พอเด่นภูมิกลับไป ปัณรสก็เดินเข้าบ้านไป ในระหว่างที่เธอกำลังจะเดินขึ้นไปบนห้องพัก ก็เห็นบังอรเดินออกมาจากห้องครัวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“คุณคนิ้งจะรับอาหารเย็นเลยไหมคะ”
“รับเลยก็ได้ค่ะ” ปัณรสก้มมองนาฬิกาข้อมือก็เห็นว่านี่ก็เย็นมากแล้ว จึงตอบบังอรไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้มไม่ต่างกัน
ใน่ที่เธอเข้ามาอยู่บ้านนี้ เธอก็เหมือนอยู่ตัวคนเดียวบนโลกนี้อย่างแท้จริง แม้ข้างกายของเธอจะมีแม่บ้านคอยให้บริการแทบจะทุกอย่าง แต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกมีความสุขกับสิ่งที่ได้รับเลย หากว่าเป็ผู้หญิงคนอื่นคงจะใช้ชีวิตตัวเองให้มีความสุขอยู่ในกรงทองนี้ไปแล้ว แต่สำหรับเธอกรงทองนี้ก็ไม่ต่างจากคุกเลยแม้แต่น้อย
เธอภาวนาทุกวันว่าให้ตัวเองตั้งท้องโดยเร็ว เพื่อที่เธอจะได้คลอดลูกให้กับเขา และออกไปจากที่นี่สักที เพราะยิ่งอยู่ที่นี่นาน ยิ่งทำให้เธอรู้สึกว่าคนที่นี่ไม่สามารถไว้ใจใครได้เลย
ตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ นอกจากเป็เครื่องมือให้เขาได้ผลิตลูกแล้ว เธอกับเขาก็แทบจะไม่เคยพูดคุยกันเลยแม้แต่น้อย หลังจากที่กิจกรรมสวาทจบลง เธอตื่นนอนมาก็พบเพียงความว่างเปล่า ไร้ร่างของชายหนุ่มนอนเคียงคู่ เหมือนเธอนั้นไม่เคยมีตัวตนกับเขาเลย ถึงแม้เธอจะไม่ได้สนใจอะไรเขา แต่ในบางครั้งเธอก็รู้สึกเจ็บอยู่ภายในใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่รู้ว่าเป็เพราะอะไร
ปัณรสนั่งกินข้าวอยู่เพียงลำพังบนโต๊ะอาหารอันกว้างขวาง แม้อาหารที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะจะเป็อาหารชั้นเลิศ ที่คนทั่วไปหากินได้ไม่บ่อย แต่กับไม่ทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นกับอาหารตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย เธอกับรู้สึกว่าอาหารเหล่านี้ช่างจืดชืดไร้รสชาติไปเสียหมด ปัณรสได้แต่เขี่ยอาหารตรงหน้าไปมาอย่างเหม่อลอย
ั้แ่เล็กจนโตแม้เธอจะเสียพ่อแม่ไปั้แ่เธออายุได้เพียง 16 ปีเท่านั้น แต่เธอก็ไม่เคยรู้สึกเหงาได้เท่านี้มาก่อน เพราะตอนที่เธอเสียพ่อแม่ไปใหม่ๆ พี่ชายของเธอก็คอยดูแลเธออยู่ไม่ห่าง แม้ว่าพี่ชายของเธอจะเดินออกนอกลู่นอกทางไปบ้าง แต่เขาก็ไม่เคยปล่อยเธอให้อยู่เพียงลำพังเลยแม้แต่วันเดียว
แต่เมื่อเธอเข้ามาอยู่ที่นี่กับทำให้เธอได้รู้ว่า ตัวเธอนั้นไม่เหลือใครที่อยู่ข้างกายอีกแล้ว ปัณรสพยายามตักอาหารในจานเข้าปากอย่างยากเย็น แต่ต่อมรับรสกับไม่ยอมทำงาน ทุกอย่างที่กลืนลงไปกับฝืดคอจนไม่รู้รสชาติ ไม่ใช่ว่าอาหารตรงหน้าจะไม่อร่อย แต่ความเหงาที่กำลังกัดกินหัวใจอยู่ในขณะนี้ ทำให้ต่อมรับรสของเธอทำงานผิดเพี้ยนไป
“ป้าอรเก็บอาหารไปได้เลยนะคะ ฉันอิ่มแล้ว”
“คุณคนิ้งทานไปได้นิดเดียวเองนะคะ” บังอรก้มมองอาหารที่อยู่ในจานของเ้านายสาว เห็นว่าอาหารไม่ยุบไปจากเดิมเลยแม้แต่น้อย “อาหารรสชาติไม่ถูกปากคุณคนิ้งหรือเปล่าคะ”
“อาหารที่ป้าอรทำอร่อยมากเลยค่ะ แต่ฉันยังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่”
“แต่เมื่อเช้าคุณคนิ้งก็ทานไปแค่นิดเดียวเองนะคะ ตอนกลางวันก็ไม่ได้ทานอะไร ตอนเย็นยังจะยังไม่หิวอีกเหรอคะ” บังอรบ่นออกมาด้วยความเป็ห่วง เพราะั้แ่หญิงสาวมาอยู่บ้านหลังนี้ เธอก็กินอะไรน้อยมาก บางวันก็แทบจะไม่แตะอาหารอะไรเลย
จากในตอนแรกหญิงสาวเข้ามาบ้านหลังนี้ใหม่ๆ ดูมีน้ำมีนวลชวนมองมาก แต่พอมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน หญิงสาวกับดูซูบผอมไปจนเห็นได้ชัด
"ป้าว่าเดี๋ยวทำนมอุ่นๆ ไปให้กินดีกว่าค่ะ จะได้นอนสบายขึ้น"
“.............” ปัณรสเพียงแค่ส่งยิ้มให้บังอร ไม่ได้ปฏิเสธความหวังดีของบังอรแต่อย่างใด ก่อนที่เธอจะขอตัวขึ้นห้องไป “ฉันขอขึ้นห้องก่อนนะคะ ขอบคุณสำหรับอาหารเย็นและก็นมนะคะ”
บังอรได้แต่มองตามร่างบางเดินขึ้นห้องไปด้วยความอ่อนใจ เธอไม่เข้าใจว่าหญิงสาวเป็อะไรจึงได้เบื่ออาหารขนาดนี้ หรือเป็เพราะเ้านายหนุ่มของเธอ เอาแต่สนใจงานมากจนเกินไป เลยไม่มีเวลามาดูแล ทำให้หญิงสาวรู้สึกเหงาจนไม่อยากกินอะไร
เพราะั้แ่หญิงสาวมาอยู่ที่นี่ เธอก็เห็นเ้านายหนุ่มออกไปทำงานั้แ่เช้า และก็กลับมาจนดึกทุกวัน ถึงแม้เ้านายหนุ่มจะกลับมานอนบ้านทุกวัน แต่ก็แทบจะไม่เคยเห็นทั้งสองคนอยู่ด้วยกัน หรือพูดคุยกันเหมือนกับคู่รักทั่วไปเลยสักนิด เธอจึงคิดว่านี่อาจจะเป็สาเหตุที่ทำให้เ้านายสาวเบื่ออาหารจนไม่อยากกินอะไรเลยก็ได้
บังอรที่เอานมไปเสิร์ฟให้ปัณรสเสร็จ เธอก็นั่งรอเ้านายหนุ่มกับบ้านอย่างร้อนใจ เธอรู้สึกเป็ห่วงเ้านายสาวอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งเห็นว่าเธอไม่ค่อยกินอะไรมาหลายวัน ก็ยิ่งทำให้ไม่ค่อยสบายใจ เธอจึงตัดสินใจว่าจะรอคุยกับให้เ้านายหนุ่ม เผื่อว่าทั้งสองมีปัญหาอะไรกัน จะได้พูดคุยและปรับความเข้าใจกัน
“คุณวายุค่ะ” เมื่อบังอรเห็นเ้านายหนุ่มเดินเข้าบ้านมา เธอก็รีบเรียกเอาไว้ทันที
“มีอะไรหรือเปล่าป้าอร ดึกป่านนี้แล้วทำไมยังไม่นอน”
“คือป้ามีเื่จะคุยกับคุณวายุนิดหน่อยนะคะ”
“ตอนเช้าค่อยคุยก็ได้ ไม่เห็นจะต้องรอจนดึกขนาดนี้เลย” ธณายุที่เห็นแม่บ้านมีสีหน้าร้อนใจ ก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย
“คุณคนิ้ง”
“คนิ้งทำไม เธอไปสร้างเื่วุ่นวายอะไรหรือเปล่า”
“เปล่าค่ะ ป้าแค่จะบอกคุณวายุว่า ดูแลเธอบ้างก็ดีนะคะ เป็สามีภรรยากันแล้ว หากว่าทะเลาะอะไรกันอยู่ ก็หันหน้าคุยกันดีกว่าปล่อยให้ทุกอย่างมันผ่านไป ปัญหายิ่งสะสมนาน ยิ่งทำให้เพิ่มระยะห่างให้กับคนสองคนนะคะ อีกอย่างอย่ามัวทำแต่งานจนลืมว่ามีคนที่รออยู่ที่บ้าน”
“ป้าอรหมายความว่ายังไง” ธณายุที่ไม่เข้าใจว่าบังอร้าที่จะพูดอะไร จึงถามกลับด้วยความไม่เข้าใจ
“อย่าหาว่าป้ายุ่งเื่ของคุณวายุเลยนะคะ แต่ป้าเห็นว่า่นี้ดูคุณคนิ้งจะหงอยๆ ไม่สดใสเหมือนมาที่นี่ใหม่ๆ แถม่นี้ก็ดูเธอเบื่ออาหาร ไม่ยอมทานอะไรเลย ไม่ทราบว่าทั้งสองคนมีปัญหาอะไรกันหรือเปล่าคะ หากว่ามีปัญหาอะไรกัน ก็รีบเคลียร์กันเถอะนะคะ อย่าปล่อยมันผ่านไปนาน เพราะมันอาจจะทำลายชีวิตคู่ของคุณทั้งสองคนได้”
ธณายุที่ได้ฟังที่บังอรได้บอก เขาก็พอเข้าใจว่าแม่บ้าน้าจะสื่ออะไร แต่เขากับหญิงสาวไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกัน เขาจึงไม่จำเป็ต้องเคลียร์อะไร หญิงสาวแค่มีหน้าที่ตั้งท้องลูกให้กับเขาเท่านั้น ดังนั้นเธอก็ควรที่จะทำหน้าที่ของตัวเอง และก็ควรดูแลตัวเองให้ดีถึงจะถูก ไม่ใช่ให้เขาต้องคอยใส่ใจดูแล
“ป้าว่าคุณวายุควรจะใช้เวลาอยู่กับคุณคนิ้งบ้างก็ดีนะคะ หาเวลาว่างพาเธอไปเที่ยว หรือว่าพาเธอไปทานอาหารนอกบ้านบ้าง ก็น่าจะทำให้เธอรู้สึกดีขึ้น ยิ่งถ้าได้บรรยากาศใหม่ๆ อาจจะช่วยทำให้เธอผ่อนคลายได้บ้าง ป้าไม่แน่ใจว่า่นี้คุณคนิ้งมีอะไรให้เครียดหรือเปล่า แต่ทางที่ดีถ้าคุณวายุอยากมีลูกเร็วๆ ลองพาเธอไปเที่ยวดูก็น่าจะดีนะคะ”
“เดี๋ยวผมจะหาเวลาพาเธอไปก็แล้วกันครับ” ธณายุบอกกับบังอรไปส่งๆ ไม่ได้สนใจคำแนะนำของบังอรเท่าไหร่นัก “ป้าอรไปพักผ่อนเถอะครับ เดี๋ยวเื่คนิ้งผมจัดการเอง”
“.........” บังอรพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนที่จะแยกย้ายจากเ้านายหนุ่ม
ธณายุที่ได้ฟังคำแนะนำจากบังอร เขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก กับเดินเข้าห้องนอนของตนเองไปดังเช่นทุกวัน ก่อนที่จะจัดการธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย และตั้งใจว่าจะเข้านอนเลยไม่อยากจะเข้าไปรบกวนหญิงสาวบ่อยๆ แต่เมื่อเขาทิ้งตัวลงนอน คำพูดของบังอรก็ผุดขึ้นมา จากที่ไม่ได้ใส่ใจอะไร กับรู้สึกเป็ห่วงหญิงสาวขึ้นมา ซึ่งความรู้สึกที่เกิดขึ้นมานั้นเขาเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่าทำไมเขาจะต้องรู้สึกเป็ห่วงเธอด้วย ทั้งที่เธอมีหน้าที่เพียงแค่ตั้งท้องลูกของเขาเท่านั้น
แต่เมื่อเขาพยายามข่มตานอนภาพของปัณรสก็ผุดขึ้นมาไม่ยอมหยุด จนเขาอดไม่ได้ที่จะลุกไปหาหญิงสาว ที่กำลังนอนหลับใหลอยู่ห้องข้างๆ ทั้งที่วันนี้เขาตั้งใจว่าจะนอนที่ห้องตนเองแท้ๆ
เมื่อเข้าเปิดประตูเข้ามาในห้อง ก็พบว่าหญิงสาวได้หลับไปแล้ว ธณายุเดินมานั่งลงบนเตียงนุ่ม สายตาก็จ้องมองร่างบางที่หลับไหลอย่างพิจารณา ซึ่งเขาก็พึ่งสังเกตว่าหญิงสาวดูซูบผอมไปจากเดิมมากจริงตามคำบอกเล่าของบังอร ซึ่งก่อนหน้านี้เขาไม่เคยได้สังเกตเลยว่าเธอเปลี่ยนแปลงไปเช่นไร เขาสนใจแค่ความ้าของตัวเอง
การที่เขาพาเธอมาอยู่ที่นี่ เขา้าแค่ให้เธอตั้งท้องลูกให้เขาเท่านั้น ไม่ได้คิดที่จะผูกพัน ดังนั้นเมื่อร่วมสัมพันธ์อันเร่าร้อนกับเธอจบ ก็ไม่คิดที่จะสนใจเธออีก ถึงแม้จะยอมรับว่าตัวเขานั้นรู้สึกถูกใจและพึงพอใจหญิงสาวมากสักเพียงไหน แต่เขาก็ไม่อยากสานสัมพันธ์กับเธอไปมากกว่านี้ เพราะเขารู้ดีว่าชีวิตเขามีความเสี่ยงมากแค่ไหน เขาไม่อยากที่จะดึงใครเข้ามาเสี่ยงไปกับเขาด้วย หากว่าเอาใจเข้าไปผูกพันกับใครแล้ว เธอคนนั้นก็อาจจะกลายเป็จุดอ่อนสำหรับเขาก็ได้
ดังนั้นเขาจึงไม่คิดจะสนใจใคร แม้ผู้หญิงตรงหน้าจะน่าสนใจมากก็ตาม เมื่อเขาตัดสินใจที่จะขึ้นมาคลุมบังเหียนสูงสุดของ ศิริกิจวัชรา ได้อย่างน่าเกรงขาม และไม่มีใครกล้าที่จะโค่นเขาลงได้ การไม่มีจุดอ่อนเลยจะเป็ผลดีกับเขามากที่สุด
แต่พอหญิงสาวที่นอนอยู่ตรงหน้าเข้ามาอยู่ในชีวิตของเขา บางครั้งเขาก็รู้สึกไขว้เขวไปบ้าง การอยู่ห่างเธอเอาไว้จึงเป็การดีกว่าที่เขาจะดึงเธอมาเสี่ยงด้วย ธณายุจ้องมองหน้าเนียนด้วยความสนใจ ก่อนที่จะทำก้มลงจูบหน้าผากมนอย่างแ่เบา พร้อมกับแทรกตัวเองเข้าไปใต้ผ้าห่ม ดึงร่างบางเข้ามาโอบกอดเอาไว้ พร้อมกับนำพาตัวเองสู่ห้วงนิทรา
ปัณรสที่ตื่นขึ้นมารู้สึกว่านอนไม่ค่อยสบายตัว เหมือนมีอะไรหนักๆ มาทับร่างของเธอเอาไว้ แต่พอลืมตาขึ้นมาก็ต้องใ เมื่อเห็นว่าธณายุได้นอนอยู่ข้างกาย ซึ่งโดยปกติแล้วหากเขามีความสัมพันธ์กับเธอเสร็จ เขาก็ไปจากเธอแทบจะทันที แต่เมื่อคืนเขาไม่ได้ทำอะไรเธอ แต่เธอกับเห็นเขานอนอยู่ข้างๆ ปัณรสจ้องมองคนตรงหน้าอย่างพิจารณา ั้แ่ที่เธอย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านของเขา เพื่อที่จะเตรียมมีลูก เธอไม่เคยมองหน้าเขาได้เต็มตาเลยสักครั้ง
เธอไม่อยากจะสนใจกับรูปลักษณ์ของเขาเป็เช่นไร น่าสนใจมากแค่ไหน เพียงแค่มีลูกให้กับเขาอย่างเดียวก็พอไม่จำเป็ต้องสนใจอะไรมาก พอเธอทำตามที่เขา้าได้ เธอก็จะไปจากที่นี่ทันที โดยไม่คิดจะเรียกร้องสิ่งใดจากเขาอีก
แต่เมื่อเธอตื่นมาเห็นเขากำลังหลับอยู่ข้างกาย ก็อดไม่ได้ที่จะจ้องมอง ซึ่งเธอยอมรับเลยว่าผู้ชายที่นอนอยู่เคียงข้างเธอนี้ เป็ผู้ชายที่สมบูรณ์แบบมากแค่ไหน ทั้งคิ้วดกดำ จมูกโด่งเป็สัน ขนตาเป็แพหนา รับกับใบหน้าคมเข้มได้อย่างลงตัว ซึ่งทำให้เธอนึกถึงคำของรัตติยาที่เคยพูดเอาไว้นั้นไม่เกินจริงเลย ปัณรสไล่สายตามองหน้าคมด้วยความหลงใหล ก่อนที่สายตาจะหยุดที่ปากหนา เมื่อนึกถึงรอยจูบอันเร่าร้อน ที่เขาได้มอบให้ อยู่ๆ ใบหน้าก็รู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมา
“จะจ้องผมอีกนานไหม” ธณายุเอ่ยถามคนตัวเล็กออกมาทั้งที่ยังหลับตาอยู่
“คะ คุณ....” คนที่ถูกจับได้ทำได้เพียงเอ่ยถามด้วยเสียงตะกุกตะกัก พร้อมกับพยายามจะลุกหนีอย่างทุลักทุเล
ธณายุที่เห็นว่าหญิงสาวกำลังจะลุกหนีก็รีบคว้าร่างบางมาโอบกอดเอาไว้
“ผมถามคุณว่าจะจ้องอีกนานไหม ทำไมคุณถึงไม่ยอมตอบ หรือว่าเกิดมีใจให้ผมขึ้นมา”
“หลงตัวเอง ฉันก็แค่แปลกใจที่เห็นคุณยังนอนอยู่ที่นี่” ปัณรสที่ถูกจับได้ก็รีบแก้ตัวอย่างพัลวัน
“แต่สายตาที่คุณจ้องมองผม เหมือนว่าคุณกำลังหลงใหลในตัวผมเสียเต็มประดา”
“คุณหลับอยู่แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าฉันจ้องมองคุณแบบไหน” เธอรีบบอกปัดเมื่อเห็นว่าเขากำลังจ้องจับผิดตนเองอยู่ “ภายในใจฉันอาจจะกำลังคิดฆ่าคุณอยู่ก็ได้”
อืม!
ธณายุพยักหน้าเหมือนจะเข้าใจในคำแก้ตัวไปด้วยน้ำขุ่นๆ ก็ทำให้เขารู้สึกหมั่นไส้อยากจะสั่งสอนคนตัวเล็กสักหน่อย ว่าการพูดไม่ตรงกับใจตัวเองจะต้องโดนอะไร ธณายุพลิกร่างบางให้นอนราบไปบนเตียง ตามด้วยตัวเขาที่ทาบทับลงมาหวังจะจูบสั่งสอนคนปากแข็งเสียหน่อย
“ผมจะบอกอะไรให้นะ คนที่เขาคิดจะฆ่ากัน เขาไม่ต้องมองด้วยสายตาหลงใหลเช่นนี้หรอก” เขาก้มลงจูบปากสวยเบาๆ “จ้องแบบนี้เขาเรียกเชิญชวนมากกว่า”
“ใครเขาเชิญชวนกัน อั๊ววว...” ปัณรสที่พยายามจะแก้ตัวหลังจากได้ยินคำพูดยั่วยวนของธณายุ แต่เมื่อเธอกำลังจะเถียงก็รู้สึกพะอืดพะอมอยากจะอาเจียนขึ้นมา เธอรีบผลักธณายุออกจากกาย พร้อมกับวิ่งไปยังห้องน้ำเพื่ออาเจียน
ธณายุที่เห็นอาการของปัณรสก็รู้สึกใ นึกถึงคำพูดของบังอรที่บอกเมื่อคืน ว่าหญิงสาวไม่ค่อยกินอะไร ซึ่งเขาคิดว่าอาการที่เธอเป็อยู่นี้อาจจะเป็อาการข้างเคียงจากการไม่ค่อยได้กินอะไรก็เป็ได้ ธณายุเดินตามเข้าไปในห้องน้ำเพื่อดูว่าหญิงสาวเป็อะไรมากหรือเปล่า
แต่พอเดินเข้ามาก็เห็นร่างบางทรุดลงไปนั่งที่พื้นอย่างอ่อนแรง เขารีบเดินไปพยุงร่างของเธอเอาไว้ด้วยความใ ก่อนที่จะช้อนร่างของเธอเอามาไว้ในอ้อมแขนพร้อมก้าวเดินออกจากห้องอย่างร้อนรน
“ป้าอรให้ไอ้พลเอารถออกเดี๋ยวนี้เลย” ธณายุเดินลงมาจากห้องเห็นบังอรกำลังเดินมา เขาจึงเรียกให้แม่บ้านไปบอกกองพล ที่เป็ทั้งผู้ช่วยคนสนิทและคนขับรถส่วนตัว ให้รีบเตรียมรถเพื่อพาหญิงสาวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
บังอรที่ได้ยินเ้านายเรียกบอก เธอก็รีบเดินไปหากองพลผู้เป็ลูกชาย ที่กำลังนั่งกินอาหารอยู่ในห้องครัวอย่างร้อนรน โดยที่ไม่รอถามว่าเกิดอะไรขึ้น
เมื่อกองพลเห็นเ้านายกำลังอุ้มหญิงสาวอยู่ในอ้อมแขน เขาก็รีบนำรถออกทันทีโดยที่ไม่ต้องรอให้เ้านายหนุ่มได้บอกซ้ำ ก่อนที่จะขับตรงไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันทันที