สุดท้ายแล้ววันนี้ท่านแม่ทัพใหญ่ของแคว้นก็เข้าไปในค่ายตอนเกือบจะยามซื่อข้าวเช้าก็ไม่ได้กิน สภาพจิตใจเขาไม่อยู่กับเนื้อกับตัวมากนักผู้รับเคราะห์ก็ไม่ใช่ใคร เป็บรรดาทหารชั้นผู้น้อยในค่ายนั่นเอง
ใบหน้าหล่อเหลานั้นดูหงุดหงิดตลอดเวลาแม้กระทั่งคนสนิทในเงาและในค่ายยังไม่กล้าเข้าใกล้
อาหารเที่ยงจากจวนท่านแม่ทัพรีบๆ มาเถิด นายท่านของเขาจะได้กินอาหาร ก่อนจะกินหัวพวกเขาแทน
พูดไม่ทันขาดคำคล้อยหลังแม่ทัพใหญ่เข้ามาในค่ายทหารไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ก็มีรถม้าจากจวนสตรีที่เดินลงมานั่นคลุมผ้าปิดหน้าปิดตามิดชิดเสียจนไม่รู้ว่าใคร
"ท่านแม่ทัพใหญ่ขอรับ สาวใช้จวนท่านมาส่งอาหารเที่ยงขอรับ"
หลี่หยางเฉิงเลิกคิ้วด้วยความหงุดหงิดเื่ในฝันเมื่อคืนยังคงตามหลอกหลอนเขาไม่เลิกรา ร่างกายนี่มันยังคงร้อนรุ่มมันช่างน่าโมโหตัวต้นเหตุยิ่ง
"สาวใช้ ผู้ใดกัน"
"นางใส่ผ้าปิดหน้าปิดตาขอรับ ข้าน้อยไม่ทราบว่าเป็ผู้ใด ถามก็ไม่พูดไม่จาจึงมาแจ้งแก่ท่านแม่ทัพขอรับ"
อย่าบอกนะว่านางที่อยู่ในฝันเมื่อคืน! ยามอยู่ในจวนก็เร้นกายหลบซ่อน นึกคึกอันใดจึงยอมออกมาส่งปิ่นโตให้เขากัน เห็นทีต้องทำสิ่งที่สงสัยให้กระจ่างเสียแล้ว
"บอกนางให้เอามาให้ข้า ในกระโจม"
ย้อนไปหนึ่งชั่วยามก่อนจวนสกุลหลี่ เรือนปีกซ้าย
"นี่ก็สายมาแล้ว อาหยางยังไม่มากินข้าวเช้า ทั้งยังไม่มีคนมาแจ้งอีก ไม่ใช่ว่าตื่นสายหรอกหรือ"
หลี่ฮูหยินเอ่ยขึ้นหลังจากตักอาหารคำสุดท้ายเข้าปากเรียบร้อยแล้วพลางไหว้วานให้พ่อบ้านคนสนิทไปปลุกบุตรชายในเรือนใหญ่โดยเร็ว
"ท่านแม่เ้าคะ ข้ามีเื่จะเล่าให้ท่านฟัง"
หลี่หลินเหยาเปรยเบาๆ เมื่อเห็นสาวใช้ใบ้เก็บจานออกไปจากเรือนเหตุการณ์เมื่อวานที่ร้านขายผ้าจึงถูกถ่ายทอดแก่ผู้เป็มารดาในทันที
"พี่ใหญ่ไปเจอข้ากับอิงอิงที่ร้านขายผ้าเ้าค่ะ แต่นั่นก็ไม่แปลกหากท่านแม่ได้ยินว่าพี่ใหญ่น่ะให้อิงอิงเลือกผ้าสีที่ตน้าแล้วจะเป็ผู้จ่ายให้เอง"
"หืม เ้าพูดจริงหรือ"
"จริงแน่นอนเ้าค่ะ เ้าพี่ชายคนนั้นสายตาไม่ได้มองลูกแม้แต่น้อยยามลูกจะแยกกับพี่ใหญ่ไปเหลาม่านหลี ก่อนขึ้นรถม้าก็ถามลูก ว่ามีสิ่งใดที่จวนกินบ้างแต่ก็เช่นเดิม สายตานั่นไม่ได้แม้แต่จะชายตามองน้องสาวผู้นี้"คุณหนูหลี่ใช้มือตบอกด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจอย่างน่าเอ็นดูผู้เป็มารดาเห็นก็อดขำเสียไม่ได้ แล้วนึกถึงคำถามแปลก ๆ ของบุตรชายเมื่อวาน
"จะว่าไป เมื่อวานพี่เ้าก็ถามอะไรแม่แปลก ๆ เช่นกัน"
"พี่เ้าถามแม่ ว่า 'ท่านแม่ ข้าไม่หล่อเหลาหรือขอรับ'"
ผู้เป็น้องสาวถึงกับทำสีหน้ายับยู่รับไม่ได้อย่างยิ่ง ท่านแม่ทัพใหญ่อะไรนั่นเป็บ้าอันใดหากรู้ถึงหูผู้อื่นได้อับอายถึงท่านพ่อในปรโลกเป็แน่ แต่ทว่าจากนั้นก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
"เมื่อวานอิงอิงไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองเขาเลยเ้าค่ะ หรือเป็เพราะนางเ้าคะพี่ใหญ่จึงไม่มั่นใจ"
โอ้์ท่านเมตตาให้บุตรชายของข้ามีอารมณ์อย่างอื่นนอกจากความนิ่งเฉยและโเี้แล้วหรือ
"ไม่ได้การ เ้าคงจะกำลังได้พี่สะใภ้เป็แน่แม่ต้องทำหน้าที่เป็เฒ่าจันทราเสียหน่อย แม่นมจวงไปเรียกอิงอิงมาให้ขาที"
ถึงจะเป็สาวใช้ใบ้ก็ไม่เป็ไรนิสัย หน้าตา การดูแลเรือนยิ่งไม่ต้องพูดถึงหากทำให้เ้าหน้าน้ำแข็งนั่นเกิดอยากมีเมียมีลูกขึ้นมา นางรับได้ทุกอย่างอีกทั้งยังตระเตรียมแผนมากมายเพื่อ 'ว่าที่' ลูกสะใภ้ไว้เรียบร้อย
อิงอิงตัวน้อยกำลังเตรียมของใส่ปิ่นโตให้ท่านแม่ทัพถึงสองชุดเมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้มารับสำรับเช้าพร้อมหลี่ฮูหยินจากนั้นนางเดินถือปิ่นโตไปที่จวนปีกซ้ายพร้อมกับแม่นมจวงเช่นเคย
หารู้ไม่หลี่ฮูหยิน คุณหนูเล็ก แม่นมจวง แอบส่งสายตาสื่อสารกันอย่างลับ ๆ ไว้ก่อนหน้าเรียบร้อย
"อิงอิงมาพอดี วันนี้พ่อบ้านฮ่าวต้องไปทำงานให้ข้าเ้าเอาสำรับไปส่งท่านแม่ทัพที"
'ตะ... แต่ให้ข้าน้อยไปคงไม่เหมาะนะเ้าคะ'
"เ้าเป็เพียงบ่าวในจวน หาได้มีสิ่งใดไม่เหมาะ"
'ข้ากลัวแม่ทัพใหญ่ขายหาว่ายั่วยวน แล้วขายข้าไปที่หอนางโลมเหมือนสี่คนนั้นเ้าค่ะ'
สามคนนั้นได้แต่ตะลึงพรึงเพริดเพราะเช่นนี้เองงั้นหรือจึงไม่ยอมออกมาจากครัวเวลาที่บุตรชายอยู่ซักที
"หากขายเ้าไปพวกข้าจะหาของอร่อยที่ใดกินเล่า เ้าไปเถิดท่านแม่ทัพไม่ขายเ้าหรอก"
'แต่ข้าไปกองทัพไม่ถูกเ้าค่ะ อีกทั้งยังเป็บ่าวก้นครัวไม่เหมาะที่จะนั่งรถม้า'
"คนบังคับรถม้าไปถูก อีกทั้งข้ายังเป็ผู้อนุญาต ผู้ใดมันจะกล้าว่าร้ายเ้าได้"
อิงอิงยังคงมีสีหน้าครุ่นคิดพักหนึ่งก่อนจะพยักหน้าตอบตกลง แล้วเดินลี้กายออกไปหน้าจวนพร้อมแม่นม
"แล้วเมื่อวานนางเลือกผ้ามาหรือไม่หลินเอ๋อร์"
"ไม่เชิงเลือกเ้าค่ะ นางก้มหน้าแล้วชี้สะเปะสะปะแต่ผ้าผืนนั้นสีสวยจับใจยิ่งนัก หากตัดชุดสตรีงาม ๆคงขับให้อิงอิงเป็สาวงามอันดับหนึ่งได้ไม่ยาก เดี๋ยวลูกเอาให้ท่านดู"
เมื่อวานเสี่ยวเอ้อร์นำผ้าสี่พับนั้นมาส่งยามเย็นย่ำหลี่หลินเหยาจึงไม่มีโอกาสคืนผ้าผืนนั้นแก่อิงอิง แต่ก็เก็บไว้ในหีบห่อรอส่งต่ออย่างดี
"สีเขียวอมน้ำเงิน สีสวยยิ่ง เช่นนั้น แม่จะนำไปตัดชุดให้นางเสียก่อนเ้าเอาหรือไม่ แม่จะเรียกคนมาวัดตัวให้"
สองแม่ลูกหัวเราะกันคิกคักแค่คิดว่าไม่นานจะมีเด็กตัวเล็ก ๆ วิ่งเล่นในจวนก็มีความสุขเป็ที่สุดแล้ว
ค่ายทหารแคว้นเจีย
อิงอิงนั่งใจเต้นแรงอยู่บนรถม้าพลางขบคิดว่าจะเอาตัวรอดไปอย่างไรดี สื่อสารด้วยเสียงไม่ได้คนอื่นก็อ่านภาษามือไม่ออกอีก
"ถึงแล้วแม่นาง" บ่าวชายที่ขับรถม้ามาให้กล่าวบอกนางไม่นานนักร่างเล็กบอบบางก็มายืนอยู่หน้าค่ายเสียแล้ว...
"แม่นางรอซักครู่" นายทหารคนนั้นวิ่งไปรายงานแม่ทัพของตนในกระโจมแน่สิ ที่ผ่านมามีหญิงสาวไม่น้อยที่ใจกล้าวิ่งโร่มาเกี้ยวนายท่านถึงในกองทัพแล้วเป็อย่างไร ถูกกวดไล่จนไม่มีใครกล้ามาอีก
ไม่ถึงจิบชา[1]ทหารผู้ก็วิ่งหน้าตาตื่นออกมาแจ้งแก่นาง
"ท่านแม่ทัพให้แม่นางไปหาในกระโจม เดี๋ยวข้านำไป"
ไม่ใช่ว่านายทหารผู้นี้ต้องนำปิ่นโตเข้าไปเองรึอย่างไรนางคิดในใจด้วยความสงสัย
ไม่สิปัญหามันคือต้องเข้าไปเผชิญหน้ากับไอ้แม่ทัพมากปัญหานั่น บัดซบ!!
[1]ราว ๆ 5 นาที