ทุกคนยังไล่จับและแย่งชิงแมลงกันโดยไม่หยุดพัก เพราะเวลาเป็เงินเป็ทองและที่สำคัญก็คือทุกคนมีโอกาสเพียงครั้งเดียวในชีวิต! พวกเขาจึงต้องกอบโกยให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ซึ่งผิดกับหยางฉินเทียนที่กำลังตะลึงงันกับระบบที่ได้รับมาจากผู้คุมจักรวาลเขานั่งคิดพิจารณาอยู่พักหนึ่งจึงตัดสินใจเอามือแตะหน้าอกตรงบริเวณแก่นพลัง
ติ้ง!
==========
แก่นพลังของหยางฉินเทียน
ระดับ : 1 [0%] ธาตุ : ไม้
ทักษะ : เถาวัลย์พันธนาการระดับ 1 [0%]
เถาวัลย์พันธนาการ ระดับ 1
- สร้างเถาวัลย์และควบคุมการเคลื่อนไหวได้อิสระ
==========
“ปกติมักจะใช้แมลงแห่งเต๋าธาตุลมเพื่อเพิ่มความเร็วในการไล่จับแต่การสร้างเถาวัลย์คงไม่มีใครคาดถึง”
วู้ดดด!
หยางฉินเทียนเริ่มสร้างเถาวัลย์เป็ท่อขนาดใหญ่เส้นผ่านศูนย์กลางสูงกว่าเขาสาม่ตัว ความยาวของท่อเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และเริ่มเป็ที่สังเกตของผู้คนปลายด้านหนึ่งทำเป็ตาข่ายหลวม ๆ พอเห็นทะลุ จากนั้นเขาก็วิ่งไล่แมลงเข้าไปในท่อเถาวัลย์แมลงแห่งเต๋าหนีเข้าไปเป็จำนวนมาก พวกมันพยายามจะบินไปให้สุดปลายท่อ แต่ปลายทางกลับปิดลงก่อนที่พวกมันจะเล็ดลอดไปได้พอจะบินกลับทางเดิม ท่อก็บีบลงเป็ทรงกรวยซึ่งทำให้พื้นที่แคบลงเรื่อย ๆ เขาใช้เวลาไม่นานในการจับแมลงที่อยู่ภายในท่อรวมแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ตัว
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้ารวยแล้ว! ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยามได้แมลงแห่งเต๋า 100 ตัว ถ้าอีกสองชั่วยามทำแบบนี้อีกสักห้ารอบรับรองว่าจะได้แมลงทั้งหมดไม่ต่ำกว่า600 ตัว! แม้ทักษะเถาวัลย์พันธนาการจะไม่เหมาะกับการต่อสู้แต่สำหรับที่แห่งนี้ถือว่าไร้เทียมทาน เพราะไม่มีใครที่จะ...”
ตู้มม!!
เสียงะเิดังขึ้นที่ปลายทางเข้าท่อเถาวัลย์ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังปลื้มปีติเกิดความตื่นตระหนกเปลวไฟเริ่มลุกลามจน
หยางฉินเทียนต้องสละเถาวัลย์ส่วนที่ติดไฟออกไป
“เ้าบังอาจมากที่เล่นสกปรกคนอื่นเขาจับทีละตัวแต่เ้ากลับจับทีเดียวหลายตัว!”ชายหัวร้อนที่เห็นหยางฉินเทียนจับแมลงได้มากกว่าจึงใช้พลังไฟเผาท่อเถาวัลย์ ใบหน้าของเขาแดงกล่ำด้วยความโกรธความอิจฉาได้บดบังปัญญาเสียหมดสิ้น คิดได้แต่เพียงว่าเมื่อเขาจับได้น้อยคนอื่นก็ต้องจับได้น้อยเช่นกัน
“ข้าจำได้ว่ามันไม่ได้ผิดกติกาการจับได้มากน้อยก็ขึ้นอยู่กับความสามารถ ในเมื่อเ้าไร้ความสามารถแล้วเ้าจะโทษใครอีกอย่าง...” เขาชี้นิ้วไปทางด้านหลังคู่สนทนา “เ้าควรจะสนใจปัญหาของเ้าดีกว่า”
“บังอาจจจ!!!”าุโมู่เหรินเคลื่อนที่มาอย่างรวดเร็วเขาใช้ฝ่ามือตบศีรษะผู้ใช้พลังไฟจนหัวปักพื้น แล้วเตะกระเด็นไปทางประตู เขาลอยขึ้นไปบนอากาศแล้วประกาศด้วยเสียงอันแข็งกร้าว
“ข้าบอกแล้วว่าห้ามใช้พลังที่จะทำให้แมลงได้รับความเสียหายหากใครกล้าฝ่าฝืนอีกข้าจะหักแขนหักขามันเป็แปดท่อน! นี่เป็คำเตือนครั้งสุดท้ายไม่ว่าพวกเ้าจะเป็ลูกใคร กฎก็คือกฎ ข้าจะไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น!”
“ชิ! เ้านั่นมันไม่ได้เื่พวกเ้าสี่คนไม่ได้ใช้ธาตุลม จงไปก่อกวนทางเข้าออกทั้งสองด้านไม่ให้แมลงบินเข้าไปได้”
หยางเทียนหลงสั่งการลูกน้องให้ไปทำการขัดขวาง
‘ข้าจะปล่อยให้หยางฉินเทียนได้แมลงมากเกินไปไม่ได้หากแมลงจำนวนมากตกไปอยู่ในมือาุโท่านอื่นตำแหน่งาุโลำดับหนึ่งของพ่อข้ามีหวังสั่นคลอนเป็แน่ ข้ายอมไม่ได้เด็ดขาด!’เขากัดฟันอย่างเคียดแค้นแล้วนำลูกน้องที่เหลือไปตามจับแมลงแห่งเต๋ายิ่งหยางฉินเทียนจับแมลงแห่งเต๋าได้มากเท่าไหร่ ความกดดันยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
ลิ่วล้อของหยางเทียนหลงแบ่งออกเป็สองกลุ่มกลุ่มละสองคนไปเฝ้าประจำปากท่อเถาวัลย์ทั้งสองด้าน เพียงแค่ยืนอยู่ แมลงแห่งเต๋าก็ไม่บินเฉียดเข้าไปใกล้
“หึ! พวกอิจฉาตาร้อนลองนี่ดูสักหน่อย”
หยางฉินเทียนบังคับเถาวัลย์ให้เลื้อยไปราวกับอสรพิษพิชิตเหยื่อเถาวัลย์สีเขียวรัดขาข้างหนึ่งของชายทั้งสี่แล้วเหวี่ยงไปไกล ๆแม้พวกเขาจะมีพลังมากกว่าหยางฉินเทียน แต่เพราะไม่ทันระวังจึงเสียท่าโดนทุ่มลอยไปกระแทกกับพื้นช่างเป็เื่ที่น่าอับอายยิ่งนัก เสียงหัวเราะจากคนที่พบเห็นทำให้พวกเขาอับอายหนักขึ้นไปอีก
เมื่อลุกขึ้นมาได้ก็ระวังตัวอย่างรอบคอบคนหนึ่งเฝ้าดูเถาวัลย์ซุ่มโจมตีอีกคนหนึ่งเฝ้าระวังแมลงที่บินผ่าน
“หึหึ คิดว่าข้ามีปัญญาเพียงเท่านี้รึ”
หยางฉินเทียนยืนกอดอก รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าแววตาเปล่งประกาย รัศมีสีเขียวสว่างออกมาจากกาย เถาวัลย์ก่อเกิดเลื้อยออกไปในทิศทั้งหก