หนึ่งสัปดาห์ต่อมา
เ้าของร่างสูงโปร่งกำลังเยื้องย่างปะปนมากับผู้ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยหลังผ่านจุดตรวจคนเข้าเมือง ด้วยใบหน้าที่หล่อเหลาและรูปร่างที่เหมือนพวกนายแบบเรียกสายตาให้คนมองไปยังเขาอยู่ไม่น้อย ชายหนุ่มเดินนำหน้าชายสองคนที่กำลังลากกระเป๋าเดินตามเขาไปไม่ห่าง มองไปตรงจุดนัดพบก็เห็นใครบางคนที่คุ้นตากำลังยืนรอเขาอยู่ ความโดดเด่นของอีกฝ่ายทำให้เขาเจอตัวมันไม่ยาก
“สวัสดี...ฮิวโก้”
คนที่กำลังก้มหน้ากดสมาร์ทโฟนในมือเงยหน้าขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยทักทายออกมาเป็ภาษาอังกฤษ
“เอเดน!!!” สองหนุ่มชูมือขึ้นมาจับพร้อมกับเอาไหล่ชนกันหนึ่งที
“นึกว่านายจะถึงช้ากว่านี้เสียอีก” สองผู้ติดตามของเพื่อนสนิทก้มศีรษะให้เขาเล็กน้อย ฮิวโก้จึงก้มหน้ารับการทักทายแล้วจึงหันไปคุยกับเพื่อนสนิทต่อ
“นายลืมไปแล้วหรือไงว่าฉันนั่งเครื่องบินส่วนตัวมา” ฮิวโก้ยิ้มแหยๆ ก่อนที่เอเดนจะชวนเพื่อนสนิทให้ออกจากสนามบินกันสักที
ระหว่างที่อยู่บนรถตู้ที่ฮิวโก้นำมารับเพื่อนสนิทกับบอดี้การ์ด ทั้งคู่ก็นั่งพูดคุยกันถึงเื่ของอลินา แต่พอเห็นป้ายโฆษณาที่ข้างทางก็ทำให้เอเดนยิ้มออกมาอย่างพอใจ
“ภรรยาของฉันดูท่าจะงานรัดตัวน่าดู แบบนี้เธอจะมีเวลาพักผ่อนไหม”
เพราะหลังจากงานเดินแบบการกุศลในค่ำคืนนั้นก็มีงานติดต่อให้อลินาไปเดินแบบและไปถ่ายแบบเพื่อโปรโมทสถานที่หรือไม่ก็ไปถ่ายแบบโปรโมทสินค้าต่างๆ เรียกได้ว่าเธอกลายมาเป็นางแบบน้องใหม่ที่กำลังเป็ที่น่าจับตา
“นายก็กังวลเกินไป ่นี้กอบโกยได้ก็ต้องกอบโกยสิ ยิ่งเป็ที่นิยมก็ยิ่งดังเร็ว นี่ฉันนะก็แอบกังวลว่านายจะมาพาเธอกลับไปอเมริกาอยู่เลย” ฮิวโก้เอ่ยออกมาทีเล่นทีจริง
“ที่นายพูดก็ไม่ผิดหรอก แม่ฉันให้มาพาลูกสะใภ้กลับอเมริกา ไปจัดงานแต่งงานกันดีๆ” น้ำเสียงจริงจังดังออกมาจากริมฝีปากหนาสีกุหลาบทำเอาเพื่อนสนิทตาเบิกโพลง
“ถามจริง เมียนายเจอกับนายสักครั้งยัง เห็นบอกจะเล่าให้ฟัง เล่ามาตอนนี้เลยให้ไว”
ฮิวโก้ถามเพื่อนออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง เพราะเท่าที่ฟังเจ๊ลูซี่เข้ามารายงาน เธอบอกว่าอลินาบอกความจริงที่ว่าเธอจดทะเบียนสมรสแล้ว แต่จดแค่เพียงในนามเท่านั้นเพราะเธอเองก็ยังไม่เคยพบกับสามี
เอเดนจึงเริ่มเล่าเื่ราวั้แ่วัยเด็กที่เขาได้พบกับอลินาเป็ครั้งแรก และได้พบกันอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้รู้ข่าวของเธอมานาน ความบังเอิญที่บิดาผู้ล่วงลับของเธอเป็หนี้เขา เขาจึงขอให้อีกฝ่ายยกลูกสาวให้แต่งงานกับเขาเป็การแลกเปลี่ยน คนฟังรู้สึกอึ้งไปกับพรมหมลิขิตของเพื่อนสนิท คนที่มีท่าทีไม่สนใจผู้หญิงมาั้แ่สมัยเป็วัยรุ่นอย่างเอเดน วินเทอร์ ทายาทมาเฟียลำดับที่สาม รุ่นที่ห้าของตระกูลวินเทอร์ แท้จริงแล้วกลับมอบหัวใจให้ผู้หญิงคนหนึ่งไปั้แ่วัยเด็ก
รถตู้คันหรูเคลื่อนตัวผ่านการจราจรที่ติดขัดของกรุงเทพฯไปถึงคอนโดหรูก็เกือบบ่ายคล้อย ฮิวโก้ส่งเพื่อนสนิทและสองบอดี้การ์ดของเอเดนที่คอนโด จากนั้นจึงกลับบริษัทไปก่อนเพราะยังมีงานที่ค้างอยู่ต้องกลับไปสะสางให้เสร็จ ในขณะที่มาเฟียหนุ่มกำลังเดินไปที่ลิฟต์ก็บังเอิญได้พบกับอลินาที่ลงมาหาอะไรกินกำลังจะออกจากประตูลิฟต์ที่เปิดออกพอดี
ชายหนุ่มชาวต่างชาติ ผิวขาว ผมบรอนด์ ใบหน้าหล่อเหลาของเขาทำให้อลินาเผลอมองหน้าเขาราวกับต้องมนต์สะกดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะรีบละสายตาเพราะเขามองมาที่เธอเช่นกัน หญิงสาวรีบก้าวเท้าออกจากประตูลิฟต์แล้วเดินออกจากคอนโดไปเพื่อหาอะไรกิน เอเดนหันหลังกลับไปมองภรรยาสาวจนเธอเดินไปสุดสายตา
“ตามไปไหมครับนาย” บุ๊ซเอ่ยถามออกมา
“ยัง...ปล่อยเธอไปก่อน ถ้าเข้าไปแนะนำตัวตอนนี้เธอคงจะใจนรับไม่ทัน อีกอย่างฉันมีเื่ที่จะต้องจัดการก่อนที่จะพบเธอ”
ริมฝีปากหนาแสยะยิ้มออกมาก่อนที่ร่างสูงโปร่งจะเดินเข้าไปภายในลิฟต์ สองบอดี้การ์ดหนุ่มลากกระเป๋าเดินทางตามเข้าไป บุ๊ซกดเลขชั้นอย่างคุ้นเคยเพราะคอนโดนี้มีชั้นที่เป็ของเ้านายเขาทั้งชั้น แต่ตอนนี้ชั้นนั้นมีนายหญิงพักอยู่ห้องหนึ่งโดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยว่าห้องนั้นคือห้องสามีของเธอ ไม่ใช่ห้องของฮิวโก้อย่างที่เข้าใจ
นางแบบสาวดาวรุ่งที่เดินออกไปร้านสะดวกซื้อข้างคอนโดก็ได้รับสายตาจากผู้คนที่มองมาที่เธออย่างเคย ใครที่ส่งยิ้มมาให้เธอ เธอก็ส่งยิ้มกลับไป สองบอดี้การ์ดลับยังคงทำหน้าที่ดูแลเธออยู่ห่างๆ เพราะถึงแม้เ้านายจะเดินทางมาถึงประเทศไทยแล้ว หน้าที่ของสองบอดี้การ์ดหนุ่มก็ยังไม่ถือเป็อันสิ้นสุด
“เอ... ฝรั่งคนเมื่อกี้ทำไมมองหน้าเราแปลกๆ นะ หรือว่ารู้จักกันมาก่อน แต่เท่าที่จำได้เราใม่เคยเจอผู้ชายคนนั้นมาก่อนเลยนะ”
อลินาพึมพำขณะที่กำลังเดินไปกดลิฟต์หลังจากกลับมาจากซื้อของ ภาพของฝรั่งหนุ่มยังคงติดตาเธอไม่ลบเลือน ยิ่งนึกถึงแววตาของเขาก็ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรง
เสียงเตือนของลิฟต์ดังขึ้นขัดจังหวะเรียกให้สติของเธอกลับคืนมา หญิงสาวก้าวเข้าไปในลิฟต์ก่อนที่จะกดเลขชั้นที่เธอพัก รอไม่นานประตูลิฟต์ก็เปิดออก ร่างระหงจึงรีบก้าวเดินไปยังห้องของตนเองทันที
เช้าวันต่อมาในขณะที่อลินากำลังจะออกไปทำงาน ประตูห้องฝั่งตรงข้ามก็ถูกเปิดออกพร้อมกับร่างสูงโปร่งของฝรั่งหนุ่มผมบรอนด์ที่เธอเพิ่งเจอเขาเมื่อวาน หญิงสาวมองไปที่เขาอีกครั้งด้วยความแปลกใจ ก่อนจะนึกไปถึงตอนที่มาดูคอนโด พี่พุดซ้อนเคยบอกว่าชั้นนี้ทั้งชั้นเป็ของบอสใหญ่อเดลโมเดลลิ่ง ฝรั่งคนนี้อาจจะเป็เพื่อนของบอสใหญ่ที่มาพักผ่อนที่ประเทศไทยแล้วไม่อยากพักที่โรงแรมก็เป็ไปได้
หญิงสาวปิดประตูแล้วเดินไปยังลิฟต์ที่มีเพียงตัวเดียวแล้วกดเลขชั้นล่างสุด มาเฟียหนุ่มทำทีเดินมาหยุดยืนรอลิฟต์ข้างๆ เธอเช่นกัน เขาลอบมองใบหน้าสวยแล้วอมยิ้มน้อยๆ ตอนนี้เธอยังไม่รู้ตัวว่าสามีตีทะเบียนของเธอกำลังจะมาทวงสิทธิ์ที่เป็ของเขาแล้ว
“ไม่เข้าเหรอคะ”
อลินาที่เดินเข้าไปข้างในลิฟต์ก่อนเอ่ยถามฝรั่งหนุ่มที่มัวแต่ยืนอมยิ้มออกมาเป็ภาษาอังกฤษ สองบอดี้การ์ดรู้งานไม่ลงไปพร้อมเ้านาย เอเดนจึงเดินเข้าไปในลิฟต์แค่คนเดียว
“แล้วคุณสองคนไม่ลงไปพร้อมกันเหรอคะ” อลินาเอ่ยถามคนที่เหลืออยู่ด้านนอกลิฟต์เป็ภาษาอังกฤษอีกครั้ง
“อ๋อ...พอดีพวกผมลืมของ เชิญลงไปกันก่อนได้เลยครับ” บุ๊ซเป็ผู้ที่ตอบหญิงสาวออกมา เธอพยักหน้าแล้วหันไปกดเลขชั้น
ความเงียบเกิดขึ้นในทันทีที่ประตูลิฟต์ปิดลง อลินาไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากถามฝรั่งหนุ่มข้างๆ ว่าเขาเป็อะไรกับบอสใหญ่ของอเดลโมเดลลิ่ง เป็แค่ลูกค้าหรือเพื่อนสนิทถึงสามารถมาพักอาศัยอยู่ที่คอนโดของบอสใหญ่
“คุณเป็นางแบบเหรอครับ” เสียงทุ้มเอ่ยถามออกมา หัวใจสาวเต้นแรงอย่างอธิบายไม่ถูก
“ชะ...ใช่ค่ะ คุณรู้ได้ยังไงคะ” เธอหันไปมองเขาพลางเอ่ยถามออกมาด้วยความประหลาดใจ
“ผมดูจากลักษณะท่าทางการเดินของคุณน่ะครับ”
“อ๋อ...ค่ะ เอ่อ..แล้วคุณเป็อะไรกับเ้าของห้องฝั่งตรงข้ามของฉันเหรอคะ” อลินาถือวิสาสะถามเขาออกมา
“เ้าของห้องที่ผมมาพักเป็เพื่อนสนิทของผมเองครับ เมื่อก่อนห้องที่คุณอยู่ผมก็เคยพักบ่อยๆ” อลินาพยักหน้า สิ่งที่เธอคาดเดาเอาไว้ก่อนหน้านั้นถูกต้อง คือฝรั่งหล่อคนนี้เป็เพื่อนสนิทของบอสใหญ่
“มาเที่ยวไทยเหรอคะ”
เธอเอ่ยถามเขาออกมาอย่างที่ไม่เคยเป็กับใครมาก่อน อาจจะเป็เพราะว่าไม่ได้คุยภาษาอังกฤษนานพอได้คุยก็อยากจะคุยต่อไป
“มาทำธุระครับ คุณเป็นางแบบอยู่ที่บริษัทของนายฮิวโก้สินะครับ”
คนที่รู้จักอีกฝ่ายอยู่แล้วแกล้งเอ่ยถามเธอออกมา อลินาเลิกคิ้วสูงก่อนที่จะถามเขากลับ เพราะเธอนั้นไม่รู้จักชื่อเล่นของบอสใหญ่
“ฮิวโก้ไหนคะ”
“ก็เพื่อนของผมยังไงล่ะครับ ชื่อเล่นของเขาคือฮิวโก้”
“เอ่อ... ฉันเป็นางแบบใหม่ของบริษัทน่ะค่ะ เพิ่งทำงานเป็นางแบบได้ไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ”
อลินารู้สึกสบายใจแปลกๆ กับการที่ได้พูดคุยกับคนแปลกหน้าข้างๆ จนลืมดูเลขชั้นของลิฟต์ วันนี้เธอรู้สึกว่าเธอโดยสารลิฟต์ใช้เวลานานผิดปกติ และในที่สุดประตูลิฟต์ก็เปิดออกที่ชั้นล่างสุด หญิงสาวหันไปบอกลาผู้ชายห้องฝั่งตรงข้ามที่โดยสารลิฟต์ลงมาพร้อมกัน
“ฉันขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ ขอให้มีความสุขใน่เวลาที่อยู่ประเทศไทยค่ะ”
สำเนียงภาษาอังกฤษของเธอเรียกสายตาพนักงานต้อนรับให้มองไปที่เธอได้ไม่ยาก แต่พอเห็นว่าเธอคุยกับใครจึงไม่แปลกใจเลยที่จะได้ยินเธอพูดคุยเป็ภาษาอังกฤษ เพราะคนที่เธอเพิ่งจะเดินจากเขาไปนั้นเป็ชาวต่างชาติผมสีบรอนด์ทอง รูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวอมชมพูที่กำลังยืนมองตามเธอไปจนสุดสายตา
เสียงเตือนดังขึ้นพร้อมกับประตูลิฟต์ที่เปิดออก ร่างหนาของสองบอดี้การ์ดก็รีบสาวเท้าก้าวเดินออกมาจากลิฟต์ แล้วมาหยุดยืนอยู่ด้านหลังของมาเฟียหนุ่ม สาวๆ ที่พักอยู่คอนโดนี้เช่นกันมองเขาตาแทบจะไม่กะพริบ แต่มาเฟียหนุ่มกลับไม่มองสาวๆ คนไหนเลย เพราะตอนนี้สายตาของเขามีไว้มองแค่ภรรยาในนามเพียงผู้เดียวเท่านั้น ภรรยาในนามที่กำลังจะกลายมาเป็ภรรยาอย่างสมบูรณ์ของเขาในไม่ช้า
วันนี้เขามีเื่ที่ต้องไปจัดการ นั่นก็คือการจัดการคนที่กล้ามายุ่งกับภรรยาของเขา ไม่ว่าจะเล็กน้อยแต่มันก็เป็สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกไม่พอใจ ร่างสูงโปร่งเดินนำหน้าสองบอดี้การ์ดหนุ่มไป มือหนาล้วงสมาร์ทโฟนขึ้นมากดต่อสายถึงใครบางคน รถตู้คันหรูมาจอดรออยู่ก่อนแล้วคนขับรีบกดปุ่มเปิดประตูอัตโนมัติทันทีที่เห็นมาเฟียหนุ่มเดินออกจากคอนโดมา
“แดนตามภรรยาของฉันไปแล้วใช่ไหม”
เสียงเ็าของคนที่เพิ่งจะขึ้นมานั่งบนรถแล้วคาดเข็มขัดนิรภัยดังขึ้นมา เพราะคนที่ขับรถตู้ในวันนี้คือหนึ่งในบอดี้การ์ดลับที่เขาส่งไปดูแลอลินา
“ครับนาย”
กายตอบกลับผู้เป็นาย เมื่อเ้านายไม่ถามอะไรอีก เขาจึงหันไปทักทายรุ่นพี่อย่างบุ๊ซและเกริก
แดนและกายเป็คนของมาเฟียหนุ่มมาได้สามปีแล้ว ทั้งสองคนคอยทำหน้าที่ดูแลเขาอยู่ที่ประเทศไทยในตอนที่เขาเดินทางมาเยือน และหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายครั้งนี้คือการดูแลนายหญิงอย่างลับๆ ซึ่งพวกเขาก็ทำได้ดี เพราะจนถึงตอนนี้อลินายังไม่รู้ตัวเลยว่ามีคนแอบตามดูแลเธออยู่