ตอนที่ 6 อาจารย์ ไม่พอใจหรือ (1)
หลังจากกลับมาถึงยอดเขาซู่ิแล้ว เขาก็เอ่ยกับฉือม่อ“หากวันหลังเ้าอยากกินอะไร ก็ไปที่ยอดเขาฉางเจี้ยนนะ”
ฉือม่อคิดอย่างช่วยไม่ได้ว่า...วันนี้เกิดเื่แบบนี้ขึ้น วันหลังทางที่ดีอย่าไปเลยจะดีเสียกว่าเื่เล็กน้อยแบบนี้เขาจัดการเองได้ ไม่ต้องรบกวนอาจารย์หรอกอาจารย์ทำมามากพอแล้ว หากยังต้องรบกวนด้วยเื่เล็กน้อยพวกนี้อีกเช่นนั้นวันหลังเขาจะเป็ลูกศิษย์ที่อาจารย์ภาคภูมิใจได้อย่างไร
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ใบหน้าเขาก็แดงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
จู่ๆ ก็เห็นลูกศิษย์ตัวเองหน้าแดงแบบนี้หลินเฉินเลยนึกขึ้นได้ว่าดูเหมือนเขาจะลืมอะไรไป จริงด้วยสิ! ลูกกลอนปราณพิสุทธิ์ที่เอามาจากเมิ่งฉิวเขาล้วงมือเข้าไปในแขนเสื้อ แล้วหยิบยาขวดนั้นออกมาอีกครั้ง
เขาเทยาลูกกลอนสีดำในขวดออกมาหนึ่งเม็ด แค่ปรายตามองก็รู้ได้ทันทีว่ายาเม็ดนี้เป็ของชั้นเลิศคิดไม่ถึงเลยว่าจะ่ชิงเอาเ้าสิ่งนี้มาจากเมิ่งฉิวได้
ของสิ่งนี้ดีต่อฉือม่อมากที่สุดอย่างหาอะไรเปรียบไม่ได้เชียวละ
หลินเฉินยัดยาลูกกลอนเม็ดนั้นใส่มือเขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว “กินเ้านี่ลงไปเสีย”
ฉือม่อััได้ถึงนิ้วเย็นเฉียบที่แตะโดนฝ่ามือตัวเอง
แค่อีกฝ่ายแตะต้องเบาๆ เขากลับร้อนรุ่มไปทั้งฝ่ามือ
หลินเฉินคิดไม่ถึงว่าฉือม่อจะมีปฏิกิริยาผิดปกติแบบนี้เขาเอามือข้างหนึ่งไพล่หลัง แล้ววางมืออีกข้างลงบนหัวไหล่ฉือม่อเบาๆ
อยู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าไม่เหมาะสม จึงรีบชักมือกลับ
ฉือม่อรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นบนหัวไหล่เพียงชั่ววูบหนึ่งก็หายไปเขาเงยหน้ามองหลินเฉินอย่างสงสัย
หลินเฉินกระแอมเบาๆ ทีหนึ่ง“เ้ากินลูกกลอนปราณพิสุทธิ์ลงไปเสียเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าข้าจะสอนเ้าฝึกวิชาที่นี่”
ฉือม่อใ ชะงักค้างอยู่กับที่หลินเฉินเห็นฉือม่อนิ่งเงียบไม่พูดจาอยู่นานก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะถามอย่างไม่ใส่ใจนัก “เ้าไม่ยินดีงั้นหรือ”
“ไม่ใช่ขอรับ ไม่ใช่อย่างนั้น อาจารย์ข้าแค่ไม่กล้าเชื่อขึ้นมาชั่วขณะเฉยๆ...” ฉือม่อใเลยรีบอธิบาย
“ไม่กล้าเชื่อเื่อะไร”
“ข้าเพียงไม่กล้าเชื่อหูตัวเองว่าอาจารย์จะสอนข้าฝึกวิชา...”
“เ้าเป็ลูกศิษย์ของข้า ข้าย่อมต้องสอนเ้าอยู่แล้วสิ”หลินเฉินเหลือบมองเขาทีหนึ่ง แววตาของเ้าเด็กคนนี้เต็มไปด้วยความสุขไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดหัวใจเขาถึงได้อ่อนยวบตามไปด้วย
ไม่รู้เพราะอะไรเมื่อได้ยินว่าหลินเฉินจะสอนฝึกวิชาและรับตัวเขาเป็ศิษย์แล้วเขาก็พลันดีใจมากจนไม่อาจพรรณนา การกระทำกลับว่องไวกว่าความคิดเขาโผเข้าไปซบอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว
จนเมื่อตั้งสติได้เขาก็กอดอาจารย์เอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อยแล้ว บนกายของอาจารย์มีกลิ่นหอมชวนดม ถึงแม้จะเบาบางแต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เพียงได้กลิ่นเขาก็สบายใจเหลือเกิน
วินาทีที่ฉือม่อโผเข้ากอดหลินเฉินนั้นร่างของหลินเฉินก็แข็งทื่อไปทันที ความนึกคิดสับสนไปหมด จะผลักเขาออกก็คงไม่ดีนักแต่ถ้าไม่ผลักออกก็ไม่ค่อยดีเช่นกัน ขณะที่กำลังลังเลอยู่นานสุดท้ายก่อนที่เตรียมจะผลักฉือม่อออก ฉือม่อก็ได้ชิงผละมือออกจากเขาไปก่อนแล้ว
ฉือม่อถอยหลังไปสองสามก้าว ใบหน้าแดงก่ำไม่รู้ว่าทำไมตนถึงได้อาจหาญเช่นนี้ แต่เขาก็ไม่เสียใจที่ทำลงไปหรอกนะฉือม่อก้มศีรษะ ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง ในมือยังคงกำลูกกลอนปราณพิสุทธิ์ที่หลินเฉินมอบให้เอาไว้อย่างซาบซึ้งใจ
“ขอบคุณขอรับอาจารย์”
หลินเฉินเหลือบมองลูกศิษย์ที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาพอเห็นอีกฝ่ายหน้าแดง เขาจึงเอื้อมมือไปลูบศีรษะฉือม่อแต่แล้วก็รู้สึกว่าท่าทางนี้ไม่เหมาะสมกับบุคลิกของหลินเฉิน สุดท้ายจึงหยุดมือลงหันหลังไปแล้วเอ่ยทิ้งท้ายอย่างเ็า “นี่ก็เป็เพียงหน้าที่ของข้าเท่านั้น”
วันรุ่งขึ้น หลินเฉินตื่นขึ้นมาั้แ่เช้าตรู่เพิ่งแง้มบานประตูออกมาก็เห็นฉือม่อยืนรออยู่ด้านนอกแล้ว
ดูเหมือนอีกฝ่ายจะมารออยู่แต่เนิ่นๆ ตามเสื้อผ้ายังมีร่องรอยของหยดน้ำค้างเปียกชื้นปรากฏให้เห็น
ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับส่องประกายเป็อย่างมากและเมื่อเห็นหลินเฉินปรากฏตัวขึ้น แววตาของเขาก็ยิ่งสดใส “อาจารย์!”
หลินเฉินขานรับคำหนึ่ง จากนั้นปิดประตูด้านหลังลง
เ้าเด็กนี่ตั้งใจขนาดนี้เชียวหรือ ทำให้ตัวร้ายอย่างเขานึกเอ็นดูมากจริงๆ
หลังจากกินยาลูกกลอนที่เขามอบให้ไปเมื่อวานแล้วร่างกายฉือม่อก็ดูแข็งแรงขึ้นทันตาเห็น
หลินเฉินพึงพอใจกับผลที่ออกมานี้มาก
ในนิยายพยายามเล่าถึงความหมดอาลัยตายอยากและใจร้อนไร้ซึ่งความอดทนของหลินเฉิน จึงเขียนไว้ว่าเมื่อหลินเฉินพาฉือม่อขึ้นไปบนเขาแล้วก็บีบบังคับให้อีกฝ่ายฝึกวิชาโดยไม่สนใจว่าจะาเ็และมีแผลเต็มตัวแค่ไหนเพื่อสนองตามเป้าหมายาาผู้ทรงอำนาจของตัวเอง
และก็เพราะการกระทำนี้ของหลินเฉินนั่นเองที่ส่งผลให้ภายหลังฉือม่อฝึกปรือจนมีความสามารถเป็เลิศ แต่เมื่อถึงยามค่ำคืนที่ดวงจันทร์เต็มดวงเมื่อไรเขาจะเจ็บหน้าอกทุกครั้งไป
ตอนนี้เมื่อเปลือกนอกนี้ได้เปลี่ยนจิตใจเนื้อแท้ไปแล้วเขาย่อมกอดแข้งกอดขาตัวเอกผู้ยิ่งใหญ่คนนี้เอาไว้ให้ดี
ใบหน้าขาวผ่องดุจหยกจิ้มลิ้มนั้นเปี่ยมไปด้วยความหนักแน่นแม้เม็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นมาราวกับเมล็ดถั่วบนหน้าผากจะกลิ้งไหลลงมาแล้วก็ตามเขากลับยังไม่มีทีท่าว่าจะท้อถอยเลยสักนิด
หลินเฉินยกนิ้วโป้งให้ฉือม่อในใจ
“พอได้แล้ว วันนี้ฝึกเพียงเท่านี้เื่การฝึกวิชาหาใช่สิ่งที่รีบร้อนทำให้เสร็จสิ้นในวันเดียวจำต้องฝึกฝนอย่างมีวินัย ค่อยๆ สั่งสมไปทีละนิดทีละหน่อย” หลินเฉินเห็นขาน้อยๆของฉือม่อสั่นพั่บๆ อยู่ตลอดเวลา หากเขาไม่เอ่ยท้วงเ้าเด็กนี่คงฝึกวิชาจนตัวตายแน่
ฉือม่อเช็ดเหงื่อบนหน้าพลางเอ่ยรับคำ “ขอรับอาจารย์”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/270f92ed871ddcac593159d4b48f26a8