หลังจากเว่ยเซี่ยพาอาจูหลบหนีออกมาบ้านสกุลเหลย มันก็พานางมาเดินเล่นอยู่ตลาดเป็อันดับแรกเผื่อว่านางมีของใช้ส่วนตัวจำเป็ที่จะต้องซื้อ เพราะหลังนี้จวบจนถึงวันที่ฟางเหนียงจะกลับมา อาจูจะต้องหลับอยู่แต่ภายในห้องไม่สามารถออกมาเดินเตร็ดเตร่ได้เพราะอาจถูกคนของเหลยอู่จับตัวกลับไป
ในตลาดยามนี้แม้จะเป็่เวลาค่ำมืดแต่ก็ยังดูคึกคักไม่เงียบเหงา อาจเป็เพราะที่นี่เป็เมืองแห่งการค้าขายกระมัง จึงได้มีผู้คนแวะเวียนเข้ามาอยู่ตลอด เว่ยเซี่ย พาอาจูดูนั้นดูนี่ ก่อนที่นางจะมาสะดุดตาอยู่ที่ร้านขายเครื่องประดับร้านหนึ่ง อาจูหยิบจี้หยกรูปหัวใจชิ้นหนึ่งขึ้นมาเพ่งพินิจดูอย่างสนอกสนใจ "เ้าชอบมันหรือ?" เว่ยเซี่ยแย้มยิ้มก่อนจะกล่าวถามนาง "อาจูยิ้มสดใสพยักหน้ารับอย่างแช่มช้า จากนั้นก็พลันเปลี่ยนเป็เศร้าหมอง และวางมันคืนที่เดิมจนเว่ยเซี่ยประหลาดใจ "อ้าว แล้วเหตุใดเ้าจึงวางมันคืนเล่า" เว่ยเซี่ยกล่าวถาม อาจูหันมามองพร้อมส่ายหน้าก่อนจะกล่าวตอบ
"แม้มันจะงดงามก็จริง แต่ข้าไม่มีปัญหาซื้อหรอกคุณชาย เงินที่คุณชายเล็กเหลยฟงให้มานั้น ข้าต้องนำกลับไปให้ท่านพ่อกับท่านแม่ที่บ้านนอก จะมาใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่ายมิได้" อาจูกล่าวอย่างสิ้นหวัง
พอเว่ยเซี่ยเห็นเช่นนั้นก็รู้สึกสารนางเป็ยิ่งนัก มันก็เลยตัดสินใจซื้อหยกชิ้นนั้นให้นางทันทีแต่ทว่าคนขาย กลับบอกว่า นี่คือหยกคู่รัก มันขายเป็คู่ หากจะซื้อก็ต้องซื้อสองชิ้น ไม่งั้นมันไม่สามารถขายให้ได้ ซึ่งเว่ยเซี่ยเองก็ตกลงก่อนจะล้วงเงินให้พ่อค้าไป "เอ้านี่ ข้าให้เ้า.." เว่ยเซี่ยกล่าวพร้อมส่งหยกรูปหัวใจให้อาจู นางดูเอียงอายเป็อย่างมากและจะไม่ยอมรับของที่เว่ยเซี่ย มอบให้ในทีแรก "เ้าเก็บไว้เถิดอย่าได้เกรงใจข้าเลย ของแค่นี้เล็กน้อยมาก เอาไว้ให้เ้าระลึกถึงสหายเช่นข้ายามที่เราจากกัน" พออาจูได้ยินเว่ยเซี่ยกล่าวเช่นนั้นนางจึงรับหยกในมือของมันมา จากนั้นเว่ยเซี่ยก็กล่าวต่อ
"จริงด้วยสินะ พอนึกถึงเื่หยกแล้ว อันที่จริงข้าเองก็ของแบบนี้อยู่อันหนึ่งเช่นกัน" จากนั้นมันก็ดึงจี้หยกสีเขียวหน้าตาประหลาดออกมาจากคอเสื้อ รูปร่างของมันดูคล้ายกับเศษของพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว เว่ยเซี่ยกล่าวว่า ของชิ้นนี้เป็ของที่บิดาของมันให้ไว้ั้แ่ยังเยาว์ มารดาของมันก็มีเช่นกัน ที่น่าขันก็คือตอนนั้น เว่ยถังมิยอมซื้อชิ้นใหม่ แต่มันใช้มือบิออกจากชิ้นเดิมของตนเอง จี้หยกอันนี้จึงเปรียบเสมือนของดูต่างหน้าของเว่ยถังบิดามัน อาจูได้แต่ยืนมองด้วยความเศร้าสร้อย ก่อนจะยิ้มบาง ๆ และกล่าวปลอบโยน เว่ยเซี่ย
จากนั้นคนทั้งสองก็เดินเล่นต่ออีกเล็กน้อย แล้วจึงกลับมายังโรงเตี๊ยมที่เดิม ที่ซึ่งฟางเหนียงพาเว่ยเซี่ยมาพักเมื่อหลายวันก่อน เว่ยเซี่ยจะขอเปิดห้องเพิ่มอีกหนึ่งห้อง แต่อาจูบอกว่าไม่เป็ไรนางอยากอยู่ห้องเดียวกับเว่ยเซี่ยเพื่อรับใช้ปรนนิบัติมันระหว่างที่ฟางเหนียงยังไม่กลับมา เว่ยเซี่ยจึงตกลง
..
..
..
เมื่อเข้ามาในห้องเว่ยเซี่ยเสียสละเตียงอันอบอุ่นให้อาจูนอน ส่วนมันจะลงไปนอนที่พื้นแทน อาจูใมาก นางมิได้ยินยอมแต่อย่างใด เพราะเว่ยเซี่ยเป็ผู้มีพระคุณกับนาง แล้วนางก็อยากปรนนิบัติมันในฐานะสาวใช้ แล้วมีที่ไหนที่สาวใช้นอนบนที่นอน แต่เ้านายกลับต้องมานอนบนพื้นห้อง "เ้าก็อย่าคิดมากไปเลย ให้ถือซะว่าข้าเป็สหายคนหนึ่งของเ้า อีกทั้งข้ายังเป็บุรุษเพศ จะให้หญิงสาวเช่นเ้ามานอนที่พื้นได้อย่างไร ขืนทำแบบนั้นหากท่านแม่ข้าล่วงรู้เข้า ข้าคงโดนหวดก้นลายเป็แน่" เว่ยเซี่ยกล่าว ออกมาก่อนจะยิ้มแห้ง ๆ เมื่ออาจูได้ฟังนางจึงยินยอม ก่อนที่ทั้งสองคนจะเข้านอน..
ตกดึกประมาณยามจื่อ (ประมาณห้าทุ่มไม่เกินเที่ยงคืน) ภายนอกโรงเตี๊ยมเริ่มเงียบ ผู้คนเริ่มทยอยกันหลับนอนจนหมด ส่วนภายในห้องพักของเว่ยเซี่ยก็ดูเงียบเช่นกัน แต่ทว่า..ในความเป็จริงหาได้เป็เช่นนั้นไม่ เว่ยเซี่ยตาเบิกโพลงในความมืดขณะที่กำลังนอนอยู่บนพื้นห้อง จะให้มันหลับลงไปได้อย่างไร ในเมื่อบนเตียงมีหญิงสาวหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มกำลังนอนอยู่ เว่ยเซี่ยรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก ถึงแม้ยามนี้มันจะมิได้คิดอกุศลกับนางก็ตาม และในยามนั้นเองก็มีเสียงบางอย่างดังขึ้นจนเว่ยเซี่จะจะสะดุ้งใ
"คุณชาย ท่านเองก็ยังไม่หลับเช่นกันใช่หรือไม่…"เสียงของอาจูนั้นเอง
"ชะ ใช่แล้วข้ายังไม่หลับ เ้า เ้า ก็เช่นกันรึ" เว่ยเซี่ยละล่ำล่ะลักถามอาจูกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"เ้าค่ะ ข้านอนไม่หลับ สงสัยเป็เพราะแปลกที่กระมัง" อาจูตอบกลับเว่ยเซี่ยก่อนที่นางจะเงียบเสียงไปสักพัก แล้วจึงเริ่มพูดต่อ "เช่นนั้นคุณชายจะลุกขึ้นมาสนทนากับข้าก่อนจะได้หรือไม่เ้าค่ะ? "
อาจูกล่าวถามเว่ยเซี่ย มันเองก็นอนไม่หลับเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว การได้คุยกับนางก็คงดีเหมือนกัน เว่ยเซี่ยคิดในใจ ก่อนจะผุดลุกขึ้นยืน แล้วจึงเดินมาหาอาจูที่เตียง แต่ทว่า…พอเดินมาถึงเว่ยเซี่ยก็ตกตะลึงเป็ที่สุดเพราะว่า อาจูนั้น เริ่มถอดชุดนอนของนาง ออกช้าๆ
ใบหน้าที่งดงามราวเทพธิดา ก้มหน้าน้อยๆ แก้มทั้งสองเหมือนจะแดงเปล่งปลั่งไปด้วยความอาย ่คอระหงได้รูป รับกับ่ไหล่ที่กลมมน หน้าอกที่ยังมีตู้โตว สีขาวตัวบางมัดอยู่ แต่ก็มองเห็น ความชูชันของทรวงอกทั้งคู่ได้ชัดเจน ่เอวที่คอดตามด้วยสะโพกที่ผายออกแสดงให้เห็นว่าเข้าสู่วัยสาว เช่นเดียวกับส่วนบน ส่วนล่างก็มีชั้นในสีขาวบางๆ ผูกอยู่เช่นกัน แต่ก็แทบจะปิดอะไรไม่ได้มิดชิด ขาอ่อนที่อวบอิ่มกับขาที่เรียวยาว เหมือนจะยิ่งยั่วสายตาให้ลุ่มหลง อาจู ช้อนตาขึ้นมอง เห็นเว่ยเซี่ยยืนมองตาค้างก็ยิ่งอับอาย แต่ก็รู้สึกดีไม่น้อย เพราะดูออกว่า เว่ยเซี่ยจ้องมองตาค้างด้วยความลุ่มหลงในเรือนร่างของนาง อาจูเอง ก็แอบชื่นชมรูปร่างของเว่ยเซี่ยด้วยเช่นกัน เว่ยเซี่ยมีรูปร่างที่งามสง่า บึกบึนใบหน้าที่ ดูธรรมดาๆ แต่ก็สะอาด ดวงตากับคิ้วเข้มๆ ดูเปี่ยมไปด้วยปัญญาและความลึกลับ ่ไหล่ที่กว้างเพราะต้องทำงานหนักมาตลอด แผงอกที่บึกบึน ่ท้องที่แข็งแรงเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ...จากนั้นอาจูก็อุทานออกมาเสียงดัง
"ว้ายยย!!! " นางร้องออกมาอย่างใ เมื่อมองไล่ลงมาเห็นส่วนสำคัญท่อนล่างของเว่ยเซี่ย อาจูรีบหลับตาลง แต่ภาพที่เห็นยังติดตาไม่หาย " ดุ้นเนื้อที่ทั้งใหญ่และยาวราวกับันั่น มันอะไรกัน "
สาวใช้แรกรุ่นได้แต่ร้องในใจ เสียงร้องของอาจู ทำเอาเว่ยเซี่ยรู้สึกตัวขึ้นมาเช่นกัน พอเห็นอาการหลับตาปี๋ของอาจู ก็อดยิ้มไม่ได้ เพราะรู้แล้วว่านั่นเกิดจากอะไร เว่ยเซี่ยเดินเข้ามาที่เตียงช้าๆ อาจูยังหลับตา ก้มหน้าด้วยความอาย ได้ยินเสียงฝีเท้าของเว่ยเซี่ย เดินเข้ามาหา ทำเอาอาจูใจเต้นตึกตักๆ เหมือนกับหัวใจจะกระดอนออกมา เว่ยเซี่ยก็เช่นกัน หลังเดินเข้ามาจนถึงเตียงยิ่งเห็นความงามเต่งตึงของอาจูชัดเจน ก่อนจะนั่งลงบนเตียงแทบจะชิดกับร่างงามที่นั่งอยู่ก่อน เนื่องจากเตียงในห้องเป็เพียงเตียงเล็กๆ สำหรับคนเพียงหนึ่งคนใช้นอนอยู่แล้ว อาจูสะดุ้งเฮือกทันทีที่รู้ว่า เว่ยเซี่ยนั่งลงบนเตียง แต่ก็ยังไม่ยอมลืมตาขึ้นมา เพราะกลัวว่า หากลืมตาขึ้นมาจะเจอกับ เ้าสิ่งน่ากลัว อันนั้นของเว่ยเซี่ยเข้ากลิ่นหอมของอาจู ฟุ้งกระจายออกมาโดยรอบ เว่ยเซี่ยที่นั่งใกล้ๆ สูดเข้าจมูกอย่างเต็มอิ่ม นี่คือกลิ่นของสาวรุ่นพรหมจรรย์ ที่ทั้งหอมทั้งสดชื่น เว่ยเซี่ยยังนั่งนิ่งๆ ไม่กล้าทำอันใด
จบบทที่ 28
บทต่อไป บทเรียนสวาทครั้งแรกของสาวใช้คนงาม..