ผมคิดว่าผมจะจบเื่ราวทั้งหมดนี้ดีไหม ผมกำลังนั่งอยู่ที่ระเบียงของห้องนอน มองไปยังท้องฟ้ามืดมิดอันกว้างใหญ่ วันนี้เป็คืนเดือนแรมจึงไม่เห็นดวงจันทร์ ขณะที่กำลังมองดูท้องฟ้านั้นความคิดมากมายแล่นผ่านไปผ่านมาในหัวของผม
ตอนนี้ก็เป็เวลาสี่ทุ่มกว่าเเล้ว ผ่านไปยี่สิบนาทีผมยังคงมองดูท้องฟ้านั้นอยู่ "ถ้าฉันไปนอนพรุ่งนี้เช้าก็จะมาถึงสินะ" ตัวฉันที่เหนื่อยจากเื่ต่างๆในวันนี้ได้คิดเช่นนั้น "แต่ถ้าฉันยังคงอยู่อย่างงี้พรุ่งนี้อันเหนื่อยยากก็จะมาถึงช้าลงใช่ไหมล่ะ"
ผมลองคิดถึงความเป็ไปได้อื่นๆดู "แล้วถ้าฉันตายล่ะ เหล่าวันที่ต้องพยายามก็จะหมดไปใช่ไหมล่ะ" แล้วผมก็ตัดสินใจ ผมเดินกลับเข้าห้องแล้วเข้านอนเพื่อให้วันพรุ่งนี้มาถึงเร็วขึ้น
รุ่งเช้ามาถึง ผมตื่นเพราะนาฬิกาปลุกของโทรศัพท์ดังขึ้น ผมปิดนาฬิกาปลุกที่ดังไม่ถึงสิบวินั้น ผมมีเวลา 1 ชั่วโมงในการจัดการตัวเองเพื่อไปโรงเรียน แต่ผมยังรู้สึกเหนื่อยอยู่เลย ผมเลยไม่ได้ทำอะไร
ผ่านไปยี่สิบนาทีผมเอาแต่นอนจ้องเพดานสีขาวของห้องตัวเอง ผมสามารถจ้องมันได้เป็ชั่วโมงเลย แต่ผมก็ลุกขึ้นเเล้วมองไปที่นาฬิกาที่ผนังข้างประตู ผมมีเวลาอีกสี่สิบนาทีในการเตรียมตัว ทำไมเวลาในการพักมันช่างผ่านไปเร็วกันนะ หรือบางทีมันอาจจะกำลังบอกว่า "ไม่มีเวลาให้สำหรับคนอ่อนแอหรอกนะ"
ผมยกร่างกายอันหนักอึ้งออกจากเตียง แล้วก็เริ่มจัดการตัวเอง ขณะที่ผมกำลังแต่งตัวก็ผลางคิดไปว่าถ้าผมไม่ตื่นขึ้นมา ผมก็คงไม่ต้องลำบากอีกแล้วสินะ ทั้งเื่การเรียน อนาคต หรือความรัก ฉันไม่้าสิ่งพวกนั้นเเล้วถ้าหากฉันหายไป
สุดท้ายแล้วผมก็แต่งตัวเสร็จ ผผมหยิบหนังสือเรียนใส่กระเป๋าพร้อมทั้งอาหารเช้า แล้วผมก็เดินไปที่ประตูห้อง ผมมองดูเพื่อเช็คว่ายังไม่ลืมอะไรไว้ ผมคิดว่าคงไม่มีแล้วล่ะ แล้วผมก็เดินออกไป
เริ่มพักเที่ยงแล้ว ผมจึงไปกินข้าวที่โรงอาหารแต่คนเยอะมาก ผมจึงเปลี่ยนแผนไปกินอย่างอื่นที่ร้านค้าโรงเรียนแทน เพราะถ้าจะรอที่นั่งที่โรงอาหารละก็ คงจะไม่ได้กินอะไรแน่ๆ
ผมชื้อขนมปังไส้ครีมและน้ำ 1 ขวดมา แล้วก็นั่งกินแถวนั้น วันนี้ก็เป็อีกวันที่ยากลำบาก เพราะมีสอบคณิตสาสตร์แต่ผมจำสูตรไม่ได้เลย ถ้าเป้นแบบนี้เกรดต้องตกลงไปอีกแน่ๆ
สำหรับผมเเล้วเกรดนั้นไม่ได้สำคัญอะไรมากหรอก เพราะคนที่้าเกรดนั้นไม่ใช่ผม ที่ทำเกรดดีๆเพื่อที่จะไม่ถูกบ่นเฉยๆ
แต่กลับพวกคนอื่นที่ไม่ค่อยตั่งใจเรียน ทั่งที่ปากบอกว่าไม่สนใจ แต่พอเกรดดีขึ้นมาสักหน่อยกลับดีใจออกนอกหน้าแล้วพวกอาจารก็จะบอกว่าพยายามได้ดีมาก
แต่กลับคนที่เกรดดีอยู่แล้วพอเกรดตกนิดหน่อยกลับบอกว่า ยังพยายามไม่พอ พวกที่เมื่อก่อนเกรดไม่ดีพอเกรดมากกว่าฉันสักหน่อยก็คิดว่าตัวเองฉลาดขึ้นมากแล้ว
แต่ไม่มีใครสังเกตุเลยว่าฉันต่างหากที่อ่อนแอลง แล้วผมก็นึกถึงคำที่ว่า "ลำบากวันนี้ สบายวันหน้า" ทั้งๆที่ผมพยายามมาตลอด จนผมทั้งเหนื่อยและท้อ ผมก็อยากจะพักบ้าง แต่พวกเขากลับบอกว่า "นายมันี้เี"
คาบเรียน่บ่ายเริ่มแล้ว ผมกำลังเดินไปที่ห้องเรียน แล้วผมก็เจอกับผู้หญิงที่ผมชอบเธอกำลังนั่งอยู่กับผู้ชายอีกคนที่ผมไม่ค่อยชอบขี้หน้าสักเท่าไหรที่อยู่ห้องเดียวกันพวกเขากำลังคุยแล้วก็ยอกล้อกันซึ่งแน่นอนผู้ชายคนนั้นกำลังจีบเธออยู่แต่ผมไม่รู้ว่าเธอรู้ตัวรึปล่าว
ซึ่งดูผ่านๆก็รู้แล้วว่าเธอไม่ชอบเขาดูๆแล้วเขาน่าจะสร้างแต่ความรำคาญซะมากกว่า ผมเดินผ่านไปโดยไม่ทำเป็สนใจพวกเขา ผมนั่งลงบนเก้าอี้ตรงมุมห้อง แล้วผมก็ก็หันไปหาเธอ เธอดูรำคาญผู้ชายคนนั้นแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ผมได้แต่มองผู้ชายคนนั้นจับผมของเธอเล่นไปเล่นมา
บางครั้งก็จี้เอวเธอเล่น ผมไม่มีสิทธิ์อะไรจะเข้าไปยุ่งเพราะเราไม่ได้เป็อะไรกัน หรือจะให้เข้าไปช่วยแบบพระเอกน่ะหรอ นี่ไม่ใช่ระครหลังข่าวหรือนิยายน้ำเน่านะ คุณก็รู้นิว่าถ้าเข้าไปยุ่งกับพวกเด็กเกเรจะเป็ยังไง ไม่ได้อยู่ดีแน่ หรือว่าต่อให้ผมช่วยเธอได้ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะชอบผมขึ้นมากซักหน่อย อย่างมากสุดก็คงจะแค่ขอบคุณสักคำ นั่นไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย
หรืออย่างเลวร้ายหน่อยเธอคงไม่้าใครมาช่วยหรอก แล้วผมก็หยิบหูฟังขึ้นมาสวมแล้วฟุบลงกับโต๊ะเพื่อรออาจารย์มา แล้วผมก็ขอให้มีใครสักคนมาช่วยเธอที
หมดคาบสุดท้าย ผมกำลังจะกลับบ้าน ผมกำลังคิดถึงเื่อนาคตต่างๆความเป็ได้ต่างๆ ถ้าเป็แบบนี้จะดีกว่าไหม หรือว่าถ้าไม่ทำแบบนี้จะดีรึป่าว สำหรับบางคนการทำแบบนี้มันดูไร้สาระแต่ผมไม่สามารถหยุดมันได้เลย เหมือนกับเดินอยู่บนทางที่ไม่มีจุดหมายแต่ก็หยุดเดินไม่ได้
ผมเดินจนมาถึงปากซอยบ้านของผม มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งยื่นอยู่บนฟุตบาทตรงข้ามผม พอผมเห็นเธอ เธอก็เดินเข้ามาหาผม
"กลับบ้านกันไหม"
"เอาสิ"
"ทำไมวันนี้นายดูพูดง่ายจัง"
"วันนี้มีเื่เกิดขึ้นนิดหน่อยน่ะ"
"เกิดอะไรขึ้นหรอ"
"เอาเถอะ แล้วจะกลับบ้านได้ยัง"
"นายนี่แปลกจริงๆ"
ผมเดินไปเรื่อยๆจนเกือบจะถึงบ้านโดยที่ไม่ได้พูดอะไรแล้วเด็กผู้หญิงคนนั้นก็พูดขึ้นมา
"วันนี้นายไม่พูดอะไรเลยนะ"
"ฉันก็พูดชวนเธอกลับบ้านแล้วนิ"
"ฉันหมายถึงหลังจากนั้น"
"ฉันกำลังคิดยู่น่ะ"
"มีอะไรให้ฉันช่วยไหม"
"งั้นคืนนี้ว่างไหม"
"ฮ่ะๆ ฉันว่างเสมอเหละ ถ้านายถาม"
"นั่นสินะ งั้นคืนนี้มาหาฉันหน่อยนะ"
"ได้สิ"
"ถึงบ้านพอดีไว้เจอกันนะ"
"อื้ม"
23.13 น.
"ถึงฉันจะบอกให้มาหาก็เถอะแต่ทำไม่ต้องมาอยู่ในห้องฉันด้วยล่ะ"
"ก็ไม่เห็นแปลกนิ ทำไมหรอ"
"เห้อ...อย่างน้อยฉันขอแต่งตัวก่อนละกัน"
"จ้าๆ ฉันจะรอ"
หลังจากผมแต่งตัวเสร็จเราก็เดินออกจากซอยแล้วขึ้นไปบนสะพานลอยใกล้ๆ แล้วก็เริ่มคุยกัน
"ทำไมถึงมาที่นี่ล่ะ"
"ดูข้างล่างนี่สิ ถนนเส้นนี้มีรถวิ่งผ่านมากมายใน่เช้าแล้วก็ค่อยๆลดลงใน่ค่ำ ความสูงจากตรงนี้ถึงพื้นก็ประมาณสัก 5 เมตรได้"
"เื่นั้นมันทำไมหรอ"
"ดูดาวบนท้องฟ้านั้นสิ ส่องแสงประกายระยิบระยับ มีอยู่มากมายนับไม่ถ้วน ขนาดถึงที่ว่าถ้าหายไปสักดวยก็อาจจะไม่มีใครรู้เลยก็ได้ "
"นั่นสินะ"
"ฉันว่าฉันตัดสินใจล่ะ"
"เื่อะไรหรอ"
"เื่ตอนนี้และต่อจากนี้น่ะ ฉันตัดสินใจล่ะ"
"ยังไงล่ะ"
"จากเื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นและยังไม่เกิดขึ้น ฉันว่าฉันจะพอแล้วล่ะ"
"หมายความว่าไง"
"อย่ามาทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้หน่อยเลย เธอน่ะรู้อยู่แล้ว เพราะว่าฉันสร้างเธอขึ้นมาเอง"
"ฉันคิดว่าเธอมีอยู่จริง แต่จริงๆแล้วเธอก็แค่ความคิดในหัวของฉันและภาพหลอนที่ฉันสร้างขึ้นมา"
"ฉันแสร้งทำเป็ว่าฉันไม่ได้ตัวคนเดียว แสร้งว่ายังมีคนที่เป็ห่วงฉัน แสร้งว่ายังมีคนที่้าฉัน ที่้าเพียงแค่ฉันไม่ใช่ใครก็ได้"
ตอนนี้ภาพที่ผมเห็นคือภาพอันเลือนลางของเด็กผู้หญิงคนนั้น เธอยังคงยิ้มอยู่ ร้อยยิ้มอันไร้เดียงสานั้นทำให้ฉันจะร้องไห้ แต่ก็ยังกลั้นน้ำตาไว้อยู่
ผมหันหลังให้เธอ แล้วฟุบหน้าลงบนขอบที่กั้นของสะพานลอย
"ฉันคิดว่าฉันทำได้ ฉันมีชีวิอยู่ต่อไปได้ แต่จริงๆแล้วฉันหลอกตัวเองมาตลอด ฉันไม่ไหวแล้ว ฉันอยากจะพัก"
"ฉันเขื่อในการตัดสินใจของนายนะ ไม่ว่าจะทำอะไร"
เสียงของเธอดังมาจากข้างหลัง
"สิ่งที่ฉันพูด สิ่งที่ฉันทำ สิ่งที่ฉันเป็ ล้วนแต่เกิดจากตัวนายทั้งนั้น เพราะฉะนั้น ฉันไม่โกรธหรอก"
"ในวันแรกที่ฉันเจอกับนายตอนนั้นนายกำลังกลับบ้านหลังจากเพิ่งอกหักจากผู้หญิงคนแรกที่นายชอบอย่างจริงจัง ตอนนั้นนายเศร้า นายหมดหวัง นายท้อแท้ นายตัวการที่พึ่ง แล้วนายก็สร้างฉันขึ้นม "
"หลังจากนั้นเราก็เดินกลับบ้านกัน คุยด้วยกัน วันนั้นนายเอาแต่พูดถึงสิ่งที่นายทำให้เธอ แล้วก็น้ำตาซึมตลอดทางถึงบ้าน หลังจากนั้นเราก็เจอกันบ่อยขึ้นแล้วก็เดินกลับบ้านด้วยกันตลอด"
"ไม่ว่าจะเกิดเื่อะไรขึ้นนายก็จะไม่ร้องไห้ออกมา เพราะนายไม่้าให้ใครเป็ห่วง แต่ฉันรู้ดีว่านายเ็ปเเค่ไหน เพราะฉันอยู่ในตัวนาย ฉันรู้ดี"
"เื่ราวทั้งหมดน่ะ ฉันขอบคุณนะที่มันเกิดขึ้น มันเหมือนกับปาฏิหาริย์เลยว่าไหม"
ขณะนั้นผมก็รู้สึกถึงความอบอุ่นเหมือนกับมีคนกอดผมจากด้านหลังพร้อมมีเสียงกระซิบว่า
"ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเราจะต้องผ่านไปได้แน่"
ผมเงยหน้าขึ้นแล้วผมก็ตัดสินใจปีนขึ้นไปบนขอบที่กั้นของสะพานลอย ผมยืนอยู่บนนั้นแล้วลมก็พัดแรงขึ้นนิดหน่อย ความหนาวทำให้ผมผยุงตัวยากขึ้น
ภาพรอยยิ้มอันไร้เดียงสาของเธอปรากฎตรงหน้าผม ภาพของเธอครั้งนี้ชัดเจนและส่องประกายมากกว่าครั้งไหนๆ
ครั้งหน้าขอให้เราทั้งสองได้เจอกันจริงๆด้วยเถอะ
"แล้วเจอกันนะ"
รุ่งเช้ามาถึง
ไม่มีใครหาผมเจออีก ผมหายไปในที่ที่แสนไกล
ที่ที่ไม่ต้องดิ้นรน ไม่ต้องพยายาม
ผมไม่ต้องทำเกรดดีๆเพื่อที่จะไม่ถูกบ่น
ผมไม่ต้องถูกหาเื่จากคนที่เขาคิดว่าเขาเจ๋งกว่า
ผมไม่ต้องถูกมองว่าแปลกแยก
ผมไม่ต้องคิดแล้วว่าจะกินอะไรดี
ผมไม่ต้องห่วงว่าใครจะใช้ประโยชน์จากผม
ผมไม่ต้องคิดมากระหว่างกลับบ้านแล้ว
และผมไม่ต้องตามหาความรักแล้ว
เพราะผมได้รับมันมาแล้ว
------------------------------------------------------------------------
"ตอนที่ดาวดวงนั้นได้หายไป เธอเองก็กำลังมองมันอยู่จากที่ไหนสักแห่งรึเปล่านะ"