ตอนที่ 8: เสียงขอความช่วยเหลือจากอนามัย
ท่ามกลางความมืดมิดอันเงียบงันของค่ำคืนวันสิ้นโลก มีเพียงแสงวูบวาบจากกองไฟกองเล็กๆ ในเตาดินเผาชั้นล่างของบ้านสวนปู่ที่ทอดเงายาวเริงระบำไปตามฝาผนังไม้เก่าๆ ลมหนาวพัดกรีดเสียงซู่ซ่าหวีดหวิวลอดผ่านแนวหน้าต่างและแนวรั้วลวดหนามภายนอกสอดแทรกเข้ามาสร้างความสั่นสะท้านเป็นระยะ แต่บรรยากาศภายในห้องโถงกลับตึงเครียดขึ้นในทันทีเมื่อเครื่องวิทยุ CB คลื่นสั้นสีกากีของอดีตทหารพรานเก่าที่ปู่ทิ้งไว้จมฝุ่นจู่ๆ ก็ส่งสัญญาณไฟสีแดงกะพริบถี่พร้อมกระแสเสียงแหลมแหบแห้งออกมาระงมห้อง
ชานนท์ไม่รอช้า ชายหนุ่มรีบก้าวเท้าเดินสืบตรงไปที่มุมมืดของห้องพักปัดกวาดเอาเศษฝุ่นละอองหนาเตอะที่จับตัวเครื่องออกอย่างรวดเร็ว สองมือหนาประคองจับตัวเครื่องโบราณปุ่มยางเปื่อยยุ่ยแล้วขยับนิ้วหมุนปรับจูนปุ่มคลื่นความถี่ (Frequency) และค่าเสียงรบกวน (Squelch) อย่างระมัดระวังเพื่อพยายามจูนหาสัญญาณคลื่นที่ขาดๆ หายๆ ท่ามกลางเสียงกระพือของลมพัดรุนแรงภายนอกตัวบ้านสวน
*ซ่า... ซ่า... ฟี้... ได้ยินแล้ว... ใครก็ได้ช่วยที...*
ในที่สุด คลื่นเสียงรบกวนอื้ออึงก็เงียบลงหลีกทางให้กระแสเสียงร้องขอที่แจ่มชัดขึ้นอย่างเหลือเชื่อ ทว่ากลับเป็นกระแสเสียงที่แฝงด้วยความสะอื้นหวาดกลัว ขวัญหนีดีฝ่อสะกดใจผู้ฟังอย่างลึกซึ้ง
"ฮัลโหล... ได้ยินไหมคะ... นี่หมอแพรค่ะ... พญ.แพรวพรรณ จากตึกอนามัยตำบล... มีใครได้ยินไหมคะ... ได้โปรดช่วยพวกเราด้วย..."
กิ๊ฟที่ยืนอยู่ข้างกายเบิกดวงตาคู่โตขึ้นกว้างทันทีเมื่อได้ยินชื่อนั้น เธอปรี่เข้ามาประชิดข้างนนท์ทันควัน สองมือจับไหล่แกร่งของนนท์บีบแน่นด้วยความตื่นตระหนกและระคนหวาดกลัว "นนท์! นั่นหมอแพรนี่หว่า! หมอแพรที่อนามัยตำบลจริงๆ ด้วย!"
นนท์พยักหน้ารับสีหน้าเคร่งขรึม กดยกไมค์สื่อสารสีกากีขึ้นมาจรดริมฝีปาก กดปุ่มส่งสัญญาณ (PTT) แล้วตอบกลับไปเสียงเข้ม: "ได้ยินครับหมอแพร ผมนนท์กับกิ๊ฟอยู่ที่บ้านสวนปู่ช้วน ตอนนี้สถานการณ์ฝั่งหมอเป็นยังไงบ้างครับ?"
ปลายสายเงียบหายไปชั่วอึดใจสั้นๆ ก่อนจะมีเสียงสะอื้นไห้ระคนดีใจที่ได้รับการติดต่อกลับดังตอบกลับมาปนเสียงหอบสะท้าน: "คุณนนท์! คุณกิ๊ฟ! ดีใจจริงๆ ที่พวกคุณยังรอดชีวิต... ฮึก... ตอนนี้หมอกับคนไข้และชาวบ้านอีกสี่คนติดอยู่บนชั้นสองของตึกอนามัยตำบลค่ะ... พวกซอมบี้ตาแดงฝูงใหญ่หลายสิบตัวจากตลาดในหมู่บ้านและสี่แยกใหญ่ใกล้ๆ มันแห่กันมาล้อมรอบตึกชั้นล่างไว้หมดเลย... หมอล็อกประตูเหล็กดัดชั้นล่างไว้ แต่มันชนและพยายามตะกุยบุกเข้ามาตลอดเวลาจนประตูเริ่มบิดเบี้ยวแล้ว... ตอนนี้เสบียงอาหารและน้ำดื่มที่กักตุนไว้เหลือน้อยเต็มทีแล้วค่ะ... คาดว่าจะประทังชีวิตอยู่ได้อีกไม่เกินสองวัน... คลื่นโทรศัพท์ก็ไม่มีเลย... ได้โปรด... ช่วยพวกเราด้วยนะคะ..."
...
เสียงสัญญาณขาดหายไปชั่วขณะสลับเสียงซ่าของไฟฟ้า กิ๊ฟรีบหันมาสบประสานสายตากับชานนท์ แววตาสั่นระริกอ้อนวอนอย่างลึกซึ้ง แขนเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตตัวโคร่งของปู่ที่เธอสวมใส่อยู่เลื่อนไหลลงมาเผยให้เห็นไหล่เนียนขาวชื้นเหงื่อบางๆ
"นนท์... หมอแพรแกเป็นคนดีมากนะเว้ย ตอนที่พ่อกูป่วยหนักไข้หวัดปีก่อนและแม่กูที่เสียไปปีก่อนหน้านั้น ก็ได้หมอแพรนี่แหละคอยดูแลเอายาและอาหารมาส่งให้ถึงบ้านสวนตลอด แกช่วยเหลือรักษาคนไข้แถวนี้อย่างอ่อนโยนใจดีไม่เคยรังเกียจใครเลย... นนท์... เราต้องออกไปช่วยแกนะ มึงมีพลังแรงช้างสารแล้ว กูก็มีพลังกายาเทวะแล้ว... เราจะทิ้งแกให้โดนรุมทึ้งกัดตายอยู่ที่อนามัยไม่ได้เด็ดขาด!" กิ๊ฟพูดเกลี้ยกล่อมยาวเหยียด ดึงแขนเสื้อของนนท์เขย่าเบาๆ ด้วยท่าทางร้อนรน
นนท์ยืนกอดอกครุ่นคิดประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบเฉียบคม ชายหนุ่มไม่ได้มีนิสัยบ้าบิ่นเป็นฮีโร่หน้าโง่ที่ยอมเสี่ยงชีวิตก้าวเข้าหาความตายโดยไม่มีแผนการหรือผลประโยชน์ตอบแทน แต่ในครั้งนี้ เขามองเห็นผลประโยชน์ร่วมและเป้าหมายที่เลี่ยงไม่ได้สำหรับการสร้างฐานที่มั่น
"กิ๊ฟ มึงใจเย็นๆ ก่อน... กูเข้าใจว่าหมอแพรเป็นคนดีและมึงอยากช่วย... แต่กูประเมินแล้ว ระยะทางจากบ้านสวนปู่ไปอนามัยตำบลมันตั้งห้ากิโลเมตร ทางป่าสวนยางพารารกทึบ ถนนลูกรังก็คงมีฝูงซอมบี้จากในตลาดกระจัดกระจายและซุ่มซ่อนอยู่ทั่วไปหมด การออกไปข้างนอกโดยไม่จำเป็นเป็นเรื่องเสี่ยงคอขาดบาดตาย..." นนท์หยุดพูดชั่วครู่ มองหน้ากิ๊ฟที่เริ่มหน้าเสียถอดสี ก่อนจะกล่าวเสริมเสียงนุ่มนวลอย่างมีเหตุมีผล
"แต่กูก็เห็นด้วยว่าเราต้องไป... ค่ายบ้านสวนของเราแม้จะมีอาหารจากสวนและมีไฟมีน้ำปั่นใช้ แต่เรายังขาดแคลนเวชภัณฑ์ ยาปฏิชีวนะ ยาชา ยาแก้ติดเชื้อ ยาลดไข้ และอุปกรณ์ปฐมพยาบาลระดับลึกเลยสักอย่าง ถ้าเกิดพวกเราได้รับบาดเจ็บหรือโดนอสูรกายทำร้าย ยาจะเป็นตัวชี้ชะตาความเป็นความตาย และที่อนามัยตำบลนั่นแหละคือคลังเก็บยาที่ใหญ่ที่สุดในละแวกนี้ การช่วยหมอแพรนอกจากจะได้คนมาช่วยดูแลสุขอนามัยแล้ว เรายังจะได้ยาพวกนั้นกลับมาเสริมความแข็งแกร่งให้ค่ายเราด้วย มันคือความอยู่รอดในอนาคต"
กิ๊ฟพยักหน้าเห็นด้วยอย่างรวดเร็ว แววตากลับมามีความหวังเปี่ยมล้นปนเปความซาบซึ้งในความคิดของนนท์ "เออ! มึงคิดรอบคอบดีจริงไอ้นนท์... งั้นเราลุยกันเลยไหม?"
...
*วิ้ง...*
ในเสี้ยววินาทีนั่นเอง หน้าจอโฮโลแกรมสกรีนโปร่งแสงสีฟ้าของระบบเทพแมงดาพลันปะทุสว่างวาบขึ้นกลางอากาศตรงหน้าของนนท์อย่างไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า มันวิเคราะห์คลื่นเสียงสัญญาณวิทยุ CB ระยะไกลส่งผลลัพธ์ข้อมูลสายเลือดพิเศษปรากฏสกรีนออกมาเด่นชัด:
*[ระบบ: ทำการตรวจพบเป้าหมายสายเลือดพิเศษในขอบเขตสัญญาณคลื่นความถี่]*
*[พิกัดวิทยุเป้าหมาย: พญ. แพรวพรรณ (หมอแพร)]*
*[อัตราความเข้ากันได้ของระบบเทพแมงดา: 95%]*
*[ประเภทสายเลือดพิเศษ: สายเลือดแห่งดวงจิตธรรมชาติ (Nature Soul)]*
*[ข้อมูลความสามารถ: สายเลือดดวงจิตธรรมชาติมีพลังรักษาเยียวยาขั้นสูง ปรับสภาพกล้ามเนื้อ และควบคุมเร่งการเติบโตของพืชสมุนไพร / เหมาะสมสำหรับพันธะสัญญาร่วมรักลำดับที่สองเพื่อชาร์จระบบ]*
นนท์แอบกลืนน้ำลายลงคอ ทึ่งกับความอัจฉริยะล้ำลึกของระบบที่สแกนระบุเป้าหมายสายเลือดได้อย่างแม่นยำดั่งตาเห็น แถมยังมีอัตราความเข้ากันได้สูงถึง 95% และเป็นประเภทสายเลือดที่จำเป็นสำหรับการรักษาตัวในวันสิ้นโลกนี้เป็นอย่างยิ่ง
"ระบบแม่งส่งบททดสอบและของรางวัลใหญ่มาให้กูจริงด้วย... หมอแพรคือเป้าหมายสำคัญลำดับต่อไป" นนท์คิดในใจพลางปัดมือย่อขนาดสกรีนโฮโลแกรมลงเก็บไว้ที่มุมสายตา
นนท์หันไปบอกกิ๊ฟ: "กิ๊ฟ... พรุ่งนี้เช้าตรู่ตอนที่แสงแดดขึ้นและหมอกโลหิตสีแดงจางลงบ้าง เราจะเริ่มเดินทางทันที ระยะทางห้ากิโลเมตรผ่านแนวสวนยางรกร้างอันตรายมาก มีคลองส่งน้ำและป่ารกชัฏดักอยู่ เราต้องมีสมาธิและเตรียมตัวให้พร้อมที่สุดในคืนนี้"
"ได้! พรุ่งนี้กูจะเหวี่ยงท่อนเหล็กทลายกะโหลกพวกซอมบี้ให้ราบคาบเลยคอยดู!" กิ๊ฟชูกำปั้นขาวอย่างมาดมั่นดวงตาระยิบระยับแกร่งดุจเหล็ก
...
นนท์ปิดสวิตช์เครื่องวิทยุ CB เครื่องเก่านั้นลงจนไฟแดงกะพริบดับสนิท ความเงียบสงัดหวนกลับมาครอบงำโถงชั้นล่างอีกครั้ง ชายหนุ่มหันกลับมาสบตามองกิ๊ฟที่ยืนอยู่ข้างกองไฟสลัว
กิ๊ฟในยามนี้สวมใส่เสื้อเชิ้ตลายสก๊อตตัวโคร่งเก่าๆ ของปู่ช้วน กระดุมเสื้อเม็ดบนปลดอ้าเผยให้เห็นลำคอระหงและเนินอกเนียนขาวรำไร ความยาวชายเสื้อปกคลุมลงมาถึงต้นขาอ่อนเรียวกลมกลึงสลัวเงาสะท้อนจากเปลวเพลิง แสงไฟสีส้มแดงสะท้อนเงาของเธออย่างงดงามชวนหวามไหวสั่นสะท้านอารมณ์ใคร่ชายหนุ่มจนลมหายใจเริ่มร้อนผ่าว
นนท์สูดลมหายใจ ลึกๆ รู้ดีว่าศึกเดินทางพรุ่งนี้เป็นเรื่องใหญ่ และมีเงื่อนไขรักษาระดับพลังของระบบบีบบังคับอยู่ ชายหนุ่มขยับก้าวเดินไปประชิดตัวเพื่อนสาวคนสนิท สบตาจับไหล่บาง สองหนุ่มสาวห่างกันเพียงคืบ เอ่ยปากเตือนสติด้วยน้ำเสียงต่ำแหบกึ่งกระซิบปนอ้อนเว้าวอน
"กิ๊ฟ... พรุ่งนี้เราต้องเดินทางลุยป่าสวนยางตั้งห้ากิโลเมตรเพื่อไปที่อนามัย มันอันตรายมาก และมึงก็น่าจะเห็นข้อความเตือนของระบบแล้วใช่ไหม... ว่าถ้าพ้นยี่สิบสี่ชั่วโมงหลังจากร่วมรักกันล่าสุด พลังแชร์ของพวกเรา ทั้งสกิลกายาคงกระพันของกูและแรงช้างสารจะลดตกลงไปครึ่งหนึ่ง..."
นนท์จ้องประสานสายตากับดวงตาคู่โตสลัวสีแดงของกิ๊ฟตรงหน้าอย่างจริงใจลึกซึ้ง "ถ้าพลังเราลดลงเหลือครึ่งเดียว พรุ่งนี้เราคงเอาชีวิตรอดกลับมายากและคงช่วยหมอแพรไม่ได้แน่... คืนนี้... มึงไหวร่วมรักชาร์จพลังงานร่วมกับกูอีกรอบไหม?"
คำถามตรงไปตรงมาผ่าความมืดทำเอาใบหน้าขาวนวลของกิ๊ฟระเบิดสีแดงก่ำลามไปถึงใบหูงามในอึดใจเดียว ยัยตัวแสบก้มหน้าก้มตาบิดนิ้วขยำชายเสื้อเชิ้ตด้วยความเขินอายปนขัดเขินบีบคั้นอารมณ์สุดขีด เธอเม้มริมฝีปากแน่นบ่นอุบอิบงึมงำในลำคอปากแข็งตามสไตล์แต่แฝงความยินยอมพร้อมใจ
"ไอ้... ไอ้บ้าชานนท์... มึงพูดเรื่องแบบนี้หน้าตาเฉยได้ยังไงวะ... แต่... แต่ถ้ามึงบอกว่าเพื่อพลังงาน และเพื่อความปลอดภัยในการไปช่วยหมอแพร..."
กิ๊ฟช้อนสายตามองนนท์ครู่หนึ่ง แววตาแฝงความหวามไหวก่อนจะหลบตาก้มพยักหน้ายอมรับข้อเสนอเบาๆ สองมือดึงกระชับชายเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตแน่นระริก เป็นสัญญาณบอกให้รู้เด่นชัดในความเงียบว่าค่ำคืนนี้ในห้องนอนสลัวชั้นบนของบ้านสวนปู่ บทเพลงรักอันเร่าร้อนจะถูกเปิดฉากขับเคลื่อนขึ้นอีกคราเพื่อชาร์จระดับพลังงานและขีดความสามารถการรอดชีวิตของพวกเขาทั้งสองคนให้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์!