“อะไรกัน...พวกแกตั้งหลายคนหาคนเพียงคนเดียวไม่เจอ ทำงานประสาอะไร ไม่ได้เื่สักคน! ต้องให้ฉันลงมือจัดการลากไอ้บ้านั่นมากระทืบเองใช่ไหม”
“โธ่...พวกผมก็ทำกันสุดความสามารถแล้วนะนาย ผิดที่ไอ้เ้านั่นแหละ ตัวเล็กปราดเปรียวอย่างกับลิงลม”หนึ่งในคนที่มาตอบผู้เป็นายน้ำเสียงแหยๆ
“หาแน่หรือ นึกว่ามัวแต่ไปดูพวกผู้หญิงนุ่งน้อยห่มน้อยเสียอีก” สิ้นเสียงผู้เป็นายก็มีเสียงหัวเราะดังขึ้นท่ามกลางกระแสฝนที่โปรยปรายลงมา
“รีบหาให้เจอเร็วๆ แล้วกัน คนไม่คุ้นทางยังหนีไปได้ไม่ไกลคงวนเวียนอยู่แถวๆ นี้แหละ” คนเป็นายสั่งการอีกครั้ง ด้วยสังเกตจากการเฝ้าติดตาม ที่มักวนย้อนกลับมาทางเก่า คราวนี้จะหนีไปไหนได้ก็ต้องอยู่ใกล้ๆ นี่แหละ แค่ต้องหาให้เจอ ไปมุดหัวอยู่ที่ไหน
เสียงที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆบังคับให้คนตัวเล็กเดินไปที่ต้นไม้ใหญ่อย่างอัตโนมัติ ใบหน้าขาวซีดเงยขึ้นมองต้นไม้ใหญ่พร้อมฮึดเรียกพลังน้อยนิดที่มี ทาบสองมือเย็นจัดจนเป็ชาตะปบไปบนลำต้นสีน้ำตาลไหม้ความกลัวผนวกกับความเร่งรีบแข่งกับเวลาแม้มีอุปสรรคในการปีนป่ายและยังต้องเหลียวมองไปด้านหลังบ่อยๆ ก็ไม่ทำให้ย่อท้อทั้งพยายามพร้อมเฝ้าภาวนา เพื่อทำทุกอย่างให้เสร็จสิ้นโดยเร็วไวและรอดพ้นจากสายตาราวกับพญาเหยี่ยวของคนที่ไล่ล่าติดตามอย่างไม่ลดละด้วย
“บ้าจริง! ยิ่งรีบก็ยิ่งช้า” คนถูกไล่ล่าสบถอย่างหงุดหงิดเมื่อปีนป่ายขึ้นไปได้เกือบจะครึ่งทางแล้ว แต่กลับเจอพิษจากน้ำฝนที่กระหน่ำเหมือนกับ้าแกล้งเพราะเทลงมาและสาดกระเซ็นเข้าตาให้เจ็บแสบจนต้องกะพริบบ่อยๆเลยเป็เหตุให้มองไม่เห็นเปลือกไม้ที่แตก เมื่อทาบมือลงไปมันก็เลย...
“โอ๊ย!” ถ้าเป็ปกติจะต้องรีบดึงมือมาเป่าให้หายเจ็บ ก่อนดูว่าอะไรที่ทำให้เจ็บแต่ตอนนี้ทำได้เพียงแค่ข่มกัดฟันกลั้นความเจ็บเอาไว้ ด้วยในหูเต็มไปด้วยเสียงะโพูดกันของไอ้พวกบ้าๆที่ตามมาอย่างไม่ลดละ หากยิ่งรีบดูเหมือนจะยิ่งช้า
“โว้ย!ฉันไปติดหนี้ไอ้บ้านั่นั้แ่ชาติไหนกันนี่ ทำไมถึงถึงต้องมาผิดชอบกับเื่บ้าๆเฮงซวยนี่ด้วย” สบถเสียงสั่นพร่า อยากร้องไห้แต่กลับตื้อจนร้องไม่ออก
“คอยดูนะ เจอตัวเมื่อไหร่ จะอัดให้น่วมเป็ลูกขนุนตกจากต้นกลิ้งหลุนๆไปตามพื้นขลุกขลักเลย” คิดถึงคนก่อเื่ เพลิงโทสะอัดแน่นอยู่ในทรวงก็คุกรุ่นขึ้นมาทันควัน
ถึงภูมิลำเนาจะเป็คนที่นี่ แต่ก็อาศัยอยู่ที่อื่นเป็หลักอยู่อย่างสงบเสงี่ยมเจียมตนมาตลอด งานหนักไม่เคยเกี่ยง งานเบาไม่เคยทำให้ต้องเสียหายจึงเป็ไปไม่ได้ที่จะมาทำความเดือดร้อนให้ใคร คิดยังไงก็ไม่เกี่ยวกับเื่นี้เลยสักนิดแต่กลับต้องมาถูกไล่ล่ายิ่งกว่าหนูที่อยู่ในรูเสียอีกทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องเป็ฝีมือของ...
“โอ๊ย!”เผลอคิดไปถึงตัวก่อเหตุ เลยทำให้ลืมตัวไปว่าอยู่ในสถานการณ์ใด จึงได้ถูกเปลือกไม้ตะปุ่มตะป่ำและแหลมคมบาดลึกลงไปในผิวเนื้อจนมีเืไหลซึมออกมาเจ็บและแสบจนน้ำตาไหล แต่ก็ไม่อาจทำให้หยุดปีนป่ายได้ เพราะความหวาดกลัวที่มีเป็ที่ตั้ง คนตัวเล็กจึงข่มกัดฟันตะปบสองมือเล็กไปบนต้นไม้ใหญ่อย่างไม่ลดละ
คนถูกไล่ล่าแทบจะร้องเย้ เมื่อพยายามเป็ผลสำเร็จ!ปีนป่ายไปถึงแง่ไม้ใหญ่ที่เล็งไว้พร้อมอาการเหนื่อยอ่อนและสองขาที่สั่นเทา
ความอยากรู้ ทำไมถึงปีนได้ช้าและยากเหลือเกิน เมื่อก้มลงมือพื้นความสูงทำเอาสองมืออ่อนเปลี้ย สองขาอ่อนแรงขึ้นมาฉับพลัน กลืนน้ำลายลงคอก็ฝืดเคืองเพราะหวาดเสียว‘ขึ้นมาได้ไงนี่ น่ากลัวชะมัดเลย’
กระแสลมแรงพัดปลายยอดไม้ไหวโอนเอน จนต้องรีบตะปบกอดต้นไม้เอาไว้แน่นขณะยกอีกมือปาดน้ำที่ร่วงหล่นลงมา เพื่อจะได้ดูว่า หนีไอ้พวกคนใจร้ายตามไล่ล่าพ้นหรือเปล่าแต่พายุฝนฟ้าที่คะนองอยู่ทำให้ไม่ได้ยินเสียงและมองอะไรไม่เห็น
“สนุกสนานกับการเดินตากฝน ลุยแอ่งโคลนกันเหลือเกิน ไม่รู้สาวๆที่ชะเง้อคอรอยคอยสามีไปกดกอดคลายหนาวเหน็บจะหงุดหงิดกันขนาดไหนทำอะไรเฉื่อยชาแบบนี้ระวังโดนบ่นจนหูชา ถูกไล่ออกไปนอนตากไอฝนลมเย็นๆนอกบ้านคนเดียว” เสียงคนเป็นายบ่นงึมงำ แม้เหล่าลูกน้องจะหน้าเสียไปบ้างแต่ก็ยังมีคนใจกล้าโต้กลับด้วยน้ำเสียงครึกครื้น
“บ่นได้บ่นดี บ่นทุกวัน แต่วันไหนไม่บ่นถือเป็เื่ผิดปกติอย่างเป็อย่างมาก จนต้องเตรียมตัวได้ดีเพราะอาจจะโดนอย่างอื่น” ลูกน้องบอกผู้เป็นายพร้อมเสียงหัวเราะ
“อย่างไม้หน้าสามฟาดจนเือาบหัว” อีกคนเสริม
“ใครว่าล่ะ อย่างดีก็แค่ระบำฟ้อนเล็บเกี่ยวเนื้อหนังเป็รอยเล็บทั้งสองมือเองแต่ก็แป๊บเดียวเท่านั้นแหละ เจอ...คำหวานหยอดอ้อนเข้าหน่อย กอดจูบติดๆ กันหลายๆ ทีขี้คร้านจะรีบชวนเข้าห้องเล่นผีผ้าห่มกันโต้รุ่งมากกว่า”โอ้อวดคนในกลุ่มด้วยเสียงหัวเราะ
“แล้วหมาตัวไหนวะ ที่เมียโกรธทีไรเจอทั้งหมัดทั้งเท้าจนต้องก้มตัวลงอ้อนพร้อมสัญญา ‘โธ่...เมียจ๋า ผัวไม่รู้เื่ ไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้นแหละ ไปทำงานจริงๆ จ้ะคราวหน้าถ้ามีงานด่วนเข้ามา ผัวจะรีบมาบอกเมียจ๋าก่อน เมียจ๋ายกโทษให้ผัวนะจ๊ะผัวสัญญาจะไม่ทำอีกแล้วจ้ะ’ ล่ะวะ” หนึ่งในกลุ่มผุดพูดขึ้นมาได้
“ใช่ ถ้ายังไม่รีบหาตัวให้เจอคราวนี้เห็นทีจะโดนยันด้วยบาทาเบอร์สิบ กลับถึงบ้านเมื่อไหร่จะให้พวกเมียจ๋าๆเสิร์ฟยำหมัดยำเท้าให้กินเสียให้เข็ด”
“เฮ้ย! พวกเรารีบหาตัวไอ้เ้านั่นให้เจอด่วนโว้ย นายเดือดแล้ว!”
มันเหมือนกับเสียงเ่าั้ดังอยู่ใกล้ๆนี่เอง ยิ่งทำให้ต้องรีบหาทางซ่อนกาย
“บ้าจริง ทำไมถึงเป็แบบนี้ไปได้” คนที่หลบซ่อนตัวอยู่สบถด้วยความหงุดหงิดเมื่อไม่อาจยื่นมือไปคว้าพุ่มไม้มาปิดบังกายได้ ตอนที่เห็นจากด้านล่างต้นกับใบอยู่ใกล้นิดเดียว แต่พอยื่นมือไปไขว่คว้า สุดแขนแล้วก็ยังไม่ถึง ไหนจะเสียงพูดที่ตอนนี้แว่วมาจนได้ยินชัดเจนจนเกิดอาการละล้าละลัง เพราะกลัวถูกจับได้
‘ทำยังไงดีล่ะเรา’ ขบกัดฟันบนกลีบปาก จะไต่กลับลงไปก็สั่นจนกลัวว่าจะพลัดตกไปจนแข้งขาหัก ดีไม่ดีอาจจะถูกจับได้ทั้งที่เท้ายังไม่แตะพื้นเสียด้วยซ้ำ
‘คิดผิดมหันต์เลยเรา ไม่น่าจะหนีขึ้นมาเลย น่าจะหนีทางอื่น ให้ตายสิทำไมถึงได้บื้อขนาดนี้เนี่ย’
หากแต่ตอนนี้ตำหนิตัวเองไปก็เท่านั้นสิ่งสำคัญตอนนี้คือจะหาวิธีซ่อนตัวยังไงไม่ให้คนข้างล่างมองขึ้นมาแล้วเห็น!
แง่ไม้ที่อยู่เหนือศีรษะดูแข็งแรงพออีกทั้งใบไม้ที่ดกหนาเป็พุ่มอยู่ใกล้มือเหมาะสำหรับกำบังกายจากสายตาคนพวกนั้นได้ดีเชียวแหละการเคลื่อนไหวจะต้องรวดเร็วแต่ต้องระวังอย่างสุดๆ แต่เพียงยื่นมือไปเท่านั้น...
“อู๊ย!” นิ่วหน้าพร้อมน้ำที่ไหลลงมากระทบศีรษะซ้ำยังถูกเปลือกไม้บาดซ้ำลงบนแผลเก่า ไหนจะฟ้าที่มืดครึ้มที่สว่างด้วยแสงจากสายฟ้าซึ่งฟาดลงมาถี่ๆราวกับ้าให้คนข้างล่างมองขึ้นมาแล้วเห็นว่าซ่อนตัวอยู่อย่างนั้นแหละ
“มันจะอะไรนักหนา จะแกล้งกันไปถึงไหนแค่นี้ยังหวาดผวาขวัญหนีดีฝ่อไม่พอหรือไง จะต้องให้เจอกับเื่ร้ายๆเ็ปแค่ไหนถึงจะพอใจสักที” คนหลบซ่อนถามอย่างประชดประชันในโชคชะตาของตัวเองที่...ไม่เคยมีอะไรดีสักอย่าง!
คนที่รัก...ไม่เคยมีเข้ามาให้ชุ่มช่ำหัวใจที่แห้งแล้งราวกับทะเลทรายขาดไร้ซึ่งน้ำรินรด
คนที่หวังให้เขารักตอบ...ยังคงเป็เพียงแค่ความฝัน ความหวังอันเลื่อนลอย
แม้จะบอกว่าไม่สนใจ จะทุกข์หรือสุขก็ผ่านมาได้จนถึงวันนี้ แต่เมื่อคิดถึงมันก็อึดอัดในอก...เ็ปร้าวรานจนสะกดกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลไม่ได้
แต่...ไม่ใช่เวลาจะมาคิดเื่ไม่เป็เื่ แพขนตากะพริบไล่หยาดหยดน้ำตาแต่กระแสลมก็พัดพาเอาน้ำฝนร่วงหล่นลงมาใส่ แสบจนลืมตาไม่ขึ้นต้องหยุดอยู่เป็ครู่ใหญ่ถึงตั้งหลักได้ ค่อยๆ ปีนป่ายขึ้นไปด้วยความระมัดระวังอย่างที่สุด
เพียงมือแตะจุดหมายปลายทางได้แทนที่จะโล่งอก กลับกลายเป็หน้านิ่วคิ้วขมวด เมื่อจมูกได้กลิ่นเหม็นเอียนๆชวนให้วิงเวียนศีรษะจนอยากจะอาเจียน ที่เมื่อแหงนหน้าขึ้นเห็น...ดวงตาถึงกับเบิกกว้างด้วยสะพรึงกลัวเป็ที่สุด!
มดตัวดำวิ่งกรูกันเข้ามาหาพร้อมกัดบนผิวเนื้อนุ่มๆ ที่ไม่อาจจะยกมือปัดไล่ได้เพราะลมแรงโหมพัดมาจนต้นไม่ไหวเอนเหมือนจะล้มลงบนพื้น
เจ็บ...ใ แต่ก็ทำได้เพียงแค่หลับตาปี๋เพราะกลัวจะได้เห็นตัวเองหล่นลงไปกองกับพื้น ความวัวไม่ทันหายความควายก็ก้าวเข้ามา...
เสียงของกลุ่มคนร้ายกาจพวกนั้นเหมือนจะมาหยุดอยู่ใกล้ๆ...ใกล้จนเห็นหน้าได้สบกับดวงตามุ่งร้าย ได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจและความสะใจผสมกับโทสะที่คุกรุ่นจากเสียงกระซิบที่ดังข้างๆหู
“ในที่สุด ฉันก็จับแกได้!”