การก้าวเข้ามาของสมาชิกใหม่ในบ้านหลังใหญ่อย่าง ‘คุณนภา’ แม่เลี้ยงคนใหม่ และ ‘โซเฟีย’ ลูกสาวลูกครึ่งวัย 20 ปี ไม่ได้ทำให้ชีวิตของ ‘นนท์’ กลับมาเป็ปกติสุขง่ายๆ ความขุ่นข้องหมองใจที่ยังคงฝังลึกทำให้นนท์เลือกที่จะใช้ชีวิตประชดประชันด้วยการไม่ยอมกลับบ้าน หากไม่มีเรียนเขาก็จะขลุกอยู่กับเพื่อนที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ หรือไม่ก็ขับรถสปอร์ตตระเวนไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งดึกดื่นมืดค่ำจึงจะยอมก้าวขาเข้าบ้านเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับครอบครัวใหม่ที่เขาตราหน้าไว้ในใจว่ามาแทนที่แม่ของเขา
ทุกครั้งที่เสียงเครื่องยนต์รถของนนท์แล่นเข้ามาจอดในบ้านยามวิกาล โซเฟียที่เฝ้ารออยู่จะรีบวิ่งมาแอบมองผ่านม่านหน้าต่างห้องนอนชั้นสองด้วยความตื่นเต้น สาวน้อยลูกครึ่งผู้นิยมความเปิดเผยและซื่อตรงต่อความรู้สึก แอบชอบและประทับใจในใบหน้าคมคายดุดันของพี่ชายคนใหม่ั้แ่แรกเห็นในงานแต่งงานเธอพยายามหาโอกาสแอบมองและหาข้ออ้างก้าวเข้าไปพูดคุยด้วยอยู่เสมอ
"พี่นนท์คะ... ทานอะไรมาหรือยัง โซเฟียอุ่นกับข้าวไว้ให้นะ" โซเฟียเดินลงบันไดมาดักเจอเขาในคืนหนึ่ง เรือนผมสีบลอนด์ทองทิ้งตัวสลวยตัดกับชุดนอนกระโปรงตัวยาวสีขาวดูนุ่มนวลราวกับตุ๊กตา
ในขณะที่นนท์กลับทำเพียงปรายสายตาคมกริบมองเธอด้วยความเ็า
"ฉันอิ่มมาจากข้างนอกแล้ว" น้ำเสียงทุ้มห้วนปิดโอกาสอย่างสิ้นเชิง ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะก้าวเท้าเดินเลี่ยงขึ้นห้องนอนของตัวเองล็อกประตูเสียงดัง ทิ้งให้โซเฟียยืนหน้าเจื่อนแววตาหม่นลง ทว่าเธอก็ยังไม่ยอมถอดใจง่ายๆ
ถึงกระนั้น...สายตาและหัวใจอันเฉียบคมของนักศึกษาปี 4 คณะวิศวะอย่างนนท์ก็ไม่อาจปฏิเสธความจริงที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้ ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของบิดาอย่างเด่นชัดบิดาผู้เคยเป็คนเ้าชู้ บ้างาน และไม่เคยสนใจใคร กลับเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นอย่างเหลือเชื่อ พ่อเลิกออกไปดื่มสังสรรค์ตอนกลางคืน กลับบ้านตรงเวลาและมีรอยยิ้มที่อบอุ่นอ่อนโยนป้อนให้คุณนภาอยู่เสมอ เป็ภาพของ 'หัวหน้าครอบครัวที่ดี' ที่นนท์ไม่เคยเห็นเลยนับั้แ่จำความได้
ยิ่งไปกว่านั้นนนท์ยังแอบเห็นเหตุการณ์หลายอย่างที่พิสูจน์ความใจดีและจริงใจของคุณนภาอย่างที่เขาคาดไม่ถึง
คฤหาสน์หลังใหญ่ตกอยู่ในความเงียบงันยามบ่าย หากแต่ภายในหัวใจของ‘นนท์’ กลับคุกรุ่นไปด้วยความสับสน หลังจากเหตุการณ์งานแต่งงานอันวุ่นวายของบิดาเขายังคงทำตัวเป็กำแพงน้ำแข็ง คอยหลบเลี่ยงที่จะเผชิญหน้ากับครอบครัวใหม่ทว่าลึกๆ ในใจ ความคิดอคติที่เคยสลักแน่นเริ่มสั่นคลอนลงทุกทีเพราะภาพความจริงใจของคุณนภาและสายตาคาดหวังของโซเฟียที่เขาลอบสังเกตเห็นอยู่ทุกวัน
บ่ายวันนั้น นนท์ขับรถสปอร์ตกลับเข้าบ้านเร็วกว่าปกติเนื่องจากอาจารย์ยกเลิกคลาส่บ่ายชายหนุ่มก้าวเท้าข้ามธรณีประตูเข้ามาเงียบๆ โดยไม่มีใครสังเกตเห็น ทันใดนั้นเสียงพูดคุยโทรศัพท์ที่ดังแ่เบามาจากห้องครัวก็ทำให้ฝีเท้าของเขาต้องชะงักลง มันเป็เสียงของคุณนภาแม่เลี้ยงคนใหม่ที่เขากำลังตั้งแง่รังเกียจ
นนท์ขยับกายไปหลบอยู่หลังมุมเสาขนาดใหญ่ ใบหน้าคมคายดุดันเคร่งขรึมขึ้นทันที สัญชาตญาณความหวาดระแวงทำให้เขาเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ จนกระทั่งประโยคถัดมาที่คุณนภากรอกลงไปในสายกลับทำให้หัวใจของเขาชาวาบและเต้นรัวอย่างรุนแรง
"ค่ะพี่แหวว... เงินก้อนที่นภาโอนไปให้ ช่วยจัดการเื่ซ่อมแซมต่อเติมบ้านสวนที่เชียงใหม่ให้คุณรส(แม่ของนนท์) ทีนะคะ"
น้ำเสียงของคุณนภานุ่มนวลและเต็มไปด้วยความกังวลอย่างปิดไม่มิด
"แล้วก็เื่ร้านขายของชำเล็กๆของน้องเขาด้วย นภาฝากพี่แหววช่วยซื้อของเข้าร้านให้ในนามของพี่แหววเถอะนะคะ อย่าให้คุณรสรู้เด็ดขาดว่านภาเป็คนช่วย...นภาไม่อยากให้คุณรสคิดมากหรือรู้สึกอึดอัดใจ"
ปลายสายดูเหมือนจะถามอะไรบางอย่างกลับมาคุณนภาถอนหายใจแ่เบา ลูบหน้าตัวเองด้วยความเหนื่อยล้าก่อนจะเอ่ยปากต่อ
"นภารู้ค่ะพี่แหวว... แต่นภามาอยู่ตรงนี้ในฐานะเมียใหม่ นภาแค่อยากทำหน้าของผู้หญิงด้วยกันที่เห็นอกเห็นใจกันให้ดีที่สุด คุณรสเขาผ่านอะไรมาเยอะ นภาไม่อยากไปล้ำเส้นหรือทำให้เขาเกลียด...และที่สำคัญที่สุด อย่าให้นนท์รู้เื่นี้เด็ดขาดเลยนะคะพี่ นนท์เขาฝังใจเื่พ่อมาก เขารักแม่ของเขามาก ถ้านนท์รู้ว่านภาแอบเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับแม่ของเขา นนท์อาจจะยิ่งต่อต้านนภา ยิ่งเกลียดพ่อของเขามากขึ้นไปอีกนภาอยากให้เวลาเป็เครื่องพิสูจน์ นภาไม่อยากทำลายความรู้สึกของเด็กคนนั้นไปมากกว่านี้เลยค่ะ"
คำสารภาพและความหวังดีอันบริสุทธิ์ที่หลุดออกมาจากปากของแม่เลี้ยงคนใหม่ โดยยืมชื่อของคนอื่นบังหน้าเพื่อช่วยเหลืออดีตภรรยาของสามี ราวกับค้อนปอนด์ที่ทุบลงกลางใจของนนท์อย่างจัง กำแพงอคติหนาทึบที่เขาสร้างขึ้นมาเกือบสิบปีเกือบพังทลาย ชายหนุ่มยืนนิ่งงันดวงตาคมกริบสั่นไหวระริกด้วยความรู้สึกผิดและซาบซึ้งใจอย่างลึกซึ้ง
แวบหนึ่งในความคิด เขารู้สึกสมเพชตัวเองที่ผ่านมาทำตัวงี่เง่า ตั้งแง่รังเกียจผู้หญิงแสนดีคนนี้ทั้งที่คุณนภาไม่ได้เข้ามาเพื่อทำลาย แต่เข้ามาเพื่อเยียวยาและปกป้องทุกชีวิตในบ้านหลังนี้ด้วยความรักจริงๆ
นนท์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ค่อย ๆ ก้าวถอยหลังแยกตัวเดินขึ้นห้องนอนของตัวเองอย่างเงียบเชียบความสับสนในใจถูกแทนที่ด้วยความโล่งอกอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ในขณะที่เขากำลังหมุนลูกบิดประตูห้องนอนสายตาของเขากลับเหลือบไปสบเข้ากับดวงตาสีน้ำเงินเข้มคู่สวยของ ‘โซเฟีย’ ที่ยืนแอบมองเขาอยู่ตรงมุมทางเดิน สาวน้อยลูกครึ่งส่งยิ้มบางเบาชวนฝันมาให้เขาเช่นเคยคราวนี้... นนท์ไม่ได้เบือนหน้าหนีเหมือนทุกครั้ง แต่เขากลับสบตากลับนิ่ง สายตาคมดุดันเริ่มอ่อนแสงลงโดยที่โชคชะตากำลังจะหมุนพาทั้งคู่ไปสู่ความสัมพันธ์อันลึกซึ้งในไม่ช้า
ทว่า... แม้กำแพงน้ำแข็งในใจจะเริ่มปริร้าว แต่ลึกๆ แล้วนนท์ก็ยังไม่ยอมเปิดใจยอมรับครอบครัวใหม่อย่างเต็มร้อย เพราะปมในอดีตที่ว่า ‘พ่อเป็คนทำให้แม่ต้องร้องไห้และเสียใจจนต้องหนีไปอยู่เชียงใหม่’ยังคงทำหน้าที่เป็โซ่ตรวนฉุดรั้งเขาไว้ ชายหนุ่มยังคงทำตัวอมพะนำ ห่างเหินและปิดกั้นตัวเองจากอ้อมกอดอันอบอุ่นที่จงใจส่งมาให้ ท่ามกลางสายตาของโซเฟียที่ยังคงเฝ้ามองพี่ชายร่วมบ้านคนนี้ด้วยความหวังว่าวันหนึ่ง... เธอจะเป็คนพังกำแพงหัวใจที่บิดเบี้ยวของเขาลงด้วยมือของเธอเอง
++++++++++