องค์หญิงชาวนาตัวน้อยผู้เป็นที่รัก 【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 124 อาหารในจาน

            อูซื่อหัวเราะเยาะ พลางกล่าวว่า"เดิมทีตำแหน่งของเจ้าควรเป็นของจิ้งซูแต่บัดนี้ข้ายังคงรักษาสถานะภรรยาเอกของเจ้าไว้ เพียงให้ตำแหน่งภรรยารองเท่านั้นเจ้าก็ยังบ่ายเบี่ยงเสียทุกครั้ง สมกับเป็นคนบ้านนอก ไม่มีวิสัยทัศน์คิดถึงแต่ตัวเอง"

            อันซิ่วเอ๋อร์ก้มหน้าลง นางไม่เข้าใจทำไมนางถึงกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวไปได้นางเพียงแต่ไม่ต้องการแบ่งปันสามีของตนให้ผู้อื่นหรือว่าต้องยอมแบ่งปันทุกอย่างให้คนอื่น ถึงจะเรียกว่าเป็นผู้ดีมีสกุล?

            ถ้าเช่นนั้นจริงนางก็คงเป็นคนเห็นแก่ตัวจริงๆ นั่นแหละ

            อูซื่อยังคงบ่นว่าอยู่ข้างหูแต่นางไม่ได้ฟังเลยสักคำ สุดท้ายอูซื่อเห็นนางนิ่งเหมือนท่อนไม้ก็โบกมือไล่อย่างเบื่อหน่าย

            ตลอดทั้งวัน อันซิ่วเอ๋อร์รู้สึกใจลอยนางไม่อยากเผชิญหน้ากับปัญหานี้ แต่ท่าทีของอูซื่อก็แข็งกร้าวเหลือเกินดูท่าว่าอีกไม่นาน ข้างกายสามีคงมี ‘น้องสาว’เพิ่มมาอีกคน

            อันซิ่วเอ๋อร์เริ่มจินตนาการถึงภาพนั้นจินตนาการภาพสามีเดินเคียงข้างสตรีอื่น จินตนาการภาพสามีใกล้ชิดสนิทสนมกับนางอื่นเพียงคิดถึงตรงนี้ หัวใจก็เหมือนถูกมีดกรีด เจ็บปวดรวดร้าวนางไม่อาจทนจินตนาการภาพนั้นต่อไปได้เลย

            นางลองจินตนาการว่าตนเป็นนายหญิงของบ้านมีอำนาจเหนือผู้อื่น ให้นางปรนนิบัติตน แต่นางกลับจินตนาการภาพนางเรียกตนว่า‘พี่สาว’ ด้วยน้ำเสียงหวานหยดไม่ออกเพราะเพียงนึกถึงภาพนั้น นางก็แทบอยากจะข่วนใบหน้างดงามนั้นให้เป็นริ้ว

            บัดนี้นางจึงเข้าใจแล้วว่าทำไมในฝันประหลาดนั้น ฮูหยินกู้ถึงได้ทำกับนางเช่นนั้น พอมาอยู่ในจุดนี้นางก็อยากจะขับไล่คนที่มาแย่งสามีไปให้พ้นทาง อยากจะทำลายพวกนางให้สิ้นซากเพื่อให้ข้างกายเขาเหลือเพียงนางคนเดียว

            นางท่องจำคัมภีร์สตรีมาขึ้นใจรู้ดีว่าการกระทำเช่นนี้มันผิด แต่กลับทำใจยอมรับไม่ได้จริงๆนางเป็นอย่างที่อูซื่อว่าจริงๆ ใจแคบ ไม่อาจทนเห็นคนอื่นได้ดี

            ตลอดทั้งวัน นางอารมณ์เสีย ขนาดตอนปักผ้ายังเผลอทิ่มนิ้วตัวเองไปหลายครั้ง กินข้าวก็ไม่รู้รสชาติ ซดน้ำแกงไปได้สองสามคำก็สั่งให้ยกสำรับออกไป

            ยามค่ำคืน จางเจิ้นอันยังไม่กลับมานางจึงเข้านอนแต่หัวค่ำ นางให้ป่านเซี่ยจัดห้องใหม่ให้นางนางต้องหัดอยู่โดยไม่มีเขาให้ชิน ถึงจะทนเห็นเขาไปอยู่กับคนอื่นได้

            ทว่าพอเปลี่ยนห้องแล้วนางกลับพลิกตัวไปมาข่มตาไม่หลับ ในเวลานี้นางถึงได้รู้ว่าตนเองคุ้นเคยกับเตียงเดิม นางได้แต่โทษว่าเป็นเพราะ‘ผิดเตียง’ จึงลุกขึ้นนั่งข้างเตียงมองดวงจันทร์นอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย

            พลันมีเสียงฝีเท้าดังมาจากข้างนอกนางรีบล้มตัวลงนอน ไม่นานประตูก็เปิดออก นางรีบหลับตาลง กลิ่นกายคุ้นเคยลอยเข้ามาจางเจิ้นอันเดินเข้ามานั่งข้างเตียง

            "ไม่ต้องแกล้งแล้วข้ารู้ว่าเจ้ายังไม่หลับ" เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นเหนือศีรษะ

            อันซิ่วเอ๋อร์ยังคงหลับตาแน่นนางไม่ได้ตอบคำเขา จางเจิ้นอันยื่นนิ้วไปเขี่ยขนตาของนางเบาๆเปลือกตาที่ถูกสัมผัสสั่นระริกน้อยๆขนตายาวงอนของนางราวกับปีกผีเสื้อที่กำลังตื่นตระหนก

            ภายใต้แสงตะเกียง ขนตาหนาทอดเงาลงบนแก้มทำให้ดูยาวเป็นพิเศษ ยามนางหลับตา ใบหน้างามดูสงบนิ่ง

            เขาเห็นนางไม่เอ่ยวาจาจึงยื่นนิ้วไปหยิกแก้มของนางเบาๆ ผิวแก้มเนียนนุ่มยิ่งกว่าเดิมราวกับจะหยาดเยิ้มได้ กลัวนางจะเจ็บ เขาจึงผ่อนแรงลงแต่ตรงที่ถูกหยิกก็ยังขึ้นรอยแดงจางๆ

            เขารู้สึกสงสาร จึงใช้มือนวดเบาๆแล้วโน้มตัวลงจุมพิตตรงรอยแดงนั้น สัมผัสอันอบอุ่นนั้นทำให้อันซิ่วเอ๋อร์ใจอ่อนยวบมือใต้ผ้าห่มกำแน่น เตือนตัวเองให้ใจแข็งไว้

            วันนี้เขาอ่อนโยนเช่นนี้พรุ่งนี้อาจจะมอบความอ่อนโยนนี้ให้ผู้อื่น

            "เจ้าเป็นอะไรไป? ทำไมจู่ๆ ถึงอยากนอนคนเดียว? ไม่บอกข้าสักคำ?"ชายหนุ่มเอ่ยถาม เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ตกเย็นกลับมา ไม่เห็นนางเขาจึงออกตามหา ถามสาวใช้ถึงได้รู้ว่านางย้ายห้อง

            เขารู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยทั้งยังคิดว่าเรือนหลังนี้ห้องมันเยอะเกินไป โชคดีที่ยังมีป่านเซี่ยเขาถึงตามหานางเจอได้ไม่ยาก

            "ไม่ต้องแกล้งหลับข้ารู้ว่าเจ้าผิดเตียงง่าย ไม่มีข้าอยู่ข้างๆ เจ้าคงนอนไม่หลับ" เขาเอ่ยอีก

            อันซิ่วเอ๋อร์จำต้องลืมตาขึ้น"ท่านมาทำอะไร? ช่วงนี้ข้าตั้งใจจะนอนคนเดียว"

            "โกรธที่ข้ากลับมาช้าหรือ?"จางเจิ้นอันเอ่ยถาม เขาคิดไปคิดมา ก็คิดออกเพียงเหตุผลนี้

            "ใช่แล้วใครจะรู้ว่าท่านมัวไปทำอะไรอยู่ข้างนอก ท่านกลับมาช้าขนาดนี้ ข้าขี้เกียจรอนอนคนเดียวสบายกว่า" อันซิ่วเอ๋อร์พลิกตัวหันหลังให้เขา

            "เอาล่ะๆ ข้าติดธุระจริงๆต่อไปข้าจะพยายามกลับให้เร็วกว่านี้" เขาปลอบโยนเสียงเบา

            "ข้าไม่สนท่านแล้วท่านอยากกลับเมื่อไรก็กลับเถอะเจ้าค่ะ ต่อไปนี้ข้าจะนอนคนเดียวท่านไปหาแม่สาวน้อยคนโปรดของท่านเถอะ" อันซิ่วเอ๋อร์กล่าวอย่างขุ่นเคือง

            "แม่สาวน้อยที่ไหนกันแม่สาวน้อยของข้าก็มีแค่เจ้าคนเดียวไม่ใช่หรือ?" เขาถอดเสื้อคลุมแล้วแทรกตัวเข้ามาในผ้าห่ม

            อันซิ่วเอ๋อร์ขยับตัวหนีแต่ถูกเขากอดไว้แน่น นางดิ้นขลุกขลักอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้น

            "วันนี้ไปที่เรือนท่านแม่มาท่านแม่พูดอะไรให้เจ้าไม่สบายใจอีกแล้วใช่หรือไม่?" จางเจิ้นอันมิใช่คนโง่เพียงคิดเล็กน้อย ก็จับประเด็นได้ "ข้าเคยบอกแล้วอย่างไรเล่านางพูดอะไรก็ไม่ต้องไปใส่ใจ"

            "เปล่าเจ้าค่ะ" อันซิ่วเอ๋อร์ส่ายหน้า พอนึกถึงคำพูดของอูซื่อ เสียงนางก็สั่นเครือ

            "มีอะไรก็บอกข้าได้ไหม? ถ้าเจ้าไม่บอกข้า แล้วจะไปบอกใคร?" จางเจิ้นอันยื่นมือไปหมุนร่างของนางให้หันมาเผชิญหน้ากับเขา

            อันซิ่วเอ๋อร์อดกลั้นคำพูดที่อยากจะหลุดออกมาเพียงก้มหน้ากล่าวว่า "ก่อนหน้านี้ท่านเคยบอกว่าถ้าท่านแม่ยอมมอบบัญชีทั้งหมดของตระกูลจางให้ข้าดู จะเป็นประโยชน์ต่อท่านแต่ครั้งนี้ นางไม่ได้มอบให้ข้าแล้ว ข้าคงช่วยอะไรท่านไม่ได้"

            "ที่แท้ก็เรื่องนี้นี่เองแม้ว่านางจะไม่มอบให้เจ้า ข้าก็หาวิธีอื่นเอาบัญชีมาได้อยู่ดีเจ้าไม่ต้องรู้สึกผิด" เขายื่นนิ้วไปเช็ดน้ำตาออกจากหางตานาง"เรื่องแค่นี้ ร้องไห้ทำไมกัน"

            นางกลับร้องไห้หนักกว่าเดิม ไหล่สั่นสะท้านสุดท้ายเขาจนปัญญา ได้แต่ก้มลงจุมพิตดวงตาของนางลิ้นอุ่นชื้นไล้เลียหยาดน้ำตาบนใบหน้านางจนหมดสิ้น

            "ไม่ต้องกังวลเรื่องพวกนี้ข้าจัดการเอง เจ้าอยู่ที่นี่ก็แค่ใช้ชีวิตให้มีความสุขก็พอ"เขาเอ่ยเสียงต่ำ นางกำลังจะเอ่ยปาก เขาก็ประกบริมฝีปากลงมากลืนคำพูดที่เหลือของนางลงไป

            "วันนี้เจ้าโกรธเรื่องเล็กน้อยถึงกับจะแยกห้องนอนกับข้าเห็นทีข้าต้องลงโทษเจ้าหนักๆเสียแล้ว"

            พอเห็นนางเริ่มหายใจติดขัดจากการจูบเขาก็ยอมปล่อยนางเป็นอิสระ แต่การกระทำหลังจากนั้นกลับร้อนแรงยิ่งกว่าเดิมคำพูดก็เจือความนัย

            "อย่าเจ้าค่ะ อย่าทำเช่นนี้…"นางบิดตัวไปมา พยายามขัดขืนการรุกล้ำของเขา

            หารู้ไม่ว่าการดิ้นรนของนางยิ่งเหมือนเชื้อไฟโหมกระพือความปรารถนาของเขาเขากดมือนางไว้เหนือศีรษะ ร่างกายทั้งสองพันเกี่ยวกัน

            ช่วงนี้ เขายุ่งมากกลับบ้านก็ดึกดื่นแทบทุกวัน ส่วนใหญ่นางก็หลับไปแล้ว บางครั้งแม้จะมีใจอยากใกล้ชิดแต่ก็กลัวจะรบกวนนาง จึงได้แต่ข่มใจไว้

            นานๆ ทีที่นางจะหนีมานอนแยกห้องแถมยังไม่หลับ เช่นนี้จะโทษเขาได้อย่างไร เขารังแกนางอยู่นานในที่สุดนางก็หมดเรี่ยวแรง ร่างกายอ่อนปวกเปียกราวกับตุ๊กตาผ้าปล่อยให้เขาเชยชมตามอำเภอใจ

            หลังจากพลิกแพลงร่วมรักกันค่อนคืน เขาก็สมใจจัดการทำความสะอาดให้นางเรียบร้อย แล้วจึงกอดนางไว้ในอ้อมแขนอย่างพึงพอใจแต่กลับพบว่าคนในอ้อมแขนมีเหงื่อซึมเต็มหน้าผาก

            "ซิ่วเอ๋อร์?" เขาเอ่ยเรียกเสียงต่ำ

            นางพลันลืมตาโพลง เหมือนเพิ่งตื่นจากฝันร้าย

            เขาไม่พอใจเล็กน้อย หยิกบั้นท้ายนางเบาๆ"เรื่องอย่างว่าเมื่อครู่ เจ้าถึงกับหลับไปได้แถมยังฝันร้ายอีก?"

            "ใช่สิเจ้าคะ ข้าฝันว่ามีเสือตัวใหญ่อ้าปากกว้างจะจับข้ากิน" อันซิ่วเอ๋อร์กล่าวอย่างจริงจัง

            จางเจิ้นอันได้ยินนางเปรียบเปรยตนเองเช่นนั้นความรู้สึกภาคภูมิใจในความเป็นชายก็พุ่งสูงขึ้น "ใช่แล้ว เจ้าคือเหยื่ออันโอชะของข้า"

            "แต่เสือไม่ได้กินเหยื่อแค่ตัวเดียวนี่มันยังกินตัวอื่นด้วย" อันซิ่วเอ๋อร์กล่าวเสียงต่ำ

            เขาดึงมือนางมากุมไว้แน่น กล่าวว่า"เจ้าโง่ เสือตัวนี้ไม่เหมือนเสือตัวอื่น มันกินแค่เจ้าและยอมให้เจ้ากินมันเท่านั้น เพราะเหยื่ออันโอชะของมันคือสมบัติล้ำค่าและนางเสือร้ายของมันด้วย"

            คำหวานของเขาแม้จะฟังดูเรียบง่ายแต่อันซิ่วเอ๋อร์กลับชอบใจนัก นางรู้สึกหวานล้ำในใจแต่คำพูดของอูซื่อก็ยังก้องอยู่ในหัว ทำให้นางอดกังวลไม่ได้ จึงเอ่ยอีกว่า"ท่านแม่ของข้าเคยบอกว่า คำพูดผู้ชายบนเตียงเชื่อถือไม่ได้ท่านต้องโกหกข้าแน่ๆ"

            "ข้าพูดอะไรที่ไหนข้าพูดถึงเสือต่างหาก" จางเจิ้นอันเบิกตากว้างกล่าวอย่างใสซื่อ "คำพูดผู้ชายอาจเชื่อไม่ได้แต่คำพูดของเสือเชื่อถือได้เสมอไม่ใช่หรือ?"

            อันซิ่วเอ๋อร์ได้แต่เม้มปากยิ้มยกแขนโอบเอวเขาไว้ กล่าวว่า "เอาล่ะ นอนเถอะพรุ่งนี้ท่านยังต้องไปทำธุระอีกมิใช่หรือ"

            แท้จริงแล้ว นางยังอยากจะถามว่าหากอูซื่อบีบบังคับเขาจริงๆ เขาจะทำอย่างไร? แต่นางกลัวเขาจะลำบากใจจึงไม่อาจเอ่ยถามออกไปได้

            บุรุษมีภรรยาสามสี่คนเป็นเรื่องธรรมดาในยุคนี้เขาดีกับนางถึงเพียงนี้ นางควรจะพอใจแล้วอย่างน้อยเขาก็เคยทะนุถนอมนางดุจสมบัติล้ำค่า เคยให้ความจริงใจแก่นาง

            นางสัมผัสได้ว่าเขาไม่ใช่คนปากหวานก้นเปรี้ยวที่เอาแต่หลอกลวง นางดีใจที่ได้เจอเขาแต่ก็เสียใจที่ได้เจอเขา

            "ต่อไปอย่าคิดฟุ้งซ่านอีก รู้ไหม?ท่านแม่ของข้าน่ะหัวโบราณ เจ้าอย่าไปใส่ใจนางเลยมีเรื่องอะไรก็โยนมาให้ข้าจัดการ" ชายหนุ่มกำชับเขาได้ยินสตรีในอ้อมแขนขานรับเสียงหวาน เขาก็จุมพิตหน้าผากของนาง "ราตรีสวัสดิ์"

            ค่ำคืนเงียบสงัด ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรกันอีกไม่นานก็พากันหลับใหลไป

             

    คล้ายกับเรื่ององค์หญิงชาวนาตัวน้อยผู้เป็นที่รัก 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663