
ตอนที่46 "หึๆ ..หลานชายของข้าเลยหรอ.. คริคริ"
แม้พระองค์จะเดินออกไปจากท้องพระโรงแต่ก็ยังคงได้ยินเสียง ขององค์ฮองเฮาฝ่ายขวาหัวเราะอย่างสะใจ เหมือนได้ชำระความแค้นครั้งนี้ลงจนหมดสิ้น
"ฮึๆ "
องค์กษัตริย์เข้าหลังท้องพระโรงแม้แต่สั่งเลิกประชุมก็ยังไม่มีกะจิตกะใจ บอกกล่าวมหาอำมาตย์ผู้ยิ่งใหญ่หน้าเหวอ มองซ้ายมองขวา ก่อนที่จะหันไปโค้งคำนับราชวงศ์และองค์ฮ่องเฮาเจ้าจิงจง
ขอเชิญข้าเหล่าเสนาอำมาตย์เลิกประชุมขอเชิญราชวงศ์เสด็จกลับ พิธีการแต่งตั้งองค์ชายทั้งสองก็จบลงด้วยประการละฉะนี้
ทำให้ทุกคนงงงวยมองหลังองค์จอม ราชากับองค์ฮองเฮาฝ่ายซ้ายเสด็จกลับพระตำหนักไปแบบไม่มีคำจะเอ่ย
กริชเพชรค่อยๆ เดินไปหลบด้านหลังองค์ฮองเฮาจิงจง นางหันมาลูบศีรษะเขาอย่างรักและเอ็นดูพระองค์เป็นบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนเป็นที่เชิดหน้าชูตา สร้างชื่อเสียงของพระนางให้กลับคืนมาและ ได้ล้างอายในวันนี้
"คารวะองค์ฮองเฮาหม่อมฉันขอแสดงความยินดีกับเสด็จพี่ด้วย..."เสียงของพระขนิษฐาองค์ฮ่องเต้ กล่าวขึ้นขณะนางเดินมายกมือคารวะพี่สะใภ้คนใหญ่
"เจ้าเฟยท่านจะมาพิธีรีตองกันไปไยเล่า เราคนกันเองทั้งนั้น น้องเจ้าสบายดีหรือไม่..."เสียงองค์ฮองเฮาฝ่ายขวาทักทายน้องสามีอย่างอารมณ์ดีสุดแสนปลาบปลื้ม ในเหตุการณ์วันนี้
"เสด็จพี่ช่างมีบุญวาสนายิ่งนัก สมแล้วกับที่ท่านตั้งใจบวงสรวงบรรพบุรุษ จนได้บุตรชายคนเก่งผู้นี้ ข้าอิจฉาเสด็จพี่ซะแล้วสิ..."เสียงพระนางเจ้าเฟยพูดพร้อมกับปรายตา มองเด็กหนุ่ม
กริชเพชรรีบยกมือคารวะ เขาคาดว่าผู้หญิงที่สวยสง่างามตรงหน้าต้องเป็นพระเจ้าอาของเขาแน่ นางมีสรีระที่สวยงาม ใส่ชุดดำปักดิ้นทองทั้งตัว หน้าอกขนาดใหญ่ของนางเป็นจุดเด่น
มีเขาขึ้นบนศีรษะงองุ้มไปด้านหลังซ้ายขวาอย่างเห็นได้ชัด แสดงว่ากายอสูรของนางมีพัฒนาการที่สูงส่งแต่ก็ทิ้งความไม่บริสุทธิ์ จนเห็นได้ชัดออกมาเป็นเขาทั้งสองข้าง แต่ก็ไม่สามารถบดบังความงดงามของหญิงสาวได้
"น้องข้าเจ้าช่างเก่งยิ่งนักพี่สาวคนนี้ทึ่งในตัวเจ้า วันนั้นที่หน้าประตูเมืองข้าคิดว่าเจ้าจะมีกายอสูรที่แข็งแกร่งและพลังดวงจิตแก่นแท้ที่บริสุทธิ์จนก่อเกิดพลังโจมตีอันสุดยอด แต่นี่กระไรกลยุทธ์หมากแปดทิศของเจ้ายิ่งเป็นสิ่งที่พี่สาวคนนี้นับถือยิ่งนัก..."
องค์หญิงเจ้าเฟิง บุตรสาวของพระเจ้าอาหญิงของเขาเดินตามหลังมาสมทบ พร้อมกับกล่าวทักทายด้วยใบหน้าที่องอาจสวยงามเหมือนหญิงแกร่งลักษณะท่าทีออกไปทางทอมบอยนิดๆ
"คารวะท่านพี่หญิง ข้าผู้น้อยดีใจที่ได้พบท่านอีกครั้งหนึ่ง เป็นบุญวาสนาของข้ายิ่งนัก..."กริชเพชรสรรหาคำพูดมากล่าวกับนาง
เพราะรู้สึกว่าผู้หญิงที่ตรงหน้าเขา จะออกไปทางเจ้ายศเจ้าอย่างเหมือนกับชายชาติทหารมากกว่า
"ฮ่าๆ ..เจ้าพูดได้ดีปากหวานเหมือนกันนะเนี่ย..." นางชม้ายชายตามองหน้าชายหนุ่ม รูปร่างท่าทางของเขาอ้อนแอ้นอรชรแต่ว่ากล้าแกร่งไปทั้งตัว
มองยังไงก็เป็นบุรุษสำอางมากกว่าแต่นางไม่ได้ดูหมิ่นรูปลักษณ์ภายนอกของกริชเพชรอีกต่อไปแล้ว เพราะเขาได้สำแดงฝีมืออันเลิศล้ำและสติปัญญาที่เยี่ยมยอดประจักษ์ต่อสายตานางถึงสองครั้งสองครา
"เจ้าอย่ามัวแต่ทักทายกันเลยพวกเราไปที่หอคลังสมบัติกันดีกว่าไหม เดี๋ยวเจ้าอาจะพาเจ้าไปที่นั่นเอง ข้าอยากรู้นักว่าเจ้าจะหยิบฉวยอะไรออกมาได้บ้าง..."
พระนางเจ้าเฟยกล่าวกับกริชเพชรพร้อมส่งยิ้มหวานให้เขา
นางรู้สึกพึงพอใจหลานชายที่อยู่ตรงหน้ายิ่งนัก เมื่ออยู่ใกล้ชิดกับเขาทำให้ใจของหญิงสาวรู้สึกแปลกๆ ยังไงไม่รู้ นางคิดถึงสามีที่จากไป
บุรุษผู้เป็นพ่อของเจ้าเฟิงเองอาจเข้มแข็งหน้าตาออกจะไปทางดุดัน หนวดเคราเต็มหน้า แต่ก็ทำให้นางรู้สึกอบอุ่นในจิตใจเพราะความแข็งแกร่งของเขา
และในเวลานี้ความรู้สึกแบบเดียวกันกลับเกิดขึ้นในอารมณ์ของสาวใหญ่ ทั้งๆ ที่รูปร่างลักษณะของกริชเพชร มิได้เป็นแบบเดียวกับสามีผู้ล่วงลับไป
นางก็รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลของอารมณ์ลึกๆ ภายใน อาจจะเป็นเพราะความเก่งกาจปฏิภาณไหวพริบของชายหนุ่มที่ได้ถ่ายทอดออกมาเมื่อสักครู่นี้ ทำให้สาวใดได้ใกล้ชิดมีความหลงใหลได้ปลื้มเหมือนเน็ตไอดอลในยุคสมัยของกริชเพชร
เขาสามารถสร้างชื่อเสียงชั่วข้ามวันจนยืนอยู่แถวหน้า ของกลุ่มลูกหลานคนรุ่นใหม่ซึ่งพระนางเจ้าเฟยรู้สึกดีกับเขาเป็นพิเศษความนุ่มนวลอ่อนสุภาพหน้าตาหล่อเหลายิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้เขายิ่งนัก นางจึงอยากทำตัวสนิทสนมกับหลานชายสุดหล่อคนนี้มากยิ่งขึ้น
"ดีมากเลยเจ้ารู้หรือไม่ว่าพระนางเจ้าเฟยเป็นผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งในราชวังเป็นน้องสาวคนโปรดของเสด็จพ่อของเจ้า เมื่อพระนางรักใคร่เอ็นดูเจ้านับว่ามีวาสนาแล้วล่ะ..ลูกโจวของแม่..." องค์ฮองเฮาเจ้าจิงจงกล่าวด้วยความเบิกบาน เมื่อเห็นน้องสาวองค์กษัตริย์ มีท่าทางสนิทสนมกับบุตรชายของนาง
มันบ่งบอกถึงฐานอำนาจองครักษ์ชั้นเจ้า ของราชวังได้เกื้อหนุนลูกชายคนเดียวของนาง แล้วด้านหนึ่ง พระนางได้รับอำนาจปกครองราชวังภายในทั้งหมด ยิ่งเป็นแบบนี้ทำให้หญิงสาววางใจมากยิ่งขึ้น ถึงสถานะของกริชเพชรที่จะดำรงได้ราบรื่นขึ้นกว่าเก่า
"ขอบพระทัยพระเจ้าอาพระเจ้าค่ะ..." เสียงของกริชเพชรทุ้มต่ำ เขาก็รู้สึกแปลกๆ ยังไงไม่รู้กับท่าทีและแววตาของพระเจ้าอาเพราะชายหนุ่มผ่านเรื่องหนุ่มสาว สมัยเป็นนักศึกษามามากพอสมควร
ลักษณะท่าทางการพูดและแววตาแบบนี้เขาย่อมรู้ดีว่า นางไม่ได้รักเอ็นดูเขาเหมือนเด็กผู้หนึ่ง แต่กลับหว่านเสน่ห์แบบไก่แก่แม่ปลาช่อน จนเด็กหนุ่มสัมผัสได้
"คารวะพระนางเจ้าเฟย..."
เสียงของผู้ตรวจการใหญ่ดังขึ้นขณะที่ท่านเดินเข้ามาใกล้ มองหลานชายและลูกสาวอย่างภาคภูมิใจ เหมือนตัวเองกลับหนุ่มและมีอำนาจขึ้นมาอย่างมากล้น มันช่างเป็นวันที่สุดยอด เพราะหลานชายคนเก่งมอบสิ่งที่ดีให้กับเขา
"ข้าขออนุญาตเสด็จตามพระนางไปในเขตหวงห้ามได้หรือ..."
ไม่เสียงของผู้ตรวจการจิงจูกล่าวขึ้นขณะที่ เดินมาสมทบกับกลุ่มของกริชเพชร
"ได้สิท่านผู้ตรวจการท่านเป็นถึงท่านตาขององค์ชายสิบสี่ ท่านก็นับว่าเป็นเครือญาติสนิท ทำไมจะเข้าเขตหวงห้ามของราชวังด้านในไม่ได้เล่า เดี๋ยวข้าจะนำทางหลานชายของข้า ไปที่หอคลังอาวุธตระกูลตอนนี้เลย..."เสียงพระนางเจ้าเฟยกล่าวกับผู้ตรวจการพร้อมพยักหน้านำกริชเพชรตรงไปพระตำหนักประจำตระกูลอสูรวารีน้ำจืด ซึ่งเป็นคลังเก็บอาวุธวิเศษ
'หึๆ ..หลานชายของข้าเลยหรอ.. คริคริ..'พระนางฮองเฮาฝ่ายขวาชำเลืองตามองผู้ตรวจการผู้เป็นบิดา หญิงสาวนึกขำในใจ ว่าพระนางเจ้าเฟยช่างใช้สรรพนามรวบหัวรวบหางองค์ชายสี่ เป็นคนของนางไปเสียแล้ว
น้องสามีผู้นี้คงเปล่าเปลี่ยวกายใจมา หลายสิบปี วันนี้พอบุรุษที่ถูกใจนางกับไม่สงวนท่าทีเปิดเผยความพึงพอใจออกมาแบบชัดเจนยิ่งกว่าสาวๆ ยุคสี่จีอีกแน่ะ
ทั้งหมดต่างเดินทางไปสู่ตำหนักด้านในเป็นหอที่สูงใหญ่ด้านหน้ากำแพงหอปกคลุมภูเขาลูกหนึ่งไว้ มันเป็นประตูขนาดใหญ่เขียนอักษรคลังอาวุธกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืด
"นี่เป็นป้ายทองที่ใช้ผ่านเข้าประตู ข้าได้ให้มหาดเล็กไปอัญเชิญมาให้เจ้า มันเป็นรางวัลที่เจ้าได้รับจากพระเชษฐา ข้าผู้เป็นอาขอมอบให้เจ้า พวกเราจะประทับรอหลานชายอยู่ที่นี่ เจ้ามีสิทธิ์เข้าไปเลือกสรรอาวุธเทพหนึ่งชิ้น
อาหญิงขอแนะนำเจ้าว่าจงไปพิจารณาดูอาวุธศิลาอสูร ที่อยู่ด้านในสุดของคลังอาวุธ กำหนดไว้สามก้านธูปไหม้ เมื่อถึงเวลาเจ้าจงกลับออกมานี่เป็นกฎของราชสำนัก
เมื่อถึงเวลานั้นเจ้าต้องนำอาวุธออกมา หนึ่งชิ้นถือว่าสิ่งนั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้า แล้วห้ามนำออกมาเกิน แต่ถ้าไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้ อาหญิงขอแนะนำอาวุธค้อนอัสนีที่อยู่ชั้นสองของหอแห่งนี้ มันเป็นของสามีผู้ล่วงลับของอาหญิงเอง
อาวุธชิ้นนี้ถือว่าไม่เป็นรองดาบอสูรขององค์กษัตริย์อสูรวารีน้ำจืด นี่เป็นคำแนะนำจากอาหญิงของเจ้า..."
เสียงหญิงสาวอ่อนหวานโดยเฉพาะคำที่เน้นหนักจนกริชเพชรต้องขมวดคิ้วยกยิ้มแบบเขินๆ
คือคำว่าอาวุธของสามีผู้ล่วงลับ เหมือนกับหญิงสาวกำลังบอกอะไรเป็นในๆ ให้กับชายหนุ่ม ทุกคนต่างได้ยินนางพูดอย่างชัดเจนทำให้ พระนางเจ้าจิงจงอมยิ้มมองหน้ากริชเพชรและพระนางเจ้าเฟยสลับกันไปมา
รู้สึกว่าหญิงสาวหมายปองเด็กหนุ่มในท่าทีเสียแล้ว ซึ่งมันก็ไม่แปลกอะไรสำหรับราชวงศ์ของอสูร การเกิดก่อนเกิดหลังไม่สำคัญ แต่ว่าผู้ใดเข้มแข็งผู้ใดมีความแข็งแกร่งเหนือกว่าผู้อื่น ผู้นั้น ก็ได้รับการยกย่องและใฝ่หามาเป็นคู่ไม่มีประเพณีกีดกั้น เป็นความพึงพอใจทั้งสองฝ่ายหรือไม่ก็เป็น ความพึงพอใจของผู้มีอำนาจเบื้องสูงกว่าที่จะบงการเหมือนคลุมถุงชน
เพราะเมื่อดำรงชีวิตพัฒนากายอสูรระดับสิบขึ้นไปแล้วก็สามารถมีอายุยืนยาวนานได้ถึงห้าร้อยปี ถ้าเลื่อนระดับขึ้นไปสูงกว่านั้นอายุก็จะยืนยาวออกไปอีกตามลำดับ
ดังนั้นทุกคนจึงใฝ่ฝันหาที่จะพัฒนากายอสูรของตนให้มีระดับสูงขึ้น เพื่อดำรงชีวิตให้นานที่สุด การมีผู้ดูแลที่ยิ่งใหญ่มีพลังกายอสูรระดับสูงจึงเป็นที่หมายปองจับจองเป็นคู่ครอง
กริชเพชรรับป้ายอาญาสิทธิ์ในการเข้าคลังสมบัติของราชวงศ์ แล้วเดินไปที่หน้าประตูคารวะทุกคนที่กำลังมองให้กำลังใจ
"ลูกรัก..ถ้าเจ้าไม่สามารถเลือกอันใดได้เจ้าก็เอา อาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านอาหญิงแนะนำกลับออกมาก็ได้ นั่นก็ถือว่าเป็นของวิเศษคู่บ้านคู่เมืองชิ้นหนึ่งเลยทีเดียวนะ..."
เสียงของฮองเฮาฝ่ายขวาร้องบอกบุตรชายอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่เขาจะเปิดประตูออก แล้วเดินผ่านเข้าไปในประตูของคลังอาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแรงเหมือนป้อมปราการยักษ์ มันปิดลงทันทีเมื่อชายหนุ่มก้าวพ้นผ่านประตูเข้าไปด้านใน
กริชเพชรก้าวเท้าเข้ามาในคลังอาวุธศักดิ์สิทธิ์ เขามองเห็นแสงสว่างนวลๆ ของเพชรบนเพดานถ้ำขนาดใหญ่ ที่นี่มันคือถ้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งของตระกูลกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืดด้านในฝังมุกเรืองแสงไว้ทำให้แสงสว่างส่องกระจายไปทั่วดุจกลางวัน
กริชเพชรเดินตรงเข้าไปทั้งสองข้างมีชั้นหินวางเรียงรายกันทั่ว มิได้เป็นระเบียบเรียบร้อยสักเท่าใด เพราะก้อนหินแต่ละก้อนที่ตั้งตระหง่าน อยู่มีอาวุธอสูรแต่ละชนิดวางลอยไว้เหนือแท่นศิลาเหล่านั้น มันปกคลุมด้วยแสงสีทองอ่อนๆ เหมือนไข่ที่ห่อหุ้มอาวุธเหล่านั้นไว้ ใต้ฐานศิลามีจารึกชื่ออาวุธต่างๆ ล้วนแต่เป็นของเทพทั้งสิ้น
"หนิงหนิง..เจ้าออกมาจากดวงจิตแก่นแท้ช่วยข้าดูอาวุธ และประวัติของมันหน่อยสิว่ามีความวิเศษแตกต่างกันเยี่ยงไร..."เสียงกริชเพชรร้องสั่ง หนิงหนิงก็ปรากฏกายข้างตัวเขา ภูตสาวส่งยิ้มหวานให้กับชายหนุ่ม
"นายน้อยท่านช่างมีเสน่ห์จริงๆ นะ..สาวน้อยสาวใหญ่ต่างพากันรุมล้อมหว่านเสน่ห์หมายจะกลืนกินท่าน ลงคอในคำเดียวกันเลยเชียว..พ่อคนเก่ง..."
เสียงของหนิงหนิงแขวะกริชเพชรพร้อมกับส่งยิ้มหวานให้กับเขา
"เจ้าก็พูดเกินไปพวกนั้นต่างเป็นญาติข้าทั้งสิ้น พวกนางแสดงความสนิทสนมเพราะรักใคร่เอ็นดูข้าต่างหากล่ะ..."
ชายหนุ่มแก้ตัวไปแบบเนียนๆ
"นายน้อยข้าจะบอกท่านเรื่องหนึ่งนะในวงศ์วาน ของพวกเหล่าอสูร มิได้กีดกั้นเรื่องอายุหรือเชื้อสาย ถ้ามีผู้ใดพึงพอใจกันก็สามารถเลือกเป็นคู่ครองได้ มิว่าญาติสนิทเพียงใดโดยเฉพาะราชวงศ์ยิ่งเป็นญาติยกให้เป็นคู่กันยิ่งดี เพราะต้องรักษาเลือดบริสุทธิ์สายตรง หรือไม่ก็เป็นราชวงศ์ต่างเมืองซึ่งที่จริงก็คือวงญาติเดียวกันทั้งนั้นแหละเจ้าค่ะ
เพียงแต่มีความพึงพอใจกันก็เท่านั้นเองเฉกเช่นพระเจ้าอากับนายน้อย ก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องแปลก เพราะอายุพวกเหล่าอสูรยืนยาวนานนับเป็นร้อยเป็นพันปี ดังนั้นถือว่าทุกคนต่างเป็นหนุ่มเป็นสาวกันทั้งสิ้น.."
หญิงสาวพูดพร้อมกับอมยิ้มทำหน้าทะเล้นใส่ชายหนุ่ม
......................................................................................................................................................................................