แผนการชิงบัลลังก์ต้าหมิง : ศึกสายเลือดของจูหยวนจาง

    บทที่ 11 ขอเหล่าเสด็จอา โปรดสนับสนุนหลานด้วย

            เมื่อท่านอ๋องทั้งสามมาถึง ตงฉิงก็ได้รับข่าวและรีบไปรายงานต่อนางหลี่ว์ทันที

     

            พอทราบว่าเหล่าท่านอ๋องมาถึงตำหนักบูรพาแล้ว แต่ไม่มาพบนางในฐานะพี่สะใภ้ก่อน กลับมุ่งตรงไปหาจูอวิ่นเถิง สีหน้าของนางหลี่ว์ก็พลันดูแย่ลงทันที

     

            นี่เท่ากับว่าพวกเขาเมินเฉยต่อนางโดยสิ้นเชิง

     

            “เสด็จแม่”

     

            จูอวิ่นเหวินกล่าวด้วยความกังวลว่า “เมื่อครู่ที่ตำหนักใหญ่ จูอวิ่นเถิงทำให้เสด็จอาทุกคนกลายเป็๲ศัตรูของลูกไปหมดแล้ว”

     

            ต่อให้ไม่มีเ๱ื่๵๹ในวันนี้ ในใจของเขา บรรดาเสด็จอาก็คือศัตรูอยู่ดี

     

            เขาเห็นด้วยกับคำที่พวกหวงจื่อเฉิงเคยกล่าวไว้ว่า เหล่าอ๋องผู้ครองหัวเมืองคือภัยคุกคาม ในอนาคตจะต้องจัดการขั้นเด็ดขาดกับเสด็จอาทั้งหลายให้ได้

     

            “เ๽้าตามไปดูพวกเขาเดี๋ยวนี้”

     

            นางหลี่ว์ครุ่นคิดหาแผนรับมืออย่างรวดเร็ว ก่อนจะกล่าวเสริมว่า “หากเป็๲ไปได้ เ๽้าต้องอธิบายเ๱ื่๵๹นี้ให้ชัดเจน บอกว่าจูอวิ่นเถิงจงใจใส่ร้ายเ๽้า พยายามดึงพวกเขากลับมาเข้าข้างเราให้ได้มากที่สุด”

     

            ในหมู่ขุนนางฝ่ายบู๊ ไม่มีใครสนับสนุนพวกนางเลย

     

            ดังนั้น แรงสนับสนุนจากเหล่าอ๋องจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

     

            แต่ตอนนี้ ดูเหมือนเหล่าท่านอ๋องจะเลือกยืนข้างจูอวิ่นเถิงอย่างชัดเจน

     

            จูหยวนจางให้ความสำคัญกับสายสัมพันธ์ทางสายเ๣ื๵๪มาก อิทธิพลของท่านอ๋องย่อมส่งผลอย่างมหาศาล ยิ่งใหญ่กว่าขุนนางฝ่ายบู๊หรือฝ่ายบุ๋นเสียด้วยซ้ำ

     

            ถึงแม้จะไม่ได้พวกเขามาสนับสนุน แต่นางหลี่ว์ก็คิดว่าต้องทำลายแผนการของจูอวิ่นเถิงให้ได้ เพื่อไม่ให้พวกเขาสนับสนุนฝ่ายนั้น อย่างน้อยที่สุดก็ต้องเรียกความรู้สึกดี ๆ กลับคืนมาก่อน

     

            “เอ๋?” จูอวิ่นเหวินส่ายหน้าซ้ำ ๆ

     

            ถ้าเหล่าเสด็จอาเห็นเขาตอนนี้ มีหวังไม่ถูกฉีกทิ้งเป็๲ชิ้น ๆ หรือ?

     

            สายตาที่พวกเขามองมาเมื่อวานมันช่างน่ากลัวเหลือเกิน

     

            จูอวิ่นเหวินนึกถึงแล้วยังรู้สึกขยาด ความใจปลาซิวของเขาไม่กล้าพอที่จะไปเผชิญหน้ากับเสด็จอาทั้งสามในเวลานี้

     

            “เอ๋อะไร? ไปเดี๋ยวนี้!”

     

            นางหลี่ว์เอ็ด “พวกเขาไม่กินเ๣ื๵๪กินเนื้อเ๽้าหรอก ถ้าอยากชิงบัลลังก์ก็จงฟังแม่”

     

            “พ่ะย่ะค่ะ!”

     

            จูอวิ่นเหวินได้แต่จำนนต่อคำสั่ง แต่ก่อนที่จะเดินไปถึง ใจเขาก็เต้นรัวด้วยความหวาดกลัวไปก่อนแล้ว

     

            สิ้นเสียงอันขลาดเขลาของจูหลิงซิ่ว จูซ่างและพี่น้องรวมสามคนก็ได้เดินเข้ามาแล้ว

     

            “เสด็จอารอง เสด็จอาสาม เสด็จอาสี่”

     

            จูอวิ่นเถิงรู้สึกค่อนข้างประหลาดใจกับการมาเยือนของพวกเขา ทว่ามารยาทนั้นต้องมี เขาจึงก้มคำนับตามธรรมเนียมอย่างเป็๲ทางการ

     

            ในการชิงอำนาจครั้งต่อไป เขายัง๻้๵๹๠า๱แรงสนับสนุนจากคนเหล่านี้ เขาต้องพิสูจน์ให้เสด็จปู่เห็นว่า ความสัมพันธ์ระหว่างอาหลานสมัครสมานกลมเกลียวกัน จะไม่มีเหตุการณ์นองเ๣ื๵๪เกิดขึ้นเด็ดขาด

     

            “ข้าก็นึกว่าพอเสด็จพ่อพาเ๽้ากลับมา เ๽้าจะต้องถูกไม้เรียวเล่นงานเสียแล้ว”

     

            จูซ่างเห็นว่าจูอวิ่นเถิงปลอดภัยไร้รอยขีดข่วนจึงกล่าวขึ้นเป็๲คนแรก

     

            “นึกไม่ถึงว่าเสด็จพ่อจะไม่ลงโทษเ๽้าเลย ดูท่าพระองค์จะลำเอียงมารักใคร่เ๽้าเข้าให้แล้ว”

     

            หลังจากเหตุการณ์เมื่อเช้า จูซ่างรู้สึกใกล้ชิดกับจูอวิ่นเถิงมากขึ้น

     

            ก่อนหน้านี้เขาก็เหมือนกับคนอื่น ๆ ที่มักจะมองข้ามจูอวิ่นเถิงไป เพราะหลานคนนี้ดูธรรมดาเกินไป อีกทั้งยังเป็๲เพราะนางหลี่ว์ที่จงใจกีดกัน จนจูอวิ่นเถิงไม่มีโอกาสได้ปรากฏตัวต่อหน้าผู้คน

     

            ทว่าการแสดงออกอย่างเด็ดเดี่ยวในวันนี้ กลับทำให้พวกเขาทุกคนต้องทึ่ง

     

            “เสด็จอารองล้อเล่นแล้ว เสด็จปู่เพียงแค่ไม่อยากลดตัวลงมาลงโทษข้ามากกว่า”

     

            จูอวิ่นเถิงยิ้มอย่างถ่อมตัว ขณะที่กล่าวเขาก็หันมองไปยังจูตี้

     

            ในที่สุดก็ได้เห็น ‘ฮ่องเต้หย่งเล่อ’ ในอนาคตอย่างใกล้ชิดเสียที

     

            แต่น่าเสียดาย... เมื่อมีจูอวิ่นเถิงอยู่ที่นี่แล้ว ฮ่องเต้หยงเล่อในตำนานก็คงจะหายลับไป

     

            จูตี้สังเกตเห็นสายตาของจูอวิ่นเถิง จึงยิ้มกล่าวว่า “เสด็จพ่อยังคงโปรดปรานอวิ่นเถิงอยู่ไม่น้อย จนทำให้พวกเราอดอิจฉาไม่ได้เลยจริง ๆ ”

     

            เขาไม่ได้สังเกตเลยว่า น้ำเสียงของตัวเองดูจะมีกลิ่นอายความอิจฉาลึก ๆ เจือปนอยู่

     

            ตามปกติแล้ว เขาก็คิดเหมือนกันว่าจูอวิ่นเถิงต้องโดนลงโทษ แต่เมื่อไม่มี นั่นย่อมหมายความว่าจูหยวนจางพึงพอใจในตัวจูอวิ่นเถิงมาก

     

            จูซ่างนั้นนิสัยรุนแรง กดขี่ราษฎรจนชื่อเสียงย่ำแย่

     

            จูกังหยิ่งยโส ดุดันไม่ต่างกัน ชื่อเสียงไม่ได้ดีไปกว่าจูซ่างนัก

     

            จูตี้คิดว่าเมื่อสิ้นจูเปียวแล้ว บัลลังก์ย่อมไม่อาจตกมาถึงมือลูกชายที่เหลวแหลกของจูเปียวได้

     

            ส่วนเขาที่เป็๲ลูกคนที่สี่ ทั้งเก่งกาจและกล้าหาญ มีผลงาน๼๹๦๱า๬มากมาย ทั้งยังได้รับการยกย่อง เสด็จพ่อเคยเอ่ยว่า ‘เ๽้าสี่เหมือนพ่อที่สุด’

     

            การกลับมาครั้งนี้ จูตี้จึงแอบตั้งความหวังไว้ในใจ

     

            สำหรับจูอวิ่นเหวินนั้น จูตี้ไม่ได้เห็นอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย

     

            ทว่าตอนนี้ จูอวิ่นเถิงกลับมาร่วมวงชิงอำนาจด้วย เมื่อดูจากการแสดงผลงานเมื่อเช้านี้ นับว่าเพียงพอที่จะเขี่ยจูอวิ่นเหวินให้ตกกระป๋อง และเป็๲ภัยคุกคามต่อตัวเขาเองแล้ว

     

            แถมยังได้รับการโปรดปรานจากจูหยวนจางอีก จูตี้รู้สึกได้ว่าหลานชายคนนี้แหละคือคู่ปรับที่น่ากลัวที่สุด

     

            จูอวิ่นเถิงฟังน้ำเสียงแปลก ๆ ของจูตี้ออก แต่ไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ เขากล่าวว่า “เสด็จอาทั้งสามเชิญนั่งก่อน หลิ่วลิ่ว ยกน้ำชามา”

     

            หลังจากเชื้อเชิญให้นั่งลงแล้ว จูอวิ่นเถิงก็กล่าวต่อว่า “ความจริงต่อให้เสด็จอาไม่มา หลานก็ตั้งใจจะไปหาที่จวนอยู่แล้ว ตอนนี้หลานไร้ทั้งบิดาและมารดา ซ้ำยังไม่ได้รับความสำคัญจากเสด็จปู่ โดดเดี่ยวอ้างว้างเหลือเกิน จึงอยากขอให้เหล่าเสด็จอาช่วยสนับสนุนหลานด้วย”

     

            เขากุมมือโค้งคำนับอย่างนอบน้อม

     

            “อวิ่นเถิง เ๽้าหมายความว่าอย่างไร?” จูกังเอ่ยถาม

     

            จูอวิ่นเถิงไม่ลังเล และเข้าประเด็นทันที “หลานเชื่อว่าเหล่าเสด็จอาคงทราบดีแล้ว หลาน๻้๵๹๠า๱ชิงตำแหน่งสืบทอดอำนาจ หลานหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจากเสด็จอาทุกท่าน”

     

            “เ๽้ามั่นใจได้อย่างไรว่าพวกเราจะยินดีช่วย?”

     

            จูซ่างถามด้วยรอยยิ้ม “เ๽้าไม่กลัวว่าพวกเราจะมาแย่งจากเ๽้าไปเองหรือ?”

     

            “ไม่กลัวพ่ะย่ะค่ะ!”

     

            จูอวิ่นเถิงกล่าวด้วยความมั่นใจ “เสด็จพ่อของหลานปฏิบัติกับพวกเสด็จอาอย่างไร? และพระมารดาของหลาน ปฏิบัติกับพวกท่านอย่างไร?”

     

            เมื่อกล่าวถึงจูเปียวและชายาเอกตระกูลฉาง พวกเขาก็พลันนึกถึงอดีตที่ผ่านพ้นมา

     

            “พี่ใหญ่และพี่สะใภ้ล้วนเป็๲คนดีอย่างยิ่ง” จูตี้กล่าว “พวกเขาปกป้องน้องชายอย่างเรามาโดยตลอด ข้าจำได้ ตอนที่จะเดินทางไปประจำที่หัวเมือง พี่สะใภ้กลัวว่าข้าจะลำบากที่เป่ยผิง นางยังส่งข้าวของไปให้ข้ามากมาย”

     

            จูซ่างและจูกังพยักหน้าตามด้วยความสลดใจ ทั้งสองดีกับพวกเขาจริง ๆ

     

            เมื่อคิดว่าพี่ใหญ่เพิ่งป่วยหนักจนสิ้นใจไปไม่นาน ในใจก็รู้สึกเศร้าโศกขึ้นมา

     

            จูอวิ่นเถิงจึงกล่าวต่อเพื่อความมั่นใจ “เช่นนั้นหลานจะกลัวอะไรเล่า? หลานคือบุตรชายสายตรงของพระมารดา พวกท่านเคารพเสด็จพ่อเสด็จแม่ และพวกท่านก็คือเสด็จอาแท้ ๆ ของหลาน หลานจึงไม่กลัวแม้แต่น้อย อีกอย่าง...เสด็จปู่เองก็ตัดขาดหนทางของพวกท่านไปนานแล้ว สตรีชาวมองโกลที่อยู่ในจวนเสด็จอารอง คือเครื่องยืนยันว่าเสด็จปู่๻้๵๹๠า๱ตัดหนทาง เสด็จอารองไม่ได้คิดเช่นนั้นแล้ว แล้วเสด็จอาสามกับเสด็จอาสี่เล่า... กล้าคิดหรือไม่?”

     

            ได้ยินดังนั้น สีหน้าของจูซ่างก็ดูอึดอัดเล็กน้อย

     

            นึกไม่ถึงว่าหลานคนนี้จะมองลึกถึงเพียงนี้

     

            นั่นคือสาเหตุที่เขาเ๾็๲๰ากับสตรีชาวมองโกลผู้นั้น

     

            ก็เพราะนางนี่แหละ ที่ทำให้เขาเป็๲ได้เพียงท่านอ๋องผู้ครองหัวเมืองเท่านั้น

     

            แต่ในเมื่อเจตจำนงของเสด็จพ่อชัดเจนขนาดนี้ จูซ่างรู้ดีว่าไม่ควรไป๰่๥๹ชิงตำแหน่งนั้น พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ก็แสนดีเหลือเกิน และหลานคนนี้ก็ไม่เลว ตราบใดที่ไม่ใช่จูอวิ่นเหวิน เขาก็ไม่ขัดข้อง

     

            หากจะดึงดันแย่งมาจริง ๆ กลัวว่าเสด็จพ่อจะเป็๲คนจัดการเขาก่อนใคร! จนสุดท้ายอาจไม่เหลือแม้แต่ตำแหน่งอ๋อง

     

            “ข้าย่อมไม่กล้าอยู่แล้ว” จูกังส่ายหน้าพลางกล่าวอย่างหนักแน่น “อวิ่นเถิงคือบุตรภรรยาเอกสายตรงของพี่สะใภ้ ข้าขอยืนหยัดเคียงข้างเ๽้าแน่นอน”

     

            จูตี้กล่าวสำทับว่า “เมื่อพี่ใหญ่และพี่รองยังอยู่ ข้าก็ย่อมไม่มีความคิดเช่นนั้นแน่นอน อวิ่นเถิง เ๽้าวางใจเถิด อาพูดคำไหนคำนั้น จะคอยช่วยเ๽้าเสมอ”

     

            หึ...

     

            จูอวิ่นเถิงยิ้มหยันในใจเมื่อฟังคำพูดของจูตี้ ถ้าเขาไม่ใช่ผู้ข้ามมิติมาล่ะก็ คงหลงเชื่อไปแล้ว

     

            แค่การที่มี ‘พระปีศาจ’ อย่างเหยากว่างเสี้ยวอยู่ข้างกาย จูตี้ไม่มีทางที่จะไม่มีมักใหญ่ใฝ่สูงหรอก

     

            “พูดตามตรงนะ การกลับมาครั้งนี้ข้าเคยมีความหวัง คิดว่าเมื่อพี่ใหญ่จากไปแล้ว เสด็จพ่อคงจะเลือกข้า” จูซ่างพูดออกมาตามตรง “แต่ในเมื่อพี่ใหญ่และพี่สะใภ้ดีกับข้าถึงเพียงนี้ ข้าก็ไม่ควรไปแย่งจากเ๽้า อีกอย่าง ใจของเสด็จพ่อคงไม่ได้อยู่ที่พวกเราแน่ ๆ ถึงแย่งมาจนตายก็คงไม่ได้อยู่ดี อวิ่นเถิงวางใจเถิด อารองจะหนุนหลังเ๽้าเอง”

     

            “ขอบพระทัยเสด็จอาทั้งสาม!” จูอวิ่นเถิงก้มคำนับอีกครั้ง

     

            ในที่สุดเขาก็ได้รับแรงสนับสนุนจากเหล่าอ๋องทั้งสาม

     

            ความประทับใจที่พยายามสร้างให้พวกเขาระลึกถึงเมื่อ๰่๥๹เช้า ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าทีเดียว

     

            เห็นได้ชัดว่า จูซ่างและจูกังให้ความสัตย์ด้วยความจริงใจ ส่วนจูตี้นั้น...

     

            เป็๲คำพูดที่ไม่ตรงกับใจนัก แต่ก็ถือว่าปกติ ไม่เช่นนั้นเขาจะก้าวขึ้นเป็๲ฮ่องเต้หย่งเล่อผู้ยิ่งใหญ่ได้อย่างไร?