หยางหนิงจินได้ยินผู้คนพูดคุยกันว่าภัตตาคารหย่งเล่อมีก้อนน้ำแข็งขายจึงโดดเรียนไปต่อแถวเพื่อซื้อมันไปเอาใจผู้สูงอายุที่จวน
“คุณชายน้ำแข็งสองร้อยก้อนถูกจองหมดแล้วขอรับ” เสี่ยวเอ้อกล่าวกับบุตรชายนายอำเภอที่เพิ่งมาต่อแถว
“เหตุใดถึงหมดเมื่อข้ามาต่อแถว”
“ทุกคนที่ต่อแถวอยู่ก่อนหน้าคุณชายล้วนสั่งจองคนละสองก้อนจนครบจำนวนสองร้อยก้อนแล้วขอรับ พอถึงคุณชายน้ำแข็งจึงไม่พอจำหน่าย” คุณหนูบอกว่าให้ทุกคนสั่งจองได้มากสุดคนละสองก้อน หากไม่กำหนดเช่นนี้น้ำแข็งคงถูกตระกูลใหญ่ในอำเภอเหมาไปหมด
“ไม่มีเพิ่มเลยหรือ พ่อข้าบ่นว่าอากาศร้อนหากมีน้ำแข็งไปใส่น้ำดื่มคงมีเรี่ยวแรงทำงาน” นำบิดามาอวดอ้าง เพื่อให้บรรลุจุดประสงค์
“คุณชายรอสักครู่นะขอรับ” เสี่ยวเอ้อรีบวิ่งเข้าไปด้านใน พอเห็นคุณชายรองจึงรีบรายงานเรื่องที่เกิด หากเลือกได้พวกตนไม่อยากมีปัญหากับบุตรชายนายอำเภอ
จ้าวลู่เสียนออกไปพบหน้าบุตรชายนายอำเภอชิงเหอที่กำลังจะก่อปัญหา
“คุณชายหยาง เสี่ยวเอ้อบอกแล้วมิใช่หรือว่าน้ำแข็งถูกจับจองไปหมดแล้ว” จ้าวลู่เสียนยังสุภาพสมกับเป็นปัญญาชน
“ท่านพี่” หยางหนิงจินจำได้ว่าคนตรงหน้าคือพี่ชายของจ้าวกูเหนียงสหายคนสนิทของตน
จ้าวลู่เสียนขมวดคิ้วกับคำเรียกขาน เท่าที่จำได้เขาไม่ได้สนิทสนมกับคุณชายผู้นี้เลยสักนิด เหตุใดถึงได้เรียกเขาอย่างสนิทสนมเช่นนี้
“ท่านพี่จำข้าไม่ได้หรือ ข้าหยางหนิงจินสหายคนสนิทของจ้าวกูเหนียง ข้าเคยขึ้นไปบนสวนผลไม้ของท่าน ตอนที่พวกท่านกำลังสร้างคอกสัตว์”
“ข้าจำคุณชายได้”
“อย่างนั้นก็ดีน่ะสิ ท่านพี่เป็นเจ้าของภัตตาคารหรือ” หยางหนิงจินมิได้โง่ง่มจนมองไม่ออกว่าคุณชายตรงหน้าน่าจะมีความสำคัญต่อภัตตาคารหย่งเล่อดูจากเสี่ยวเอ้อพวกนี้ให้ความเคารพเขา
“โอ้! คุณชายรองจ้าวหรือนี่”
เสียงเย้ยหยันดังขึ้น ดึงดูดความสนใจของจ้าวลู่เสียนและผู้คนที่อยู่ใกล้ ๆ
“คุณชายรองตู้” จ้าวลู่เสียนพยักหน้าทักทายบุตรชายคนรองของอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายอย่างตู้หรูฮุ่ย
“ข้านึกว่าคุณชายรองจ้าวลืมกันเสียแล้ว นี่คุณชายหันเหจากเส้นทางขุนนางมาเป็นพ่อค้าแล้วหรือ” ตู้ซีซวนกับสหายสองคนที่มาด้วยกันหัวเราะคิกคักกับความตกต่ำของบัณฑิตที่อาจารย์ในสำนักศึกษาต่างชมเชย เมื่อสักครู่พวกตนได้ยินกับหูว่าจ้าวลู่เสียนเป็นเจ้าของภัตตาคาร
“คุณชายรองตู้ ท่านเข้าใจผิดหรือไม่ คุณชายรองจ้าวจะมาทำอาชีพพ่อค้าได้อย่างไร นี่บัณฑิตเจี้ยหยวนเชียวนะ” จางเหว่ยยกพัดที่โบกไล่ความร้อนปิดปาก
หยางหนิงจินฟังคำพูดที่เคลือบไปด้วยยาพิษ ทำให้ระคายเคืองหูเสียจริง แต่ที่น่าตกใจไปกว่านั้นก็คือคุณชายรองจ้าวเป็นถึงบัณฑิตเจี้ยหยวน ซึ่งเขาไม่เคยคิดว่าชาตินี้ตนเองจะทำได้
“ทั่วแผ่นดินต้าถังมีอาชีพมากมายให้เลือกเดิน หากข้าจะเลือกเดินเส้นทางพ่อค้าคงไม่รบกวนให้พวกคุณชายต้องทุกข์ใจแทน” จ้าวลู่เสียนหาได้ใส่ใจคุณชายพวกนี้ แม้จะรู้ว่าถ้อยคำที่พ่นออกมาล้วนดูแคลนตนก็ตามที
“พวกข้าเพียงเสียดายความรู้ความสามารถที่ท่านมี สหายที่เคยศึกษาร่วมสำนักต่างอยากรู้ว่าคุณชายมีความเป็นอยู่อย่างไร หากมีอันใดให้พวกข้าช่วยก็บอกได้ มาเที่ยวเล่นที่อำเภอเล็ก ๆ ในครั้งนี้ข้านำเงินมาพอสมควร ข้าสามารถให้คุณชายหยิบยืมก่อนได้” ตู้ซีซวนยกยิ้มมุมปาก
“คุณชายทั้งสาม พวกท่านเป็นบุรุษขี้อิจฉาใช่หรือไม่ ข้าฟังคำพูดของพวกท่านแล้วมันเหมือนตัวร้ายในละครงิ้วที่ข้าเคยดู” หยางหนิงจินเป็นคนไม่มีความอดทนต่อคำเสียดสี บุรุษที่แสร้งเป็นคนดีแต่ใช้วาจาเสียดสีผู้อื่นเขาเห็นมานักต่อนักแล้ว กล้ามาเสียดสีพี่ชายสหายคนสนิทของหยางหนิงจิน พวกมันต้องได้รับบทเรียน
“เจ้าเป็นผู้ใด พวกข้าทักทายสหายไม่ใช่กงการอะไรของคนนอกอย่างเจ้า อย่าได้เข้ามายุ่ง” จงป๋อเหวินจิ้มพัดผลักหัวไหล่บุรุษท่าทางนักเลง
“ข้าเป็นน้องชายของท่านพี่จ้าว ผู้เป็นสหายยามเจอหน้ากันเขาทักทายกันเช่นนี้หรือ พวกท่านช่างเป็นสหายที่เยี่ยมยอดอย่างแท้จริง” ส่ายหน้ายียวน
“คุณชายรองจ้าวท่านมีน้องชายตั้งแต่เมื่อไหร่ เท่าที่ทราบท่านมีเพียงน้องสาวมิใช่รึ ให้บุรุษท่าทางราวกับนักเลงตามป่าตามเขามาเป็นน้องชาย มันน่าอับอายไม่น้อย” จางเหว่ยหน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความรังเกียจ
“เจ้า!...” หยางหนิงจินโมโหที่ถูกหาว่าเป็นนักเลงตามป่าตามเขา ไม่เคยมีผู้ใดดูถูกคุณชายอย่างเขามาก่อน หรืออาจจะมีแต่เขาไม่ได้ยินถือว่ารอดตัวไป
“บิดาข้าคือนายอำเภอชิงเหอ ที่นี่คือถิ่นของข้า พวกเจ้าอย่าได้สามหาวให้มันมาก”
“โย๊วะ! นี่บุตรชายนายอำเภอหรอกรึ นึกว่านักเลงตามป่าตามเขาเสียอีก” เสียงหัวเราะของทั้งสามดังขึ้นทำให้หยางหนิงจินที่กำลังเชิดหน้าเย่อหยิ่งใจห่อเหี่ยวเมื่อตำแหน่งของบิดาข่มคนพวกนี้ไม่ได้
“แค่บุตรนายอำเภอตัวเล็ก ๆ มีอันใดให้น่ากลัวกัน” จางเหว่ยกางพัดออกโบกไล่ความร้อน
"ท่านปู่ข้าเป็นถึงหมอเทวดา หากพวกเจ้าลบหลู่ข้าอีกครั้งเมื่อใดที่พวกเจ้าต้องการความช่วยเหลือ ข้าไม่ยิมยอมให้ท่านปู่ไปช่วยรักษาอย่างแน่นอน" เชิดหน้าตั้งกับความสามารถของท่านปู่ตนเอง
"หมอเทวดาในใต้หล้านี้มีท่านปู่ของเจ้าคนเดียวหรืออย่างไร ทั่วต้าถังมีหมอเทวดาปลอมเกลื่อนกลาด"
"บังอาจ เจ้าอย่าได้ลบหลู่ท่านปู่ข้า" หยางหนิงจินมือสั่น วันนี้ไม่น่าโดดเรียนมาคนเดียวเลย น่าจะพาบ่าวมาด้วยจะได้ช่วยกันจัดการกับคุณชายพวกนี้
“คุณชายรองจ้าวผู้เย่อหยิ่ง ช่างรู้จักลดตัวลงมาคบหาบุตรชายของนายอำเภอตัวเล็ก ๆ โอ๊ะ! ข้าลืมไปได้อย่างไรว่าตอนนี้คุณชายเย่อหยิ่งไม่ได้แล้ว” ตู้ซีซวนยกพัดปิดปากขำขัน
“อ๊ายหยา!! ข้านึกว่าไอ้ลูกเต่าตัวใดมันมาโวยวายอยู่หน้าภัตตาคาร ที่แท้เป็นบุตรชายคนรองของใต้เท้าตู้หรอกรึ” เฝิงเหล่าฮูหยินกล่าวเสียงดังจนผู้คนที่กำลังต่อแถวลงทะเบียนซื้อน้ำแข็งหันหลังกลับมามอง
ตู้ซีซวนกับสหายคารวะผู้อาวุโสตรงหน้าพอเป็นพิธี
“ท่านผู้เฒ่าอย่าได้อารมณ์ร้อนไป ข้าและสหายผ่านมาเจอคุณชายรองจ้าวจึงทักทายกันในฐานะที่เคยเป็นศิษย์ร่วมสำนัก”
“เจ้าช่างทักทายหลานชายของข้าได้สนิทยิ่งนัก ยามอยู่ฉางอันข้ามิเคยได้ยินหลานชายพูดให้ฟังเลยว่าเป็นสหายกับบุตรชายใต้เท้าตู้”
“ข้าเสียใจยิ่งนักที่คุณชายรองจ้าวมิเคยคิดว่าข้าเป็นสหาย แต่ถึงอย่างไรข้าก็หวังดีกับคุณชายรองจ้าวเสมอ หากมีเรื่องเดือดร้อนมาพบข้าที่จวนตากอากาศในอำเภอชิงเหอได้”
“พวกข้าคงไม่รบกวนตระกูลชั้นสูงอย่างตระกูลตู้หรอก”
“ท่านผู้เฒ่าก็ชรามากแล้วอย่าได้เจ้ายศเจ้าอย่างเลยนะขอรับคุณชายรองจ้าวมีความรู้มากมายเพียงนี้จะมาเป็นพ่อค้าได้อย่างไรกัน ข้าเพียงเห็นใจที่พวกท่านตกต่ำก็เท่านั้นเอง ถึงอย่างไรพวกเราก็คนเคยรู้จักกัน ยื่นมือช่วยเหลือกันในยามลำบากมิใช่เรื่องผิด”
“คุณชายอย่าได้เป็นกังวล ถึงหลานชายข้าจะเป็นพ่อค้าแต่ก็ยังได้คุณวุฒิจวี่เหริน แต่คุณชายนี่สิไม่รู้ว่าอีกกี่ชาติถึงจะสอบผ่าน ใต้เท้าตู้คงต้องเฟ้นหาปรมาจารย์ที่มีความรู้ความสามารถทั่วใต้หล้ามาสอนสั่งบุตรชายแล้วล่ะ
อีกอย่างข้ารู้มาว่าตระกูลของมารดาคุณชายแต่ก่อนก็เป็นพ่อค้ามิใช่หรือ ยกระดับตนเองมาจนเป็นชนชั้นสูงกลับลืมกำพืดของตนเองเสียได้”
จ้าวลู่ชิงที่ยืนอยู่ด้านข้างอมยิ้มกับคำพูดของท่านย่า จ้าวฮูหยินปิดปากหัวเราะชอบใจใหญ่เมื่อเห็นแม่สามีเหน็บแนมคนที่มาดูหมิ่นบุตรชายนาง
“ท่าน!.....” ตู้ซีซวนหน้าเขียวกับคำดูถูกของยัยแก่น่าตายผู้นี้
“อย่าได้คิดว่าคนแก่อย่างข้าดูถูกเลยนะ เป็นคุณชายที่มาหาเรื่องหลานชายข้าก่อน หากคุณชายจะใช้ฐานะทางสังคมและอำนาจของใต้เท้าตู้ข่มขู่ให้ผู้อื่นเกรงกลัวอย่าลืมคำนึงว่าก่อนที่บิดาของคุณชายจะขึ้นมายืนบนจุดนี้ได้ต้องเหยียบชีวิตผู้ใดขึ้นมา” ใบหน้าของเฝิงเหล่าฮูหยินเยียบเย็นเต็มไปด้วยความจริงจังมิมีแววอ่อนโยนเลยสักนิด
“คุณชายยังเล็กนักอาจจะไม่ทราบ ลองกลับไปถามชาวเมืองฉางอันดูสักหน่อยเถิดพวกเขาน่าจะรู้แจ้ง คุณชายทั้งสองท่านก็เช่นเดียวกัน” จ้าวฮูหยินเอ่ยเสียงเรียบ ไอ้ลูกเต่าทั้งหลายกว่าจะกร่างได้อย่างวันนี้ผู้เป็นบิดาของพวกเจ้าเหยียบศพผู้ใดขึ้นมาบ้าง
“พวกท่าน!....” ตู้ซีซวนกัดฟันแน่นก่อนจะยิ้ม "จ้าวฮูหยินคงลืมไปว่าแต่ก่อนตนเองเป็นคนสกุลฝาง พี่ชายท่านกับท่านพ่อข้าก็จูงมือกันขึ้นมายืนบนจุดนี้ด้วยวิธีเดียวกันมิใช่หรือ"
จ้าวฮูหยินหน้าซีด จ้าวลู่ชิงกำลังจะเอ่ยปากก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาก่อน
“ข้าต้องขอโทษฮูหยินผู้เฒ่ากับฮูหยินแทนน้องชายด้วยขอรับ” ตู้โม่โฉวโค้งกายขอโทษผู้สูงวัยทั้งสองเมื่อมาเห็นกิริยาที่น้องชายแสดงกับคนสกุลจ้าว
ต่อให้ตู้ซีซวนจะทำตัวเสเพลใช้อำนาจข่มเหงผู้อื่นอย่างไรก็ตาม ทว่าเขาก็เกรงกลัวพี่ชายเป็นอย่างมาก กลัวมากกว่าบิดาเสียอีก พอเห็นสายตาดุดันของพี่ชายส่งมาให้จึงรีบกล่าวขอโทษ
“ข้าน้อยมิรู้ความ ต้องขออภัยที่ล่วงเกินผู้อาวุโสกับคนในสกุล”
“ข้ามิได้ถือสา คุณชายอาจจะยังเด็กเลยมิรู้ความ” เฟิงเหล่าฮูหยินสะบัดหน้ากลับเข้าไปในภัตตาคาร วันนี้เป็นวันดีช่างมีมารผจญเสียได้
ตู้โม่โฉ่วเหลือบตามองบุรุษรูปร่างบอบบางที่ยืนอยู่ข้างกายจ้าวลู่เสียน
จ้าวลู่ชิงสบสายตากับคุณชายใหญ่ตระกูลตู้ คุณชายผู้นี้นางเจอเขาแค่ไม่กี่ครั้ง แต่ชื่อเสียงของเขาค่อนข้างเป็นบุคคลมีความสามารถผู้หนึ่ง นางสะกิดแขนพี่ชายจากนั้นก็เดินเข้าไปในภัตตาคาร
จ้าวลู่เสียนตามน้องสาวเข้าไปด้านใน หยางหนิงจินยังยืนงงอยู่รีบวิ่งตามไปทันที วันนี้เขาต้องได้ก้อนน้ำแข็งกลับจวนอุตส่าห์ยอมโดดเรียน
“กลับ” ตู้โม่โฉ่วตวัดสายตาใส่น้องชาย
“พี่ใหญ่ ข้าเพียงแค่ผ่านมาเจอคุณชายรองจ้าว จึงทักทายกันตามประสาสหายร่วมสำนักศึกษา” วิ่งตามพี่ชายด้วยความร้อนรน
“คิดหรือว่าข้าไม่รู้ว่าพวกเจ้ากับคุณชายรองจ้าวไม่ถูกกัน ที่ข้าให้พวกเจ้าติดตามมาด้วยเพราะพวกเจ้ารับปากแล้วมิใช่หรือว่าจะไม่ก่อความวุ่นวาย”
“เหตุใดคนสกุลจ้าวถึงได้เป็นเจ้าของภัตตาคารหย่งเล่อล่ะขอรับ” ตู้ซีซวนวกเข้าเรื่องอื่น
“ฉีอ๋องเพิ่งซื้อกิจการจากเจ้าของเดิมให้คนตระกูลจ้าว” ตามที่สืบมาได้เจ้าของเดิมประคองกิจการไม่ไหวจึงขายให้กับฉีอ๋อง ฉีอ๋องยกให้คนตระกูลจ้าวดูแล ส่วนผลกำไรแบ่งกันคนละครึ่ง
“เหตุใดฉีอ๋องถึงซื้อกิจการให้พวกเขาล่ะขอรับ มิใช่ว่าคืนสัญญาหมั้นกันไปแล้วหรือ”
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร พวกเจ้ามาที่นี่อย่าก่อเรื่องให้มันมาก หากก่อเรื่องอีกครั้งข้าจะส่งพวกเจ้ากลับไปรับโทษทัณฑ์ที่ฉางอันทันที”
“ขอรับ” คำพูดของพี่ชายดั่งประกาศิต ตู้ซีซวนจึงยอมเชื่อฟัง