อีกด้าน
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
“เสียงปืนจากไหนว่ะ คงไม่ใช่จุดชมวิวหรอกนะ” พ่อเลี้ยงเขม แห่งไร่คิมหันต์ถามขึ้นด้วยสีหน้าเป็กังวล เพราะเสียงปืนดังต่อเนื่อง แถมที่ได้ยินอยู่ไม่ไกลจากที่เขาอยู่เลย
“น่าจะเป็จุดตั้งแคมป์บนเขาครับพ่อเลี้ยง”
“วันนี้มีนักท่องเที่ยวขึ้นไป้ามั้ย” พ่อเลี้ยงหนุ่มถามด้วยสีหน้าเป็กังวลว่าจะเกิดเื่ไม่ดีขึ้นกับนักท่องเที่ยว
“มีห้าคนครับ ตอนนี้ทุกคนน่าจะถึงจุดกางเต็นท์กันแล้ว”
“เสียงปืนสี่นัด นักท่องเที่ยวมีห้าคน แล้วคนของเรา้าล่ะมีใครรายงานอะไรมั้ย”
“ยังติดต่อใครไม่ได้เลยครับ”
“เอารถออก เตรียมคนเตรียมอาวุธไปให้พร้อม” ลางสังหรณ์ของพ่อเลี้ยงหนุ่มไม่ดีเอาเสียเลย ว่าแล้วเขาก็รีบบึ่งรถขึ้นเขาไปกับลูกน้องคนสนิทอีกคนทันที เป็ทางขึ้นเขาอีกฝั่งที่รถสามารถขึ้นไปได้จากไร่ มีเพียงคนในไร่เท่านั้นที่รู้
“พ่อเลี้ยง” วรุตผู้ช่วยหนุ่มอีกคนร้องห้าม แต่ไม่ทันพ่อเลี้ยงหนุ่มบึ่งรถออกไปแล้ว ก่อนหันไปสั่งลูกน้องที่เหลือด้วยความร้อนใจเป็ห่วงเ้านาย
“พวกมึงไปรวมคนมาเร็วๆ หน่อย พ่อเลี้ยงไปโน่นแล้ว” คนงานในไร่ถูกเกณฑ์ให้มารวมตัวกันพร้อมอาวุธครบมือ เพื่อไปช่วยพ่อเลี้ยงหนุ่มบนเขา
ไร่คิมหันต์อยู่ในความดูแลของ เขม หรือพ่อเลี้ยงคิมหันต์ หนุ่มหล่อวัย35ปี ดีกรีนักศึกษาจบนอกอนาคตไกลที่ทั้งหล่อ รวยและเก่ง จนสาวๆ ในจังหวัดต่างพากันหมายปองอยากมาเป็แม่เลี้ยงของไร่นี้ เขายอมละทิ้งความตั้งใจเดิมของตนเองที่จะสร้างธุรกิจในต่างแดน
เพราะเจอคนมากมายทำให้ชีวิตวุ่นวายไม่รู้จบ ทุกคนที่เข้ามาหวังเพียงผลประโยชน์จากเขาเท่านั้น นั่นทำให้่หลังเขาเริ่มไม่มีความสุขกับชีวิต
จึงผันตัวมาเป็ชาวไร่เพื่อรักษาสิ่งที่พ่อและแม่สร้างมาด้วยกันรวมถึงปกป้องคนงานในไร่ให้อยู่อย่างเป็สุข ใช้ชีวิตเรียบง่าย
แต่ถึงจะรักความสงบมากเท่าไหร่ ชีวิตก็มักจะเจอเื่ไม่คาดฝันอยู่เสมอ และเขาผู้ซึ่งยอมให้กับเื่ที่ไม่ถูกต้องไม่ได้ ยิ่งหากมีใครหน้าไหนมารุกรานพื้นที่และคนของเขาด้วยแล้วยิ่งยอมให้ไม่ได้
ด้วยเป็พื้นที่ในเขตไร่ของตนเองทำให้เขาเดินทางไปถึงจุดหมายได้ในเวลาไม่นาน แสงเพลิงจากกองไฟส่องสว่างให้เห็น ภาพกลุ่มชายฉกรรจ์หลายคนตรงหน้า ดูก็รู้ว่าไม่ได้มาดีแน่ ๆ พ่อเลี้ยงหนุ่มพินิจมองภาพตรงหน้า เห็นร่างคนสี่ร่างนอนกองอยู่ที่พื้น
จากนั้นแง้มหูฟังว่าพวกมันกำลังทำอะไร จนพอจับใจความได้รู้ว่ามันกำลังตามหาคน ซึ่งหากเดาไม่ผิดต้องมีหนึ่งคนที่รอดไปได้ คิดแล้วก็คำนวนจากจุดที่พวกมันอยู่และที่เขาอยู่พอจะเดาได้ว่าคนที่พวกมันตามหาหนีไปทางไหน
“เอาไงดีครับพ่อเลี้ยง” โชคดีลูกน้องคนสนิทถามเมื่อเห็นท่าไม่ดี
“โทรแจ้งตำรวจ แล้วรอคนของเราที่นี่ถ้ามาถึงแล้วให้ตามไปทางไปจุดชมวิว”
“แล้วพ่อเลี้ยงละครับ”
“ฉันจะเข้าไปช่วยคนก่อน ส่วนแกระวังตัวด้วย”
“แต่...” ไม่ฟังคำทัดทานใด ขายาวแข็งแรงก้าวไปด้านหน้าด้วยความรวดเร็ว ในที่สุดก็เจอเป้าหมายที่หลบอยู่ไม่ไกลจากแสงไฟที่ส่องไปมา
อังวรีได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินเข้ามาใกล้ เธอทำได้เพียงหมอบตัวหลบให้ต่ำที่สุดเท่าที่ทำได้ถึงจะหวาดกลัวแต่เธอก็พยายามมีสติ
“หาให้ทั่วจนกว่าจะเจอ กลางป่ากลางเขามืดแบบนี้ มันหนีไปได้ไม่ไกลหรอก”
หนึ่งในนั้นะโบอก ระหว่างที่เธอกำลังจดจ่ออยู่กับพวกมันที่เดินผ่านไปมาด้านหน้า ด้านหลังก็มีชายอีกคนเดินเข้ามาประกบตัว เธอใกำลังร้องแต่ถูกเขาเอามือปิดปากไว้เสียก่อน
“ถ้าไม่อยากถูกพวกมันจับได้ก็เงียบไว้” เขากระซิบบอก ไม่รู้ว่าเขาคนนี้เป็คนดีหรือว่าเป็พวกเดียวกันกับพวกนั้น แต่เธอก็ไม่มีทางเลือกนอกจากนิ่งไว้ คืนนี้เป็คืนเดือนหงายทำให้เธอพอเห็นว่าเขาเป็ผู้ชายร่างสูงใหญ่ หญิงสาวพยายามพินิจพิจารณามองเขาผ่านความมืดแต่ก็มองได้ไม่ชัด
จากที่ได้ััคนตรงหน้าผมยาว ตัวเล็กแค่บ่าเขาและจากมืออีกข้างที่ััโดนเข้ากับความนุ่มนิ่มเต็มๆ ทำให้รู้ในทันทีว่าเธอเป็ผู้หญิง เขาเห็นเธอจ้องอยู่นานจึงจ้องเธอกลับ อย่างที่คิดเธอไม่ได้ไว้ใจเขา หญิงสาวพอเห็นพวกนั้นเดินห่างไปไกล และเขาเผลอเธอก็รีบวิ่งไปอีกทางการขยับตัวของเธอทำให้พวกนั้นรู้ตัวและวิ่งกลับมาที่เธอและเขาทันที
“บ้าเอ๊ย” เขาสบถรีบวิ่งตามไปคว้าแขนดึงร่างบางให้นอนหมอบราบลงกับพื้น
ปัง! ปัง! หนึ่งในนั้นยิงปืนขึ้นฟ้าขู่ มือหนารีบปิดปากเธอไว้แน่นไม่ให้หลุดเสียงร้องออกไป
“ถ้าอยากรอดก็อย่าร้อง อย่าวิ่งหนี ผมมาช่วยเข้าใจมั้ย” อังวรีพยักหน้า
“ถ้ามีโอกาสให้วิ่งไปทางโน้น ทางนั้นเป็หน้าผา” เขาบอกเมื่อเห็นหญิงสาวพยักหน้ารับรู้จึงปล่อยให้เธอเป็อิสระ
“กูรู้ว่ามึงอยู่แถวนี้ อย่าหนีเลย ยังไงก็หนีไม่รอด เอาของของพวกกูคืนมาแล้วกูจะปล่อยมึงไป” ชายคนหนึ่งะโขู่เสียงดังลั่นป่า
“ไม่เจออะไรเลยพี่ น่าจะเป็สัตว์ป่า”
“เจอสัตว์ก็ยิง เจอคนก็ยิง ไปดูทางโน้น ข้างหน้าเป็หน้าผาแล้วยังไงมันก็ต้องอยู่แถวนี้แหละ”
พอพวกมันห่างไปไกลทั้งสองพยายามลุกและเดินหลบไปอีกทาง แต่ด้วยความมืดและความไม่เคยชินทำให้หญิงสาว เหยียบโดนเศษกิ่งไม้เกิดเสียงดังจนพวกมันรู้ตัว
“นั่น มันอยู่ทางนั้น”