เมื่อวันก่อนฉันได้พบเข้ากับหญิงสาวที่เป็มนุษย์สัตว์โดยบังเอิญ หญิงสาวผู้นั้นคืุ์เเมวที่มีหน้าตาสวยสดงดงาม เเละยังสีผมของเธอที่มีสีไม่เหมือนกับหูนั่นก็ดูมีเสน่ห์อย่างน่าประหลาด เธอดูเหมือนกับกุหลาบสีน้ำเงินที่บริสุทธิ์เเละเเตกต่างจากมนุษย์สัตว์อื่นที่ฉันเคยเจอ
เเต่ที่น่าประหลาดยิ่งกว่าคือการที่เธอมาที่ลำธารนี้คนเดียว...
บริเวณป่านั้นมีมอนเตอร์ระดับสูงที่ดุร้ายอยู่มากมาย การที่เธอมาถึงที่นี่ด้วยตัวคนเดียวได้ก็เเสดงว่าเธอมีฝีมืออย่างมาก
เเละในระหว่างที่ฉันเเอบเฝ้าสังเกตเธออยู่นั้นฉันก็เห็นว่าเธอร่ายเวทย์น้ำเเข็งออกมา
มันลอยออกมาเป็เเท่งน้ำเเข็งซึ่งมีรูปร่างเรียวสวยเเละเเหลมคมกว่าเวทย์อื่นที่ฉันเคยเจอ...บางทีเธอคงจะใช้เวทย์นั้นจัดการมอนเตอร์บริเวณนั้นไปมากมายเเล้วก็ได้ เเละการที่จะสร้างเวทย์ระดับนั้นออกมาได้เเท่งหนึ่งก็คงจะต้องใช้สมาธิเเละพลังเวทย์ที่สูงมากพอตัว
ตอนเห็นครั้งเเรกฉันคิดว่าเธอคงเป็จอมเวทย์ที่พอมีฝีมือ เเต่เมื่อฉันสังเกตเห็นว่าเธอเริ่มร่ายเวทย์เเบบเดียวกันออกมาเรื่อยๆด้วยความเร็วที่รวดเร็วนั้นก็ทำให้ฉันถึงกับต้องตาค้าง
เยอะ...พลังเวทย์ของเธอมันเยอะเกินไปเเล้ว!!
เธอคนนั้นเรียกศรน้ำเเข็งออกมาจำนวนนับพันให้ลอยขึ้นไปจนเกือบจะบดบังเเสงข้างบนจนมิด มันเยอะจนถึงขนาดกลายเป็ฝนน้ำเเข็งซึ่งเป็เวทย์ใหญ่ของเหล่าภูติได้เลย!
ไม่สิ อาจจะต่างกันสุดๆเลยก็ได้ ดูจากท่าทางที่เธอยังร่ายเวทย์ต่อไปได้เเบบสบายๆนั่นต่อให้เอาภูติจำนวนนับร้อยมาร่ายเวทย์รวมกันก็คงเทียบกับศรน้ำเเข็งที่เธอผู้นั้นสร้างไม่ได้! ทั้งจำนวน เเละประสิทธิภาพของศรน้ำเเข็งที่เธอสร้างทุกเเท่งมันอยู่ในสภาพสมบูรณ์ดีเกินกว่าจะเป็ของที่ร่ายออกไปเล่นๆ
นี่มันไม่ใช่เื่ธรรมดาเเล้ว ไม่เห็นจะเคยได้ยินมาก่อนเลยว่าจะมีมนุษย์ที่มีพลังเวทย์ระดับนั้นอยู่ในโลกนี้ด้วย!
ฉันรู้สึกรนรานกับสิ่งที่ได้พบเจอตรงหน้าจนเหมือนว่าเธอคนนั้นจะรู้สึกตัวถึงฉัน เเต่เธอก็ไม่ทำอะไรเเละเดินหายกลับไปยังป่านั้น
"ต้องรายงานเื่นี้เเล้ว!"
ฉันรู้สึกได้เลยว่ามันเป็เื่สำคัญมากจึงตั้งใจว่าจะบอกเื่นี้ให้ทุกคน ท่านเเม่ เเละท่านเทพัได้ทราบ
ฉันรีบออกบินด้วยปีกเล็กๆข้างหลังฉันเพื่อไปหาทุกคนที่น้ำตกภูติ
เเละเมื่อมาถึงยังที่พักพิงซึ่งเป็บ้านของเหล่าภูติเกือบห้าสิบตนฉันก็รีบไปรายงานเื่นี้ให้กับเพื่อนๆของฉันได้รู้ ฉันเล่าอย่างละเอียดว่าตัวเองไปเห็นอะไรมาบ้าง เเต่พวกเขาทั้งหมดต่างก็ทำหน้าเหมือนเื่ที่ฉันพูดนั้นมันเป็เื่ที่จะเชื่อยาก
อืม รู้อยู่เเล้วล่ะ ว่าการที่มนุษย์เเมวจะมีพลังเวทย์ขนาดนั้นมันเเทบเป็ไปไม่ได้เลย เเต่ก็เพราะเเบบนั้นเเหละฉันจึงต้องบอกทุกคน
ฉันออกบินไปบอกทีล่ะคนด้วยตัวเอง บางคนก็ดูจะเห็นเป็เื่ตลกบางคนก็ดูจะเชื่อไม่ลง เเทบทั้งหมดไม่มีใครเชื่อเื่ที่ฉันบอก มันทำให้ฉันรู้สึกท้อใจ เเต่ถึงอย่างงั้นก็ต้องรายงานเื่นี้ให้ท่านเเม่ทราบ
ฉันบินเข้าไปยังหลังน้ำตกซึ่งเป็ที่พำนักของท่านราชินี หรือก็คือท่านเเม่ของพวกเรา ฉันทำเื่ขออนุญาติเข้าพบกับทหารข้างนอกให้เสร็จเเล้วจึงบินไปรายงานเื่นี้กับท่าน
เมื่อได้ฟังเื่ทั้งหมดท่านก็หลี่ตามองฉันเล็กน้อย เธอใช้เวทยมนตร์บางอย่างกับฉันก่อนที่จะพยัคหน้าอย่างเข้าใจ
"เป็เื่จริงงั้นสินะที่เ้าได้พบกับมนุษย์เเมวที่มีพลังขนาดนั้นเข้า..."
"ค่ะ!"
ฉันตอบเสียงเเข็ง ท่านจึงมองดูฉันอีกครั้งเเล้วถอนหายใจ
"เราเข้าใจเเล้วล่ะ เเต่ถึงเเบบนั้นเราก็คงไม่ทำอะไรเธอผู้นั้นอยู่ดี"
"เเล้วไม่รายงานกับท่านเทพัหรอคะ?"
"ตอนนี้ท่านมีหลายสิ่งที่ต้องทำอยู่ จะให้นำเื่ของคนที่ยังไม่รู้ว่าเป็มิตรหรือศัตรูไปรายงานให้ท่านทราบก็คงจะกลายเป็การรบกวนงานของท่านเปล่าๆ"
"...อย่างงั้นหรอคะ"
"ยังไงก็เถอะขอบใจที่รายงานเื่นี้นะ ตอนนี้เ้าไปทำเื่ที่เ้าอยากทำต่อเถอะ"
"...เข้าใจเเล้วค่ะ"
ฉันพยัคหน้าเเละบินออกไปจากที่พำนักของท่านเเม่
เเละเมื่อออกมาข้างนอกฉันก็รู้สึกเหมือนว่าตัวเองจะโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก นั่นคงเป็เพราะว่าเื่ของเธอผู้นั้นมันไม่ได้อันตรายอะไรนั่นเอง
หากว่าเธอเป็อันตรายต่อพวกเราจริงๆท่านเเม่ก็คงสั่งการขั้นเด็ดขาดไปเเล้ว เเต่เหมือนว่าท่านจะใช้เวทย์บางอย่างตรวจสอบตัวตนของเธอดูเเล้วว่าไม่ได้เป็อันตรายถึงขั้นต้องเป็เื่ใหญ่ขนาดนั้น
ดีจังเลย ที่พี่สาวคนนั้นไม่ได้อันตราย
"ฉันจะสามารถเป็เพื่อนกับเธอได้หรือเปล่านะ?"
ถ้าหากฉันเป็เพื่อนกับคนที่เก่งระดับนั้นได้ล่ะก็คิดว่ามันคงจะเป็อะไรสุดยอดน่าดู
*
ในวันรุ่งขึ้นเหล่าภูติที่ดูเเลน้ำตกศักดิ์สิทธิ์ต่างมารวมตัวกันเพื่อทำพิธีบูชาท่านเทพั พิธีนี้จะถูกจัดขึ้นสัปดาห์ล่ะครั้งโดยเหล่าภูติจะส่งพลังิญญาเข้าไปที่น้ำตกเเละปล่อยให้มันชำระล้างพื้นดินที่เเห้งเเล้งให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากท่านเทพัที่เราเทิดทูนนั้นมีสัญญาลักษณ์เป็พื้นดินเเละพืชพันธุ์...พีธีในครั้งนี้จึงค่อนข้างสำคัญสำหรับท่านเทพั
ท่านเเม่บอกเสมอว่ามันจะช่วยฟื้นพลังให้กับท่านเทพัเเละทำให้ท่านมีพลังพอที่จะสามารถปกป้องเหล่าภูติพรายของป่านี้ได้
ท่านเทพันั้นได้ใช้พลังสร้างเขตเเดนขึ้นมาป้องกันไม่ให้มอนเตอร์ที่ดุร้ายจากภายนอกเข้ามาโจมตี นี่ก็นานหลายปีเเล้วที่เหล่าภูติในป่าเเห่งนี้ได้อยู่กันอย่างสงบสุขภายใต้การคุ้มครองของท่านเทพั
เเต่วันนี้มันดูต่างออกไป...
ในตอนที่คิดว่าพิธีบูชาท่านเทพัน่าจะสำเร็จไปอย่างราบรื่นเหมือนทุกที จู่ๆท้องฟ้าก็มืดครึมเเละมีบางสิ่งกำลังมุ่งมาที่นี่พร้อมๆกับจิตชั่วร้ายอันน่าสะพรึงกลัว
เหล่าภูติทุกคนต่างเเตกตื่นเเละหวาดกลัวศัตรูที่กำลังมาทางนี้ พิธีบูชานั้นถูกระงับเอาไว้กะทันหัน โดยที่ท่านเเม่สั่งให้เหล่าภูติทุกตนอพยพหนีกัน เเน่นอนว่าบางตนไม่ยอมที่จะทิ้งที่นี่ไปจึงตั้งใจจะยืนหยัดสู้รบอยู่ที่น้ำตกเเห่งนี้
"ต้องขออภัย...เเต่กระหม่อมไม่สามารถทิ้งที่นี่เเล้วหนีไปได้ ที่นี่เป็บ้านเกิดของพวกกระหม่อม เป็สัญลักษณ์ของเหล่าภูติ จะให้หนีไปทั้งๆเเบบนี้กระหม่อมเกรงว่าพวกเรานั้นจะไม่สามารถทำได้!"
หัวหน้าของหน่วยพิทักษ์เขตกล่าวเช่นนั้นกับท่านเเม่ โดยมีเหล่าอัศวินภูติตนอื่นๆเห็นด้วยกับความคิดนั้น
เเต่ท่านเเม่ก็ยังคงทำสีหน้าเคร่งเครียดเเละสั่งให้อพยพเเบบเดิม
"เ้ายังไม่เข้าใจ ศัตรูในคราวนี้บุกมาที่นี่โดยไม่คิดเกรงกลัวชื่อของท่านเทพัเเละยังสามารถพังเขตเเดนเข้ามาที่นี่ได้อีก ดังนั้นมันจึงเป็ศัตรูที่ต่อให้เรายืนหยัดสู้กันมากเเค่ไหนก็คงไม่มีทางชนะ"
"องค์ราชินี ได้โปรด!คิดไตร่ตรองอีกครั้งเถิด ถ้าหากพวกเราเหล่าภูติรวมพลังกันกระหม่อมคิดว่ามันต้องสำเร็จได้เเน่!"
"เราบอกว่าไม่ได้ก็คือไม่ได้ ต่อให้สิ่งที่เ้าคิดจะทำมันดูมีโอกาสชนะมากเเค่ไหนเเต่การต่อสู้โดยเอาชีวิตตัวเองเข้าเเลกมันก็ไม่ใช่ทางของพวกเราเหล่าภูติ!"
"เเต่ว่า! ท่านราชินี-
"เราจะไม่พูดซ้ำอีกครั้ง หน้าที่ของเ้าต่อจากนี้คืออพยพเหล่าภูติให้ข้ามไปยังอีกฝั่งของป่าเท่านั้น"
ท่านเเม่กล่าวออกมาเสียงดังชัดเจน ทำเอาเหล่าทหารที่อยู่ด้านหลังสงบลงเเละตื่นกลัวเเรงกดดันที่ท่านเเม่ปล่อยออกมา ตอนนี้ท่านเอาจริงกับเื่ในครั้งนี้อย่างมาก เเม้เเต่หัวหน้าผู้พิทักษ์ก็ไม่กล้าขึ้นเสียงกลับ
"...เข้าใจเเล้วขอรับ...ถ้าเช่นนั้นกระหม่อมขอตัวก่อน"
เขาว่าเช่นนั้นเเล้วลุกออกไปจากห้องของท่านเเม่โดยมีเหล่าทหารติดตามออกไปข้างนอกด้วย
"เเบบนี้จะดีเเล้วหรอคะ..."
ตัวฉันที่อยู่กับท่านเเม่เพียงสองคนเอ่ยถามท่านพร้อมๆกับมองเหล่าคนที่จากไปอย่างผิดหวัง
"ดีเเล้วล่ะ เพราะเราไม่ได้อยากจะให้พวกเขาต้องไปเสี่ยงอันตรายโดยไม่จำเป็ ยังไงเป้าหมายของเ้าปีศาจนั่นก็คงมีเเค่ทำลายน้ำตกเเห่งนี้เท่านั้น พวกเราเหล่าภูติไม่จำเป็ต้องไปต่อสู้เสี่ยงชีวิตกับเ้านั่นหรอก...สำหรับเราเเล้วการรักษาชีวิตของทุกคนโดยไม่เสียใครไปเลยย่อมดีกว่า"
ท่านเเม่ว่าเช่นนั้น ดูเหมือนท่านจะคิดไตร่ตรองมาดีเเล้วที่จะตัดสินใจทิ้งที่นี่ไว้ มันก็อาจจะเป็ทางเลือกที่ถูกต้องเเล้ว เเต่มันจะใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดงั้นหรอ
"ทำไมท่านเเม่ถึงไม่ขอความช่วยเหลือจากท่านเทพัล่ะคะ?"
จริงอยู่ที่ว่าปีศาจตนนี้เเข็งเเกร่งพอที่จะไม่กลัวชื่อของท่านเทพั เเต่ถึงเเบบนั้นก็ใช่ว่าเ้านั่นจะเป็คู่ต่อกรกับท่านเทพัได้ ถ้าหากรู้ว่าพลังของภูติเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำอะไรมันได้ เราก็ควรจะขอร้องเเละยืมพลังของท่านให้มาช่วยไม่ใช่หรอ? ยังไงที่นี่ก็เป็หนึ่งในที่สิงสถิตของท่าน ถ้าเราบอกเื่ในครั้งนี้ให้ท่านทราบ ท่านก็น่าจะให้การช่วยเหลือโดยไม่คิดปฏิเสธเเน่นอน
เเต่จู่ๆท่านเเม่ที่ได้ยินคำถามของฉันก็ทำหน้ากลุ้มใจเเละมองไปยังรูปผลึกสีมรกตที่ประดับไว้้าของห้อง สิ่งนั้นมีรูปปร่างคล้ายกับัที่มีปีกเป็ผีเสิ้อ เเละมีเหล่าต้นพืชรายล้อมตัวัเอาไว้อย่างสวยงาม....นั่นคือท่านเทพัที่พวกเราบูชา-ราชันย์ัเเห่งปฐีเเละพฤกษา...โซอา
การที่ท่านเเม่มองภาพของท่านเทพัด้วยสีหน้าเช่นนั้นเเสดงว่ามันมีเหตุผลที่ไม่สามารถขอให้ท่านโซอามาช่วยพวกเราได้งั้นหรอ?
เเละสิ่งที่ฉันรู้สึกสงสัยนั้นก็กลายเป็จริงเมื่อฉันได้ยินสิ่งที่เกิดขึ้น
ท่านเเม่เล่าว่าท่านโซอาในตอนนี้อ่อนเเอลงเพราะพื้นดินถูกทำลายไปหลายเเห่งเพราะฝีมือของ'มารวานรเอวาส' ทำให้ท่านในตอนนี้อยู่ในสภาวะจำศีลมาหลายเดือนเเล้ว ดังนั้นการขอความช่วยเหลือจากท่านจึงเป็ไปไม่ได้
"บางที...อาจจะเพราะรู้เื่นั้นอยู่ก่อนเเล้วปีศาจตนนั้นถึงได้กล้าบุกรุกมาถึงที่นี่...มันคงจะตั้งใจทำลายต้นพลังของท่านโซอาทิ้งเพื่อไม่ให้ท่านโซอานั้นได้กลับมาฟื้นพลังขึ้นอีกครั้ง"
....เ้าปีศาจนั่นเล็งวันที่ทำพิธีเพื่อการนั้น-
"เเล้วไม่มีวิธีช่วยท่านโซอาเลยงั้นหรอคะ!?"
"วิธีที่เร็วสุดก็คือจัดการกับมารวานรเอวาส ปีศาจที่เป็ต้นเหตุของพิษร้ายที่ทำลายเหล่าพืชไม้ใบหญ้า...เเต่เกรงว่าทางเราจะไม่ได้มีความสามารถถึงขนาดนั้น"
เอวาสเป็ถึงมารวานร เ้าเเห่งปีศาจที่ปกครองเหล่าครึ่งสัตว์ครึ่งปีศาจ มันมีพลังเเกร่งกล้ามากถึงขนาดที่ว่าเคยสร้างบาดเเผลหนักให้กับผู้กล้ามาเเล้ว...เป็ที่รู้กันดีว่าผู้กล้านั้นเเข็งเเกร่งอย่างมากดังนั้นปีศาจที่สามารถต่อสู้กับผู้กล้าได้สูญสีย่อมไม่ใช่อะไรที่เหล่าภูติจะไปเป็ศัตรูได้อยู่เเล้ว
.....
ถ้าอย่างงั้นพวกเราก็มีเเต่ต้องหนีออกไปจากที่นี่เพียงอย่างเดียว เเม้ที่นี่จะเป็ต้นพลังของท่านโซอา เเต่ถ้าภูติอย่างพวกเรายังอยู่พวกเราก็สามารถหาที่สร้างต้นพลังให้กับท่านโซอาใหม่ได้
สู้ก็ไม่ได้ จะขอความช่วยเหลือจากท่านเทพัก็ไม่ได้สิ่งเดียวที่ทำได้คือการรักษาชีวิตเเละรีบหนีออกไปจากที่นี่ก่อนที่ปีศาจตนนั้นจะมาถึง
มันช่วยไม่ได้หรอก เพราะท่านเเม่ไม่้าให้เกิดการสูญเสียดังนั้นพวกเราจึงทำได้เพียงเท่านี้
เเละในตอนที่คิดว่าต้องยอมรับเเละหนีไปจากที่นี่จู่ๆก็มีเเสงสว่างขึ้นที่ข้อมือของท่านเเม่
สิ่งนั้นคือเวทยมนตร์เฉพาะของท่านเเม่ มันคือเวทยมนตร์ที่คอยตรวจจับผู้บุกรุกที่เข้ามาในเขตเเดนของเรา มันจะสว่างทุกครั้งที่มีคนเข้ามาข้างในป่านี้ ซึ่งก่อนหน้านี้มันก็เเจ้งเตือนเื่ปีศาจจะบุกไปเเล้ว....เเต่ไหงมันสว่างขึ้นอีกครั้งล่ะ หรือจะมีปีศาจตนอื่นบุกเข้ามากันอีก?
"เกิดอะไรขึ้นหรอคะ?"
ฉันเอ่ยถามท่านเเม่ ตอนนี้ท่านกำลังดูภาพบางอย่างที่ปรากฏขึ้นมาที่ข้อมือของท่าน
"...เหมือนจะมีหญิงสาวมนุษย์เเมวกำลังวิ่งตรงมาที่นี่นะ"
"หญิงสาวมนุษย์เเมว!? ใช่คนที่มีสีผมตัดกับสีของหูเเมวหรือเปล่าคะ!"
"...ดูเหมือนจะอย่างงั้นนะ หรือว่าจะเป็คนเดียวกับที่เ้าเเจ้งเราเมื่อวานงั้นหรอ?"
"ฉัน ฉันไม่เเน่ใจค่ะ..."
ถ้าเป็เธอคนนั้นจริงๆทำไมเธอได้เข้ามาที่ป่าเขตนี้ล่ะ?
ให้คิดในเเง่ดีหน่อยเธอก็อาจจะเเค่มาสำรวจที่นี่ เเต่ถ้าเป็ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดเธอก็อาจจะเป็พวกเดียวกับปีศาจที่กำลังบุกมา
"องค์ราชินีตอนนี้เกิดเื่ใหญ่เเล้วครับ!!"
เเละในตอนที่ฉันเเอบหวังลึกๆว่าขออย่าให้เป็เเบบนั้น จู่ๆก็มีภูติทหารตนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น เขารีบกระพือปีกมาในห้องด้วยท่าทางรีบร้อน สีหน้าของเขาดูวิตกกังวลจนฉันรู้สึกว่าจะมีเื่เลวร้ายเกิดขึ้น
"มีเื่อะไรกัน?"
"ตอนนี้เหล่าทหารจำนวนหนึ่งกำลังเข้าปะทะผู้บุกรุกอยู่ขอรับ!"
"อะไรนะ!?"
"มีการรายงานเข้ามาว่าผู้บุกรุกเล็งจู่โจมใส่เหล่าภูติที่กำลังอพยพอยู่เป็อันดับเเรกทำให้เหล่าทหารภูติต้องต่อสู้กับอีกฝ่ายอย่างเลี่ยงไม่ได้ขอรับ!"
"เป้าหมายของเ้านั่นไม่ใช่เเค่น้ำตกงั้นหรอ!!"
ท่านเเม่ออกอาการวิตกมากขึ้น ถ้าหากเป้าหมายของเ้ามีศาจตนนั้นเป็เหล่าภูติงั้นสถานการณ์ตอนนี้ก็นับว่าอันตรายอย่างมาก ดังนั้นท่านเเม่จึงใช้เวลาครุ่นคิดเเละตัดสินใจให้เร็วที่สุด
"เเจ้งข่าวไปที่เหล่าภูติทั้งหมดว่าให้ทุกตนถอยกลับมาตั้งหลักที่น้ำตกเเห่งนี้ซะ"
"รับทราบเเล้วขอรับ!!!"
ทหารภูติตนนั้นรับคำสั่งเเละรีบบินออกไปทำตามคำสั่งของท่านเเม่
การที่ท่านตัดสินใจตั้งมั่นเเบบนั้นเเสดงว่าการอพยพในครั้งนี้มีโอกาสล้มเหลวมากกว่า ท่านคงจะ้าให้เหล่าภูติมารวมตัวกันในที่เดียวเเละร่วมกันใช้พลังต่อกรกับศัตรูเป็เเน่
"เ้าปีศาจตนนั้นพยายามไล่ต้อนพวกเรา ตอนนี้เราคงไม่มีทางเลือกนอกจากตั้งมั่นที่นี่เเละยื้อเวลาไปจนกว่าจะมีการช่วยเหลือจากภูติที่เขตอื่น"
ท่านเเม่กัดฟันกรอดอย่างเ็ป สำหรับท่านเเล้ว...การที่ต้องตัดสินใจเอาชีวิตของทุกคนไปเสี่ยงเเบบนี้ย่อมไม่ใช่อะไรที่จะสามารถยอมรับได้ง่ายๆ เเต่สถานการณ์ในตอนนี้มันก็บีบบังคับให้ท่านต้องเลือกทางที่เสี่ยงเพราะเป้าหมายของอีกฝ่ายนั้นไม่ใช่การทำลายน้ำตกเพียงอย่างเดียว
หรือบางทีมันอาจจะรู้อยู่ก่อนเเล้วว่าถ้าเราพวกเราเหล่าภูติยังอยู่ต้นพลังของท่านโซอาก็จะสามารถสร้างขึ้นใหม่ได้
......
ท่านเเม่ที่ลุกขึ้นจากที่นั่งกระพือปีกสีเงินอันเป็ประกายเเละบินสูงไปยังนอกห้อง
"ฟีต้า...เราจะไปช่วยเหล่าทหารภูติสร้างกำเเพงบาเรียเ้าเองก็มาด้วยสิ"
ฉันพยัคหน้ารับคำสั่งของท่านเเละบินตามท่านออกไปข้างนอก
*
เมื่อฉันกับท่านเเม่มาถึงการต่อสู้ก็ได้เริ่มต้นขึ้น
"กรรรร!!!"
ไวเวิร์นสีดำที่รุกล้ำเข้ามาถึงน้ำตกศักดิ์สิทธิ์สยายปีกค้างคาวกว้างเเละสะบัดลมหมุนเข้าใส่เหล่าภูติที่อยู่รอบๆให้กระเด็นออกไป เนื่องจากเผ่าภูติอย่างเรานั้นมีขนาดเล็กเท่าฝ่ามือของมนุษย์มันจึงทำให้การโจมตีของอีกฝ่ายรุนเเรงมากขึ้น
ร่างเล็กๆมากมายที่พยายามปล่อยเวทย์สนับสนุนถูกลมหมุนพัดเข้าใส่อีกครั้งเเละอีกครั้ง จนภูติที่เคยอยู่รวมกันนั้นต้องกระจัดกระจาย บางตนถูกลมพัดจนร่างกระเเทรกไปกับต้นไม้จนสลบบางตนก็หมดสติเพราะไอพิษที่ไวเวิร์นตรงหน้าปล่อยออกมา
'ลมหายใจมรณะ'
เป็ดั่งคำสาปของไวเวิร์นที่มีเพียงครึ่งสายเืัเเละปีศาจเท่านั้นที่จะมีความสามารถนี้ ลมหายใจสีดำนั้นเเผ่ขยายเเละเผาร่างเล็กๆของพวกจนรู้สึกเหมือนถูกไฟเผา มันทำให้พวกเราอ่อนเเอลงดังนั้นการเข้าไปใกล้ๆมันจึงเเทบเป็ไปไม่ได้
เเละในขณะที่ไม่รู้จะจัดการกับเป้าหมายยังไงนั้นท่านเเม่ก็สั่งบางอย่างขึ้นเป็เสียงดังก้อง
"ถอยออกมาเเล้วเปลี่ยนไปใช้เวทย์ป้องกันเเทนเดี๋ยวนี้!!"
ทุกคนพยัคหน้าพร้อมใจกันเเละร่วมกันสร้างเวทย์บาเรียขึ้นมา
เกราะโปร่งใสปรากฏขึ้นมาตรงหน้าพวกเรา มันคือเวทย์ป้องกันที่เหล่าภูติทั้งหลายต่างตั้งใจรวมพลังกันเเละยังมีพลังิญญาของท่านเเม่เสริมเข้าไปด้วยอีก มันจึงกลายเป็เวทย์ป้องกันที่เเข็งเเกร่งอย่างมาก เเม้ว่าไวเวิร์นสีดำตรงหน้าจะพยายามพ่นลมหายใจมรณะออกมามากเเค่ไหนมันก็ไม่อาจผ่านเวทย์ป้องกันนี้ได้
เมื่อม่านพลังนี้ปกคลุมไปทั่วน้ำตกเเล้วลมหายใจที่อันตรายนั่นก็ทำอะไรพวกเราไม่ได้อีก
ตึ้งๆๆ
เ้าไวเวิร์นสีดำออกเเรงใช้กงเล็บที่ขาข่วนม่านพลังเเละตั้งใจทำลายมัน เเต่ก็ไม่ได้ผล
ในตอนที่คิดว่าปล่อยว่าเเบบนี้ศัตรูก็คงถอยออกไปเองนั้นจู่ๆก็มีเงาดำผู้หนึ่งะโลงมาจากหลังของไวเวิร์นสีดำ
เมื่อเท้าของเงาดำผู้นั้นลงสู่พื้นมันก็ดัง*ตึง*เเละสร้างรอยเเตกที่พื้นราวกับว่าน้ำหนักของเงาดำนั้นมีมากมายนัก
เงาดำนั้นสะบัดผ้าคลุมสีดำที่อยู่ด้านหลังให้ปลิวไปตามลมเเละเผยกายให้เราได้เห็นตัวของเขาชัดๆ
รูปร่างนั้นสวมเครื่องเเบบเป็เกราะสีดำที่มีหนามยื่นออกมาตรง่ไหล่ ใบหน้านั้นถูกปิดบังด้วยหมวกเกราะที่เป็รูปร่างเป็กระดูกมีเขา ในตาสีน้ำเงินจ้องมองมายังพวกเราอย่างทะนง มันเอื้อมเเขนเเล้วดึงดาบข้างตัวออกมา ดาบซึ่งมีรูปร่างโค้งงอเหมือนกับเสี้ยวของพระจันทร์ถูกสะบัดไปมาในอากาศสองครั้งเเละสร้างคลื่นคำสาปโจมตีใส่พวกเราเเทบจะในทันที
"มาเเล้ว!!!"
ท่านเเม่ส่งสัญญาณให้ทุกคนใส่พลังป้องกันให้ถึงขีดสุด เเละตั้งรับคลื่นคำสาปที่พุ่งออกมาเป็คมดาบไว้ คมดาบนั้นเข้าปะทะกับบาเรียของเราจนเหล่าภูติที่อยู่ด้านหน้าถึงกับถอยหลังออกมาเพราะเเรงปะทะนั้น
ทั้งๆที่เราใช้พลังเต็มที่ในการป้องกันเเต่อัศวินดำตรงหน้ากลับทำเหมือนว่าคลื่นคำสาปนั้นเป็เพียงคำทักทาย
"ยอมจำนนซะ...เเล้วข้าสัญญาว่าจะไม่ให้พวกเ้าต้องทรมาน"
อัศวินดำตรงหน้ากล่าวใส่พวกเราเช่นนั้นเเล้วชี้ปลายดาบมาทางน้ำตกที่พวกเราตั้งมั่น
ไม่เพียงเเค่พลังที่ปล่อยออกมาเเต่บรรยากาศรอบตัวของอัศวินดำผู้นั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยคำสาปร้ายสีดำที่ทำให้เหล่าพืชรอบข้างต้องเหี่ยวเฉา เเรงกดดันเเละกลิ่นไอของปีศาจที่เข้มข้นทำเอาทุกคนไม่กล้าขยับตัวไปไหน เเม้เเต่จะกล่าวโต้กลับไปก็ยังยากเหลือเกิน
เหล่าภูติเริ่มหวาดกลัวปีศาจตรงหน้าเเละพากันกรีดร้องกันในหัว...เห็นได้ชัดว่าเเรงกดดันของปีศาจนั้นรุนเเรงเกินกว่าที่เหล่าภูติจะต้านทานได้
.....
"ตั้งสมาธิไปที่การป้องกันเพียงอย่างเดียวซะ!!!"
ท่านเเม่ที่สังเกตเห็นสิ่งนั้นะโเรียกให้พวกเรามีสติ เธอบอกให้พวกเราสงบสติเเละใจเย็นลง เเต่ใช่ว่าทุกคนจะทำเเบบนั้นกันได้
"เราต้องยื้อเวลาจนกว่าจะมีภูติจากเขตอื่นมาช่วย!"
ท่านสั่งเช่นนั้นโดยที่มีหลายคนไม่เห็นด้วย มีทหารภูติมากมายที่้าจะให้พวกเรารวมพลังโจมตีกันใส่ศัตรูในทีเดียว เเต่สำหรับฉันเเล้วฉันว่านั่นไม่ใช่วิธีที่ฉลาดนัก....เพราะเห็นได้ชัดว่าอัศวินดำตรงหน้าอยู่ในท่าเตรียมตัวที่พร้อมโจมตีสวนกลับได้ทุกเมื่อหากเราลดการป้องกันลงเเละโจมตีใส่โดยไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือเปล่าเเบบนั้น...มันดูจะเสี่ยงที่จะถูกอีกฝ่ายสวนเกินไป
ภูติไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่ทนทานยากขนาดนั้น หากถูกอีกฝ่ายเล่นงานเข้าเต็มๆชีวิตก็ต้องดับสูญเป็เเน่
เเละยังไอคำสาปนั่นอีก หากไม่มีบาเรียนี้อยู่พวกเราก็คงหมดสติเพราะสิ่งนั้นไปเเล้ว
จริงอยู่ที่พวกมีเวทย์รักษาเเต่มันไม่ใช่อะไรที่เราควรจะเข้าไปเสี่ยงด้วย
....
ไม่มีใครในที่นี้ยอมจำนน พวกเราเหล่าภูติกัดฟันตั้งรับเต็มที่
เเละเพราะเเบบนั้นอัศวินดำเลยมองพวกเราเเละส่ายหัวไปมาอย่างผิดหวัง
"...ข้าถือว่าข้าเตือนเเล้ว"
อัศวินดำชูดาบขึ้นมาเหนือศีรษะเเละเริ่มรวบรวมไอคำสาปไปรวมกันอยู่ที่ตัวดาบเล่นยาว
"จะมาเเล้ว!!!"
"ไอสาปทมิฬ!"
เเละในเวลาเดียวกันนั้นคลื่นสีดำก็เข้าปะทะกับบาเรียที่พวกเราสร้างอีกครั้ง
*
"อึก..."
เจ็บ เจ็บไปทั่วตัวเลย...
ฉันพยายามลุกขึ้นมาเเละมองดูรอบข้าง
ตอนนี้ตัวของฉันเลอะดินไปหมด พื้นที่รอบข้างเองก็ถูกปัดให้กระจัดกระจายไปทั่ว เหมือนว่าเเรงปะทะเมื่อครู่จะทำให้ฉันกระเด็นตกมาที่พื้นดิน
"โอ้ย-"
รู้สึกเวียนหัวจัง ตอนนี้คนอื่นๆเเละท่านเเม่จะเป็อย่างไรบ้างนะ
การที่ฉันกระเด็นตกมาไกลขนาดนี้เเสดงว่าการป้องกันของเหล่าภูติจะต้องถูกทำลายเเล้วเป็เเน่
เเละถ้ามันเป็เเบบนั้นชีวิตทุกคนก็กำลังตกอยู่ในอันตราย!
"-ฉัน...ฉันต้องรีบไปช่วย!"
ตึง!!
"กรรร!"
เเต่ก่อนที่ฉันจะได้ขยับตัวจู่ๆก็มีเสียงเท้าของสิ่งมีชีวิตหนึ่งดังขึ้น เเรงะเืนั้นส่งผ่านมายังพื้นดินทำเอาร่างเล็กๆของฉันที่อยู่ตรงพื้นรู้สึกสั่นกลัว เเละเมื่อหันไปมองข้างหลังตามเสียงขู่ของสัตว์ร้าย ฉันก็เจอเข้ากับมอนเตอร์ที่มีรูปร่างเป็เสือลายทางสีส้ม มันมีเขี้ยวสองข้างที่ยื่นยาวออกมาคล้ายกับดาบ ที่ข้างตัวมันก็มีเหมือนกับใบมีดยื่นออกมาตามข้อศอก
เ้านี่คือสมิงดาบ...เป็มอนเตอร์ระดับสูงที่ไม่ควรจะมาอยู่ในเขตนี้
เเต่การที่มันมาที่นี่ได้ก็คงเพราะเขตเเดนของที่นี่ถูกปีศาจก่อนหน้านี้ทำลายไปเเล้ว
สมิงดาบมันเดินเข้ามาใกล้ฉันมันจ้องมาที่ร่างเล็กๆของฉันราวกับว่าฉันคือเหยื่อของมัน
นี่ไม่ใช่เวลาจะมามัวใจเย็นเเล้ว!!
ฉันรีบออกเเรงกระพือปีกเล็กๆที่หลังให้ตัวฉันเริ่มบิน เเต่ไม่ว่าจะพยายามเเค่ไหนปีกของฉันก็ไม่มีเเรงพาฉันให้ลอยขึ้นสูงเหมือนทุกทีได้ จากการปะทะกับปีศาจก่อนหน้ามันทำให้พลังิญญาของฉันเเทบไม่เหลือพอจะใช้บินเเล้ว!
ฉันรีบยันตัวเองขึ้นมาจากพื้นด้วยสองขาเเละตรงไปยังต้นไม้เพื่อหวังจะปีนหนีขึ้นไป เเต่ขาของฉันมันกำลังสั่นกลัวอีกทั้งยังไม่มีเเรงพอที่จะวิ่งไปให้ไกลกว่านี้ ฉันจึงทำได้เพียงเอาหลังชนต้นไม้เเละนั่งจ้องตามันทั้งๆเเบบนั้น ตอนนี้ฉันทำอะไรไม่ได้เเล้ว พลังที่เหลืออยู่ในตอนนี้มันมีไม่พอที่จะไล่สมิงดาบที่เป็มอนเตอร์ระดับสูงไปได้
"กรรรร!!"
"อึก-!"
เมื่อเ้าสมิงดาบตรงเข้ามาใกล้ฉันในระยะที่ฉันรู้สึกถึงลมหายใจที่กระหายเืของมัน มันเเยกเขี้ยวออกเเละพุ่งเข้ามาหวังจะตะปบเเละเขมือบฉัน ฉันรู้สึกหวาดกลัวจนไม่กล้ามองวาระสุดท้ายของตัวเองเลยยกเเขนขึ้นมาป้องกันเอาไว้โดยที่ฉันได้เเต่หลับตาอย่างตื่นกลัว
ฉึก!
"ก...ร..."
เเต่เเล้วไม่รู้ทำไมการโจมตีของสมิงดาบถึงได้หยุดลงพร้อมกับเสียงคำรามที่ขาดๆหายๆเเละเบาจนเเทบไม่มีเเรง อีกทั้งบรรยากาศรอบตัวเองก็เริ่มจะรู้สึกเย็นๆขึ้นมา เพราะความสงสัยนั้นฉันจึงลืมตาขึ้นมอง เเละสิ่งที่ฉันเห็นก็คือร่างของสมิงดาบนั้นหมดลมหายใจต่อหน้าฉันโดยที่มีศรน้ำเเข็งเเย่งยาวทิ่มทะลุส่วนหัวของมันเเละปักลงมาบนพื้นดิน
ฉันถูกช่วยเอาไว้...
ตอนที่หลับอยู่ฉันคิดว่าคงมีภูติสักตนเข้ามาช่วยฉัน เเต่พอมองเเละสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นดีๆฉันก็รู้ได้ในทันทีว่ามันไม่ใช่เบบนั้น ภูติอย่างเราสร้างศรน้ำเเข็งที่มีขนาดใหญ่เเละรูปทรงสวยงามเเบบนั้นออกมาไม่ได้ ด้วยรูปร่างที่คุ้นตานี้บางทีคนที่เข้ามาช่วยฉันอาจจะเป็...
ฟู้ม~!
ในขณะที่ฉันครุ่นคิดอยู่นั้นจู่ๆร่างของสมิงดาบก็ถูกดูดหายไปเเละมีหญิงสาวผู้หนึ่งปรากฏขึ้นมาเเทนที่ เธอเดินตรงมาหาฉันเเละนั่งย่อลงเพื่อมองดูฉันใกล้ๆ
"ไม่เป็ไรนะ?"
หญิงสาวผู้ซึ่งมีหูเเมวสีขาวที่ขัดกับทรงผมสีดำเอียงคอมองฉัน เธอคืุ์เเมวที่ฉันเคยเจอเมื่อวันก่อน
ในตอนนั้นฉันยังไม่รู้เลยสักนิดว่าเธอคนนี้คือคนที่สุดยอดขนาดไหน
การที่เธอโผล่มาที่นี่ในเวลานั้นคือจุดเปลี่ยนของทุกอย่าง
***
/มุมผู้เขียน/
หืม? ตอนต่อไปหรอ? ไม่รู้สิน้~า