ภายในห้องเงียบสงัด
ลูกแก้วสีดำกำลังเปล่งประกายรางๆ ประกายแสงสะท้อนบนใบหน้าที่สับสนของหลี่ลั่วดูลี้ลับพิสดารอยู่บ้าง
ตอนนี้เขากำลังตกอยู่ในทางเลือกที่ยากลำบากอย่างเห็นได้ชัด
อัตลักษณ์ที่ว่างเปล่าในตัวเขา ด้วยความพยายามอย่างสุดความสามารถของพ่อแม่เขาอยู่ๆ ก็ได้มอบความหวังและแสงสว่างอันยิ่งใหญ่ให้กับเขา เพียงแต่เขาไม่คิดเลยว่าความหวังนี้จะมีราคาที่ต้องจ่ายหนักหนาขนาดนี้
เหลืออายุขัยเพียงแค่ห้าปี
หากภายในห้าปีนี้ เขาไม่สามารถก้าวขึ้นสู่ระดับขุนนางไม่สามารถยกระดับรูปแบบชีวิตของตนเองได้ ชีวิตของเขาก็จะสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์
ก้าวขึ้นสู่ระดับขุนนางภายในห้าปี?ตอนนี้เขามีอายุสิบเจ็ดปีห้าปีต่อจากนี้เขาก็จะมีอายุยี่สิบสองปี... เท่าที่หลี่ลั่วรู้มา ในประวัติศาสตร์ของอาณาจักรต้าเซี่ยนั้นดูเหมือนว่าจะยังไม่เคยมีผู้ประดับยศขุนนางที่อายุน้อยเช่นนี้ปรากฏขึ้นมาก่อนเลย
จะต้องมีพร์ โอกาสวาสนา และความพยายามมากเพียงใดกันถึงจะสามารถสร้างปาฏิหาริย์เช่นนี้ขึ้นมาได้?
หลี่ลั่วไม่รู้... ดังนั้นวินาทีนี้ เขาจึงรู้สึกได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาลที่ถาโถมเข้าใส่จนทำให้เขาหายใจไม่ออก
ตอนนี้เขาสามารถเลือกใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายต่อไปได้คฤหาสน์ลั่วหลานที่พ่อแม่ทิ้งเอาไว้ก็ถือเป็กิจการที่มีขนาดใหญ่ไม่น้อย ต่อให้เขาจะไม่สามารถควบคุมมันได้แต่หากเขายินดีที่จะยอมถอยมากพอละก็ การใช้ชีวิตอย่างสุขสบายด้วยมรดกนี้ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร
แต่หากเลือกเส้นทางของอัตลักษณ์หลังกำเนิดนี้ละก็เขาก็จะต้องทุ่มเทความพยายามอย่างเต็มที่ แถมยังต้องแข่งกับเวลาเค้นศักยภาพของตัวเองออกมาอย่างสุดกำลังจากนั้นก็ต่อสู้ขัดขืนลิขิต์ แย่งชิงโอกาสรอดชีวิตที่ยากลำบากนี้มาให้ได้
เขาควรจะเลือกทางไหนดี?
หลี่ลั่วค่อยๆ หลับตาลงด้วยจิตใจอันปั่นป่วน
วินาทีนี้ เขานึกถึงเื่ราวมากมาย เขานึกถึงสายตาหลากหลายของผู้คนในวิทยาลัยพวกนั้นชอบพูดกันว่าบิดาพยัคฆ์แต่มีบุตรเป็สุนัข พูดว่าทำไมพ่อแม่ที่เก่งกาจมากขนาดนั้นแต่กลับมีลูกที่ไร้น้ำยาขนาดนี้?
เขายังนึกถึงดวงตาสีทองบริสุทธิ์อันงดงามคู่นั้นกับเจียงชิงเอ๋อร์แล้ว ลึกๆ ในใจของเขานั้นมีความชอบและหลงใหลแฝงอยู่หลายส่วน หลี่ลั่วไม่ได้ปฏิเสธเื่นี้เพราะเป็อย่างที่เขาพูดไว้ ความโดดเด่นของเจียงชิงเอ๋อร์นั้น เดิมทีก็มีแรงดึงดูดต่อคนในวัยเดียวกันอย่างมหาศาลอยู่แล้วบุรุษย่อมปรารถนาสตรีที่งดงามและมากความสามารถ มันไม่ใช่เื่น่าอายแต่อย่างไร เป็ธรรมชาติของมนุษย์อยู่แล้ว
อันที่จริงหลี่ลั่วก็มักจะแข่งขันกับเจียงชิงเอ๋อร์ในหลายๆด้านมาั้แ่เด็กแล้ว ทว่าด้วยเหตุผลต่างๆ นานา ทำให้หลี่ลั่วมักจะเป็ฝ่ายแพ้มากกว่าชนะและการแข่งขันนี้ก็ค่อยๆ ลดน้อยลงเมื่อทั้งสองเติบโตขึ้น
โดยเฉพาะในตอนที่วิหารอัตลักษณ์เปิดขึ้นหลี่ลั่วก็รู้ว่าระยะห่างระหว่างเขากับนางนั้นได้ถูกทิ้งห่างไปไกลมากแล้ว
เจียงชิงเอ๋อร์ก็แทบจะไม่เปรียบเทียบอะไรกับเขาอีกเลยนับั้แ่ตอนนั้นเช่นกัน
ประสบการณ์หลายปีที่ผ่านมานี้ทำให้หลี่ลั่วดูเหมือนจะนิสัยเปลี่ยนไปสงบลงมากแต่มีเพียงหลี่ลั่วเท่านั้นที่รู้ว่า ลึกๆ ในใจของเขานั้น มันยังมีความอยากเอาชนะอย่างรุนแรงซ่อนเอาไว้
การทำข้อตกลงกับเจียงชิงเอ๋อร์ในครั้งนี้มันก็คือการบีบบังคับตัวเองรูปแบบหนึ่งของเขาก็เช่นกัน
ตามสถานการณ์ปกติแล้ว การที่เขาจะไล่ตามเจียงชิงเอ๋อร์ที่ทิ้งห่างเขาไปไกลขนาดนี้มันเป็เื่ยากยิ่งกว่าขึ้น์ แต่ตอนนี้... เขากลับเริ่มมีความหวังขึ้นมาเสี้ยวหนึ่งแล้ว
เขาจะยอมแพ้ต่อความหวังนี้หรือ?
คำตอบคือ... เป็ไปไม่ได้!
หลี่ลั่วลืมตาขึ้นอย่างกะทันหัน ในดวงตาของเขามีประกายคมกริบอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
เขามองไปยังเงาร่างของหลี่ไท่เสวียนและถานไถหลานตรงหน้ากล่าวเสียงเบาว่า “ท่านพ่อ ท่านแม่ อันที่จริงข้ามีความทะเยอทะยานอย่างหนึ่งมาโดยตลอดถึงแม้ว่าความทะเยอทะยานนี้ในสายตาของคนอื่นแล้วอาจจะดูน่าขันและไม่เจียมตัว…”
“ข้าไม่เพียงแต่้าไล่ตามพี่ชิงเอ๋อร์เท่านั้นแต่ยัง้าที่จะก้าวข้ามนางด้วย และไม่เพียงแค่นางเท่านั้น ข้ายังอยาก… ก้าวข้ามพวกท่านด้วย”
เขายิ้มกว้าง เผยให้เห็นฟันขาว “ข้าอยากให้ในอนาคตเมื่อผู้อื่นพบเจอข้า พวกเขาจะไม่พูดว่านี่คือลูกชายของหลี่ไท่เสวียนกับถานไถหลาน...แต่ข้าอยากให้พวกเขาพูดว่านี่คือพ่อแม่ของหลี่ลั่วในตำนานคนนั้น ตอนที่พวกเขาพบเจอกับพวกท่าน”
หลี่ลั่วหัวเราะเบาๆ กล่าวว่า “ท่านพ่อท่านแม่ ข้าต้องขอบคุณพวกท่านจริงๆ ที่มอบของขวัญชิ้นนี้ให้กับข้าในวันเกิดครบรอบสิบเจ็ดปี”
“พวกท่านวางใจได้เลย ข้าจะไม่ทำให้พวกท่านผิดหวังอย่างแน่นอนก็แค่ก้าวขึ้นสู่ระดับขุนนางภายในห้าปี... ได้ ข้าหลี่ลั่วขอรับคำท้า!”
เมื่อพูดจบ แววตาของหลี่ลั่วก็เปลี่ยนเป็เด็ดเดี่ยวจากนั้นเขาก็ไม่ลังเลอีกต่อไป ยื่นมือออกไป กดลงบนลูกแก้วสีดำโดยตรง
ฉึก!
ลูกแก้วพลันสั่นะเือย่างรุนแรง วินาทีนี้หลี่ลั่วรู้สึกเจ็บแปล๊บที่ฝ่ามือ ราวกับมีเข็มนับไม่ถ้วนทิ่มแทงเข้ามาในฝ่ามือของเขา
หลังจากนั้น ลูกแก้วสีดำก็เริ่มแยกออกจากกันอย่างช้าๆและในส่วนลึกที่สุดของมัน ก็มีสิ่งของสองอย่างวางอยู่อย่างเงียบๆ
สิ่งหนึ่งคือคัมภีร์หยกสีดำเล่มหนึ่ง หากเดาไม่ผิดภายในนั้นน่าจะบันทึกสิ่งที่เรียกว่า “วิชาหลอมเทพไร้ลักษณ์เล็ก” เอาไว้
ส่วนอีกสิ่งหนึ่งนั้น เป็สิ่งของที่ดูแปลกประหลาดมันดูเหมือนจะเป็ของเหลวบางอย่าง และก็ดูเหมือนจะเป็ลำแสงที่ดูเลือนรางบางอย่างด้วยมันมีสีฟ้าคราม และในแสงสีฟ้านั้นก็ยังสะท้อนประกายแสงอันศักดิ์สิทธิ์ออกมาด้วย
สายตาของหลี่ลั่วจับจ้องไปยังสิ่งของลึกลับที่ดูเหมือนของเหลวแต่ก็เหมือนลำแสงนั่น
เขารู้ว่านี่คือสิ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของเขาได้...อัตลักษณ์หลังกำเนิดที่พ่อแม่เขาใช้ความพยายามอย่างหนักในการหลอมสร้างขึ้นมา
และเขายังรู้สึกได้ด้วยว่าั้แ่พริบตาแรกที่เขาได้เห็นสิ่งนี้เขาก็เกิดความรู้สึกผูกพันกับมันขึ้นมาจากก้นบึ้งของิญญา
ราวกับว่าสิ่งของชิ้นนี้ มันกำเนิดมาจากภายในร่างกายเขามาั้แ่แรกแล้ว
ดูเหมือนจะเป็อย่างที่พ่อแม่ของเขาพูดอัตลักษณ์หลังกำเนิดนี้ ถูกหลอมสร้างขึ้นมาจากิญญาและแก่นโลหิตของเขา ดังนั้นจึงเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์แบบ
“เฮ้อ...”
ในตอนที่หลี่ลั่วจ้องมองไปยัง “อัตลักษณ์หลังกำเนิด”อันลึกลับนั้นด้วยความหลงใหล ก็ได้มีเสียงถอนหายใจที่แฝงไว้ด้วยอารมณ์อันซับซ้อนดังขึ้นอย่างแ่เบา
หลี่ลั่วเงยหน้าขึ้น ก็พบว่าเงาร่างของหลี่ไท่เสวียนและถานไถหลานเคลื่อนไหวขึ้นมาอีกครั้งใบหน้าของพวกเขานั้นเผยความรู้สึกที่ซับซ้อนออกมาเล็กน้อย
“เสี่ยวลั่ว ดูท่าทางเ้าคงตัดสินใจได้แล้วสินะ”หลี่ไท่เสวียนค่อยๆ กล่าวออกมา
“ในฐานะบิดาของเ้า ถึงแม้ว่าการตัดสินใจของเ้าจะทำให้ข้ารู้สึกเ็ปใจอยู่บ้างแต่หากมองในมุมของลูกผู้ชายแล้ว ข้ากลับรู้สึกยินดีและภูมิใจในตัวเ้า”
“เส้นทางของเ้าหลังจากนี้ ถึงแม้จะเต็มไปด้วยภยันตรายและความยากลำบากแต่ลูกชายของข้าหลี่ไท่เสวียน มีหรือจะเกรงกลัวสิ่งเหล่านี้?”
ส่วนถานไถหลานที่อยู่ข้างๆ นั้น ในดวงตาของนางดูเหมือนจะมีน้ำตาคลอคิดว่าตอนที่นางทิ้งภาพบันทึกนี้เอาไว้นั้น คงจะนึกถึงหลี่ลั่วที่เลือกเส้นทางนี้ จึงรู้สึกเ็ปใจอย่างมากถึงอย่างไรนางก็เป็แม่คน การที่ลูกชายของตัวเองจะมีอายุขัยเหลืออยู่แค่ห้าปีมันเป็เื่ที่ทำใจยอมรับได้ยากมากอยู่แล้ว
แต่นางก็ไม่ได้ห้ามปราม เพราะนางรู้ดีว่าการตัดสินใจนี้หลี่ลั่วเท่านั้นที่เป็คนเลือกและในเมื่อเขาตัดสินใจแล้ว นางก็จะสนับสนุนเขาและเชื่อมั่นในตัวเขาอย่างเต็มที่
“เสี่ยวลั่ว… ในเมื่อเ้าตัดสินใจแล้ว เช่นนั้นแม่จะอธิบายเื่อัตลักษณ์หลังกำเนิดที่พวกเราหลอมสร้างขึ้นมาให้เ้าฟังก่อนก็แล้วกัน”
เมื่อได้ยินคำพูดของถานไถหลาน จิตใจของหลี่ลั่วก็พลันตื่นตัวขึ้น
“อัตลักษณ์หลังกำเนิดนี้ พ่อกับแม่ได้ทำการทดลองมานับครั้งไม่ถ้วนถึงจะพบกับวัตถุดิบที่เหมาะสมที่สุดจากในบรรดาวัตถุดิบมากมายนับไม่ถ้วน แล้วจึงหลอมสร้างมันขึ้นมาได้สำเร็จ”
“อัตลักษณ์นี้เป็ระดับสี่ มีอัตลักษณ์น้ำเป็ตัวหลักและอัตลักษณ์แสงสว่างเป็ตัวเสริม”
หลี่ลั่วได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ“นี่… ทำไมถึงเป็อัตลักษณ์น้ำล่ะ?”
ในบรรดาอัตลักษณ์ธาตุนั้น แม้จะไม่ได้แบ่งแยกสูงต่ำแต่หากจะกล่าวถึงพลังโจมตีหรือพลังทำลายล้างแล้วละก็ ธาตุที่แข็งแกร่งที่สุดก็ต้องยกให้อัตลักษณ์ไฟสายฟ้า หรือทองอยู่แล้ว ส่วนอัตลักษณ์น้ำนั้น มันจะเน้นไปทางอ่อนโยนมากกว่า อัตลักษณ์เช่นนี้เห็นได้ชัดว่าพลังโจมตีจะค่อนข้างอ่อนด้อยกว่า
เขาไม่คิดเลยว่าอัตลักษณ์หลังกำเนิดอันแรกที่พ่อแม่หลอมสร้างให้เขานั้นจะเป็อัตลักษณ์เช่นนี้
“ฮ่าๆ เสี่ยวลั่ว เ้าคิดว่าอัตลักษณ์น้ำมันอ่อนแอไม่ตรงกับที่เ้าคิดไว้อยู่ใช่ไหม? แต่เ้าอย่าดูถูกอัตลักษณ์น้ำเชียวนะ ถึงแม้ว่าพลังโจมตีและพลังทำลายล้างของอัตลักษณ์น้ำจะอ่อนแอกว่าแต่มันกลับมีความยืดหยุ่นต่อเนื่องกว่าอัตลักษณ์อื่นๆ หากเ้าสามารถดึงเอาข้อดีของอัตลักษณ์น้ำออกมาได้มันก็ไม่ด้อยไปกว่าอัตลักษณ์อื่นๆ เลย”
“อีกทั้ง… อัตลักษณ์น้ำของเ้า มันก็ไม่ธรรมดาเหมือนกันเพราะมันยังมีอัตลักษณ์แสงสว่างเป็ตัวเสริม การผสมผสานระหว่างน้ำกับแสงสว่าง หากเ้าสามารถใช้งานได้ดีพอผลลัพธ์สุดท้ายอาจจะเกินความคาดหมายของเ้าเลยก็เป็ได้”
“แน่นอนว่า สุดท้ายแล้วสาเหตุที่พ่อกับแม่เลือกอัตลักษณ์น้ำกับแสงสว่างเป็อัตลักษณ์แรกให้กับเ้ายังมีเหตุผลสำคัญอีกสองข้อ”
“หลังจากที่เ้าหลอมรวมอัตลักษณ์หลังกำเนิดอันแรกเข้าไปแล้วเ้าจะสูญเสียแก่นโลหิตเป็จำนวนมาก อายุขัยของเ้าจะถูกบั่นทอนลง และมันยังจะสร้างความเสียหายร้ายแรงให้กับเ้าด้วยซึ่งอัตลักษณ์น้ำนั้นอ่อนโยน พลังอัตลักษณ์น้ำที่บำเพ็ญขึ้นมาจะสามารถช่วยบำรุงร่างกายที่าเ็ของเ้าได้ทำให้เ้าฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว”
หลี่ลั่วถึงได้เข้าใจ อย่างนี้นี่เอง หากจะกล่าวถึงการเยียวยารักษาอาการาเ็แล้วละก็อัตลักษณ์น้ำกับแสงสว่างนั้นถือเป็อัตลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดในบรรดาอัตลักษณ์ทั้งหมดจริงๆ
“แล้วเหตุผลข้อที่สองล่ะ?” หลี่ลั่วครุ่นคิดด้วยความสงสัย
แต่หลังจากสงสัยได้เพียงไม่นาน หลี่ไท่เสวียนก็หัวเราะกล่าวต่อแล้วว่า“เหตุผลข้อที่สองคือ พวกเราหวังว่าเ้าจะกลายเป็นักเกลาอัตลักษณ์ เพื่อสนับสนุนการบำเพ็ญของตัวเ้าเองในอนาคตด้วย”
“เ้าจำเงื่อนไขพื้นฐานของนักเกลาอัตลักษณ์ได้ไหม?”
หลี่ลั่วชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบอย่างอดไม่ได้“เงื่อนไขพื้นฐานของนักเกลาอัตลักษณ์คือการมี… อัตลักษณ์น้ำหรืออัตลักษณ์แสงสว่าง?”
อัตลักษณ์ที่หลากหลาย ย่อมต้องทำให้เกิดอาชีพเสริมมากมายขึ้นมาตามไปด้วยนักเกลาอัตลักษณ์เองก็เป็หนึ่งในนั้น ความสามารถของนักเกลาอัตลักษณ์ก็คือการหลอมสร้างน้ำยาแสงวิเศษที่สามารถใช้ขัดเกลายกระดับของอัตลักษณ์ได้
นอกจากนี้ยังมีโอสถจารย์อีก แต่นั่นเป็อาชีพที่ต้องใช้อัตลักษณ์ไม้และอัตลักษณ์ไฟเป็ต้น
ยังมีช่างศาสตราลักษณ์ที่จะสร้างศาสตราลักษณ์ต่างๆขึ้น ซึ่งก็จำเป็ต้องมีอัตลักษณ์ทอง อัตลักษณ์ไฟ อัตลักษณ์ดิน เป็ต้น
นักเกลาอัตลักษณ์มีความคล้ายคลึงกับโอสถจารย์แต่ความแตกต่างที่สำคัญก็คือ นักเกลาอัตลักษณ์นั้นสามารถเพิ่มระดับของอัตลักษณ์ได้เท่านั้นส่วนยาโอสถที่โอสถจารย์ปรุงขึ้นมานั้น ส่วนใหญ่จะเป็การเพิ่มพลังอัตลักษณ์
อัตลักษณ์น้ำและอัตลักษณ์แสงสว่างล้วนมีคุณสมบัติในการชำระล้างดังนั้นพวกมันจึงเป็เงื่อนไขพื้นฐานและจำเป็ต่อการเป็นักเกลาอัตลักษณ์
“แต่ทำไมต้องเป็นักเกลาอัตลักษณ์ด้วยล่ะ?”หลี่ลั่วสงสัยอยู่บ้าง
แต่ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยถาม หลี่ไท่เสวียนก็พูดขึ้นมาก่อนแล้ว“เพราะเ้าไร้อัตลักษณ์ สามารถขัดเกลายกระดับอัตลักษณ์ของตัวเองได้อย่างไร้ขีดจำกัดหากเ้ากลายเป็นักเกลาอัตลักษณ์ ในอนาคตเ้าก็จะมีความเข้าใจในเื่นี้มากขึ้น และเมื่อถึงเวลานั้นแล้วเ้าก็จะมีโอกาสทำให้ระดับอัตลักษณ์ของเ้าเพิ่มสูงขึ้นจนเข้าขั้นสมบูรณ์แบบได้”
“นอกจากนี้นักเกลาอัตลักษณ์คนอื่นๆ ส่วนใหญ่แล้วจะมีเพียงอัตลักษณ์น้ำหรืออัตลักษณ์แสงสว่างอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้นแต่เ้ากลับมีอัตลักษณ์น้ำเป็หลัก แล้วยังเสริมด้วยอัตลักษณ์แสงสว่างอีก พลังชำระล้างทั้งสองชนิดนี้หนุนเสริมซึ่งกันและกันบอกตามตรงว่า ด้วยเงื่อนไขเช่นนี้ หากเ้าไม่เป็นักเกลาอัตลักษณ์ละก็ มันก็ออกจะน่าเสียดายเกินไปหน่อยจริงๆ”
“น้ำยาแสงวิเศษที่เ้าหลอมสร้างขึ้นมานั้นเกรงว่าคุณภาพจะเหนือกว่านักเกลาอัตลักษณ์คนอื่นๆ หลายเท่า”
ถานไถหลานใช้มือป้องปากหัวเราะเบาๆ “เสี่ยวลั่วนี่ถือเป็ทางหนีทีไล่ที่พ่อกับแม่เตรียมไว้ให้กับเ้าอีกทาง หากเ้าทำให้คฤหาสน์ลั่วหลานล้มละลายละก็อย่างน้อยๆ เ้าก็ยังมีวิชาติดตัว ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ไม่ต้องลำบาก”
หลี่ลั่วอ้าปากค้าง สุดท้ายก็ได้แต่เกาหัวเขาจะพูดอะไรได้อีก? บอกได้แค่ว่าพ่อแม่เขานั้นรอบคอบจริงๆ อาชีพที่พวกเขาวางแผนเตรียมเอาไว้ให้เขาได้ดึงเอาศักยภาพของอัตลักษณ์หลังกำเนิดอันแรกนี้ออกมาใช้งานอย่างเต็มที่เลย
“แต่เสี่ยวลั่ว อัตลักษณ์หลังกำเนิดอันแรกนี้เป็เพียงแค่การเริ่มต้นดังนั้นพ่อกับแม่เ้าจึงสามารถใช้ิญญาและแก่นโลหิตเนื้อของเ้าช่วยหลอมสร้างขึ้นมาให้ได้แต่อันที่สองและสามนั้นมันจะซับซ้อนและลึกซึ้งกว่านี้อย่างมาก... ดังนั้นเ้าจึงต้องไปคลำหาทางด้วยตัวเองแล้ว”
“พ่อกับแม่ขอแนะนำว่าให้รอบำเพ็ญถึงระดับลักษณาจารย์ก่อนค่อยไปคิดเื่การหลอมสร้างอัตลักษณ์หลังกำเนิดอันที่สอง สำหรับหลักการการหลอมสร้างโดยละเอียดนั้นพวกเราได้ทิ้งประสบการณ์บางอย่างไว้ในคัมภีร์หยกแล้ว เ้าสามารถนำไปใช้อ้างอิงได้”
“วิชาหลอมเทพไร้ลักษณ์เล็กในคัมภีร์หยกนี้สามารถใช้หลอมสร้างอัตลักษณ์อันที่สองได้เท่านั้น ส่วนวิชาหลอมสร้างอัตลักษณ์อันที่สามนั้นพวกเราได้ฝากเอาไว้ที่เมืองหลวงแล้ว ข้อมูลโดยละเอียดมีอยู่ในคัมภีร์หยกนี้ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมเ้าค่อยไปรับมันที่เมืองหลวง”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ หลี่ลั่วก็พบว่าเงาร่างของหลี่ไท่เสวียนและถานไถหลานเริ่มเลือนรางลงทำให้สีหน้าของเขาพลันตึงเครียด รู้สึกได้ว่าการสนทนาครั้งนี้กำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว
“ท่านพ่อ ท่านแม่…”
หลี่ลั่วยื่นมือออกไปคว้าเงาร่างนั้นอย่างอดไม่ได้แต่มือของเขากลับทะลุผ่านไป
ส่วนหลี่ไท่เสวียนและถานไถหลานก็ก้มลงมองเขาในดวงตาของพวกเขานั้น เต็มไปด้วยความรักใคร่และเอ็นดู
“เสี่ยวลั่ว ครั้งนี้อาจจะต้องจบลงเพียงเท่านี้แล้ว…”
“พ่อกับแม่ต่างก็เชื่อมั่นว่า ในเมื่อเ้าเลือกเส้นทางนี้แล้วเ้าจะต้องสามารถก้าวข้ามวิกฤตกาลห้าปีนี้ไปได้อย่างแน่นอน”
“พ่อกับแม่ต่างก็รู้ว่าเ้าเป็ห่วงพวกเราแต่วางใจเถอะ ก่อนที่จะได้พบกับเ้า พวกเราไม่ยอมให้มีเื่อะไรเกิดขึ้นหรอก”
“สุดท้าย เสี่ยวลั่ว เ้าต้องจำเอาไว้นะไม่ว่าเ้าจะกังวลเื่พวกเรามากแค่ไหน แต่ตราบใดที่เ้ายังไม่ถึงระดับขุนนาง เ้าห้ามมาตามหาพวกเราเด็ดขาด”
เงาร่างของพวกเขาค่อยๆ เลือนรางลง สุดท้ายก็หายไปอย่างสมบูรณ์ภายในห้องกลับมาเงียบสงัดและมืดมิดอีกครั้ง
หลี่ลั่วนั่งอยู่ตรงหน้าลูกแก้วสีดำ ดวงตาของเขาแดงก่ำแต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ร้องไห้ออกมา เพียงแค่เช็ดน้ำตาเบาๆ แล้วกล่าวเสียงเบาว่า “ท่านพ่อท่านแม่… ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่พวกท่านทำให้ข้า”
“โปรดรอข้า… ในอนาคตเมื่อพวกเราได้พบกันอีกครั้งข้าจะต้องทำให้พวกท่านตกตะลึงและภูมิใจในตัวข้าอย่างแน่นอน”
หลังจากที่ค่อยๆ ระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่านลงไปแล้วหลี่ลั่วก็ยื่นมือออกไปหยิบคัมภีร์หยกสีดำที่อยู่ภายในลูกแก้วออกมา จากนั้นก็มองไปยังสิ่งของลึกลับที่เปล่งประกายแสงสีฟ้าครามและแสงศักดิ์สิทธิ์อีกชิ้นหนึ่งนั้นออกมา
“นับั้แ่วันนี้เป็ต้นไป…”
“ข้าเองก็เป็คนที่มีอัตลักษณ์แล้วเหมือนกัน”
ในดวงตาของหลี่ลั่วตอนนี้มีประกายร้อนแรงเปล่งออกมาจากนั้นเขาก็ไม่ลังเล ยื่นมือออกไปคว้าอัตลักษณ์หลังกำเนิดนั้นทันที
ซู่!
วินาทีที่ััมัน สิ่งแรกที่เขาััได้คือความเย็นะเืที่แผ่ซ่านออกมาจากฝ่ามือจากนั้นความเ็ปอย่างรุนแรงที่ยากจะบรรยายได้ก็ปะทุขึ้นภายในร่างกายของหลี่ลั่วอย่างกะทันหัน
ความเ็ปที่รุนแรงนั้น ได้กลืนกินสติสัมปชัญญะของหลี่ลั่วไปในพริบตาภาพตรงหน้าของเขาดับวูบลง ร่างกายของเขาก็ค่อยๆ ทรุดลงไป