บทที่ 4
ไลลาวางเด็กชายตัวน้อยลงบนเตียงใหญ่ ค่อยๆดึงผ้าห่มนุ่มผืนหนาคลุมไปถึงอกให้ด้วยความเอ็นดูถึงจะเพิ่งเจอหน้ากันครั้งแรก แต่ปกติหล่อนก็รักเด็กเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งมาเจอหนูน้อยคุยฉอเลาะทำท่าออดอ้อนด้วยปากจิ้มลิ้ม หล่อนก็หลงรักเด็กชายตรงหน้าได้ง่ายดาย
นึกถึงเสียงเล็กๆที่เรียก ‘แม่ลา’ เมื่อครู่แล้วก็อดขันไม่ได้
“น้องเมฆนอนเตียงนี้คนเดียวใช่ไหมจ๊ะ”
หล่อนนี่ไม่น่าถามอะไรโง่ๆเลย ก็เห็นอยู่ว่าเตียงออกจะกว้าง น่าจะเป็ห้องของพ่อเด็กมากกว่าเพราะสายตากวาดไปมองรอบๆห้องก็เห็นชัดว่ามีข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของหมอนั่นวางทิ้งขว้างไว้แทบทุกที่โดยเฉพาะเสื้อกับกางเกงที่ถอดกองๆไม่เป็ที่เป็ทาง
“นอนกับพ่อภูค้าบ”
เด็กน้อยยังลืมตาแป๋ว เอ่ยเรียกชื่อพ่อตัวเองจนหล่อนเพิ่งจะสังเกตว่านายคนเถื่อนชื่ออะไรครั้นในความคิดประมวลผลวนกลับมาที่เตียงนอนอีกครั้ง ก็นึกขึ้นได้ทันที
เดี๋ยวนะ นี่มันเตียงนอนของเขาใช่ไหมแปลว่าเดี๋ยวเขาก็จะต้องขึ้นมานอนบนเตียงนี้น่ะสิ!
“น้องเมฆจ๊ะ ที่บ้านหลังนี้มีห้องนอนอื่นไหมจ๊ะ”
“แม่ลาถามทำมายค้าบ”
“ฉัน...เอ่อ...จะได้ไม่ต้องมานอนเบียดกับน้องเมฆไงจ๊ะ”
“ม่ายเบียดหรอกค้าบ นอนกันหลายโคนอบอุ่นดีจาตาย”
หล่อนยิ้มแห้งๆ เด็กหนอเด็กยังอ่อนวัยนัก
“มีห้องข้างๆใช่ไหมจ๊ะงั้นฉันขอตัวไปนอนก่อนนะ พรุ่งนี้เจอกัน”
หล่อนก้มลงไปหอมแก้มนุ่มของเด็กน้อยสองข้างแล้วก็ผุดลุกขึ้นจากที่นอน แต่เด็กชายคว้าปลายนิ้วของหล่อนเอาไว้ทัน
“นอนกับเมฆที่นี่นะค้าบแม่ลาเมฆอยากนอนกอด”
เด็กน้อยอ้าแขนอย่างน่าเอ็นดูจึงเริ่มทำตัวไม่ถูก อยากบอกปัด แต่ก็กลัวเด็กจะเสียใจ
“แต่ว่า...”
“นะค้าบแม่ลาไปปิดไฟให้หน่อยนะค้าบ เมฆชอบนอนมืดๆ”
ทว่าหล่อนรู้ดีว่าความมืดมันน่ากลัวถ้าเขาเข้ามาในห้องนี้อาจจะคุกคามหล่อนได้ง่ายจึงแอบคิดว่าตอนนี้ต้องยอมไหลตามน้ำกล่อมให้เด็กน้อยหลับหล่อนจึงลุกไปปิดไฟแล้วแกล้งล้มตัวลงนอน ภาวนาในใจขอให้หมอนั่นยังไม่ทันขึ้นมาชั้นบนหล่อนจะได้หาทางชิ่งไปนอนอีกห้อง แต่ดูเหมือนคำขอจะไม่เป็ผล
ประตูห้องเปิดกว้างพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของคนเถื่อนยืนเป็เงาทะมึนท่ามกลางแสงสว่างจากไฟนีออนด้านหลังทำให้หล่อนต้องใช้ไม้ตายแกล้งหลับกะทันหัน
หล่อนได้ยินเสียงฝีเท้าเขาเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ
นี่ถ้าแกล้งตายได้คงทำไปแล้วแต่เอาน่า มุกนอนหลับเพราะการเดินทางไกลจนเพลียน่าจะใช้ได้ผลพรุ่งนี้ค่อยหาข้อแก้ตัวชิ่งอีกทีหล่อนจึงแกล้งกรนเสียงเบาขณะผ่อนลมหายใจเข้าออกให้เสมอกัน แต่พระเ้าช่วยทำไมใจมันถึงได้เต้นแรงขนาดนี้เหมือนจะทะลุออกนอกโพรงอก
ยิ่งเสียงฝีเท้ามาหยุดใกล้ขอบเตียงหล่อนก็ไม่อาจหยุดแรงกระเพื่อมที่หน้าอกให้นิ่งได้อีก
แล้วตอนนี้รู้สึกเหมือนมีลมหายใจของเขากำลังรดรินอยู่แถวซีกแก้มข้างหนึ่งได้แต่นึกว่าไม่นะไม่ อย่ามาหอมแก้มหล่อนตอนนี้ หล่อนไม่อยากโป๊ะแตกถูกจับได้ว่าแกล้งหลับ
แต่เหมือนเขามีญาณหยั่งรู้ยิ่งห้ามก็ยิ่งทำ
ปลายจมูกโด่งคมสันของเขาจึงกดลงข้างแก้มวินาทีนั้นเหมือนโลกหยุดการเคลื่อนไหว หล่อนหายใจติดขัดไปหมดกลัวว่าเขาจะรุกรานมากกว่าแค่หอมแก้ม เพราะเขาทวงถามความเป็ผัวเมียอยู่เป็ระยะแต่่เวลาที่อัดอั้นมันก็สิ้นสุดลงเพียงแค่นั้นเมื่อเสียงฝีเท้าของเขาจะค่อยๆเดินเบากริบทิ้งห่างออกไป
แล้วประตูห้องก็ปิดลงอีกครั้งเมื่อเขาเดินออกไปจากห้องนี้
หล่อนจึงลืมตาขึ้นรับรู้ได้ถึงอิสระในคืนนี้ หันไปมองเด็กน้อยก็เห็นหลับสนิทไปแล้วหล่อนจึงค่อยๆปิดเปลือกตาลงอีกครั้งด้วยความเพลีย ผล็อยหลับไปในที่สุด
/////////////////////////////////////