พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    เล่ม 3 บทที่ 89 เปิ่นหวางจะเป็นกิ่งสูงให้เจ้าเอง

            การแต่งโม่เสวี่ยถงเข้าจวนเป็นข้อเสนอของโม่เสวี่ยหมิ่น และก็ตรงกับความคิดของเขาพอดี สกุลลั่วที่เป็นหลักค้ำจุนให้โม่เสวี่ยถงคือเป้าหมายใหญ่ของเขา สกุลลั่วไม่เพียงแต่เป็นหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ชั้นกงซึ่งเป็นผู้ร่วมบุกเบิกแคว้น เมื่อวิเคราะห์จากศักยภาพก็มีความแข็งแกร่งในราชสำนัก สกุลลั่วมีหนึ่งขุนพลใหญ่ หนึ่งรองเจ้ากรมอาญา เป็นหนึ่งบุ๋นหนึ่งบู๊คู่บัลลังก์ ผู้หนึ่งโอรสสวรรค์ไว้วางพระทัยให้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งสำคัญ อีกผู้หนึ่งกุมกำลังทหารถือตราทัพไว้ในมือ ไม่ว่าจะพิจารณาจากด้านไหน โม่เสวี่ยถงย่อมเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดที่จะช่วยให้จวนเจิ้นกั๋วโหวกลับมารุ่งโรจน์ได้อีกครั้งหนึ่ง

            จวนเจิ้นกั๋วโหวตกต่ำลง ซือหม่าหลิงอวิ๋นย่อมรู้อยู่แก่ใจ ตนเองไม่มีตำแหน่งหน้าที่การงานใด อาศัยก็แค่บรรดาศักดิ์กินบุญเก่า หากคิดจะเข้าไปเป็นขุนนางในราชสำนักก็ต้องให้ผู้มีอำนาจสนับสนุน ตำแหน่งขุนนางของบิดาโม่เสวี่ยถงแม้ไม่สูง แต่กลับได้รับใช้ใกล้ชิดโอรสสวรรค์ เมื่อเร็วๆ นี้ ได้ยินมาว่าจักรพรรดิจงเหวินตี้มีพระประสงค์จะเลื่อนตำแหน่งของเขาให้สูงขึ้น เมื่อผนวกกับสกุลลั่วที่อยู่เบื้องหลัง ก็ไม่มีผู้ใดเหมาะสมต่อตำแหน่งฮูหยินเจิ้นกั๋วโหวซื่อจื่อได้มากกว่านางอีกแล้ว

            ยิ่งไปกว่านั้น สตรีที่งดงามล้ำเลิศจนทำให้ตื่นตะลึงตั้งแต่แรกพบอย่างนาง บุรุษอย่างซือหม่าหลิงอวิ๋นหรือจะปล่อยให้หลุดมือไปได้

            เมื่อนึกถึงโม่เสวี่ยถง เขาก็แทบไม่อยากเสียเวลาโอ้โลมอวิ๋นอี้ชิวอีกต่อไป

            สาวใช้ที่อยู่ด้านนอกเป็นผู้รู้กาลเทศะดี เมื่อเห็นแววตาหงุดหงิดของผู้เป็นนายก็รู้งาน รีบเดินเข้ามาประคองอวิ๋นอี้ชิว “อย่าโกรธเคืองซื่อจื่อเลยนะเจ้าคะคุณหนู หากซื่อจื่อคิดจะแต่งสตรีผู้นั้นจริง ไฉนจึงไม่ให้คุณหนูโวยวายเสียงดังเล่า แค่เรื่องรู้ไปถึงหูฮูหยินก็สามารถแต่งคนเข้าจวนได้ทันที เท่านี้คุณหนูยังไม่เข้าใจความหมายของซื่อจื่ออีกหรือเจ้าคะ”

            ซือหม่าหลิงอวิ๋นปล่อยมือจากอวิ๋นอี้ชิว ผงกศีรษะให้สาวใช้ผู้นั้นอย่างพึงพอใจ แล้วเอ่ยวาจาคล้อยตาม “แม้แต่สาวใช้เล็กๆ คนหนึ่งยังรู้ว่าพี่ทำเพื่อเจ้า ไฉนชิวเอ๋อร์จึงยังไม่เข้าใจอีกเล่า หัวใจพี่จะมีเพียงเจ้าคนเดียวตลอดไป เมื่อไรจะยอมเชื่อใจกันเสียที หากเจ้ายังคลางแคลงใจถึงเพียงนี้ ต่อไปจะอยู่ด้วยกันยาวนานได้อย่างไร”

            กล่าวจบก็ทำสีหน้าปั้นปึ่ง เบี่ยงตัวหลบให้พ้นจากมือของอวิ๋นอี้ชิวที่เอื้อมมาหมายยื้อยุด แล้วแสร้งโมโหสะบัดแขนเสื้อ สาวเท้าก้าวใหญ่ออกไปด้านนอกอย่างรวดเร็ว

            ยามนี้เขามีงานสำคัญ ไม่มีเวลามาขลุกอยู่กับอวิ๋นอี้ชิว จึงฉวยโอกาสนี้ผลุนผลันจากไป

            “พี่ชายเจ้าคะ... พี่ชาย... ข้าเปล่า...” เมื่ออวิ๋นอี้ชิวไม่อาจรั้งตัวซือหม่าหลิงอวิ๋นที่เดินดุ่มๆ ออกไปคล้ายโมโหได้ ร่างกายพลันอ่อนแรงทรุดฮวบลงร้องไห้ โชคดีที่สาวใช้มือไวดึงนางไว้ทัน นางจึงยังไม่ล้มไปชนขอบโต๊ะ

            “คุณหนู บ่าวเตือนตั้งแต่อยู่ข้างนอกแล้วว่าอย่าใจร้อน ดูสิเจ้าคะ ซื่อจื่อห่วงใย คิดทุกอย่างเพื่อท่านถึงเพียงนี้ แต่ท่านกลับยั่วยุโทสะเขา เรื่องแบบนี้เป็นใครก็ต้องน้อยใจเป็นธรรมดา โชคดีที่ซื่อจื่อรักและเมตตาคุณหนู อีกสองวันก็คงหายโกรธแล้วกลับมาหาเอง ถึงเวลานั้นคุณหนูยอมงอนง้อหน่อยก็ไม่มีปัญหาแล้ว” สาวใช้ผู้นี้เป็นคนมีความคิด รู้จักพูดคุย วาจาของนางเพียงสองสามประโยคก็สามารถล้างความผิดของซือหม่าหลิงอวิ๋นได้หมดจด

            คำพูดกึ่งตำหนิกึ่งแสดงความหวังดีของสาวใช้ แม้จะทำให้อวิ๋นอี้ชิวยิ่งร้องไห้หนัก แต่อารมณ์กลับมิได้ขุ่นมัวเหมือนเช่นก่อนหน้านี้อีกแล้ว นางหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดหน้าร้องไห้อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยถามอย่างลังเลใจ “พี่ชาย... พี่ชายจะไม่โกรธข้าจริงๆ หรือ”

            “ไม่โกรธแน่นอนเจ้าค่ะ ดูสิ... ทำจนตนเองกลายสภาพเป็นเช่นนี้ ทั้งยังทำให้ซื่อจื่อโมโหอีก ไม่คุ้มค่าเลยจริงๆ เรื่องสตรีผู้นั้นซื่อจื่อย่อมมีวิธีจัดการเอง หากเขาต้องการพาคนเข้าจวน ไฉนจะต้องแอบทำลับๆ ล่อๆ ด้วยเล่า แม้ซื่อจื่อจะมีเรื่องปิดบังคุณหนูอยู่ แต่ต้องไม่ใช่เรื่องทำนองนั้นแน่ ซื่อจื่อเป็นบุรุษย่อมมีภาระหน้าที่มากมาย ไม่จำเป็นต้องบอกสตรีให้รับรู้ แต่ไหนแต่ไรบุรุษจัดการเรื่องนอกบ้าน สตรีจัดการเรื่องในบ้าน ถึงเวลาคุณหนูก็เพียงแค่ดูแลจัดการภายในจวนก็เพียงพอแล้ว” สาวใช้เข้ามาประคองอวิ๋นอี้ชิว แล้วช่วยเช็ดหน้าเช็ดตาให้นาง

            คำพูดนี้กล่าวได้ตรงใจของอวิ๋นอี้ชิว นางจึงสงบลง ไล้ปลายนิ้วมือบนตำราของซือหม่าหลิงอวิ๋นที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน ตัดสินใจแน่วแน่ เรื่องนี้นางจะไม่แพร่งพรายออกไป แต่เรื่องของสตรีผู้นั้น นางจะไม่ชะล่าใจเด็ดขาด

            มือที่วางบนโต๊ะพับข้อนิ้วลงมากำแน่น ดวงตาจับจ้องไปในอากาศที่ว่างเปล่าฉายแววอำมหิต คุณหนูสามสกุลโม่ผู้นั้นนางหมดปัญญาจะจัดการ แต่หญิงสาวที่ปิดบังใบหน้าท่าทางประหลาดผู้นั้นนางย่อมหาวิธีตรวจสอบได้แน่นอน สตรีที่นัดพบกับบุรุษกลางดึกแบบนี้จะเป็นคนดีไปได้อย่างไร ต้องมีเจตนาให้ท่าเพื่อจับพี่ชายเป็นแน่

            นังแพศยาชั้นต่ำ มีข้าอยู่ เจ้าไม่มีวันได้สมดังใจ!

            …        

            โม่เสวี่ยงถงคุกเข่าอยู่ในห้องบูชาบรรพชน เวลาล่วงเลยไปถึงสองชั่วยามแล้ว ภายในห้องเงียบสงัด เหลือนางอยู่เพียงคนเดียว โม่เยี่ยถูกส่งให้ไปหาผู้มาช่วยเหลือแล้ว แม้ว่าใต้เข่าของนางจะเป็นเบาะหนา แต่ด้วยเวลาอันยาวนานเพียงนั้น เข่าของนางบวมแดงเป็นปื้น รู้สึกเจ็บจี๊ดๆ เหมือนถูกเข็มทิ่มแทง ประตูบานใหญ่ปิดสนิท มีเพียงแสงสลัวรางจากตะเกียงฉางหมิงในห้องโถงสองสามดวงเท่านั้น

            ภายใต้แสงสีเหลืองหม่น บรรยากาศมัวซัวเช่นนี้ หากไม่เพราะเจ็บเข่า โม่เสวี่ยถงคงงีบหลับไปนานแล้ว

            วันนี้วันเดียวเกิดเรื่องขึ้นมากมายจริงๆ นางนวดหัวเข่าไปพลาง ริมฝีปากพลันระบายรอยยิ้มขมเฝื่อนโดยไม่รู้ตัว

            นี่ยังไม่อาจนับว่าจบสิ้นอย่างสมบูรณ์ โม่เสวี่ยถงย่อมเตรียมแผนการเหนือชั้นรองรับเอาไว้แล้ว

            โม่เสวี่ยถงไม่กล้าประมาทโม่เสวี่ยหมิ่น ชาติก่อนนางประเมินคนแต่เพียงเปลือกนอก เข้าใจมาโดยตลอดว่าพี่สาวผู้อ่อนโยนหน้าตาสะสวยเป็นคนดี รักพี่รักน้อง จึงไว้วางใจเห็นอีกฝ่ายเป็นพี่สาวแท้ๆ คิดไม่ถึงว่าท้ายที่สุดตนเองกลับต้องตายด้วยน้ำมือของพี่สาวผู้นี้

            ต้องใช้กลอุบายมากมายแค่ไหนกัน จึงจะทำให้จวนเจิ้นกั๋วโหวตัดสินใจเขี่ยตนเองทิ้งแล้วแต่งนางเข้ามาแทน

            แม้ตอนนั้นโม่เสวี่ยหมิ่นจะกลายเป็นสาวเทื้อไปแล้ว ซือหม่าหลิงอวิ๋นกลับตัดสินใจทอดทิ้งตนเองและบุตรชาย ไปเลือกนางอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย

            ตีงูต้องตีที่เจ็ดชุ่น[1] การลับคมเขี้ยวกันก่อนหน้านี้ เป็นแค่การหยั่งเชิง ไม่นับว่าเป็นการประมือกันอย่างแท้จริง

            โม่เสวี่ยหมิ่นย่อมวางแผนเอาไว้แล้ว ว่าคืนนี้จะทำให้นางยอมแต่งให้ซือหม่าหลิงอวิ๋นด้วยความเต็มใจอย่างไร ด้วยสภาพของตนเองในเวลานี้ย่อมเป็นไปไม่ได้ เว้นแต่จะถูกสถานการณ์บังคับให้จำยอมสมัครใจ

            ภายใต้สถานการณ์แบบไหนที่จะทำให้สตรีผู้หนึ่งยินยอมพร้อมใจได้เล่า ชื่อเสียงถูกทำลาย แต่ผู้ที่ทำลายชื่อเสียงของตนก็ต้องเป็นซือหม่าหลิงอวิ๋นอีกนั่นแหละ ตนเองคุกเข่าอยู่ในห้องบูชาบรรพชน ต่อให้ซือหม่าหลิงอวิ๋นมีความสามารถเทียมฟ้าก็ไม่อาจเข้ามาทำลายชื่อเสียงของนางถึงที่นี่ได้ หรือแม้ว่าจะเข้ามาจริงๆ เขาจะอ้างเหตุผลใดที่มีน้ำหนักเพียงพอแก่การมาปรากฏตัวในจวนโม่ยามนี้

            โม่เสวี่ยถงยังนึกหาเหตุผลไม่ได้ จิตใจว้าวุ่น นิ้วมือวนไล้อยู่ที่เท้าโดยไม่รู้ตัว

            “ดึกดื่นค่อนคืนแบบนี้ ไปตามเปิ่นหวางมามีธุระอันใด” น้ำเสียงเอ้อระเหยชวนมึนเมาเหมือนสุราชั้นดีดังลอยมาจากด้านหลัง

            โม่เสวี่ยถงหันศีรษะไป เห็นเฟิงเจวี๋ยหร่านนั่งเอนกายอยู่บนเบาะรองนั่งด้วยท่าทางเยี่ยงคนเกียจคร้าน ภายใต้แสงตะเกียงสีนวล อาภรณ์หรูหราสีม่วงเข้มปักดิ้นลายมังกรขับราศีให้ชายหนุ่มดูน่าหลงใหลดั่งภาพลวงตา ใบหน้าคมสันหล่อเหลาดูมีเสน่ห์เย้ายวนกว่าปรกติหลายส่วน เลิกคิ้วสูงมองมาที่นาง ริมฝีปากแดงชาดร้อนแรงหยักโค้งดูคล้ายรอยยิ้มแต่ไม่ใช่

            โม่เสวี่ยถงถอนหายใจเบาๆ ใจจริงนางไม่อยากไปรบกวน ‘ท่านผู้นี้’ เลย แต่ไม่มีใครอื่นที่สามารถใช้ได้แล้ว และหากไม่มีหลักฐานชัดเจน คนของบ้านท่านยายก็ไม่อาจเข้ามาช่วยเหลือนางได้ นางเพิ่งเข้ามาเมืองหลวง ทั้งคนและสถานที่ล้วนไม่คุ้นเคย รู้จักแต่บุรุษที่สามารถไปไหนมาไหนยามค่ำคืนโดยไม่มีใครรู้เห็นผู้นี้เท่านั้น นอกจากเขาแล้ว... ก็ไม่รู้ว่าจะหาใครมาช่วยเหลือตนเองได้อีก

            แม้ทราบดีว่าเขาก็เป็นตัวอันตรายอย่างยิ่ง แต่เมื่อต้องประมือกับโม่เสวี่ยหมิ่น นางก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตนเองจึงเชื่อมั่นในตัวเขานัก อาจเป็นเพราะว่าเขาเคยช่วยเหลือนางมาก่อนกระมัง

            ขณะที่นึกปลงอยู่ในใจ สายตาก็มองพิจารณาเขาไปตามจิตใต้สำนึก รับรู้ได้ว่าภายใต้เบื้องลึกดวงตาของเขานอกจากแววหยอกเย้าก็ไม่มีความหมายอื่น จึงค่อยผ่อนวางหัวใจลงช้าๆ ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด เมื่อเห็นท่าทางเอ้อระเหยลอยชายเหมือนไม่ใส่ใจของเขา สมองก็พลันปรากฏภาพที่ชายหนุ่มเข้ามาบอกว่าตนเองเป็นผู้มีพระคุณของนาง แล้วก็ทวงถามบุญคุณ จนกลายเป็นหนี้สะสมทบแล้วทบอีก

            เมื่อเรื่องนี้โพล่งเข้ามาในความคิด นางก็รู้สึกตกใจ นี่ไม่เท่ากับว่านางต้องพึ่งพาเขาอีกแล้วหรือ ใบหน้าพลันสุกปลั่งเป็นสีแดงระเรื่อ หมุนตัวหลบเสมองไปด้านข้าง โชคดีที่แสงตะเกียงไม่สว่างมาก เขาคงไม่เห็นกระมัง

            “มีเรื่องอยากให้เปิ่นหวางช่วยเหลืออีกแล้วใช่หรือไม่ ถึงอย่างไรเจ้าก็ติดหนี้บุญคุณอยู่ไม่ใช่แค่หนสองหน แต่เอาเถอะ... มีอะไรก็ว่ามา” เฟิงเจวี๋ยหร่านหรี่ตามองแล้วเอ่ยถาม พลางเคาะนิ้วมือบนเบาะเบาๆ ตามความเคยชิน

            “น้ำพระทัยของเซวียนอ๋อง วันหน้ามีโอกาสหม่อมฉันต้องตอบแทนแน่นอน แต่ครานี้ต้องรบกวนจริงๆ เพคะ” เมื่อถูกคนเดาใจถูก โม่เสวี่ยถงก็แอบเบ้ปากทำหน้ายู่ แต่ไม่อาจพูดออกมาได้

            “รู้ก็ดีแล้ว ต่อไปทุกอย่างทุกเรื่องต้องจดจำไว้ให้ดี เปิ่นหวางจะคิดดอกเบี้ยครบถ้วนแน่นอน” เฟิงเจวี๋ยหร่านกล่าวอย่างไม่เกรงใจ วันนี้เขาอารมณ์ดียิ่ง ได้เห็นนางแมวป่าตัวน้อยกางเล็บแยกเขี้ยวขู่ แต่สุดท้ายก็ยอมศิโรราบต่อหน้าตนเอง แล้วจะไม่ให้คนอารมณ์ดีได้อย่างไร แต่ครั้นเลื่อนสายตามาที่มือของนางที่นวดวนอยู่บนหัวเข่า สีตาพลันเข้มขึ้นหลายส่วน

            “เรื่องนี้จะว่าไปแล้วก็มีความเกี่ยวข้องกับท่านอ๋องเช่นกัน” โม่เสวี่ยถงก็ไม่ค่อยพอใจนัก นึกเสียใจที่ตนเองวางท่าต่ำต้อยเกินไป จึงถูกเขากดดันอยู่เรื่อย ทว่าได้แต่กัดฟันทนสงวนวาจา บุญคุณใหญ่หลวงถูกนับอีกแล้วสิเนี่ย ฮือ...

            “โอ้? อย่างไรเล่า ว่ามาสิ...” เฟิงเจวี๋ยหร่านเลิกคิ้วขึ้น ดวงตาคู่งามพลอยยกสูงขึ้นตาม ทรงเสน่ห์ร้ายเหลือ

            “วันนี้หากไม่ใช่เพราะพระองค์รั้งหม่อมฉันไว้ชมป่าเหมย ก็คงไม่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น หม่อมฉันต้องถูกลงโทษให้คุกเข่าในห้องบูชาบรรพชนแห่งนี้ ท่านอ๋องไม่ทรงรู้สึกผิดต่อหม่อมฉันเลยหรือเพคะ” เห็นเขาวางมาดไม่รู้ไม่ชี้ โม่เสวี่ยถงก็เดือดดาลยิ่ง นางไม่ได้ตั้งใจจะพึ่งพาเขาเสียหน่อย เจตนาเดิมของนางก็เพียงแค่เดินวนอยู่ในป่าเหมยสักรอบ หลังจากนั้นก็ออกไปชมโม่เสวี่ยหมิ่นแสดงละคร แล้วค่อยปรากฏตัวในเวลาที่เหมาะสม ข่าวลือก็จะถูกทำลายลงก่อนที่จะแพร่ออกไป ผลลัพธ์เช่นที่โม่เสวี่ยหมิ่นคาดการณ์ไว้ก็จะไม่เกิดขึ้น

            แต่ยามนี้นางถูกเหล่าไท่ไท่ลงโทษให้คุกเข่าอยู่ที่นี่ ทุกเรื่องล้วนคลาดเคลื่อนไปหมด หากจะว่ากันตามจริงแล้ว เฟิงเจวี๋ยหร่านหรือจะวางตัวอยู่นอกเหนือจากเรื่องราวเหล่านี้ได้

            “โอ... เช่นนั้นก็เลยไปตามเปิ่นหวางมาเพื่อเป็นพยานให้ ว่าตอนนั้นถงเอ๋อร์อยู่กับเปิ่นหวางนี่เอง” แววยิ้มยั่วทอวูบวาบอยู่ใต้ก้นบึ้งดวงตาของชายหนุ่ม มุมปากกระดกโค้งขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่อนาทรร้อนใจ กล่าวเหมือนเป็นคนนอกที่กำลังคุยกับผู้อื่นเรื่องสภาพดินฟ้าอากาศ

            โม่เสวี่ยถงโกรธจัดจนแทบกัดลิ้นของตนเอง ขนาดนี้ยังกล้าพูด หากเขามาช่วยเป็นพยานให้ ก็กลายเป็นว่านางกับเขานัดพบกันเป็นการส่วนตัวน่ะสิ ชายหญิงนัดหมายชมป่าเหมยด้วยกันสองต่อสอง เรื่องนี้หากแพร่งพรายออกไป ชื่อเสียงของตนย่อมไม่มีเหลือ หมดหนทางไปจัดการใครได้แล้ว

            เห็นเขาเอ่ยวาจากับนางด้วยถ้อยคำที่ดูไม่ถูกทำนองคลองธรรม โม่เสวี่ยถงก็เริ่มอารมณ์ขึ้น “ท่านอ๋องทรงเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของฝ่าบาท สูงส่งเหนือสามัญ ทั้งเป็นที่โปรดปรานยิ่ง สกุลโม่ไม่อาจเอื้อมเกาะกิ่งสูงเพคะ”

            “ไม่ต้องกลัวหรอก ขอเพียงแค่เจ้าไม่ปล่อยมือ เปิ่นหวางจะจับมือเจ้าให้เกาะกิ่งสูงนี้เอง เป็นอย่างไร” เฟิงเจวี๋ยหร่านโบกมือยิ้มอย่างใจกว้าง ราวกับว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่

            “ขอบพระทัยท่านอ๋องที่ทรงเมตตา แต่กิ่งเกาะยิ่งสูง ยามตกลงมาก็ยิ่งเจ็บสาหัส พระองค์อยู่สูงเกินไป หม่อมฉันไม่อาจเอื้อม” โม่เสวี่ยถงถลึงตาใส่ วาจากระแทกกระทั้นอัดแน่นไปด้วยโทสะ

            “ไม่ต้องกลัว มีเปิ่นหวางจับเจ้าอยู่ ไม่ว่าผู้ใดคิดจะปีนขึ้นมาล้วนไม่อาจทำได้ทั้งสิ้น ถงเอ๋อร์ไม่ต้องกังวลใจ มีเปิ่นหวางคุ้มครองเจ้า รับรองได้ว่าไม่มีเรื่อง”




    ……………………………………………………………………………………………….............

            คำอธิบายเพิ่มเติม

            [1] จุดตายของงูอยู่ใต้หัวของมันลงไปเจ็ดนิ้ว ดังนั้นจะตีงูต้องตีที่จุดตายของมัน อุปมาดังการจัดการกับคู่ต่อสู้ต้องเล็งที่จุดอ่อน จับให้มั่นคั้นให้ตาย

    คล้ายกับเรื่องพลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668