ตอนที่ 34 มู่เจ๋ออวี่ผู้เพียบพร้อม
“จริงเหรอ!” มู่เจ๋ออวี่หันขวับไปมองกัวเทียนทันที สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดี
“อืม” ว่าแล้วเขาก็วางเงินสามหมื่นหยวนลงบนเตียง มู่เจ๋ออวี่ผ่อนลมหายใจก่อนกล่าว “ได้คืนมาก็ดี คุณได้ถามเขาหรือเปล่าว่าทำไมตั้งนานแล้วไม่ให้เงินสักที”
กัวเทียนพยักหน้าตอบว่า “ถามแล้ว เขาบอกว่าลืมน่ะ พอผมไปหาเขาก็ส่งเงินให้เลย”
แน่นอนว่าเขาไม่มีทางบอกถึงกระบวนการการทวงเงินของเขาให้มู่เจ๋ออวี่ฟัง เพราะไม่มีความจำเป็นอะไรเลย
“ขอบคุณฟ้าดิน ได้เงินมาก็ดีแล้ว! ต่อไปก็ต้องระวังหน่อย อย่าโง่ให้เขาหลอกอีกล่ะ” มู่เจ๋ออวี่มองกัวเทียนพลางเอ่ยเตือน
“ไม่มีทางเกิดขึ้นอีกแน่”
ทางด้านหนึ่งก็เป็นเพราะลุงฮว่า เขารู้จักลุงฮว่าดี ดังนั้นหากเป็นคนที่ลุงฮว่าแนะนำมาย่อมไม่ใช่คนใช้ไม่ได้แน่
ส่วนอีกด้านก็เป็นเพราะตัวเขาขาดประสบการณ์จริงๆ เขาลืมไปว่าเขาในตอนนี้ไม่ใช่คุณชายผู้ร่ำรวยเงินทองและอำนาจที่คนอื่นๆ จะไม่กล้าหลอกลวงเขาเพราะภูมิหลังครอบครัวอีกต่อไป เวลานี้เขาเป็นเพียงเจ้าหนุ่มเกษตรกรธรรมดาๆ กับบางเรื่องจึงมีแต่ต้องระวังเอาเองเท่านั้น เพราะไม่มีใครคอยช่วยอีกแล้ว
“จริงสิ ลืมถามเลยว่าคุณกินข้าวเที่ยงมาหรือยัง” มู่เจ๋ออวี่ฉุกคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้ จึงมองกัวเทียนแล้วถาม
“ยังไม่ได้กิน” ตอนที่กัวเทียนขึ้นรถก็เป็นเวลาอาหารกลางวันแล้ว แต่ของที่อยู่ข้างทางล้วนเป็นของที่เขาไม่ชอบกินทั้งนั้น เขาจึงไม่ได้ซื้อและทนหิวมาจนถึงตอนนี้
เมื่อมู่เจ๋ออวี่ได้ยินดังนั้นก็ลุกขึ้นเดินออกไปด้านนอก ปากก็พูดขึ้นว่า “เดี๋ยวจะต้มบะหมี่ให้”
“เอาสิ” กัวเทียนเอ่ย
กัวเทียนมองตามแผ่นหลังของมู่เจ๋ออวี่ไปจนลับสายตา มือข้างหนึ่งลูบคาง มุมปากยกขึ้นเผยให้เห็นรอยยิ้ม
เจ้าหมอนี่ยิ่งอยู่ยิ่งเพียบพร้อมเป็นแม่บ้านแม่เรือนเข้าไปทุกที
จากนั้นเขาก็เอนกายลงกับพนักเก้าอี้พลางดูละครที่ฉายในโทรทัศน์
สิบห้านาทีหลังจากนั้น บะหมี่ร้อนๆ ก็ถูกยกออกมา แต่สายตากัวเทียนกลับจ้องไปที่ใบหน้าแดงก่ำจากความร้อนของมู่เจ๋ออวี่แทน
มู่เจ๋ออวี่ไม่ได้สังเกตสายตาของกัวเทียน เขารีบวางชามบะหมี่ลงบนโต๊ะอ่านหนังสือ ก่อนจะยกสองมือขึ้นจับใบหู ปากก็พูดว่า “ร้อนจัง คุณรอแป๊บหนึ่งค่อยกินแล้วกัน รอให้เย็นหน่อย”
กินของร้อนขนาดนี้ในวันที่อากาศร้อนจัด แป๊บเดียวก็เหงื่อท่วมตัวแล้ว ต่อให้มีเครื่องปรับอากาศก็ไม่ช่วยอะไรหรอก
“อืม”
กัวเทียนพยักหน้า
มู่เจ๋ออวี่หมุนตัวเดินไปนั่ง กลับพบว่ากัวเทียนกำลังจ้องมาที่เขา มองจนเขาเริ่มรู้สึกประหลาด
“มองทำไมน่ะ หรือมีอะไรติดหน้าผม” มู่เจ๋ออวี่ยกมือขึ้นลูบใบหน้า ทั้งยังหยิบกระจกขึ้นมาส่อง แต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรติดตรงไหน
“เมื่อกี้มีอะไรติดอยู่จริงๆ แต่คุณเช็ดออกไปแล้ว” เมื่อกัวเทียนได้สติจึงพูดขึ้นเรียบๆ
“อ้อ เหรอ” มู่เจ๋ออวี่เชื่อคำของอีกฝ่าย หลังจากนั่งลงแล้วเขาก็ดูละครต่อ
“นี่ กินอันนี้ไหม” กัวเทียนหยิบของกินเล่นจากในถุงส่งให้มู่เจ๋ออวี่
มู่เจ๋ออวี่มองอยู่ครู่หนึ่งแล้วรับมา กัวเทียนเห็นเขาจ้องโทรทัศน์อย่างตั้งอกตั้งใจ ก็อดยิ้มออกมาไม่ได้
หลายนาทีหลังจากนั้น เขาก็ลุกขึ้นเดินไปนั่งลงที่โต๊ะอ่านหนังสือ ก่อนจะหยิบตะเกียบขึ้นมาแล้วลงมือกิน