บทที่ 10
สอนการควบคุมพลังฌาน
ท่านลุงนิ่งเงียบได้ยินเช่นนั้นกลับทำอะไรไม่ถูก เป็เื่ที่เกินคาดเดายิ่งนัก ‘อะไรกันเ้าปราณ?เด็กอัจฉริยะแบบนี้ ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน ในเวลาเพียงไม่กี่วันกำลังจะบรรลุขั้นลหุยุทธ์แล้วหรือ?หรือเพราะพระเ้าตั้งใจเลือกเ้าเด็กคนนี้ให้เป็ผู้กอบกู้มหาพิภพอาเชียจริงๆ?’
“เ้าสามารถดึงพลังในตอนนั้นออกมาให้ข้าดูได้อีกหรือไม่?”ท่านลุงเร่งเร้าเอาคำตอบ สีหน้ายังตกตะลึงไม่หายจากนั้นท่านลุงก็ออกหมัดขวาพุ่งเข้าหาเด็กน้อยทันที...
“อะไรครับท่านลุง?”
ปราณะโหลบได้ทัน แข้งขวาของท่านลุงตวัดใส่ร่างเด็กน้อยอย่างรวดเร็วปราณะโตัวลอยพับขาหลบการเตะได้ฉิวเฉียด ก่อนลงััพื้นด้วยท่าสะพานโค้งแล้วดีดตัวขึ้นตวัดขาเหวี่ยงเข้าก้านคอท่านลุง...มือหนาๆ ตั้งรับได้อย่างทันท่วงที
‘หรือนี่จะเป็ปลุกพลังวงแหวนสีม่วงนั้นขึ้นมาก็ได้ข้าก็อยากจะรู้ว่ามันคืออะไรกันแน่?’
เด็กน้อยยืนแข็งแรงบนขาทั้งสองข้างเขาย่อตัวลงเล็กน้อยรวบรวมพลังในร่างกายมีแรงปะทะลงสู่พื้นที่เท้าทั้งสองข้างจนพื้นตรงนั้นมีฝุ่นคลุ้งขึ้นมากำหมัดแน่น มือทั้งสองอยู่ที่ระดับเอว แสงสว่างสีขาวค่อยๆ ปรากฏจากมือทั้งสองข้างจากนั้นค่อยๆ ลามเลียไปทั้งตัวห่อหุ้มร่างน้อยๆ นั้นไว้
“ย๊ากส์ส์ส์”
เด็กน้อยะโดังเมือนเร่งพลังที่อัดอั้นให้หลั่งไหลออกมาทันใดนั้นก็ปรากฏวงแหวนสีม่วงอ่อนเหนือศีรษะ แล้วค่อยๆขยายวงออกจนมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางพอดีตัวกับปราณหมุนวนช้าๆ จากศีรษะลงสู่พื้นแล้วหมุนวนอยู่อย่างนั้น
ท่านลุงเปิดผ้าคลุมศีรษะออกเพื่อมองให้ชัดถนัดตาว่าเป็วงแหวนสีม่วงอย่างแท้จริง “สีม่วง!!!วงแหวนสีม่วงจริงๆ วงแหวนลหุยุทธ์! เ้าอยู่ในระดับลหุยุทธ์แล้ว!ข้า...ข้าไม่อยากจะเชื่อ!!!”
แม้ว่าท่านลุงจะมีอายุราว50 กว่าๆ แต่ไม่ได้แก่ตามที่เรียกขาน ใบหน้าตาแบบนี้จะเรียกท่านอาก็ยังได้หนวดเคราที่ยาวเฟิ้ม ผมดำยาวที่ถูกมัดเป็ระเบียบรวบไว้ที่ด้านหลังทำให้ใบหน้าดูหล่อเหลาขึ้นมาถนัดตา ท่านลุงเดินเข้ามาหาปราณอย่างช้าๆในขณะที่วงแหวนสีม่วงยังหมุนวนอยู่แต่ยังดับๆ หายๆ “พลังฌานของเ้ายังไม่นิ่งพอ!”พูดตะกุกตะกัก
ปราณเงยมองถามอย่างตื่นเต้น “แล้ว...แล้วข้าต้องทำยังไงต่อครับ?”
“หลับตา...รวบรวมพลังจากจุดสะดือค่อยๆ ส่งผ่านเส้นประธานทั้งสิบในร่างกายอีกครั้งทำให้ต่อเนื่องจนรู้สึกว่าเืลมในกายของเ้ากำลังเคลื่อนที่วนเวียนในร่างกายด้วยความเร็วที่เท่าๆกัน”
ปราณค่อยๆ หลับตากำหนดจุดตามที่ท่านลุงบอกเขารู้สึกว่าพลังหมุนเวียนในร่างกายมีมากกว่าวันที่เปิดผนึกฌานยุทธ์เสียอีกในใจของเขาเต้นโครมคราม ‘นี่เราก้าวเข้าสู่ระดับลหุยุทธ์ได้แล้วอย่างนั้นหรือ?ไม่น่าเชื่อทำไมถึงเร็วขนาดนี้กัน?’
“พยายามควบคุมลมปราณในร่างกายเอาไว้ให้เคลื่อนที่ในเส้นประธานทั้งสิบอย่างสม่ำเสมอ ทำวนซ้ำเดิมๆ จากจุดตรงสะดือให้เ้ารู้สึกถึงความหนักแน่นของพลังลมปราณที่เพิ่มขึ้นผสมผสานการหายใจเข้าออกให้ยาวสั้นสอดคล้องกับความเร็วของลมปราณในร่างกาย...ลืมตาขึ้น มองทุกอย่างให้เป็ปกติทำใจให้นิ่ง รักษาระดับการเต้นของหัวใจ ... ไม่ต้องตื่นเต้น”
ท่านลุงเดินรอบๆตัวปราณ วงแหวนสีม่วงที่ยังหมุนวนเปล่งประกายเข้มขึ้นจนเสถียร ไม่แว๊บหายอีกต่อไป “ดีมาก...ควบคุมพลังดีต่อไปกางฝ่ามือทั้งสองข้างไปด้านหน้า...คุมพลังให้มาอยู่ที่ฝ่ามือทั้งสอง”
ออร่าสีขาวที่ปกคลุมร่างน้อยๆ ค่อยๆเลื่อนมารวมกับที่ฝ่ามือทั้งสองข้าง ปราณหายใจเข้าออกช้าๆ
“นึกถึงกายานุปัสสนา ๔กำหนดลมหายใจเข้าออกและรับรู้ขนาดลมหายใจของเ้า แล้วค่อยๆ ปล่อยให้ออกมาจนหมด!ขนาดของพลังที่อยู่ในฝ่ามือของเ้าทั้งสองข้าง คือพลังลมปราณและขนาดการหายใจยิ่งมีขนาดใหญ่ นั่นหมายความว่าระบบการหายใจของเ้ายิ่งลึกซึ้งมากขึ้นเท่านั้น”
ออร่าจากฝ่ามือทั้งสองก่อร่างเป็ทรงกลมขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เด็กน้อยหันฝ่ามือเข้าหากันออร่าทั้งสองลูกค่อยๆ หลอมเข้าหากันจนกลายเป็ออร่าทรงกลมสว่างไสว เส้นผ่านศูนย์กลางเกือบเท่าลำตัวของเด็กน้อย
“พลังที่นำออกมาสู่ฝ่ามือแล้วจะกลายเป็เสมือนอาวุธประจำตัวของเ้า เล็งก้อนหินใหญ่ข้างหน้าแล้วปล่อยลูกพลังออกไปด้วยแรงลมปราณจากภายใน...เร็วเข้า!”
สิ้นเสียงท่านลุง ปราณก็รวบรวมพลังสายตามองหินขนาดใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้าห่างออกไปประมาณ 5 เมตรจากนั้นผลักออร่าทรงกลมนั้นออกไปอย่างรวดเร็ว...
“ตู้มมมมมมมมม”
หินใหญ่ปะทะออร่าทรงกลมเสียงดังสนั่นเศษหินเล็กๆ ร่วงสู่พื้น ตัวหินขนาดใหญ่เกิดรอยแยกพร้อมฝุ่นหินคลุ้งขึ้นมาสักพักฝุ่นควันนั้นก็ค่อยๆ จางไป ปราณมองสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
“นี่ข้า...ข้าปล่อยแสงจากมือได้ด้วยหรือ?ท่านลุง ข้า...”
“ฮ่าๆๆๆๆๆ ใล่ะสิเ้าหนูที่เ้าเห็นคือพลังเบื้องต้นของนักฌานยุทธ์ แต่ละคนมีพลังไม่เท่ากันขนาดของทรงกลมขึ้นอยู่กับความเข็มแข็งและระบบการหายใจ”ท่านลุงเดินเข้ามาหาเด็กน้อย แล้วลูบหัวด้วยความเอ็นดู
“เ้าสร้างปาฏิหาริย์เป็ครั้งที่สามแล้วนะฮ่าๆๆๆ ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดปาฏิหาริย์ที่สุดพิสดารถึงเพียงนี้ สมัยก่อนที่ข้าอายุเท่าเ้ายังไม่มีความสามารถเท่านี้ตอนนั้นข้าบรรลุระดับลหุยุทธ์อายุ 11 ปี ซึ่งถือว่าน้อยมากแล้ว แต่เ้าบรรลุระดับลหุยุทธ์ด้วยอายุเพียง6 ขวบ!...ช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก!”
ปราณยิ้มดีใจทำอะไรไม่ถูก มองท่านลุงเลิ่กลั่ก
ท่านลุงหัวเราะเบาๆ อธิบายต่อ “เ้าก็จำความรู้สึกนี้ไว้ให้ดี และรักษาระดับความเข้มข้นของลมปราณและพลังฌานในร่างกายให้ได้แล้ววงแหวนสีม่วงของเ้าจะปรากฎขึ้นมาเองเมื่อเ้าปลดปล่อยพลังฌานออกมา”
เด็กน้อยยังจ้องมองหินไม่วางตาเขาเดินเข้าไปลูบบริเวณที่มันแตกออกยังััได้ถึงความอุ่นจากแสงที่เขาปล่อยออกไป “ถ้าคนธรรมดาเจอแบบนี้ก็าเ็หนักเลยสิครับ?”
“แน่นอนที่สุด แต่การปล่อยพลังแบบนี้ไม่ใช่จะใช้ได้อย่างต่อเนื่องมันขึ้นอยู่กับความแข็งแรงและพลังลมปราณที่อัดแน่นอยู่ในร่างกายของเ้าเ้าไม่มีทางที่จะสู้คนที่มีฌานยุทธ์สูงกว่าเ้าได้ เพราะพวกเขาย่อมมีพละกำลังและการฝึกอานาปานาสติที่ละเอียดมากกว่าเ้าแต่ถ้าระดับต่างกันไม่มากเ้าก็มีสิทธิ์ชนะ”
“นี่คือพลังฌานยุทธ์หรือครับท่านลุง?”
“ใช่แล้ว!เมื่อเ้ามีฌานยุทธ์ก็เท่ากับพระเ้าได้เลือกเส้นทางให้เ้าต้องเป็ฌานยุทธ์ ในมหาพิภพอาเชียแบ่งระดับฌานยุทธ์ออกเป็10 ระดับ ระดับที่ 1- 9ยังแบ่งออกไปอีก 10 ขั้น”
ปราณเริ่มฟังอย่างตั้งใจสายตามองท่านลุงไม่กระพริบ
“ที่เ้าอยู่ในตอนนี้เรียกว่าระดับลหุยุทธ์เป็ฌานยุทธ์ขั้นต้นมีวงแหวนสีม่วง พลังฌานขั้น 11-20 ระดับต่อไปเรียกว่า ระดับครุยุทธ์ เป็วงแหวนสีน้ำเงิน ขั้น 21-30 จำครุยุทธ์ศักดิ์ชัย ที่เปิดผนึกฌานยุทธ์ให้เ้าได้ไหม?”
“จำได้ครับท่านลุง”
“ครุยุทธ์ศักดิ์ชัย มีวงแหวนสีม่วงและสีน้ำเงินถ้าเขาฝึกฝนต่อเนื่องก็จะก้าวสู่ระดับอาจารย์ยุทธ์ วงแหวนสีเขียว ขั้น 31-40เช่นเดียวกับแม่ของเ้า!”
ปราณตาโต “ใช่ๆๆท่านแม่ของข้าเป็อาจารย์ยุทธ์ แต่ข้าไม่เคยเห็นวงแหวนของท่านแม่เลย”
“ฮ่าๆๆๆ เด็กน้อยเอ้ยนักฌานยุทธ์ก็เป็เหมือนคนธรรมดานี่แหละ แต่พลังภายในต่างหากที่ไม่ธรรมดาคนทั่วไปไม่เคยเห็นไม่เคยััและก็ไม่เข้าใจ เ้าดูอย่างคนที่หมู่บ้านนี้ก็ได้มีใครให้ความสำคัญกับการเป็นักฌานยุทธ์กันล่ะ? พวกเขาคิดว่าพ่อแม่ของเ้าทำงานให้ทางการทั้งนั่นแหละซึ่งมันก็จริงเพียงครึ่งเดียว นักฌานยุทธ์จะปลดปล่อยพลังฌานออกมาเมื่อมีการต่อสู้หรืออาจจะเป็กิจกรรมที่คนธรรมดาไม่สามารถทำได้ เช่นการะเิหินแบบที่เ้าทำหรือการะโสูง รวมไปถึงสามารถเหาะได้อีกด้วย”
“หา!!! เหาะได้ด้วยหรือครับ?” เด็กน้อยดวงตาเบิกโต เมื่อได้ยินว่าเหาะได้
“แน่นอนนักฌานยุทธ์สามารถปลดปล่อยพลังในกายออกมาได้ 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม ปกติมนุษย์จะใช้พลังงานแค่ 30เปอร์เซ็นต์เท่านั้น การเหาะได้จึงถือเป็เื่ปกติของนักฌานยุทธ์เพียงแต่ระยะเวลาในการเหาะ ความเร็วในการเหาะ และความสูงในการเหาะแต่ละคนย่อมมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับพลังภายใน สมาธิ และพลังฌานและไม่ใช่ว่าจะสามารถเหาะได้ทุกคนนะ”
“แบบนี้ก็ต้องควบคุมพลังทั้งหมดให้เข้ากันน่ะสิครับ?”
“ใช่แล้วล่ะ ความยากของนักฌานยุทธ์ คือเมื่อรู้และเข้าใจพลังในร่างกายแล้วต้องสามารถควบคุมและเอามาใช้ประโยชน์ให้ได้”
ปราณนึกถึงท่านพ่อแล้วพูดขึ้นบ้าง“ส่วนพ่อของข้าถูกเรียกว่าปรมาจารย์ยุทธ์ พลังฌานขั้น 41-50 ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่ามีสี่วงแหวน แล้วเป็วงแหวนสีอะไรครับ?”
“เ้าเข้าใจได้ถูกต้องแล้ว พ่อของเ้าอยู่ในระดับปรมาจารย์ยุทธ์มีสี่วงแหวนคือ ม่วง น้ำเงิน เขียว และเหลืองเป็วงสุดท้าย มีฌานยุทธ์ 41-50 ระดับปราชญ์ยุทธ์ ขั้น 51-60 มีวงแหวนสีส้มระดับอัครยุทธ์ ขั้น 61-70 มีวงแหวนสีแดง ระดับราชันยุทธ์ ขั้น71-80 มีวงแหวนสีดำ ระดับจักรพรรดิยุทธ์ ขั้น 81-90 มีวงแหวนสีฟ้า ระดับเทพยุทธ์ ขั้น 91-99 มีวงแหวนสีขาวและสุดท้าย คือ ระดับพรหมยุทธ์ ขั้น 100 ขึ้นไปมีวงแหวนสีทอง”