“โอยยยกฎบ้าบอนั่นทำฉันหัวเสีย ทำไมไม่มีใครรับสายสักทีเนี่ย!!”
โนอาร์บ่นระหว่างนั่งรอจูเลียที่โรงพยาบาล
“สวัสดีครับผมวานโอนสายโทรศัพท์ไปให้พวกเพื่อนของผมที่พักอยู่ที่ XXX หน่อยครับ พอดีติดต่อพวกเขาไม่ได้เลยครับ”
โนอาร์ตัดสินใจมี่จะโทรหาผู้ดูแลที่พัก
“เดี๋ยวจะต่อสายเข้าโทรศัพท์ของบ้านหลังนั้นให้นะคะ”
ผู้ดูแลที่พักบอกก่อนจะได้ยินเสียงรอสายอยู่พักใหญ่
“สวัสดีครับ!!”
เสียงปลายสายตอบกลับมา
“นี่!!รีบมาที่โรงพยาบาลด่วนเลย จูเลียโดนทำร้าย ตอนนี้อยู่ห้องฉุกเฉิน”
โนอาร์บอกปลายสาย
“ห๊ะ!!พวกนายไปซื้อไอติมกันนี่!!แล้วทำไมไปโผล่ห้องฉุกเฉินล่ะ?”
เสียงปลายสายดูใและสับสน
โคลด์:อะไรนะ? ห้องฉุกเฉิน
โรแกน: อะไร เกินอะไรขึ้น
เอซ: ใครเป็อะไร
เซน: ห้องฉุกเฉิน?
เสียงใของพวกเขาลอดเข้ามาในสาย
“รีบมากันเถอะน่า”
โนอาร์บอกก่อนจะกดวางสาย
โรงพบาบาลละแวกนี้มีอยู่แค่ที่เดียวคงจะมากันถูกใช่ไหม? ผมคิดก่อนที่จะลุกเอาโทรศัพท์ไปคืนคุณพยาบาลที่ใจดีให้ยืมมาใช้
ถ้าเธอไม่เข้ามาบังไว้คนที่ต้องนอนอยู่ในห้องฉุกเฉินตอนนี้ก็คงจะเป็ผมและถ้าใบหน้ามีแผลก็จะไม่สามารถอยู่ในวงการต่อได้อีกความฝันของผมก็คงจะจบลง แต่ถ้าเธอเป็อะไรขึ้นมาล่ะ?
ความรู้สึกผิดและกังวนทำให้ผมแทบบ้า
เธอเป็เพื่อนที่เพิ่งจะได้มาเจอตอนเรียนอยู่มหาลัยซึ่งก่อนหน้านั้นผมไม่มีเพื่อนแบบปกติเหมือนคนอื่น ๆ เขาเลยอาจจะเป็เพราะผมเดินทางสายนี้มาั้แ่เด็ก ๆแต่เธอเป็คนที่ดึงผมเข้ากลุ่มและให้มาเจอทุกคน จนได้เป็เพื่อนกันมาจนถึงทุกวันนี้
ทำให้ผมได้เข้าใจคำว่าความสนุก ความสุข ความโกรธ เศร้า และสามารถเอาแต่ใจตัวเองแค่ไหนก็ได้เมื่ออยู่กับพวกเขาโดยที่ผมไม่ต้องเสแสร้งแกล้งยิ้ม หรือทำตัวไม่เป็ไรเมื่อเศร้าใจ
เป็เธอมาตลอดที่คอยช่วยเหลือผมและครั้งนี้ก็ด้วย เธอช่วยผมไว้อีกครั้ง ถ้าผมเจ็บแทนเธอได้ก็คงจะดี
เหตุการณ์มันเกิดเร็วมากจนผมสงสัยเลยว่าเธอมีสัญชาติญาณปกป้องที่สุดยอดจริง ๆ เพราะถ้าคนปกติ ก็คงจะยืนอึ้งอยู่เฉย ๆโดยไม่ทันได้ทำอะไรด้วยซ้ำ แต่เธอกลับเอาแขนมาบังไว้ แค่ในชั่วขณะวินาทีนั้น
ความคิดเรื่อยเปื่อยเริ่มผุดขึ้นมาในหัวเรื่อยๆ ระหว่างที่ผมนั่งรอหน้าห้องฉุกเฉิน
........................................................................................................................
ในขณะดียวกัน
อ่า....วันนี้วันเกิดครบ20 ปีของฉันสินะ
เกือบลืมไปเลยถ้าไม่ได้เห็นเพื่อนที่มีอยู่แค่ไม่กี่คนของผมถือเค้กและจุดเทียนเข้ามาจากหน้าห้อง
“ทำหน้าแบบนั้น!! แปลว่า.....ลืมไปแล้วสินะ ว่าวันนี้วันเกิดตัวเอง”
ชายหนุ่มหน้าตาคมเข้มออกไปทางอาหรับรูปร่างสูงได้สัดส่วน ผมดำสนิท ตาสีน้ำเงินประกายที่มีรอยช้ำที่มุมปากพูดอย่างรู้ทัน
“เห็นไหมบอกแล้วว่าไม่ต้องมายุมมันก็ไม่รู้หรอก”
เขาหันไปพูดกับหญิงสาวที่หน้าตาคมเข้มออกไปทางฝรั่งเศสรูปร่างสูง ผอมเพรียว รูปหน้าคมกริบ ผิวสีน้ำผึ้งและผมสีบลอนด์น้ำตาลอ่อนที่เดินถือโทรศัพท์ถ่ายวีดีโอตามหลังมา
นั่นสิ!!ผมลืมไปแล้วจริง ๆ เพราะนานมากแล้วที่ไม่ได้จัดงานวันเกิดของตัวเอง
แต่ไม่ได้จัดงานวันเกิดมาั้แ่เมื่อไหร่นะ?
ถึงแม้ว่าผมจะเป็เด็กกำพร้าแต่ตอนเด็ก ๆ ก็มีคนที่คอยมาจัดงานวันเกิดให้อยู่เสมอ ๆ เลย เธอเป็คุณป้าที่ชอบเอาของขวัญและเค้กวันเกิดมาให้ั้แ่ที่จำความได้แต่อยู่ ๆ เธอก็ไม่มาอีกเลย
นั่นมันตอนที่ฉันอายุกี่ขวบแล้วนะ?
5 ขวบรึเปล่าที่เธอได้บอกความลับของสร้อยที่ติดตัวผมมาั้แ่เด็กว่า.....