[ ตรวจพบชีพจรมนุษย์จำนวน 1 คนอ่อนลง คาดว่าตกอยู่ภายใต้สถานะสลบ ]
ยอร์ชหยุดเท้าวิ่งพลางมองไปยังทางเดินด้านหน้าของตนเอง เขามาช้าเกินไปจึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เห็นเพียงแค่ว่าบนพื้นมีนักเรียนจากหอพักเต่านอนหมดสติอยู่บนพื้น
สิ่งที่น่าประหลาดคือพื้นรอบๆตัวของเขากำลังยกตัวขึ้นสูงเพื่อดูดร่างของชายคนนี้ลงไปในพื้น ยอร์ชจึงให้ไอรีนตรวจสอบเพราะถ้าหากเกิดอันตรายขึ้นเขาจะรีบดึงตัวของชายคนนี้ออกมา ไอรีนกลับพบว่าใต้พื้นที่เขากำลังยืนมีท่อส่งที่ใช้สำหรับลำเลียงคนที่หมดสติออกจากสถานที่แห่งนี้ เขาจึงปล่อยไป
“ สแกนหาคนอื่นให้ที ”
เป้าหมายคือการหาทางออกให้เจอแล้วออกไปจากที่แห่งนี้ให้ได้ ในระหว่างหาทางออกจะต้องช่วยเพื่อนในหอพักเดียวกันไปด้วยเพื่อให้แต้มหอพักถูกแบ่งมายังพวกเขาเยอะขึ้น ต่อให้ยอร์ชจะออกจากที่นี่ได้ก็ตาม เขาจะไม่ได้รับแต้มทั้งหมด สิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาคือการเป็นตัวหารเพียงแค่ 1 หากอยากได้แต้มเยอะจะต้องพาเพื่อนในหอออกไปให้ได้มากๆ
[ ตรวจพบเสียงการต่อสู้ ]
เส้นแสงสีฟ้าปรากฎบนเลนส์ตาส่องนำทางให้เขารู้ว่าจะต้องเดินทางไปทิศใด ยอร์ชจึงวิ่งเต็มฝีเท้าหวังว่าจะไปให้ทันการต่อสู้ที่กำลังเกิดเผื่อคนที่กำลังปะทะกันจะมาจากหอพักแรด
ทันทีที่หักเลี้ยวไปทางขวาสิ่งที่ยอร์ชเห็นคือนักศึกษาจากหอพักสิงโต 2 คนกำลังรุมโจมตีนักศึกษาหอพักอินทรีย์ 1 คน
การต่อสู้ของพวกเขาถูกลดระดับความรุนแรงลงให้เทียบเท่ากับเลเวล 1 ทำให้คนที่มีจำนวนเยอะกว่าได้เปรียบ แต่ดูเหมือนว่านักศึกษาจากหอพักเต่าจะมีอาชีพที่ดีไม่น้อย เขาสามารถล่องหนหายตัวเพื่อสร้างจังหวะในการโจมตีให้กับตนเองได้ การจะหลบหนีหรือการจะบุกเข้าประชิดอีกฝ่ายไม่ใช่เรื่องยากเลย
[ วิเคราะห์รูปแบบการต่อสู้เสร็จสิ้น ต้องการเปิดระบบนำทางหรือไม่คะ ]
“ ฉันไม่มีเวลาด้วยสิ จัดการเลย ”
ข้อมูลเผยบนเลนส์ตา การต่อสู้ของนักศึกษาถูกวิเคราะห์ทั้งหมดแล้วจนมองเห็นเส้นทางที่เขาสามารถเอาชนะได้ง่าย ถึงแม้อยากจะวิ่งจากไป เขากลับคิดว่าถ้าคนเหล่านี้ไปเจอเพื่อนในหอพักแรดอาจจะลงมือจนถูกส่งออกจากพื้นที่ ยอร์ชจึงเปลี่ยนความคิดใหม่ เขาจะจัดการทุกคนที่เจอ อย่างน้อยมันเป็นวิธีที่จะทำให้หอพักของพวกเขารอดได้มากยิ่งขึ้น
ซึ่งการเอาชีวิตรอดในเขาวงกตแห่งนี้ หอพักแรดเสียเปรียบมากเพราะพวกเขามีสมาชิกเพียง 51 คนเท่านั้น เมื่อเทียบกับหอพักสิงโตที่มีเกือบสองร้อย อย่างไรพวกเขาก็เสียเปรียบ
แตะแตะแตะ
เสียงเท้าวิ่งมาแต่ไกล ชายทั้ง 3 กำลังต่อสู้รีบหันมองดูคนที่เข้ามาใกล้ เพียงแต่ว่าพวกเขาไม่เจอใคร เสียงที่มาจากทางเดินทางฝั่งด้านซ้ายไม่ปรากฎใครเลยสักคนเดียว
ชายจากหอพักสิงโตรีบใช้แว่นมองดูเผื่อจะมีคนล่องหน เขาไม่เห็นใครวิ่งเข้ามาใกล้เลยจึงสงสัยเป็นอย่างมาก แต่แล้วเขากลับรู้สึกเจ็บหลังคอก่อนจะหมดสติ แรงทุบเมื่อครู่ไม่มากและไม่น้อย มันเพียงพอที่จะทำให้เขาสลบ
เมื่อเห็นว่าเพื่อนจากหอพักเดียวกันหมดสติไปแล้ว ชายที่มาจากหอพักสิงโตจึงกวาดดาบไปทางด้านหลัง การลอบโจมตีมาจากทิศทางนี้ เขากลับไม่เห็นใครอีกจึงพยายามกวาดตามองหา ชายอีกคนที่อยู่หอพักอินทรีย์พยายามหลบซ่อนเข้าไปในสกิลล่องหนแต่ก็พบว่าสกิลของเขาใช้การไม่ได้ผล ร่างกายยังคงอยู่บนทางเดินไม่สามารถหายตัวไปที่ไหนได้
ผัวะ
ยอร์ชทุบมือไปที่หลังคอของชายอีกคนที่มาจากหอพักสิงโตจนล้มลงไปนอนบนพื้น ชายที่มาจากหอพักอินทรีย์เห็นท่าไม่ดีรีบวิ่งหนีเพราะเขามองไม่เห็นการลอบโจมตี แต่กลับถูกบางอย่างพุ่งเข้ามาขัดเท้าจนล้มลง ก่อนจะถูกสับต้นคอสลบไปอีกคน
“ ง่ายดายจังแฮะ ถ้าฮันเตอร์ระดับสูงถูกเล่นงานได้ง่ายๆแบบนี้ก็ดีน่ะสิ ”
ยอร์ชไม่ได้หายไปไหน เขาไม่ได้ลอบโจมตีแต่อย่างใด สิ่งที่เขาทำมีเพียงเดินเข้ามาใกล้ๆคนที่กำลังต่อสู้แล้วใช้สันมือทุบคอจนทุกคนสลบ
นักศึกษาทั้ง 3 คนมองไม่เห็นเขาก็เพราะว่ายอร์ชใช้ CG ในโลกความเป็นจริงทำให้ตัวเองหายไป เสียงวิ่งที่เขาทำให้ทั้ง 3 คนได้ยินเพียงแค่ตัวหลอกเท่านั้น
“ เขาโผล่มาได้ยังไง ”
ผู้อำนวยการขอดูภาพจากไอช่า ในบรรดานักศึกษาทั้ง 500 มีบางจุดที่เขาให้ความสนใจเป็นพิเศษ เด็กนักศึกษาที่ได้เข้าร่วมกับกิลด์ใหญ่และคนที่มาจากขุมอำนาจคือคนที่เขาอยากรู้ว่าจะแก้ไขสถานการณ์ในเขาวงกตที่สร้างขึ้นมาทดสอบอย่างไร
สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่สร้างความสงสัยให้เขาไม่น้อย นักเรียนที่เข้ามาเป็นอันดับ 1 หายไปจากหน้าจอ ไม่นานเขากลับโผล่มาในจุดที่นักศึกษา 3 คนต่อสู้กัน เรื่องที่เขาทำน่าประหลาดใจมาก เพราะคนที่เขาจัดการทั้งหมดล้วนแล้วแข็งแกร่ง เขากลับเอาชนะได้ง่ายๆราวกับว่าไม่ได้ออกแรงเลยด้วยซ้ำทั้งที่ก่อนหน้านักศึกษาทั้ง 3 คนสู้กันอย่างหนักหน่วง
[ ตรวจพบพลังงานกระจายรอบๆพื้นที่ต่อสู้ คาดว่าจะเป็นหนึ่งในสกิลพื้นที่ ]
“ สกิลพื้นที่อย่างนั้นเหรอ ”
ผู้อำนวยการแสดงท่าทางสนใจ ส่วนใหญ่แล้วการจะหายตัวไปจะต้องใช้สกิลกับร่างกายตนเอง ยอร์ชกลับต่างออกไป เขาใช้สกิลคลุมพื้นที่เพื่อให้ตนเองหายไป ทันใดนั้นผู้อำนวยการก็พบเข้ากับภาพการต่อสู้ของนักศึกษาใกล้กับจุดที่ยอร์ชกำลังจะวิ่งผ่าน เขาทำเพียงวิ่งไปเรื่อยๆแล้วก็หายตัวไปอีกครั้ง ไอช่ารีบตรวจสอบทางเดินพบว่ามีพลังงานเข้าปกคลุมทางเดินเอาไว้เพื่อทำให้เขาหายตัวไปจากการมองเห็น แม้แต่กล้องยังไม่สามารถจับภาพได้เช่นเดียวกัน
“ ใช้เซนเซอร์ตรวจสอบให้ที ”
ผู้อำนวยการอยากรู้ว่าเซนเซอร์จะตรวจพบยอร์ชหรือไม่ ทันใดนั้นเขาก็เริ่มยิ้มด้วยท่าทางพอใจ เมื่อรู้ว่าสกิลของยอร์ชมีข้อจำกัดอะไรบ้าง
สกิลที่ยอร์ชกำลังใช้งาน เขายังไม่รู้พลังที่แท้จริง ตอนนี้รู้เพียงแค่ว่ามันจะสร้างพื้นที่พิเศษขึ้นมาหลอกคนที่ตกอยู่ภายในพื้นที่ให้มองไม่เห็นตัวของเขา
สิ่งที่น่ากลัวของมันไม่ใช่แค่การทำให้มองไม่เห็น มันสามารถเปลี่ยนแปลงความเป็นจริงได้ชั่วขณะหนึ่งเพราะนักศึกษาที่พบการมีอยู่ของเขาก่อหน้าที่จะใช้สกิลพื้นที่ ไม่สามารถตรวจหาเขาพบจากแว่นตาที่พยายามเปลี่ยนโหมดไปเรื่อยๆเพื่อสแกนหาคน แต่ช่วงเวลานี้ไอช่ากลับตรวจสอบยอร์ชได้ เขาจึงรู้ว่าสกิลนี้จะส่งผลกับคนที่อยู่ภายในพื้นที่เท่านั้น
ทว่าข้อบกพร่องนี้ที่เห็นไม่ถูกต้องเสมอไป ต่อให้ไอช่าจะหาเขาเจอได้ผ่านเซนเซอร์ กล้องยังคงไม่สามารถตรวจหายอร์ชพบ หมายความว่าจุดอ่อนและจุดแข็งของสกิลอาจจะมีมากกว่านี้จึงเฝ้าจับตาดูต่อ
“ ทางฝั่งนี้ก็น่าสนใจไม่น้อยเลย ”
ชายผมสีแดงพุ่งเข้าโจมตีหอพักฝั่งตรงข้ามด้วยท่าทางบ้าคลั่ง เปลวไฟจากสกิลโหมกระหน่ำลุกไหม้ร่างของชาย 2 คนที่เจอระหว่างทาง การต่อสู้ที่ควรจะสูสีเขากลับทำให้มันดูง่ายดายราวกับว่าเขาไม่ได้ถูกจำกัดด้วยเลเวล
ผู้อำนวยการไม่แปลกใจที่เด็กคนนี้จะแข็งแกร่ง ทุกท่วงท่าการเคลื่อนไหวของเขาแสดงให้เห็นว่าถูกฝึกมาเป็นอย่างดี การมีผู้หนุนหลังคือหัวหน้ากิลด์ใหญ่ไม่แปลกเลยที่เขาจะได้รับการเลี้ยงดูที่ดีมาตั้งแต่เด็ก
เมื่อมองไปยังอีกหน้าจอเขาก็เริ่มคลี่ยิ้มหลังจากพบว่าหญิงสาวผมสีขาวได้แช่แข็งนักศึกษาต่างหอพักจนนอนหมดสติอยู่บนพื้น
นักศึกษาทุกคนที่เข้าสถาบันไพร์มได้ ไม่ใช่คนธรรมดา เธอกลับทำให้พวกเขาดูไม่ต่างจากคนธรรมดาด้วยอาชีพและทักษะที่เหนือกว่า
“ น่าสนใจจริงๆ ”
ยิ่งมองนักศึกษาของปีนี้ยิ่งทำให้เขารู้สึกคาดหวัง ทางฝั่งเด็กที่มีชื่อเสียงในแวดวงไอดอลไม่ได้อ่อนแอเหมือนที่คาดเอาไว้ สกิลของเขาที่ใช้งานออกจนทำให้ดูราวกับว่ามีเวทีจำลองปรากฎรอบตัว มันไม่ได้แค่สร้างแสงสีเสียงให้เหมือนเวทีคอนเสิร์ต แต่กลับใช้ต่อสู้ได้ด้วยโดยนำคนที่เป็นศัตรูขึ้นมาบนเวที
ภายในพื้นที่แห่งนี้เขาสามารถควบคุมและลดทอนความสามารถหลายๆอย่างของคู่ต่อสู้ได้ จนอีกฝ่ายยากจะรับมือ แม้จะต้องสู้กับคนนับสิบเขากลับกระโดดโลดเต้นบนเวทีราวกับกำลังแสดง ก่อนจะจัดการคนที่ขึ้นไปบนเวทีทีละคนจนไม่มีใครมีสติ