ในที่สุดก็เดินทางมาถึงเมืองเสียที
เเม้จะไม่ได้ลำบากอะไรในระหว่างที่เดินทางอยู่ เเต่บอกตามตรงเลยว่าการเดินทางไปอย่างเอื่อยๆนั้นมันทำให้ฉันรู้สึกเหนื่อยทางด้านของจิตใจ ถ้าทำได้ตอนกลับถึงเมืองฉันอยากจะนอนพักเสียหน่อย เเต่พอฟังคำขอร้องของฟีต้าเเล้วเหมือนว่าฉันจะยังทำเเบบนั้นไม่ได้
เมื่อพวกเราทั้งสามคนเเละภูติอีกหนึ่งที่ตอนนี้พักอยู่ในกระเป๋าเสื้อของฉันเดินมาถึงประตูเมือง ฉันก็ได้เจอกับนายทหารคนสุภาพคนนั้นอีกครั้ง เมื่อเขาเห็นเราเขาก็ทำหน้าสงสัยขึ้นในทันที
"หายไปนานเลยนะครับคุณนักผจญภัย ว่าเเต่สองคนที่มาด้วยนั่นคือ...?"
"สองคนนี้เป็เพื่อนของฉันน่ะ พวกเธอเองก็ยังไม่มีบัตรเเสดงตัวตนกันด้วย เลยว่าจะพาไปลงทะเบียนที่กิลด์นักผจญภัยสักหน่อย"
"เอาจริงหรอครับ...อืม ไม่สิ เเต่งตัวเเบบนั้นก็ดูเหมาะเป็นักผจญภัยดีนะครับ"
-ถึงทั้งคู่จะเป็มนุษย์เเมวก็เถอะ...
เขากล่าวเช่นนั้นด้วยเสียงที่เบาลง บางทีอาจจะรู้สึกเกรงใจพวกเราก็เลยพยายามไม่พูดเเบบนั้นล่ะมั้ง
"สรุปคือสามท่านสินะครับ เดี๋ยวผมจะไปทำบัตรชั่วคราวมาให้ทั้งสองคนด้วย กรุณาเชิญทั้งสองท่านไปเเตะที่ลูกเเก้วด้วยนะครับ"
เขาว่าเเบบนั้นเเล้วทำมือเชิญให้ทั้งสองคนไปทำบัตรชั่วคราว
"อ่ะ เเล้วก็มีเื่สำคัญที่ต้องไปเเจ้งให้ท่านเ้าเมืองทราบด้วยค่ะ"
"เื่สำคัญ?"
พอเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยของเขา ฉันก็ตัดสินใจเรียกให้ฟีต้าโผล่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อของฉัน
"ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ดิฉันมีชื่อว่า ฟีต้า ฉันได้รับคำสั่งมาจากท่านราชินีภูติให้มาที่นี่เพื่อเเจ้งเื่สำคัญบางอย่างให้กับท่านเ้าเมืองได้ทราบค่ะ"
ฟีต้าเเนะนำตัวเองโดยโค้งทักทายอย่างสวยงามขณะที่กำลังลอยอยู่ เมื่อนายทหารเห็นเธอเขาก็เริ่มเเสดงอาการใ
"จากราชินีภูติ!? ถ-ถ้างั้นได้โปรดรบกวนรอตรงนี้สักเดี๋ยวนะครับ!"
นายทหารคนนั้นออกอาการตื่นตระหนกเมื่อได้ยินคำว่า ราชินีภูติ เขารีบบึ่งไปยังอีกด้านของกำเเพง จากนั้นสักพักเขาก็รีบกลับมาพร้อมๆกับชายวัยกลางคนที่ทั้งตัวสูงเเละดูสุขุมกว่าเขามาหาพวกเราด้วย เขามีทั้งดาบที่อยู่ตรงเอวเเละโล่ขนาดเกือบเท่าตัวของเขาอยู่ด้านหลัง เขาช่างดูเป็อัศวินที่มีเครื่องเเบบครบส่วนซึ่งไม่ได้มีกันให้เห็นบ่อยๆเลยล่ะ
บางทีคนๆนี้อาจจะเป็อัศวินที่ยศสูงกว่านายทหารก็ได้ ถ้าให้ฉันเดาล่ะก็เขาคงเป็หัวหน้า?
"เ้าคือภูติที่อ้างว่าได้รับเื่จากราชินีภูติให้มาเเจ้งข่าวกับเ้าเมืองนี้งั้นหรอ?"
โดยที่ไม่รีรอเขาหันไปคุยกับฟีต้าในทันที่เห็น
"ตามนั้นเลยค่ะ ฉันชื่อฟีต้าเป็ภูติที่มาจากน้ำตกศักดิ์สิทธิ์"
"ข้าชื่อว่าเลโอ โอไทรอน...เป็หัวหน้าอัศวินของเมืองนี้"
เป็หัวหน้าอย่างที่เดาจริงๆด้วยเเหะ
"ภูติจากน้ำตกศักดิ์สิทธิเอ๋ย ถ้าไม่รบกวนเกินไปช่วยบอกหน่อยได้ไหมว่าเื่ที่เ้าจะนำมาเเจ้งนั่นเกี่ยวข้องกับอะไร?"
"...เป็เื่ใหญ่ค่ะ เื่นี้เกี่ยวข้องกับการโจมตีของปีศาจ"
"-ปีศาจ!!?"
นายทหารที่อยู่ด้วยกันส่งเสียงร้องออกมาอย่างใ เเต่เพราะหัวหน้าของเขาหันไปส่งสายตาดุใส่เขาจึงรีบสงบสติอารมณ์ของตัวเองให้ใจเย็นลง ต่างกับคนทั่วไปคนที่ชื่อเลโอนี้ไม่เสียความเยือกเย็นไปเลยเเม้จะได้ยินว่าเื่ที่ฟีต้าจะมาเเจ้งเป็เื่ของปีศาจ
"ข้าเข้าใจเเล้ว ถ้าเช่นนั้นข้าจะรีบพาเ้าไปพบกับกิลด์มาสเตอร์เเละท่านเ้าเมืองเพื่อคุยกันเกี่ยวกับเื่นี้"
"ขอบพระคุณมากค่ะ อ่ะ เเล้วก็ได้โปรดพาท่านทั้งสามคนนี้ไปด้วยนะคะ"
ฟีต้าว่าเเบบนั้นเเล้วชี้มาที่พวกเราสามคนที่อยู่ด้านหลังเธอ
"มนุษย์เเมวงั้นหรอ? ทำไมข้าต้องพาพวกเธอไปด้วยล่ะ"
"คนๆนี้อยู่ในเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับปีศาจค่ะ การพาเธอไปด้วยนั้นมันจะทำให้เื่ที่ฉันจะไปเเจ้งมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น"
ฟีต้าอธิบายไปเเบบนั้น เเต่กระนั้นหัวหน้าอัศวินก็ยังขมวดคิ้วมองฉันอย่างไม่เข้าใจ
"ข้าไม่เข้าใจ...เหตุใดมนุษย์เเมวจึงไปเกี่ยวข้องกับปีศาจ?"
"ดูเหมือนท่านจะยังมีความเคลือบเเคลงอยู่สินะคะ ถ้างั้นท่านฟรานคะ ได้โปรดเเสดงตราสัญลักษณ์ที่อยู่หลังมือนั่นให้คนๆนี้ดูเถอะค่ะ"
ฟีต้าหันมาบอกฉัน ฉันเลยต้องชูเเขนขึ้นมาเเล้วเเสดงหลังมือที่มีตราสัญลักษณ์ของภูติให้เขาเห็น
"ตราสัญลักษณ์ของภูติ..."
เมื่อหัวหน้าอัศวินเห็นมันเขาก็ออกอาการใจนเบิกตากว้าง ก่อนจะหลี่ตามองฉันคล้ายจะรู้สึกสงสัยมากขึ้น ฉันนึกว่าเขาจะถามอะไรเพิ่มเเต่ดันกลายเป็ว่าเขายอมรับมันเเละอนุญาตให้ฉันตามไปกับพวกเขาด้วยซะอย่างงั้น
"จาเวล นายรีบไปที่หอสั่งการเเล้วเเจ้งเื่นี้ไปที่คฤหาสน์ของท่านเ้าเมือง...บอกท่านเ้าเมืองไปว่าเรามีเื่ด่วนที่ต้องประชุมกัน ข้าเเละคนเหล่านี้จะไปรอกันที่ห้องของกิลด์มาสเตอร์ เเละอย่าลืมบอกไปด้วยล่ะว่าข้าเป็ผู้เรียกพบ"
"เข้าใจเเล้วครับ!"
เมื่อสั่งนายทหารคนที่จาเวลเเล้วเรียบร้อยเขาก็เดินนำพวกเราเเละพาเข้าไปในเมือง ต้องขอบคุณนายทหารที่ชื่อจาเวลคนนั้น ที่ทำบัตรเเสดงตัวชั่วคราวออกมาได้เร็วทำให้ไม่ต้องรอนานอะไร
เเละเกี่ยวกับเื่ที่ฉันต้องมาด้วยนั้นฟีต้าบอกว่าจำเป็ เธอบอกอีกว่าถ้าเธอไปเล่าความจริงว่ามีมนุษย์เเมวมาช่วยกำจัดปีศาจให้ เเต่ดันไม่มีมนุษย์เเมวคนนั้นมาด้วยมันจะทำให้ท่านเ้าเมืองเเละกิลด์มาสเตอร์ไม่เชื่อเื่ที่เธอนำไปเเจ้ง
ก็นะฉันเป็ทั้งคนที่เข้าไปสู้กับมันเเละช่วยเหลือพวกภูติเลยนี่นา ถ้าเเค่ไปเล่าเฉยๆคงไม่มีใครเชื่ออยู่เเล้ว
เเล้วครั้งนี้ก็เเค่ไปเเสดงหลักฐานให้ดูเพื่อให้เื่มันน่าเชื่อถือเท่านั้น เพราะงั้นมันจึงไม่ลำบากเท่าไหร่...คิดว่านะ
*
"ทางนี้มันไม่ใช่ทางไปกิลด์นี่?"
คุณเลโอพาเราเดินเลี้ยวไปยังอีกที่นึงเเทนที่จะพาเดินตรงไปกิลด์ ฉันที่เคยไปกิลด์มาก่อนจึงรู้สึกสงสัยว่าเขาจะพาเราไปที่ไหน
"เราจะใช้ทางลัดกัน...โดยใช้ทางเชื่อมที่สามารถย่นระยะได้"
เดี๋ยวก่อนนะ ทางเชื่อมที่ย่นระยะได้นี่มัน...
"หรือว่าเรากำลังไปที่โกดังที่เก็บวัตถุดิบเอาไว้?"
" อ่า...เ้าก็รู้จักสินะ งั้นถ้าให้เดาเ้าคงมีเเรงค์ที่สูงพอตัว"
"ไม่ๆ...ทำไมการที่ฉันรู้จักที่นั่นถึงกลายเป็ตัวบ่งชี้ว่าฉันเเรงค์สูงกันล่ะ?"
เพราะนึกสงสัยในคำพูดของอีกฝ่ายฉันจึงได้ถามออกไป เเละเมื่อเขาได้ยินคำถามนั้นเขาก็หันมาเหลือบมองฉันครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มตอบ
"เมื่อครู่ข้าพูดไปเพียงเเค่ว่า"ใช้ทางเชื่อมที่สามารถย่นระยะได้"สินะ เเละเ้าก็ดันตอบมาทันทีว่าเราจะไปที่โกดังนั่นใช่ไหมล่ะ? คนทั่วไปอาจจะรู้จักที่นั่นจริงเเต่เื่ที่โกดังนั้นมีเส้นทางเวทยมนตร์พิเศษที่สามารถย่นระยะการเดินทางได้นั้นเเทบไม่มีอยู่ คนๆนั้นต้องเป็คนที่กิลด์มาสเตอร์เชื่อใจเท่านั้นถึงจะมีสิทธิรู้เื่นี้"
"....."
ขอโทษค่ะ ฉันรู้เพราะสกิล[ค้นคว้าเวทย์]
อยากจะเเก้ความเข้าใจผิด เเต่เกรงว่าจะอธิบายให้เข้าใจไม่ได้ฉันเลยเงียบไว้ก่อน
ระหว่างที่เดินทางอยู่ก็หันไปมองคนรอบข้าง พวกเขามองมาทางเรา เเม้เส้นทางที่เราจะมาจะไม่ค่อยมีใครผ่านเเต่กระนั้นเราก็ยังไม่พ้นที่จะไม่เป็จุดสนใจ อาจเพราะตอนนี้พวกฉันไม่ได้เอาอะไรปิดหูเเมวบนหัวไว้ หรืออาจจะเพราะพวกฉันเดินตามคนที่ได้ชื่อว่าเป็หัวหน้าของอัศวินก็ได้
เเละอาจจะเพราะเป็อย่างหลังมันจึงทำให้คนที่พวกเราเดินผ่านไปนั้นทำเพียงเเค่มองโดยไม่ได้พูดนินทาอะไร
"ที่นี่ไงล่ะ"
ระหว่างเดินไปสังเกตรอบข้างไปพวกเราก็มาหยุดยืนที่อาคารหลังใหญ่ เป็ตึกสีเทาที่ทั้งสูงเเละหนาจนคิดได้เลยว่าคนทั่วไปคงเข้าไปข้าในไม่ได้เเน่ คุณเลโอเดินนำพวกเราเข้าไปข้างหลังของโกดังเก็บของผ่านประตูด้านหลังเดินไปยังห้องต่างๆเเละทะลุมาที่ห้องกว้างที่ใช้ชำเเหละพวกมอนเตอร์
ด้านในมีคนงานของกิลด์ที่เป็ผู้ชายกำลังทำงานชำเเหละมอนเตอร์กันอยู่คุณเลโอพาพวกเราเดินเข้าไปใกล้เเล้วไปพบกับคนๆนึงที่ฉันคุ้นเคยเข้า
"อ้าวเลโอไม่ใช่หรอ เเถมยังคุณหนูเเมวก่อนหน้านี้อีก?"
คนที่ฉันเคยเจอก่อนหน้านี้ หัวหน้างานชำเเหละของที่นี่คุณเบค่อน เดินมาทักทายพวกเรา
"มีเื่จำเป็ที่ต้องใช้เส้นทางนี้ไปที่กิลด์ ขอพวกเราผ่านไปหน่อยจะได้หรือเปล่า"
คุณเลโอบอกกับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบราวกับไม่รีบร้อนอะไร เเต่ทว่าคนที่ได้ยินเื่นั้นอย่างคุณเบค่อนกลับรู้สึกรนรานขึ้นมา
"ว-ว่าไงนะ ถ้ามันเื่ใหญ่ขนาดนั้นทำไมนายไม่ทำตัวรีบร้อนหน่อยเล่า!"
เขาว่าเเบบนั้นเเล้วรีบนำพวกเราไปที่ประตูทางเชื่อม
ท่าทางของเขาดูรีบร้อนไม่เหมือนกับที่เคยทำตัวสบายๆก่อนหน้านี้ มันเกิดอะไรขึ้นกันเเน่นะ?
คุณเลโอก็ไม่ได้พูดอะไรที่สื่อว่าจะเป็เื่ใหญ่ให้เขารีบร้อนขนาดนั้นนี่
"ขอโทษนะคะเเต่พวกเราไม่ได้รีบขนาดนั้น-"
"พูดอะไรน่ะคุณหนู ดูจากสีหน้าของเ้านั่นก็น่าจะรู้เเล้วนี่ว่ามันเื่ใหญ่น่ะ ถ้าคุณน้องเกี่ยวข้องด้วยก็รีบๆไปเร็วเข้า!"
ดูจากสีหน้าเขาเนี้ยนะ เเต่หน้าเขานิ่งตลอดเลยไม่ใช่หรอ หรือคุณเบค่อนจะรู้จักกับคุณเลโอมานานจนอ่านสีหน้าออกเเม้เพียงเล็กน้อยได้ ดูเหมือนว่าโลกนี้จะยังมีปริศนาที่เเม้เเต่ฉันเองก็ยังไขไม่ได้ง่ายๆอยู่สินะ
***