บทที่ 9.2 รับบทละครเวที
เช้าวันจันทร์ทันตแพทย์ชยณัฐไม่มีทำฟันคนไข้เลยมีเวลาแวะมาที่ตึกเก่าด้านหลังซึ่งเป็ที่ตั้งของแผนกกายภาพและแผนกกิจกรรมบำบัด ขายาวๆ ก้าวไปตามทางเชื่อมระหว่างอาคารตึกอำนวยการและหอพักผู้ป่วย วันนี้เขามีนัดเพื่อคุยรายละเอียดเกี่ยวกับบทพระเอกละครเวทีที่ได้รับการทาบทามเมื่อสัปดาห์ก่อน
ละครเวทีเหรอ...เขายังไม่เคยเล่นสักที แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไรเพราะ ‘พี่แป๋ว’ ที่รับหน้าที่เป็ผู้จัดงานแสดงปีใหม่บอกว่าคล้ายกับเล่นเอ็มวีเพลง ไม่มีบทที่ต้องพูดอะไรมากมายซ้อมบทกันแค่ไม่กี่วันก็ทำการแสดงได้
“สวัสดีค่ะหมอไนซ์ นั่งก่อนๆ ขอเวลาพี่จดโน้ตบทละครแป๊บนึงหัวกำลังแล่น”
“สวัสดีครับตามสบายเลยพี่ ผมว่างถึงสิบโมง” ชยณัฐหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ของหัวหน้าแผนกกายภาพบำบัด ผ่านไปเพียงครู่เดียวเ้าของห้องก็เงยหน้าขึ้นมองหน้าหมอหนุ่มสุดฮอตประจำแผนกทันตกรรม
“เสียดายถ้าหมอมาเร็วอีกนิดนึงจะได้มาช่วยพี่คัดเลือกนางเอก”
“พี่เลือกเลย”
“มีบทกอดด้วยนะหมอโอเคเปล่า”
“ต้องถามผู้หญิงไหมครับ ส่วนผมไม่มีปัญหา”
“ถ้าเปลี่ยนจากนางเอกเป็นายเอกล่ะ” หัวหน้างานกายภาพโยนหินถามทางทำเอาคนที่จะรับบทพระเอกถึงกับหน้าถอดสี
“เอาจริงเหรอพี่” หมอหนุ่มยิ้มแหยๆ
“ถ้าหมอไม่ว่าอะไร”
หลงดีใจคิดว่าจะได้แสดงคู่กับสาวสวยแต่กลับกลายต้องมารับบทเป็พระเอกซีรีส์วาย
โธ่...ไอ้ไนซ์ มึงทำเวรทำกรรมอะไรไว้เนี่ย!
“พี่ล้อเล่นหรอก”
“โล่งอก พี่ทำผมเสียวแว้บเลย”
“แต่นางเอกที่พี่เลือกรับรองไม่มีปัญหาเพราะไม่มีแฟนแน่นอน กลัวแฟนหมอนะสิจะหึงหรือเปล่า”
ทันตแพทย์ชยณัฐ...หนุ่มโสดอึ้งไปนิดนึง
แฟนเหรอ...ก็อยากจะมีอ่ะนะ แต่เขามีที่ไหนกัน
“ไม่ครับ ผมยังโสด”
“จริงเหรอหมอ วู้! หล่อใสสไตล์เกาหลีอย่างหมอรอดปากเหยี่ยวปากกามาได้ไงเนี่ย ล้อเล่นรึเปล่า”
“สงสัยเนื้อคู่ผมจะเป็นางเอกละครเวทีของพี่นี่แหละ”
“พูดแบบนี้พี่คงต้องคัดแบบชนิดส่งประกวดนางงามได้เลยมั้ง”
“จัดไปพี่ ผมทุ่มสุดตัวเลยงานนี้”
“ห้ามกลับคำนะหมอ”
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
“ขออนุญาตครับ” นายแพทย์วรยุทธ หมออายุรกรรมน้องใหม่โผล่หน้ามาขัดจังหวะ
“หมอริวเข้ามาเลยพี่กำลังบรีฟบทกับหมอไนซ์พอดี ลากเก้าอี้มานั่งตรงนี้” หัวหน้างานกายภาพบำบัดกุลีกุจอลุกขึ้นต้อนรับนายแพทย์หนุ่มอีกคน
“สวัสดีครับพี่ไนซ์” วรยุทธทรุดตัวลงนั่งข้างๆ หมอฟันรุ่นพี่
ปัญจรีย์หรือพี่แป๋วค้นเอกสารที่กองอยู่มุมโต๊ะแล้วยื่นกระดาษเอสี่ที่มีรายละเอียดละครเวทีให้หมอหนุ่มทั้งคู่ง่ายๆ
‘คู่กรรม’ บทประพันธ์สุดคลาสสิกของทมยันตี
ทันตแพทย์ชยณัฐ รับบท โกโบริ และนายแพทย์วรยุทธ รับบท วนัส
“คนที่รับบทนางเอกคงจะประกาศผลพรุ่งนี้แหละ หมอว่างเมื่อไหร่จะได้นัดซ้อมบท”
“พี่จะซ้อมเวลาไหน ผมว่างเย็นวันพุธกับศุกร์”
“หมอริวล่ะ”
“ผมว่างพฤหัสกับศุกร์”
“ตามที่หมอว่างเลยเดี๋ยวพี่นัดนางเอกอีกทีไม่น่าจะมีปัญหาหรอกซ้อมสักวันละชั่วโมงสองชั่วโมงก็พอ บทพูดไม่กี่ประโยค เราเน้นฮา ถ้าลืมบทหมอก็ด้นสดได้เลย”
“เริ่มซ้อมวันไหนครับ”
“หมอไนซ์เริ่มพุธนี้เลยเป็ไง ส่วนหมอริวเริ่มวันพฤหัส นี่บทของหมอริวแล้วก็นี่ของหมอ” พี่แป๋วยื่นกระดาษแผ่นใหม่ให้
“หมอลองเอาไปอ่านดูว่าใช้ได้มั้ย อยากเพิ่มบทตรงไหนก็บอก ขออย่างเดียวห้ามลดบทแค่นั้นเองเพราะผู้กำกับอย่างพี่ี้เีรีไรต์ใหม่ อ้อ...หมอไนซ์มีฉากแต่งงานกับอังศุมาลิน หมอต้องฝึกลีลาศหน่อยนะนี่ไฮไลของเื่เลย เดี๋ยวพี่ส่งลิงก์ยูทูบให้หมอไปซ้อมก่อน สักอาทิตย์หน้าเราค่อยซ้อมฉากเต้นรำกัน”
***********************************
“แอฟหล่ะ” ทันตแพทย์หญิงกวิตาถามถึงเพื่อนสนิทเมื่อนั่งลงบนเก้าอี้ประจำในห้องรับประทานอาหารของฝ่ายห้องสมุด
“กินข้าวกับหมอดิวบอกว่าจะไปคุยกันเรื่องสอนพิเศษเด็กหรือยังไงนี่แหละ” แป้งยื่นช้อนส้อมให้ทันตแพทย์สองหนุ่มสาวที่สัปดาห์นี้ตลอดทั้งสัปดาห์บอกไว้ว่าจะมาร่วมรับประทานอาหารกลางวันด้วย
ฮึ! ตั้งใจหนีหน้าเขาต่างหาก
เอาสิ อยากหนีๆ ไป คิดว่าเขาจะหาไม่เจอรึไง ศูนย์ฟื้นฟูก็มีอยู่แค่ไม่กี่ตึกถึงยังไงเวลางานเธอก็ต้องกลับมาห้องสมุดอยู่แล้ว
“สงสัยหาเงินไว้ถมที่” กวิตาแซะเพื่อนสาว “อันนี้อร่อยไนซ์ลองชิมดู”
“ขอบคุณครับ”
“เมื่อเช้าบอกว่าไปแผนกกายภาพ ไนซ์รับเล่นละครเวทีแล้วเหรอ”
“ครับ พี่เจตน์ขอให้ช่วยพี่แป๋ว” ชยณัฐเอ่ยถึงรองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการที่เป็ผู้บังคับบัญชาอีกขั้น
“รับน้องน่ะมาใหม่โดนกันทุกคน ปีหน้าก็ไม่ต้องแล้ว ตอนพี่มาปีแรกก็ได้ถือป้ายกีฬาสี แล้วรู้ยังว่าใครจะได้เป็นางเอกเล่นคู่กัน”
“ไม่รู้เลย”
“ไนซ์มีสิทธิ์โหวตหรือเปล่า” หมอฟันสาวพยายามหาช่องทางช่วยดันกรรัตน์เต็มที่ ขณะที่เ้าตัวนั่งเขินจนตัวแทบจะบิดเป็เลขแปด
“แล้วแต่พี่แป๋วครับ เห็นบอกว่าจะคัดชนิดส่งประกวดเวทีนางงามได้เลย” ชยณัฐเล่าขำๆ “สงสัยงานนี้ผมคงจะเจอเนื้อคู่”
“คิดจะสละโสดหรือไงจากคู่จิ้นสู่คู่จริงอะไรทำนองเนี้ย” กวิตาจิ้มหมูทอดเข้าปากมีความสุขมากกับการรับประทานอาหารกลางวันมื้อนี้ “รู้เปล่าบิวไปแคสบทนางเอกด้วยนะ”
“จริงเหรอ”
บิวสาวอวบพยักหน้ารับอายๆ “ไม่รู้จะประกาศผลเมื่อไหร่”
“พรุ่งนี้ พี่เขาบอก”
“หมอไนซ์ช่วยดันคนของเราด้วยสิเดี๋ยวแป้งบอกพี่แอฟเลี้ยงข้าว”
จริงดิ...ขอเป็ดินเนอร์หวานๆ ใต้แสงเทียนเลยนะ
“ฮ่าๆ รอให้ยัยนั่นเลี้ยงสงสัยรอจนลูกต้าร์บวชพอดี”
“หมอต้าร์ห้ามบลูลี่พี่แอฟ”
“พูดจริงต่างหาก หล่อนสองคนเลี้ยงยังดูจะมีโอกาสมากกว่าจะรอสาวนาเกลืออย่างหัวหน้าเธอซะอีก”
“พี่แอฟเคยเลี้ยงกาแฟกับก๋วยเตี๋ยวผมนะ” ชยณัฐแย้ง
“ตอนไหนหมอ!” สองสาวห้องสมุดถามเสียงสูง
“จริงเหรอไนซ์”
“เลี้ยงก๋วยเตี๋ยวเมื่อเดือนที่แล้ว” สามสาวพยักหน้าว่าจำได้เพราะอาหารมื้อนั้นเองที่เป็สาเหตุให้ทั้งคู่ถูกนินทาว่าแอบไปกินข้าวต้มกันตอนกลางวัน
“แล้วกาแฟล่ะเลี้ยงตอนไหนหมอ” แป้งถามอย่างสงสัย
“อืม...ก็ตอนมาใหม่ๆ น่ะจำไม่ค่อยได้แล้วนานมาก” หมอหนุ่มตอบแบบไม่เนียนเพราะคิดคำโกหกไม่ทัน
“จริงเหรอ ไปกินที่ไหน นอกจากเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวยังมีกาแฟอีก นี่ไม่ใช่แอบไปกินกาแฟกันสองคนแล้วไม่ชวนพวกเรานะ” กวิตากระเซ้าเพราะเริ่มสังเกตเห็นท่าทีแปลกๆ ของหนุ่มรุ่นน้อง
“โธ่พี่ต้าร์ผมจะเอาเวลาไหนแอบไปกันสองคน”
“จ้าเชื่อ ไนซ์ลงโน้ตไว้เลยนะยัยแอฟเลี้ยงอะไรบ้างเวลาทำบุญจะได้เจริญภาวนาให้ถูกคน”
“ขนาดนั้นเชียว”
“งั้นสิ ไม่อย่างนั้นจะได้ฉายาว่าสาวนาเกลือรึ”
“ป่านนี้พี่แอฟสะอึกแล้ว หมอต้าร์ก็พูดไป”
“ดีออก งกอย่างนางสิดี ไม่มีใครเอา”
“โสดคนเดียวไม่พอยังจะรั้งเพื่อนให้เป็สาวทึนทึกด้วยกันอีก จิตใจทำด้วยอะไร” บิวส่ายหัว
เพี๊ยะ!
“หมอต้าร์อ่ะ”
“ให้นางขึ้นไปนั่งบนคานให้ผู้ชายน้ำลายหกเล่น จะทำไม”
“สวยๆ อย่างพี่แอฟถ้าอยู่เป็โสดก็น่าเสียดายแย่”
ดี…นั่งสวยๆ อยู่บนนั้นแหละ ห้ามหนีไปไหนนะเดี๋ยวเขาจะปีนขึ้นไปหาเอง
“บันไดทางขึ้นชันนะไนซ์” รุ่นพี่สาวยิ้มเ้าเล่ห์
“ขึ้นลิฟต์มั้ยหมอแป้งกดให้” สาวแป้งรีบรับมุก
เฮ้อ! นี่เขาเผยพิรุธขนาดที่สาวๆ จับไต๋ได้ขนาดนั้นเชียว
***************************
เช้าวันอังคาร
ผลแคสบทละครเวทีออกมาแล้ว ปรากฏว่าผู้ที่ได้รับบทนางเอกคือ ‘วิว’ เ้าหน้าที่สาวฝ่ายโภชนาการ ซึ่งสร้างความแปลกใจให้กับหลายๆ คนเป็อย่างมากโดยเฉพาะคนที่ตั้งหน้าตั้งตาลุ้นช่วยลูกน้องสาวอย่างอัปสรา
“นี่พี่แป๋วเลือกนางเอกละครหรือจะส่งประกวดธิดาช้างเนี่ย” พอรู้ผลทางไลน์ สามสาวฝ่ายห้องสมุดก็ได้แต่บ่นพึมพำกันตามประสา
“ไม่ยุติธรรม ปีหน้าบิวจะต้องแย่งบทนางเอกมาให้ได้เลย”
“หล่อนจะทำน้ำหนักแข่งกับยัยวิวหรือไง นั่นน่ะไม่ปาไปตั้งร้อยกว่าโลเชียวรึ” แป้งเอานิ้วจิ้มแขนน้องเล็กในฝ่าย “หนักแค่นี้ก็ยังบ่นว่าอ้วน ปีนี้เขาใช้เกณฑ์น้ำหนักคัดเลือกนางเอก แต่ปีหน้าเขาก็เปลี่ยนเกณฑ์ใหม่แล้วจะทำน้ำหนักเพื่อ?”
“หมอไนซ์มาพอดี ยัยบิวกำลังนอยด์เื่พลาดบทนางเอกอยู่เลย”
“หมอชอบพลัสไซส์ก็ไม่บอก บิวจะได้เร่งทำน้ำหนักั้แ่เนิ่นๆ”
“ผมเลือกที่ไหนล่ะ พี่แป๋วเลือกต่างหาก ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาใช้เกณฑ์น้ำหนักในการตัดสิน”
“เห็นว่ามีบทเข้าพระเข้านางด้วยนี่ อย่างนี้จะกอดยังไงรอบ ไม่ต้องใช้สามคนโอบเหรอ” ทันตแพทย์กวิตาหัวเราะ “สงสัยต้องให้พระรองมาช่วยกัน”
“อิจฉายัยวิวอ่ะ เพิ่งรู้ว่าอ้วนแล้วมีประโยชน์ก็วันนี้แหละ” “เป็ไงหมอไนซ์เนื้อคู่ พอไหวมั้ย”
“ดีกว่าเป็พระเอกซีรีส์วายหน่อย”
เฮ้อ! นางเอกคนแรกในชีวิตก็ได้ธิดาช้างซะแล้ว ไอ้ไนซ์เอ้ยสงสัยชาติที่แล้วคงถวายช้างปั้นไว้เยอะ ต่อไปเวลาแก้บนจะได้รู้ว่าไว้ต้องถวายนางรำ
“จะไปไหนแอฟ คงไม่ได้นัดกินข้าวกับพี่ดิวอีกนะ”” กวิตาดักคอเมื่อเพื่อนสาวทำท่าจะขยับลุกจากเก้าอี้
“เปล่านี่ กำลังจะไปดูว่าในตู้เย็นว่ามีอะไรเหลือบ้างจะได้เคลียร์”
“พี่แอฟก็ถูกทาบทามไว้เหมือนกันนะ”
“บิว!” หัวหน้าสาวปรามเสียงเข้ม
“ฮ้า! แคสบทละคร ถือป้าย ดรัมเมเยอร์หรือเป็ลีด ปิดเงียบแบบนี้ได้ยังไง” กวิตาโวยวาย
ทุกอย่างที่พูดมานั่น อย่ารับนะ!
ชยณัฐได้แต่ภาวนาในใจ
ใช่....เขาหวง ไม่อยากให้เธอโดดเด่นท่ามกลางผู้คนในวันที่มีกิจกรรมรวมเ้าหน้าที่ทุกแผนกอย่างนี้
จะว่าเห็นแก่ตัวก็ได้ แต่เขาแฮปปี้มากที่หญิงสาวมีชีวิตอยู่ในมุมเงียบๆ ไม่ต้องพบปะผู้คนมากมายนอกจากผู้ใช้ห้องสมุด ซึ่งที่นี่ก็มีเพียงบุคลากรระดับาุโที่มาใช้บริการ ไม่มีหมอเรสซิเดนท์หรือฟอลโล่เหมือนกับสถาบันในสังกัดกรมแพทย์เหมือนที่อื่นๆ
“ก็ไม่มีอะไรน่าเล่า”
“เล่ามา”
“พี่แป๋วให้เลือกระหว่างบทน้องสาวนางเอกหรือแม่นางเอก” อัปสราเล่าเสียงเรียบเรื่อย
“เซอร์ไพรส์น่าดูปีนี้ เอาธิดาช้างเป็นางเอก ส่วนสวยๆ ให้เป็ตัวประกอบ”
“แล้วพี่แอฟเลือกบทไหน แป้งเดาว่าต้องเป็บทแม่แน่ๆ”
เอ๋?...ชายหนุ่มหนึ่งเดียวในห้องงง ขณะที่สามสาวหัวเราะฮา
“ทำไมล่ะ”
“ก็ไม่ต้องอยู่ซ้อมเยอะไงหมอ พี่แอฟกลัวต้องงดสอนตอนเย็นเดี๋ยวเสียรายได้”
โล่งอกไปที...อย่างน้อยเธอก็ไม่ต้องแต่งตัวสวยให้เหล่าหนุ่มๆ มาสนใจ
“แล้วซ้อมวันไหนบ้าง”
“เราให้คิวพี่เขาไปวันศุกร์เพราะว่างวันเดียว อีกอย่างบทเราซ้อมแค่ครั้งสองครั้งก็พอเพราะไม่ใช่ตัวเด่นที่ต้องท่องบทมากมาย”