เท้าทั้งสองค่อยๆก้าวเดินช้าๆมุ่งหน้ากลับบ้าน ในระหว่างเดินช้าๆแอ็กเซลจึงกวาดตามองออกไปรอบด้านเพื่อเพิ่มความคุ้นชินให้กับตนเอง
บ้านเรือนที่เขาเห็นสูงใหญ่มีหลายชั้น ตึกส่วนมากมีโครงสร้างที่ทำจากเหล็กและปูนปิดทับด้วยกระจกกั้น ภาพที่เห็นจึงดูแตกต่างจากบ้านเรือนและปราสาทโลกเวทมนตร์
จากความทรงจำของแอ็กเซล โลกที่มนุษย์อาศัยอยู่ไม่ได้มีเพียงใบเดียว มนุษย์ได้สร้างอาณานิคมบนดวงดาวต่างๆขึ้นมา มีทั้งหมด 7 ดวงดาวที่มนุษย์และเป็เ้าของมันอย่างสมบูรณ์ 1. เทอร์รา(Terra) 2.อาร์คาเดีย(Arcadia) 3.ไพรมัส (Primus) 4.เฮลิก(Helix) 5.ไกอัส(Gaius) 6.เอเธอเรีย(Aetheria) และสุดท้ายโนวา(Nova) ดาวบ้านเกิดของเขา
ข้อมูลนี้ทำให้แอ็กเซลมั่นใจได้ว่าิญญาของตนไม่ได้อยู่บนโลกใบเดิมที่ชื่อดิเอิร์ธไททัน ภายในดาวทั้ง 7 ดวงที่มนุษย์ตั้งถิ่นฐานไม่มีพลังเวทแม้แต่น้อย เวทมนตร์เป็แค่เื่เล่าในนิยายและนิทาน
บนดาวทั้ง 7 ดวงมนุษย์ใช้สิ่งที่เรียกว่าคอร์ไดฟ์เป็แก่นพลังงาน โดยพลังที่พวกเขาเก็บสะสมเอาไว้ในคอร์ไดฟ์ถูกเรียกว่าพลังจักรวาลที่มีชื่อเรียกว่าคอสมิก
นอกจากเื่โลกใบใหม่และพลังงานใหม่จะทำให้เขาสนใจแล้ว สิ่งต่อไปนับว่าทำให้แอ็กเซลตื่นเต้นไม่แพ้กัน เมื่อเขารับรู้ถึงจักรวาลอันกว้างใหญ่ที่ไม่ได้มีเพียงดาวดวงเดียว
ในโลกของเวทมนตร์สิ่งที่เขาพบเจอมีเพียงเื่ราวของทวีปต่างๆบนโลกเท่านั้น ความรู้ที่รับมาในครั้งนี้ทำให้เขาตื่นเต้นเนื่องจากว่ามนุษย์กำลังทำากับเอเลี่ยนที่เรียกตนเองว่า วอร์เรนไคน์(Warrenkind) เอเลี่ยนแมลงั์ที่อยู่รวมกันมากมายจนไม่รู้จำนวนที่แท้จริง
การที่เขาสนใจกับสิ่งนี้เป็เพราะมนุษย์ได้พยายามเอาชีวิตรอดจากวอร์เรนไคน์มาเป็เวลานับพันปีแล้ว พวกมันเป็สิ่งมีชีวิตแมลงโบราณล้านปีที่พยายามจะกลืนกินดวงดาวต่างๆ
วอร์เรนไคน์แข็งแกร่งเป็อย่างมาก มนุษย์พยายามจะเอาชนะพวกมันมาเป็เวลาพันปี เพียงแต่ว่าสิ่งที่มนุษย์ทำได้กลับเป็การกระจายอาณานิคมไปยังดาวต่างๆเพื่อหลีกหนีสิ่งน่ากลัวเหล่านี้ โดยหวังว่าสักวันหนึ่งพวกเขาจะแข็งแกร่งพอจะกวาดล้างพวกมัน
ความหวังของมนุษยชาติภายในดาวทั้ง 7 ดวงมุ่งเป้าไปที่เศษซากดาวโครนอสที่แตกสลาย
จากบันทึกที่มนุษย์ค้นพบ โครนอสคือดวงดาวที่ถูกสร้างขึ้นจากเทคโนโลยีสูงสุดเมื่อนานมาแล้ว เผ่าพันธุ์อันแข็งแกร่งที่สร้างดาวดวงนี้ขึ้นมาคือ อีเธอร์เอล(Ethereal) ที่ถูกมนุษย์แต่งตั้งให้เป็พระเ้าในอวกาศ
ทุกอย่างที่อีเธอร์เอลสร้างล้วนเต็มไปด้วยพลังที่สามารถทำลายล้างได้แม้กระทั่งดวงดาว มนุษย์จึงพยายามบุกเบิกเพื่อนำเทคโนโลยีที่หลงเหลือมาปรับใช้ ไปพร้อมๆกับรับพลังที่หลงเหลือในอารยธรรมของ อีเธอร์เอล มาฝึกฝนให้เข้ากับร่างกายเพื่อให้ตนเองแข็งแกร่งพอจะต่อสู้กับวอร์เรนไคน์ที่พยายามกลืนกินดวงดาวนับล้านๆดวงจากทุกกาแล็กซี่
การที่มนุษย์แข็งแกร่งขึ้นได้จึงเป็สาเหตุที่ทำให้เขาสนใจ เพราะความแข็งแกร่งของมนุษย์ที่เพิ่มขึ้นได้เรื่อยๆ ทำให้เขาเชื่อว่าตนเองมีโอกาสใช้ชีวิตที่ 2 ให้ดีกว่าเดิม นอกจากนั้นแล้วมันยังยืนยันด้วยว่าเขามีโอกาสทำลายเชื้อที่เป็ดั่งคำสาปติดอยู่กับพันธุกรรมของตนออกไปได้
“ นี่สินะ บ้าน ”
แอ็กเซลมองดูตึก 2 ชั้นทาด้วยสีขาวด้วยความคิดถึง รอบบ้านมีหน้าต่างกระจกทำให้ดูโล่งโปร่งสบาย เมื่อก้าวขาผ่านประตูรั้วเข้าไปเขาพบกับทางเดินหินเล็กๆนำทางไปจนถึงหน้าประตูทางเข้าบ้าน ด้านข้างทางเดินมีแปลงดอกไม้และต้นไม้เล็กๆจัดเอาไว้สวยงาม หากเป็ตอนเช้าคงจะสวยกว่านี้กระทั่งมาถึงหน้าประตูที่ทำจากไม้สีน้ำตาลดูทนทาน เขาจึงไขกุญแจแล้วผลักเข้าไปเบาๆ สิ่งที่รอเขาอยู่คือทางเดินไม้ทอดยาวมีไฟสีส้มดวงเล็กๆส่องพอให้เห็นทาง
ข้างประตูที่ผลักเข้ามามีชั้นวางรองเท้าตั้งอยู่ ภายในนั้นมีรองเท้าอยู่หลายคู่ เพียงแต่ว่ามันกลับมี 3 ขนาดหนึ่งคือของผู้เป็พ่อ สองของผู้เป็แม่ และสามของแอ็กเซลเอง
จากการจัดวางของรองเท้าทำให้เขาเห็นเพียงรองเท้าคู่เก่าของพ่อที่วางอยู่บนชั้น จึงรู้ว่าอีกฝ่ายยังไม่ได้กลับบ้าน แอ็กเซลจึงถอดรองเท้าแล้วค่อยๆย่องกลับห้องตนเอง จากสภาพของเขาในตอนนี้ไม่สามารถเปิดเผยให้แม่เห็นได้เพราะเขาแอบออกจากเดอะเนสเพื่อไปทำงานล่าที่อันตราย
เพียงแต่ว่าเท้าของเขาที่เหยียบลงไปยังแผ่นไม้ทางเดินกลับส่งเสียงดังเบาๆ ต่อให้เขาจะพยายามลงน้ำหนักให้น้อยที่สุดมันยังเกิดเสียง ทันใดนั้นผู้เป็แม่ที่นอนรออยู่บนโซฟาภายในห้องนั่งเล่นที่อยู่ระหว่างทางเดินก็ตื่นขึ้น
แอ็กเซลที่รู้ว่าตนเองต้องโกหกแม่จึงคิดเื่ราวภายในหัวมากมายก่อนจะยิ้มให้อีกฝ่ายที่ส่องหน้าออกมาจากทางเดินเพื่อดูว่าลูกชายหรือสามีที่กลับมา
“ แอ็กเซลเหรอจ๊ะ ทำไมวันนี้กลับดึกจังล่ะ แล้วนั่น เสื้อผ้าลูกทำไมถึงขาดแบบนั้นกัน าแพวกนั้นอีก ” เมลด้ามองดูลูกชายด้วยใบหน้ากังวล เธอไม่รู้ว่าอีกฝ่ายได้รับอุบัติเหตุใดมาจึงรีบวิ่งไปเปิดตู้ยาแล้วนำน้ำยาฟื้นฟูราคาแพงมาให้ลูกชายใช้งาน แอ็กเซลจึงส่งยิ้มน้อยๆให้แม่พลางทำตาโตเมื่อนึกได้ว่าเขาต้องตอบคำถาม
“ อ๋อ ” แอ็กเซลเปลี่ยนน้ำเสียง เขาไม่ใช่ชายชราอีกต่อไป ความทรงจำทั้งหมดได้หลอมรวมเข้าด้วยกัน ทำให้เขาเป็ทั้งแอ็กเซลและจอมเวท มันจึงไม่ใช่เื่ยากที่เขาจะพูดกับแม่ตนเองด้วยท่าทางปกติ
“ ที่ทำงานของผมมีปัญหาเกิดขึ้น มอนสเตอร์ที่ผมต้องแล่หนังไม่ตาย มันจึงพยายามใช้ปีกตีผมผลออกมาก็อย่างที่เห็น เสื้อผ้าของผมถึงกับขาดหลุดรุ่ย าแพวกนี้ก็ได้มาจากมัน ”
“ อย่างงั้นเองเหรอจ๊ะ ลูกไม่เป็อะไรใช่ไหม ”
แอ็กเซลเดินไปยังจุดที่มีแสงไฟเพื่อเปิดาแให้แม่ของตนดู าแหลายแห่งตกสะเก็ดเป็ที่เรียบร้อยแล้ว เธอจึงรู้สึกเบาใจเมื่อรู้ว่าไม่มีาแใหญ่มากจนทำให้ถึงแก่ชีวิต
“ ไม่เป็ไรก็ดีแล้วจ้ะ แม่ทำอาหารเอาไว้ให้ จะให้แม่อุ่นให้ไหม ”
“ แม่ ผมขอถามบางอย่างได้ไหมครับ ” แอ็กเซลทำสีหน้าลำบาก แต่เขาอยากรู้ความจริงมากกว่านี้จึงสอบถามแม่ไปตามตรง ในความทรงจำแม่ของตนเคยเล่าเื่เชื้อที่เป็ดั่งคำสาปให้ฟังแล้ว มันกลับไม่ได้มีข้อมูลเชิงลึกแต่อย่างใด เขาจึงอยากรู้ความจริงเกี่ยวกับมัน
“ มีอะไรงั้นเหรอจ๊ะ ”
“ ผมสงสัยเกี่ยวกับสิ่งที่อยู่กลางหน้าอก มันคืออะไรทำไมชีวิตของผมถึงอยู่ได้แค่ 20 ปี ”
บนใบหน้าของแม่ปรากฎความเศร้าสร้อย แอ็กเซลรู้ได้ในทันทีเลยว่าอีกฝ่ายรู้ถึงเื่นี้และทำใจเอาไว้แล้ว การที่เธอปล่อยให้ลูกชายได้ทำตามใจตนเองเป็เพราะเวลาของเขาเหลือน้อยแล้ว ในความทรงจำแอ็กเซลไม่พบเหตุการณ์ไหนเลยที่แม่ของตนห้ามไม่ให้ทำในสิ่งที่้า เธอสนับสนุนตลอดเพราะรู้ว่าเชื้อจะฆ่าเขาในตอนอายุ 20 ปี ซึ่งเขาก็ทำหลายอย่างเพื่อใช้ชีวิตให้ดี โดยไม่ทำให้แม่เป็ห่วง
“ งั้นแม่จะอุ่นอาหารให้กินก็แล้วกัน ลูกนั่งรอก่อนนะ ”
แอ็กเซลเดินไปเปิดตู้เย็น มีหลายครั้งที่แม่ของเขาพูดเกี่ยวกับสิ่งที่เป็เชื้อติดตัวของเขาและเธอจนทำให้เขารู้ว่าตนเองอยู่ได้แค่ 20 ปี
ครั้งนี้กลับต่างออกไปเพราะดูเหมือนว่าการคุยจะใช้เวลายาวนาน กระทั่งอาหารทั้งหมดอุ่นได้ที่แอ็กเซลจึงรับข้าวจากแม่แล้วเริ่มตักอาหารไปพร้อมกับฟังอีกฝ่าย
“ แม่ไม่รู้อะไรมากนัก มันไม่มีการจดเป็ลายลักษณ์อักษรมีเพียงการเล่าปากต่อปาก แม่ได้รู้เื่นี้มาจากยายของลูก ซึ่งยายของลูกก็ได้ยินเื่นี้มาจากยายทวดของลูก ”
“ ทำไมไม่จดมันลงไปในหนังสือล่ะครับ ข้อมูลจะได้ไม่ผิดเพี้ยน ”
“ มันเป็ข้อห้ามที่ยายของลูกและยายทวดบอกมาจ้ะ แม่ก็เลยไม่กล้าทำเพราะมันคือข้อห้าม ยายเล่าว่าถ้าหากเราจดบันทึกสิ่งนี้เอาไว้ สักวันมันจะทำให้เราตกที่นั่งลำบาก ซึ่งแม่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าความลำบากนั้นคืออะไร รู้แค่ว่ามันอาจจะทำให้เชื้อสายตระกูลของเราที่มีมาช้านานขาดลงไปได้ ”
แอ็กเซลเริ่มเกิดความสงสัยมากยิ่งขึ้นเกี่ยวกับเชื้อไวรัส มันฆ่าเพียงแค่ทาญาติผู้ชาย สำหรับผู้หญิงยังคงใช้ชีวิตปกติทั่วไป นอกจากนั้นแล้วกลางหน้าอกแม่ยังไม่มีวงกลมสีดำเหมือนกลางหน้าอกของเขา
“ แม่ครับ ทำไมมันถึงฆ่าแค่ผู้ชายด้วยล่ะ ”
“ ยายของลูกเล่าว่าเชื้อนี้ฆ่าแค่ผู้ชายในสายเืก็เพราะ้าตัดตอนไม่ให้มีนักรบผู้แข็งแกร่งปรากฎตัวขึ้นมา ”
“ หมายความว่าเชื้อนี้มีไว้เพื่อฆ่าผู้ชายในตระกูลของเราเพื่อไม่ให้มีนักรบที่แข็งแกร่งถือกำเนิด ”
แอ็กเซลสำรวจร่างกายของตนเอง เขารู้สึกได้ถึงพละกำลังที่เหมือนจะดีกว่าคนทั่วไปทั้งๆที่เขาเป็แค่ระดับ 1 ดาวแล้วมีร่างกายผอมแห้งราวกับคนป่วย คำพูดของแม่ทำให้เขารู้ว่าตระกูลของตนเองแข็งแกร่งมากโดยเฉพาะผู้ชาย แต่กลับถูกบางอย่างสาปไม่ให้มีผู้ชายอายุเกิน 20 ปี การไม่จดบันทึกเป็ลายลักษณ์อักษรคงเพราะกลัวว่าคนที่ทำเช่นนี้กับตระกูลของเขาจะพบตัวแล้วลงมือฆ่าตัดตอนอีกครั้ง
“ ใช่แล้วจ้ะ ผู้ชายทุกคนที่มีสายเืเดียวกันกับแม่จะต้องตายตอนอายุ 20 ปี ไม่มีใครสามารถหลีกหนีจากเชื้อนี้ได้ ”
แอ็กเซลััได้ถึงน้ำเสียงสั่นกลัวจากแม่ เธอคงกดดันเพราะไม่รู้ว่าเขาจะตายจากไปเมื่อไหร่ แอ็กเซลจึงยื่นมือไปกุมมือของแม่แล้วยิ้มให้กำลังใจ ตนเองจะไม่ตาย ชีวิตที่ 2 มีเื่น่าสนใจให้ทำมากมาย ต่อให้เขาจะโกรธแค้นเหล่าอัศวินก็ตาม โลกที่เขาเคยอยู่ไม่มีทางกลับไปแก้แค้นได้ ดังนั้นเขาจึงต้องเริ่มต้นใหม่กับหลายอย่างที่ไม่คุ้นเคย
“ ผมจะไม่ตาย แม่เชื่อผมไหม ”
ผู้เป็แม่พยักหน้าขึ้นลง ก่อนที่เธอจะทำหน้าเข้มแข็งเพื่อให้กำลังใจลูกชายได้ใช้ชีวิตอยู่ต่อ
หลังจากคุยกับแม่แอ็กเซลจึงกลับขึ้นห้อง เขา้าข้อมูลมากกว่านี้จึงต้องใช้อินเทอร์เน็ตในการหาข้อมูลหลายๆอย่างเพื่อยืนยันความทรงจำภายในหัว.