บทที่ 10 : การตอบโต้ของตระกูลเป้ย
เื่ที่ซูฉีทำถูกสืบรู้โดยเป้ยเป้ย หล่อนโกรธแค้นมากจนมาดักรอตบคนถึงหน้าบ้าน ซูฉีนำสมุนไพรที่ตากน้ำค้างมาผึ่งแดดนอกบ้าน เธอเห็นเป้ยเป้ยเท้าเอวพร้อมชี้หน้าด่า
“นางแพศยา! แกกล้าใส่ร้ายบ้านฉัน!”
“ใส่ร้ายเื่?” ซูฉียังคงนำสมุนไพรมาวางผึ่งแดดเช่นที่ทำทุกวัน
“ก็แกหาว่าฉันกับแม่บีบเอาสูตรซุปบ้าซุปบอนั่นจากแก ทั้งยังว่าคนโตรังแกคนท้องแก่!”
“ตรงไหนคือความเท็จ ฉันเจ็บท้อง ชาวบ้านถามหาที่มาเพราะเป็ห่วง ฉันก็ตอบตามตรง หรือเื่ที่สกุลเป้ยทำ ไม่ได้หวังบีบเอาสูตรซุปไก่จากฉัน?” ซูฉีใช้มือสองข้างกระจายสมุนไพรให้โดนแดดโดนลมอย่างทั่วถึง พวกมันก็เหมือนคน ต้องโดนทั้งความร้อนและความเย็น ต้องเจอทั้งความสุขและอุปสรรคจึงจะเผยสรรพคุณที่แท้จริงออกมา
เป้ยเป้ยอ้าปากเตรียมสวนกลับ แต่คิดคำพูดเจ็บแสบไม่ออก จึงได้แต่อ้าแล้วหุบ หุบแล้วอ้าอยู่อย่างนั้น สุดท้ายเธอก็ทนเก็บความอัดอั้นนี้ไม่ไหว เผลอระบายมันออกมาด้วยการยกเท้าขวาขึ้นสูงระดับหน้าท้องของซูฉี หมายจะถีบสักโครมให้ได้ระบายโทสะ
ซูฉีใ เธอรีบคู้ตัวแล้วใช้สองมือกุมท้องอย่างปกป้องหวงแหน ทว่าเท้าของเป้ยเป้ยเร็วจนน่าใ มันกำลังจะถีบโดนท้องป่องของเธอ
ทันใดนั้นเท้าใหญ่ข้างหนึ่งตวัดเตะจนเป้ยเป้ยขาฉีก
‘แคว๊ก!’ เสียงขาดของกางเกงดึงสติทุกคนกลับมา
ซูฉีหันไปมองเ้าของเท้าที่ช่วยชีวิตเธอและลูกในท้อง เธอหันไปเห็นอดีตสามีโกรธจนหน้าแดง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ ราวกับพึ่งวิ่งอย่างเอาเป็เอาตายมา
โจวเว่ยแทบลืมหายใจ เขาตะคอกถามลูกสาวหัวหน้าฝ่ายผลิตว่า “ทำบ้าอะไรของเธอ!?”
“พะ พี่โจว ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ ซูฉีเธอดูิ่ฉัน ฉันเลยทำอะไรบุ่มบ่ามไปหน่อยเท่านั้นเอง เห็นไหมคะ? เธอไม่ได้รับอันตรายเสียหน่อย” เป้ยเป้ยเสียใจมาก คนที่มาเห็นด้านร้ายของเธอดันเป็คนที่เธอแอบรักมาหลายปี! อีกทั้งตอนนี้กางเกงของเธอยังเป้าขาด! เป้ยเป้ยกุมเป้ากางเกงด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ
“ถ้าเมื่อกี้ฉันมาไม่ทัน ป่านนี้ซูฉีกับลูกคงเจ็บหนักไปแล้ว เื่ที่เธอทำหัวหน้าฝ่ายผลิตเป้ยรู้หรือเปล่า!? ลูกสาวรังแกคนในหมู่บ้านแบบนี้ มันถูกต้องแล้วหรือ!” โจวเว่ยหันมาตวัดตาสำรวจภรรยา เมื่อเห็นเธอไม่เป็ไรก็หันกลับไปจ้องเขม็งที่เป้ยเป้ยอีกครั้ง
“รู้ซิ! ก็เพราะนังซูฉีกำลังทำให้หมู่บ้านของเราเดินทางผิด ต่อไปถ้าชาวบ้านทำตาม วันๆ หอบข้าวหอบของเข้าไปขายในเมือง ประเทศของเราจะเดินหน้าได้ยังไง ไร้เกียรติไร้ศักดิ์ศรีไปคนเดียวเถอะ อย่ามาลากคนอื่นเขาจมโคลนกับหล่อน! อาชีพชาวนา อาชีพชาวประมงซิถึงจะมีเกียรติ เพราะหาเลี้ยงคนในประเทศ!” เป้ยเป้ยเถียงคอเป็เอ็น สิ่งที่หล่อนกล่าวมาเป็ความจริง อาชีพค้าขายยังไม่ได้รับการยอมรับเป็วงกว้าง ต้องชาวนาชาวประมงจึงจะดีที่สุด!
ซูฉีมุมปากกระตุก “วันก่อนฉันยังเห็นเธอกับแม่ต่อราคาแม่ค้าผักในตลาดอยู่เลย หากไม่มีตลาด ไม่มีพ่อค้าแม่ค้า หล่อนจะได้กินผักจากไหน? คงต้องกลับไปแย่งวัวที่บ้านแทะหญ้าแทน!”
โจวเว่ยรู้สึกว่าอดีตภรรยาแปลกไปั้แ่ผูกคอตัวเอง ทว่าวันนี้เขารู้แล้ว ซูฉีก็ยังเป็ซูฉี ปากเล็กๆ นี้เถียงทีไม่เคยเป็รองใคร!
เป้ยเป้ยเจ็บใจจนกระทืบเท้าแรงๆ แล้วชี้หน้าซูฉี หากไม่มีพี่โจว หล่อนจะตบนางนี่ให้คว่ำทั้งแม่ทั้งลูกเลย! “ฝากไว้ก่อนเถอะ! พี่โจวก็อย่าอยู่ใกล้งูพิษตัวนี้นักเลยค่ะ หลุดพ้นไปแล้วก็ดี อย่าหันหลังกลับมาเจอกับสิ่งชั่วร้ายอีกเลย!”
ซูฉีเบ้ปาก “งั้นก็ต้องอยู่ให้ห่างจากเธอเป็คนแรกเลยล่ะเป้ยเป้ย ั้แ่เกิดมาฉันยังไม่เคยเห็นใครตั้งใจทำร้ายคนท้องแล้วไม่สำนึกแบบหล่อนเลย!”
“นังแพศยา!” สองสาวด่ากันอีกครู่ใหญ่ ก่อนจะต่างคนต่างเหนื่อยแล้วแยกย้ายกันไป
ซูฉีตั้งใจเดินกลับบ้าน วันนี้มีแต่เื่แย่ๆ ร่างกายเธอ้าอาหารและการนอนอย่างหนัก ตื่นขึ้นมาจะได้วางแผนต่อว่าจะเอาอย่างไรต่อดี ลำพังครอบครัวเธอเองนั้นเธอหาเลี้ยงได้สบาย แต่ครอบครัวของคุณตาใหญ่กับคุณตาเซี่ยเล็กนั้นไม่เหมือนกัน พวกเขาขาดงานไม่ได้
“หยุดก่อน!” เสียงโจวเว่ยกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามหลังมา ชายหนุ่มเห็นอดีตภรรยาไม่ผ่อนฝีเท้าแม้แต่น้อย เขาจึงรีบวิ่งมาดักหน้าเธอ “ผมบอกให้คุณหยุดก่อน”
ซูฉีพยายามระงับอารมณ์เสียของตัวเองไม่ให้ไปลงกับเขา “ฉันอยากนอนแล้ว”
โจวเว่ยถอนหายใจ เขาไม่ควรโมโหคนท้อง “คุณไม่ควรหาเื่สกุลเป้ย แม้ครอบครัวนั้นจะมีอยู่ไม่กี่คนในหมู่บ้าน แต่เป้ยหลางก็เป็หัวหน้าฝ่ายผลิตมาหลายปี คุณขัดใจพวกเขาก็รังแต่จะนำความลำบากมาให้สกุลเซี่ย”
ซูฉีช้อนตาขึ้นมองหน้าสามี ยิ่งเห็นไม่รู้ทำไมยิ่งอารมณ์เสีย ใบหน้าขาววอกของคู่หมั้นเขาผุดขึ้นมาในหัวซูฉีอีกครั้ง นั่นยิ่งทำให้เสียงของเธอแข็งขึ้นโดยไม่รู้ตัว “ฉันไปหาเื่อะไรสกุลเป้ย คุณกำลังจะบอกให้ฉันยอมโดนเป้ยเป้ยด่าอยู่ฝ่ายเดียวเหรอคะ? ฉันเองก็คน มีชีวิตจิตใจ ไม่ใช่ที่ระบายอารมณ์ของคนพวกนั้น!”
อุตส่าห์ดีใจที่ได้เกิดใหม่ในยุคที่เท่าเทียม สุดท้ายมันเป็เพียงความเท่าเทียมจอมปลอม! เธอต้องยอมลงให้กับผู้มีอำนาจอีกแล้วหรือ
“ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาเอาคืน คุณเชื่อผม อีกไม่นานฝ่ายผลิตจะต้องถูกยุบ แล้วแบ่งสันที่ดินทำกินตามจำนวนสมาชิกครอบครัว ส่วนหมู่บ้านเราก็แบ่งเรือกัน อดทนอีกนิดนะซูฉี”
“พวกเขาไม่ยอมให้เรือของสกุลเซี่ยออกจากท่า หากฉันไม่ให้สูตรทำซุปไก่กับพวกเขา ฉันให้สูตรไม่ได้จริงๆ!” นั่นเป็ของที่ฮ่องเต้ทรงโปรดปราน เป็ทั้งอาหารและยาบำรุงให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง มันถูกคิดค้นโดยหมอหลวงและหมอเทวดาหลายสิบคน จะเป็ของทั่วไปได้อย่างไร ซูฉีทำใจให้สูตรลับไม่ได้จริงๆ
“การค้าของคุณเตะตาเป้ยหลางหมาป่าเฒ่านั่นเข้าแล้วจริงๆ” โจวเว่ยมองใบหน้าสวยของอดีตภรรยา “คนตระกูลเซี่ยมีหลายสิบคน แต่ละคนล้วนออกทะเลหาปลาั้แ่จำความได้ พวกเขาทำอย่างอื่นไม่เป็… หรือไม่คุณก็หาอาชีพอื่นให้พวกเขา แต่เื่นี้คงยาก เพราะมีคนหัวแข็งรักทะเล จะเกิดและตายกับทะเลหลายคน”
ซูฉีรู้สึกมึนหัว “ฉันขอกลับไปพักก่อนนะคะ ตอนนี้หัวฉันคิดอะไรไม่ออกจริงๆ”
โจวเว่ยรู้สึกเป็ห่วง เขาทำท่าจะอุ้ม แต่เห็นภรรยาถอยหลังราวกับรังเกียจเขาจึงไม่กล้าอุ้ม ได้แต่พูดว่า “ให้ผมไปส่งนะครับ”
“ไม่เป็ไรค่ะ บ้านอยู่แค่นี้ ฉันกลับเองได้” ซูฉีไม่อยากถูกมองว่ากลับไปมีความเกี่ยวข้องกับอดีตสามีอีก มันไม่ดีกับทั้งสองฝ่าย เขาเองมีคู่หมั้นที่ดูเพียบพร้อม ส่วนเธอเองในอนาคตพบคนถูกใจก็อาจตกลงปลงใจแต่งงานใหม่
เธอสาวเท้าเดินกลับบ้าน ไม่สนใจเสียงเดินตามหลังของเขาอีก กลับมาถึงบ้านคนท้องก็หลับเอาแรงทันที การจะแก้ปัญหาได้ต้องมีเรี่ยวแรงเสียก่อน
ซูฉีตื่นขึ้นมาอีกที่บ่ายแก่ เธอสะดุ้งตื่นเพราะเสียงร้องไห้ของคุณยาย หญิงสาวรีบลุกขึ้นและเดินออกไปด้วยความเป็ห่วง “เกิดอะไรขึ้นคะ!?”
คุณยายน้ำตานองหน้า ตอบกลับมาเสียงอู้อี้ “ฮึก! เรือของตระกูลเซี่ยสองลำจมน้ำอับปางที่ชายฝั่ง!”
หัวใจของชาวประมงก็คือเรือ หากไม่มีเรือก็เหมือนไร้ชีวิต และพวกเขาถือว่าหมดหนทางหากินกับอาชีพนี้ การต่อเรือไม่ใช่เื่ง่าย ผู้ที่รับสืบทอดมานั้นมีเพียงไม่กี่คนในหมู่บ้าน และส่วนใหญ่อยู่ในวัยชรา บางคนติดเตียง คนที่หนุ่มหน่อยก็ต้องออกเรือไปหาปลาแลกแต้ม เพราะได้แต้มมากกว่าอยู่อู่ต่อเรือ สิ่งสำคัญที่สุดคือมันต้องใช้เงินในการต่อเรือเป็จำนวนมาก
ซูฉีใสิ่งที่ได้ยิน หากเรืออับปางก่อนหน้านี้หรือหลังจากนี้สักหนึ่งอาทิตย์เธอยังมองข้ามตระกูลเป้ยไปได้ แต่ตอนนี้มันตรง่จังหวะที่เธอมีปัญหากับบ้านนั้นจริงๆ
“สกุลเป้ย ทำกันเกินไปแล้ว!” ซูฉีกำหมัดจิกเล็บเข้าเนื้อจนมีเืไหลออกมา คนพวกนี้คงลืมศึกษาประวัติศาสตร์ไป สมัยก่อนคนที่อยู่จุดสูงสุดตายเพราะคนหาบฟืนยังมีเลย นับประสาอะไรกับหัวหน้าฝ่ายผลิตของหมู่บ้านเล็กๆ ตำแหน่งไม่ถือว่าใหญ่มาก
จู่ๆ มุมปากของซูฉีก็ยกขึ้นเล็กน้อย ความจริงเธอตั้งใจนอนพักเอาแรงแล้วหาทางออกที่ดีสำหรับทุกคน แต่ตอนนี้ดูเหมือนมันไม่จำเป็!