"นี่ นี่...นี่มันจะน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว..." เดชาที่มองเข้าไปยังห้องลับ พูดออกมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
"เสี่ยวหลง ลื้อลองประเมินสิว่าทั้งหมดมีมูลค่าเท่าไหร่?" คุณฟู่หันไปหาลูกน้องคนสนิท
เวลานี้ หวงหลงไม่ได้ยินเสียงคุณฟู่เลยแม้แต่น้อย เพราะเขาได้ตกตะลึงสติหลุดเตลิดไปแล้ว อย่าว่าอย่างงั้นอย่างงี้เลย ขนาดเมฆาที่เป็นคนเงียบๆ ดูเคร่งขรึมก็ยังเก็บอาการไม่อยู่ สิ่งที่พวกเขาได้เห็นกัน มันเกินกว่าสามัญสำนึกทั่วไปแล้ว
"ราวๆ ห้าพันหกพันตันเห็นจะได้" วินเทอร์ยิ้มอย่างเฉยเมย เขาไม่ได้รู้สึกตกตะลึงเท่าไหร่เพราะเขารู้เรื่องนี้อยู่แล้ว
เมื่อทุกคนได้ยินว่าราวๆ ห้าพันหกพันตัน ก็พากันแข้งขาทรุดลงไปนั่งกับพื้น บ้าน่า! หกพันตันเลยเหรอ!? แท่งทองที่กองเป็นภูเขาตรงหน้าพวกเขา มีน้ำหนักรวมห้าพันหกพันตันเลยหรือ?
วินเทอร์เดินไปหยิบทองขึ้นมาแท่งหนึ่ง สำรวจอย่างละเอียดพร้อมพูดขึ้นมาว่า "ความบริสุทธิ์ 99.99% ถ้าคำนวณและตีตามมูลค่าตลาดตอนนี้ อืม...ประมาณแปดล้านล้านบาท แต่ถ้าให้ตีเป็นตัวเลขที่แน่ชัดเลยก็จะได้ 8,146,575,360,000 บาท หรือราวๆ สองแสนห้าหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ"
เรื่องคำนวณในวิชาคณิตศาสตร์สมองของวินเทอร์อาจหยุดทำงานลง แต่ถ้าเรื่องคำนวณที่เกี่ยวกับเงินสมองของเขากลับแล่นพรวดพราด มันไม่ใช่เพราะความเก่งหรืออัจฉริยะอะไร แต่เพราะวินเทอร์ที่เป็นถึงเจ้าพ่อมาเฟีย ด้วยประสบการณ์ในชีวิตของเขาแล้ว เขาได้เห็นกระแสเงินที่ไหลไปมาดุจดั่งเห็นสายลายนิ้วมือของตัวเอง
"แปดล้านล้าน..." มือของคุณฟู่ถึงกับสั่นเทา ร่างกายไร้ซึ่งเรี่ยวแรง
มูลค่าทรัพย์สินโดยรวมของแก๊งหงเหมิน ที่เขาได้ทำมาชั่วชีวิตยังไม่เท่ากับกองแท่งทองคำตรงหน้านี้เลย แม้แต่คนที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ณ เวลานี้ ในปี 2017 ยังมีทรัพย์สินส่วนตัวไม่ถึงหนึ่งแสนล้านดอลลาร์เลยด้วยซ้ำ
ถ้าวินเทอร์ได้ปล่อยขายทองคำตรงหน้านี้ทั้งหมด ก็เท่ากับว่าวินเทอร์กลายเป็นคนที่รวยที่สุดในโลกแล้ว ต่อให้ผ่านไปอีกห้าปี เขาก็ยังรวยที่สุดอยู่ดี นี่ยังไม่พูดถึงการที่เขาหยั่งรู้อนาคตล่วงหน้าไปอีกห้าสิบกว่าปีอีกนะ เขาสามารถนำเงินสองแสนล้านดอลลาร์นี่ไปลงทุนทำกำไรเพิ่มขึ้นมาได้อีกเป็นกอบเป็นกำ
คนอื่นอาจจะมองว่าสองแสนล้านดอลลาร์คือจำนวนเงินมหาศาล แต่ถ้าเทียบกับตระกูลหรือกลุ่มองค์กรที่ซ่อนตัวอยู่นับว่าเป็นเศษเสี้ยวเท่านั้น และสำหรับคุณปู่วินเทอร์ที่เคยเกือบจะครอบครองเศรษฐกิจของทั้งโลกใบนี้มาแล้ว เงินมูลค่าแค่สองแสนล้านดอลลาร์เป็นแค่ตัวเลขในหลักทศนิยมเท่านั้น ไม่มีมีค่าที่จะกล่าวถึงแม้แต่น้อย แต่ก็มากพอสำหรับสถานการณ์ในตอนนี้
"อาวิน ลื้อจะจัดการกับทองพวกนี้ยังไง? ถ้าทองจำนวนมากกว่าห้าพันตันเข้าสู่ตลาด มูลค่าของมันจะไม่ตกหรือ?" แม้คุณฟู่จะตื่นเต้นมากแค่ไหน ก็ยังงต้องนึกถึงสภาพความเป็นจริงด้วย
ถ้าพวกเขาปล่อยขายทองจำนวนที่มากกว่าห้าพันตันออกไป รับรองว่ามูลค่าของมันต้องลดหลั่งลงแน่นอน
"เตี่ยดูถูกตลาดโลกนี้มากเกินไป แค่ทองห้าพันหกพันตัน ไม่ทำให้ราคามันดิ่งขนาดนั้นหรอกครับ แต่ถ้าเตี่ยกังวลพวกเราค่อยๆ ทยอยส่งขายออกไปก็ได้ครับ" วินเทอร์ยักไหล่ขึ้นอย่างไม่แยแส และหันไปทางผู้ผิดยุค "อ่อ! และก็เงินที่ได้มา ผมจะวางแผนสำหรับการใช้จ่าย การลงทุนต่างๆ เพื่อพัฒนาแก๊ง แล้วเดี๋ยวผมให้พี่ส้มสรุปแล้วส่งแผนการรายละเอียดไปให้นะครับ พี่หลง"
หวงหลงพยักหน้าตอบรับด้วยความหนักแน่น หวงหลงเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์ของคุณชายของเขา เพราะแค่เงินในบัญชีส่วนตัวของวินเทอร์ตอนนี้ก็มีมูลค่ามากกว่าธุรกิจทั้งหมดภายใต้แก๊งหงเหมินแล้ว ตอนที่ส้มส่งแผนการก่อตั้งบริษัทเกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซีมาให้ หวงหลงก็รู้ได้ทันทีว่าบริษัทนี้ มันต้องกอบโกยเงินได้จำนวนมากแน่นอน
และมีครั้งหนึ่งที่วินเทอร์ได้ฝากให้ส้มมาขอให้เขาช่วยฟอกเงินเพื่อเลี่ยงภาษีต่างๆ ให้ ในตอนแรกเขาก็สงสัยไม่น้อยว่า ต้องเป็นจำนวนเงินขนาดไหนกันเชียว ถึงทำให้คุณชายคนนี้ถึงกับต้องฟอกเงินเพื่อเลี่ยงภาษี แต่พอเขาได้เห็นจำนวนเงินเข้าออก และยอดเงินในบัญชีของคุณชายเขาเท่านั้นแหละ! มันก็ทำให้เขาถึงกับต้องเลื่อมใสศรัทธา แค่เงินที่หมุนเวียนไปมาในบัญชีของวินเทอร์ก็มากกว่ารายรับของธุรกิจของแก๊งหงเหมินหลายสิบปีแล้ว
มันจะมีด้วยเหรอคนที่เงินเข้าบัญชีมากกว่าพันล้านบาทต่อวัน? นี่มันไม่ต่างอะไรไปกับการที่กดสูตรเพื่อเสกเงินเข้าบัญชีเลย
พวกเขาใช้เวลาขนทองและนำกลับไปยังถิ่นของตนในประเทศช้าง ก็ใช่เวลาไปเกือบทั้งวันกันเลยทีเดียว แต่ยังดีตรงที่ไม่เกิดความวุ่นวายอะไร แก๊งน้อยใหญ่ในพระตะบองก็อยู่กันอย่างสงบเหมือนปกติ แม้แต่กลุ่มฮันนิบาลก็ไม่ได้มีการเคลื่อนไหวอะไร อาจเป็นเพราะว่าข่าวเรื่องการตายของมาร์ตินยังส่งไปไม่ถึง
...
"อาวิน ลื้อจะกลับบ้านเลยไหม?" คุณฟู่มองไปยังเด็กหนุ่มที่นอนอยู่บนเก้าอี้ชายหาด
วินเทอร์ได้กลับมายังโรงแรมแล้ว ตอนนี้วินเทอร์กำลังแต่การด้วย เสื้อสีแดงลายดอกสีขาว กางเกงขาสั้นสีดำ บนใบหน้าสวมแว่นกันแดดสีแดงเพื่อกันแสงอาทิตย์ยามเย็น วินเทอร์กำลังนอนเอ้อระเหยอยู่บนเก้าอี้ชายหาดที่วางอยู่ริมสระน้ำบนโรงแรม บริเวณรอบๆ สระน้ำนี้ก็เป็นพื้นที่ส่วนตัว มีแค่คนของแก๊งหงเหมินเท่านั้น
"กลับตอนนี้เลยก็ได้ครับ ผมคิดถึงน้องซัมเมอร์จะแย่แล้ว" วินเทอร์ยิ้มจางๆ
"มัวแต่ยืนมึนอะไรอยู่! รีบๆ ไปเตรียมเฮลิคอปเตอร์มาให้บอสของพวกลื้อเลยเร็วๆ เอิ๊กๆ" คุณฟู่หัวเราะออกมาด้วยความชอบใจ
เมื่อเตรียมเฮลิคอปเตอร์เรียบร้อยแล้ว กลุ่มของวินเทอร์ก็ได้นั่งเฮลิคอปเตอร์กลับไปยังคฤหาสน์ กว่ากลุ่มของพวกเขาจะมาถึงคฤหาสน์เวลามันก็เกือบจะเที่ยงคืนแล้ว ในขณะที่วินเทอร์กำลังเดินลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ ทันใดนั้นเองก็ปรากฏร่างอรชรของเด็กสาวกระโดดโผเข้าใส่วินเทอร์ ร่างน้อยๆ นี้ได้กอดวินเทอร์เอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อยเหมือนกับหมีโคอาล่าที่กำลังกอดต้นไม้
วินเทอร์ยิ้มขึ้นมาอย่างอ่อนโยน เขากอดร่างน้อยๆ นี่กลับไป พร้อมพูดกระซิบที่ข้างหูของเธอว่า "กลับมาแล้วครับ ❤️"
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะ ❤️"
พวกเขาทั้งสองได้จ้องตากัน แววตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความรักที่มากล้น และความสิเน่หา บรรยากาศโดยรอบค่อยนำพาพวกเขาให้เคลิ้มตาม ริมฝีปากของพวกเขาก็ค่อยๆ ประกบจูบกัน ไม่จำเป็นต้องมีคำพูดใดๆ ให้มากความ ทั้งสองกดปากเข้าหากันแลกลิ้นกันและกันอย่างดูดดื่ม
วินเทอร์จูบที่ริมฝีปากหอมหวานของซัมเมอร์ด้วยความโหยหา มือขวายกขึ้นมานวดคลึงและบีบบี้เจ้าก้อนนุ่มเล็กๆ ของเธอ จนทำให้ร่างอรชรน้อยๆ ของซัมเมอร์อ่อนลงอย่างรวดเร็วตามการเล้าโลมของวินเทอร์
"อือ…อา…" ซัมเมอร์ไม่สามารถยับยั้งอารมณ์ของเธอและส่งเสียงครางออกมา
เวลานี้พวกเขาทั้งสองคนกอดจูบกันที่สวนของคฤหาสน์โดยไม่สนใจสายตาผู้คนจำนวนมากที่จับจ้องพวกเขาเลยแม้แต่น้อย เหมือนกับว่าในสวนแห่งนี้ มีพวกเขาแค่สองคนเท่านั้น
เหล่าลูกน้องก็ต่างพากันหลับตาลง เพื่อไม่ให้เป็นการเสียงมารยาทต่อหน้าบอสใหญ่คนนี้ นอกจากการเคารพและให้เกียรติแล้ว พวกเขาก็ยังหวาดกลัวไม่น้อย ยิ่งบอสของพวกเขาเป็นประเภทพูดน้อยต่อยหนักด้วยแล้ว ถ้ายังไม่อยากกินข้าวผ่านธูปก็อยู่นิ่งๆ เฉยๆ ไว้ดีกว่า ส่วนเมฆาก็จ้องมองด้วยความตั้งใจ ไอหนุ่มซิงไร้ประสบการณ์ด้านผู้หญิงอย่างเขา ต้องการที่จะเรียนรู้และเก็บรายละเอียดต่างๆ เผื่อในอนาคตจะมีโอกาสได้ใช้กับหวานใจตัวน้อย
คุณฟู่ที่รับชมอยู่ ยิ้มแป้นหน้าบานออกมาอย่างเห็นได้ชัด เวลานี้ เขารู้สึกชอบใจไม่น้อยเลย ที่ได้เห็นว่าลูกรักทั้งสองของเขา รักกันหวานชื่นปานจะกลืนกินแบบนี้ เขาก็แอบลอบยกนิ้วโป้งให้ลูกรักทั้งสอง เขาไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงแล้วว่าทั้งสองคนจะเข้ากันไม่ได้ เพราะเขาก็รู้สึกผิดไม่น้อยเลย ที่บังคับจับทั้งสองคนหมั้นหมายกัน ตั้งแต่พวกเขาทั้งคู่ยังอยู่ในท้องแม่โดยไม่ได้ถามความเห็นพวกเขาทั้งคู่เลย
แต่เขาที่เป็นถึงเจ้าพ่อมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ได้ประกาศออกไปให้ทราบทั่วกันแล้ว จะมาผิดคำพูดได้ยังไง แต่ตอนนี้ พอได้มาเห็นพวกเขาทั้งสองรักกันดีแบบนี้ ก็รู้สึกโล่งใจไม่น้อย แต่เขารู้สึกเศร้าและเสียใจตรงที่ภรรยาของเขา และน้องชายร่วมสาบานที่เป็นพ่อของวินเทอร์ไม่ได้มาเห็นเนี่ยสิ
'หยานเออร์...น้องได้มองอยู่หรือเปล่า? ลูกของพวกเรากับอาวิน ดูสิว่าพวกเขาทั้งคู่รักกันขนาดไหน! พวกเขาทั้งสองถูกสวรรค์ประทานให้เกิดมาเพื่อเคียงคู่กันเหมือนอย่างที่น้องได้บอกเลย...'
'เสี่ยวซัน...ลื้อไม่น่ารีบจากไปเลย ถ้าลื้ออยู่ต่ออีกสักหน่อยนะ อาจจะได้อุ้มหลานตัวน้อยๆ ไปแล้ว...'
คุณฟู่สะบัดหัวเพื่อไล่ความรู้สึกที่เศร้าออกไป จากนั้นก็เดินยิ้มหน้าบานเข้าไปในคฤหาสน์ ปล่อยให้ลูกรักทั้งสองกอดจูบกันอยู่ในสวนนี่แหละ
พี่ส้มที่ออกมาดูวินเทอร์ที่กลับบ้านมาแล้ว เธอก็คิดถึงวินเทอร์ไม่แพ้กัน แต่ก็ต้องยิ้มออกมาด้วยความขมขื่น เพราะได้มาเห็นภาพบาดตาบาดใจเธอไม่น้อย แต่จะให้ทำไงได้ละ เธอเป็นแค่เลขาส่วนตัวของเขาทั้งนั้น... แม้แต่กิ๊กหรือเมียน้อยก็ยังไม่ใช่เลย จะให้วิ่งเข้าไปกระโดดกอดจูบแบบซัมเมอร์ได้ยังไง
หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ วินเทอร์กับซัมเมอร์ก็แยกออกจากกัน ซัมเมอร์ที่พึ่งนึกขึ้นมาได้ว่าเธอกำลังอยู่ในที่สาธารณะ และยังจูบกับวินเทอร์ต่อหน้าผู้คนมากมายอีก นี่เธอไปเอาความกล้ามาจากไหนกันเนี่ย!
สุดท้ายแล้วซัมเมอร์ก็ยกมือขึ้นมาปิดหน้าที่แดงก่ำด้วยความอาย และรีบวิ่งหนีเข้าไปยังคฤหาสน์อย่างรวดเร็ว
วินเทอร์ก็หัวเราะออกมาด้วยความชอบใจ พร้อมเดินตามเธอเข้าไปในคฤหาสน์ วินเทอร์มองไปยังรอบๆ สวน สายตาของเขามองไปที่คฤหาสน์และยิ้มกว้างขึ้นมา ทุกครั้งที่เขาได้กลับมาที่คฤหาสน์ก็เกิดความรู้สึกที่อบอุ่น ผ่อนคลาย สบายใจ
ที่วินเทอร์จะรู้สึกแบบนี้ก็ไม่แปลก เพราะว่านี่คือบ้านที่เขาได้อาศัยอยู่มาตั้งห้าสิบกว่าปี มันจึงเกิดความรู้สึกที่ผูกพันกับบ้านหลังนี้ไม่น้อยเลย และภายในบ้านหลังนี้ก็ยังมีครอบครัวของเขาอยู่ด้วย จะมีความสุขอะไรที่ดีไปกว่าการได้อยู่ในบ้านของเรา พร้อมกับครอบครัวที่เรารักอีก...
Writer : ไรต์อยากจะบอกว่า ไรต์มี Twitter สามารถไปติดตามกันได้น้า และมีอีกเรื่องหนึ่งคือ เพื่อนของไรต์ได้อ่านนิยายและวาดภาพแฟนอาร์ตคุณปู่วินมาให้ (สาเหตุที่ปู่ผมสีดำ เพราะเพื่อนได้วาดก่อนที่ไรต์จะเขียนตอนที่อธิบายลักษณะตัวละคร 5555) ไรต์จะใช้ภาพนี้เป็นปกชั่วคราวไปก่อน ส่วนภาพปกฉบับสมบูรณ์ที่เป็นของเรื่องนี้จริงๆ ที่เป็นรูปปู่วินกับน้องซัม อดใจรอกันก่อนน้าาาาาาาาาาาาา~~~~~~

