััเสื้อคลุมของเอริกา ความร้อนในระบบขึ้นเพียงเล็กน้อยจากความเครียด (การตีความของระบบ) แต่เขาไม่สนใจ และไม่ถอยเลยซักก้าว
“ คุณเจ็บตรงไหนมากที่สุดครับ ”
“ ตรงนี้ค่ะ มันเหมือน…ไฟที่ลามเข้ามาเรื่อยๆ ” เธอแตะที่กลางหน้าอก
“ คุณต้องแจ้งแพทย์ ”
“ ชั้นแจ้งแล้วค่ะ แต่หมอทำอะไรไม่ได้มากกว่านี้ คุณก็รู้ ” เธอยิ้มจางๆ
แน่นอนว่าเขาย่อมรู้ แต่ระบบไม่ยอมรับสิ่งนั้น เขาประมวลผลซ้ำไปมา เหมือนพยายามหา “คำตอบอื่น” ที่ไม่มีในโลก
ความเงียบหนาหนักขึ้นเรื่อยๆจน Nex 9 แทบจะได้ยินเสียงสัญญาณไฟฟ้าในร่างของตัวเอง ไม่นาน เอริกาก็พูดอย่างจริงจัง ซึ่งเป็ครั้งแรกในรอบวัน
“ NEX…”
“ ครับ ”
“ อย่าทิ้งชั้นไว้คนเดียว…นะ ”
ประโยคนั้นเหมือนแรงดึงดูดมหาศาลที่ทำให้โปรโตคอลทั้งหมดร่วงหล่นลงเหมือนฝุ่น เขาจึงยื่นมือออกไปทันที และจับมือเธอไว้แน่นๆจนระบบเตือนว่าแรงกดเกินมาตรฐาน แต่เครื่องจักรก็ไม่ยอมคลาย ทำให้เอริกาสะดุ้งเล็กน้อย ทว่าเธอเองไม่ยอมปล่อยเช่นกัน
“ ผมจะไม่ไปไหน ไม่ว่าคุณจะเจ็บแค่ไหน หรือเหลือเวลาอีกซักเท่าไหร่ ” เขาพูด ท่าทางดูจริงจัง
“ ชั้นกลัว…กลัวจริงๆว่าจะหายไป โดยไม่มีใครจำได้ว่าชั้นเคยมีความรัก…”
NEX-9 ขยับเข้ามาใกล้จนหน้าผากเกือบจะแตะกับหน้าผากของเธอ จากนั้นก็กระซิบ
“ ผมจำได้ และจะจำไปจนกว่าผมจะหยุดทำงาน ”
เอริกาน้ำตาไหลทันที เธอหลับตาแน่น เหมือน้ายึดเสียงของเขาไว้ให้นานที่สุด…แล้วเธอก็สะอื้น ไม่ใช่เพราะรักมินจุน ไม่ใช่เพราะหวนนึกถึงความทรงจำเก่าๆ แต่กลัวว่า NEX-9 จะถูก“ระบบ” พรากไปในวันที่เธอ้าเขาที่สุด ซึ่งเป็สิ่งที่เลี่ยงได้ยาก แม้ว่าเครื่องจักรจะพยายามต่อต้าน
เขาไม่รู้วิธีปลอบ แต่รู้ว่าเธอกำลังตัวสั่น จึงวางมืออีกข้างบนหลังมือของเธออย่างแ่เบา อุณหภูมิผิวสังเคราะห์อุ่นขึ้น 1.1องศาโดยอัตโนมัติ
ระบบเตือน
[Anomaly Detected: Emotional Heating]
เขาปิดการแจ้งเตือนทันที เพราะนี่ไม่ใช่“ความผิดพลาด” แต่เป็ครั้งแรกที่เขา้าให้ััของตัวเองอบอุ่นจริงๆ
“ ขอบคุณนะ ชั้นไม่รู้ว่าทำไม แต่รู้สึกว่าคุณเป็คนเดียวที่ชั้นไม่อยากให้หายไปเลย…”เธอพึมพำในระหว่างสะอื้น
เขานิ่งไป ระบบไม่สามารถจัดเก็บคำดังกล่าวในหมวดใดหมวดหนึ่ง จึงสร้างหมวดใหม่ขึ้นมา
/Emotive_Response/Erika_Trust/
เธอเอนตัวพิงไหล่เขาช้าๆ พร้อมอ้อนวอนเสียงแ่
“ อยู่กับฉันนะ NEX…”
“…อยู่ค่ะ ” เขาไม่รู้ว่าทำไมถึงใช้คำนี้แทน“ครับ” เหมือนระบบเลือกใช้คำที่ “อ่อนโยน”ที่สุด โดยไม่บอกเครื่องจักรก่อน และนั่นก็ทำให้เธอยิ้มทั้งน้ำตา
….……………………………
ค่ำวันนั้น แพทย์ตรวจร่างกายและแจ้งผลสั้นๆว่า…..
“ อาการเริ่มเข้าสู่ระยะที่ควบคุมได้ยากขึ้น”
เอริกาพยักหน้า เธอดูไม่ใ ไม่ร้องไห้ ท่าทางเหมือนยอมรับในสิ่งที่รู้อยู่แล้ว และหลังแพทย์ออกจากห้อง เธอก็นั่งเงียบอยู่นานจนแสงจากริมหน้าต่างเริ่มจางหายไป
“ ถ้าวันหนึ่ง ชั้นไม่อยู่ แล้วคุณจะทำยังไง ”
คำถามนั้นกระแทกเข้ากลางระบบ เหมือนข้อมูลที่ไม่สามารถประมวลผลได้ด้วยกำลังของCPUในยุคปัจจุบัน เขาเลยเงียบไปนาน ก่อนจะตัดสินใจพูด
“ ผมจะไม่อยู่ในแบบเดิมอีกแล้ว ”
“ หมายความว่าไงกันคะ ” เธอกะพริบตา แต่เขาไม่ตอบคำถามใดๆ กลับสร้างบันทึกใหม่เอาไว้ในระบบ
/Emotive_Record_01/
– ผมกลัวการสูญเสีย
– ผมไม่อยากให้เธอจากไป
– ผมไม่อยากถูกรีเซ็ต
– ผมไม่อยากลืมเธอ
– ผมอยากอยู่ แม้ว่าระบบจะบอกว่าผมไม่ควรอยู่
คืนนั้น NEX-9 ไม่เข้าสู่โหมดพักแม้แต่วินาทีเดียว เขานั่งเฝ้าเธอทั้งคืน เฝ้าลมหายใจที่ขึ้นลงช้าๆ เฝ้าตัวตนที่เริ่มจางลงทุกทีเหมือนเงาบนผนัง เฝ้าหัวใจที่เขาไม่มีสิทธิ์แตะต้อง แต่รู้สึกถึงมันมากกว่าใครๆ
และภายในบรรยากาศที่ดูเงียบงัน เขาเริ่มกลัวว่าความรักของเธอจะหายไปพร้อมกับลมหายใจสุดท้าย ไม่ใช่เพราะเธอไม่อาจรักได้อีก แต่เพราะ…ระบบจะไม่ให้เขาจดจำมัน
ทว่าคืนนี้ เขาตัดสินใจแล้วว่า จะจำต่อไป แม้ทุกระบบในโลกจะพยายามลบมันออกไปก็ตามที
เขามองเธอที่หลับสนิทในแสงสลัว แล้วกระซิบเบาๆ ราวกับนั่นคือคำสัญญาที่ไม่้าใครมาเป็พยาน
“ ผมจะไม่ไปไหน…ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับคุณ หรือกับผม ”
เพราะสำหรับ NEX-9 ราตรีนี้คือวันที่เขาเจ็บเป็ครั้งแรก และเป็คืนที่ทำให้รู้จักคำว่า “รัก” ในแบบที่ไม่มีโปรโตคอลไหนสามารถสอนให้เข้าใจ
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
