บทที่ 12 หากข้าเป็เซี่ยงอวี่ คงใช้ดาบเดียวฟันท่านทิ้งไปแล้ว
ณ จวนไหวอินโหว
การพบกันครั้งแรกของศิษย์และอาจารย์ ไม่ถือว่ารื่นรมย์นัก พิธีไหว้ครูของบ้านสามัญชนทั่วไป ยังมีค่ามากกว่าไข่ไก่ตะกร้านี้เสียอีก
แม้หานซิ่นจะไม่ใช่คนโลภในลาภยศ แต่ก็รู้สึกว่าฮองเฮาและพระโอรสดูแคลนตนอยู่บ้าง
"ท่านอาจารย์ ท่านคิดว่าของไหว้ครูน้อยเกินไปหรือขอรับ?"
"อาจารย์เคยพูดเช่นนั้นหรือ? ไม่สิ ข้าตกลงจะเป็อาจารย์ของท่านั้แ่เมื่อไหร่กัน?" หานซิ่นจดจ่ออยู่กับตำราพิชัยา ตัดสินใจไม่สนใจหลิวอิ๋งอีก รอจนกว่ารัชทายาทแห่งต้าฮั่นจะรู้สึกหน้าแตกแล้วจากไปเอง
อย่างไรเสีย หากไปทูลหลิวปังว่ารัชทายาทเป็ฝ่ายเดินจากไปเอง จะเกี่ยวข้องอะไรกับหานซิ่นเล่า?
องครักษ์เถิงคุ้นเคยกับนิสัยของหานซิ่นมานานแล้ว ซึ่งเรียกได้ว่าอารมณ์แปรปรวนและปากร้ายยิ่งนัก
หากถูกชะตา ต่อให้ฝ่ายตรงข้ามจะเป็เพียงสามัญชน หานซิ่นก็ยินดีที่จะร่วมโต๊ะอาหารด้วย แต่หากไม่ถูกชะตา ฝานไคว่ ก้วนอิง โจวปั๋ว และคนอื่น ๆ ก็คือตัวอย่างที่ดีที่สุด
ไม่ว่าเ้าจะเป็ขุนนางผู้มีความชอบหรือเป็แค่แม่ทัพนายกอง ข้าก็ไม่เห็นอยู่ในสายตา!
‘รัชทายาทคงจะจากไปในอีกประเดี๋ยวนี้แหละ’ องครักษ์เถิงหัวเราะในใจ ‘ดูท่าหวยอินโหวกับรัชทายาทจะไม่ใช่คนประเภทเดียวกัน’
ในบรรดาสามวีรบุรุษยุคต้นราชวงศ์ฮั่น หลิวอิ๋งเลื่อมใสหานซิ่นมากที่สุด
เพราะเขาคือบุคคลที่เอาชนะเซี่ยงอวี่ได้ซึ่งหน้า อีกทั้งการใช้ทัพยังพลิ้วไหวราวกับเซียน มีบุรุษใดบ้างจะไม่ชื่นชม? "ท่านอาจารย์ เมื่อนึกถึงวันวานที่รุ่งโรจน์ เซี่ยงอวี่คือคนที่รับมือยากที่สุดใช่หรือไม่ขอรับ?"
"เซี่ยงอ๋องมีความกล้าแบบคนเขลา และมีความเมตตาแบบสตรี" หานซิ่นไม่ได้เงยหน้าขึ้น เพียงเพราะพูดถึงเซี่ยงอวี่ซึ่งเป็เ้านายเก่า เขาจึงตอบกลับไปสองประโยค
"เชอะ! ท่านก็พูดเกินจริงไปเถอะ!" หลิวอิ๋งนั่งขัดสมาธิ โดยไม่ทำตัวเหมือนคนนอกเลยแม้แต่น้อย เขาหยิบผลไม้ป่าบนโต๊ะขึ้นมากินอย่างสบายใจ
"ตอนนั้น ท่านเป็แค่คนเฝ้าประตูบ้านของเซี่ยงอวี่เท่านั้นเอง!"
"คนเฝ้าประตูคืออะไร? ข้าคือทหารองครักษ์ง้าว!"
"ใช่ ๆ ๆ ยังไงก็คือคนเฝ้าประตูบ้านนั่นแหละขอรับ!"
หานซิ่นรู้สึกว่าความดันโลหิตพุ่งสูงขึ้น เขาใช้ทัพราวกับเทพเ้า แต่ตอนนี้กลับถูกลูกศิษย์ขุดคุ้ยประวัติเก่า! "เหลวไหล! เฝ้าประตูที่ไหนกัน? ทหารองครักษ์ง้าวคือผู้ใกล้ชิดของเซี่ยงอ๋อง ข้าสามารถพบเซี่ยงอ๋องได้ทุกวัน!"
หานซิ่นแค่นเสียงเย็น "เ้าเด็กเมื่อวานซืน ไม่คู่ควรให้วางแผนด้วย! หากเซี่ยงจี้ไม่ฟังคำของอาจารย์ ป่านนี้ใต้หล้านี้จะตกอยู่ในมือใครก็ยังไม่รู้!"
องครักษ์เถิงถึงกับมึนงง หวยอินโหวผู้ซึ่งปกติไร้ความรู้สึก กลับโต้เถียงกับรัชทายาทได้อย่างดุเดือด
ท่านโหว ภาพลักษณ์ผู้เ็าที่ตกลงกันไว้หายไปไหนแล้วขอรับ? ท่านไม่ได้ดูถูกรัชทายาทหรอกหรือ?
ตอนนี้องครักษ์เถิงถือตะกร้าไข่ไก่อยู่ในมือ ไม่รู้ว่าควรจะรับไว้ดีหรือไม่ เพราะหากรับไว้ ก็เท่ากับยอมรับความสัมพันธ์ศิษย์อาจารย์ระหว่างหานซิ่นและหลิวอิ๋ง
"ท่านอาจารย์ ท่านนี่มันพวกมือใหม่หัดทำงาน ความฉลาดทางอารมณ์ต่ำจริง ๆ ขอรับ!"
"มือใหม่หัดทำงานอะไรกัน?" หานซิ่นรู้สึกว่าคำพูดของรัชทายาทนั้นคลุมเครือ มีหลายคำที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน
"เฮ้อ! ก็เหมือนทหารเกณฑ์หน้าใหม่นั่นแหละขอรับ ไม่รู้ระเบียบแบบแผนเอาเสียเลย! ยุทธภพไม่ใช่เื่ของการฆ่าฟัน แต่เป็เื่ของความสัมพันธ์และมารยาททางสังคม!"
หลิวอิ๋งพูดจาฉะฉาน โดยไม่สนใจฐานะของหานซิ่นเลยแม้แต่น้อย อย่างไรเสียเขาก็ตั้งใจจะลาออกจากตำแหน่งรัชทายาท เพื่อไปเป็จูโหวอ๋องผู้สำราญ
หากมีเวลาว่าง จะได้ช่วยชี้แนะหานซิ่น จะได้ไม่ต้องตายด้วยน้ำมือของสตรีและคนพาลอีก "ตอนนั้นเซี่ยงอวี่มีฐานะอย่างไร? นั่นคือฌ้อปาอ๋องแห่งแคว้นซีฉู่ แม่ทัพผู้โด่งดังที่ทุบหม้อฝังเรือเพื่อเอาชนะจางหาน!"
"ท่านอาจารย์เป็แค่คนเฝ้าประตู อย่างมากก็แค่แอบรักคุณหนูเสี่ยวตานเ้าของบ้าน กินขนมปังหมีสองชิ้น แล้วยังกล้าไปชี้แนะเซี่ยงอวี่อีก!"
"ทหารเกณฑ์หน้าใหม่สอนแม่ทัพใหญ่รบ หากเซี่ยงอวี่ไม่มีใจกว้างพอ เกรงว่าคงใช้ดาบฟันท่านทิ้งไปนานแล้ว!"
หืม? หานซิ่นถึงกับเงียบไปเมื่อได้ฟังคำพูดของหลิวอิ๋ง พอนึกย้อนกลับไป ตอนนั้นตนเองไม่เจียมตัวจริง ๆ ที่กล้าชี้แนะการปกครองแผ่นดินแก่ฌ้อปาอ๋องแห่งแคว้นซีฉู่
"เซี่ยงอวี่้าคำชี้แนะ ไม่ใช่การชี้หน้าด่าแบบเ้า!"
"ท่านกับตาแก่ฟ่านเจิงนั่นแหละ ที่ไม่เข้าใจศิลปะในการพูด ถ้าพูดให้เพราะหน่อย แล้วยอมถอยลงมา จะมีผู้นำคนไหนอยากลำบากใจกับลูกน้องเล่าขอรับ?"
หลิวอิ๋งยังคงรุกต่อ หานซิ่นยังคงเงียบ แต่ในใจกลับปั่นป่วนราวกับคลื่นั์
ตอนที่หานซิ่นถูกริบอำนาจทหารคืน เขาถึงขั้นตัดพ้อหลิวปัง และรู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่เชื่อใจตน หากเขา้าก่อฏ ในตอนที่ถูกริบดินแดนฉีคืน เขาสามารถร่วมมือกับเซี่ยงอวี่เพื่อต่อต้านต้าฮั่นได้
ตอนนี้พอนึกดูแล้ว ปกติเขามักจะมองข้ามหัวผู้อื่นและมีนิสัยประหลาด ไม่รู้ว่าไปล่วงเกินผู้คนไว้เท่าไหร่ คงมีคนพาลจำนวนมากที่คอยเป่าหู หากไม่ใช่เพราะโอรส์แห่งต้าฮั่นทรงปรีชาสามารถ เกรงว่าเขาคงไม่มีโอกาสได้กลับมายังเมืองฉางอันด้วยซ้ำ
"ท่านอาจารย์ ท่านรีบเข้าวังไปเสนอเสด็จพ่อของข้า ให้ท่านสั่งปลดข้าออกจากตำแหน่งรัชทายาทเถอะ!"
"ถึงตอนนั้นเราสองศิษย์อาจารย์จะไปที่แคว้นอู๋-เยว่ ตอนนี้ท่านยังไม่ได้แต่งงาน ข้ารับรองว่าจะหาหญิงงามให้ท่านสิบคน ให้พวกนางรีดเรี่ยวแรงท่านทุกวันเลย!"
หลิวอิ๋งยังคงยุยง เนื่องจากอัครมหาเสนาบดีเซียวเหอและท่านเซี่ยโหวอิงช่วยทำให้เื่วุ่นวาย จนครั้งก่อนเขาไม่สามารถลาออกจากตำแหน่งรัชทายาทได้
ตอนนี้เขาจึงตั้งใจจะยืมปากของหานซิ่น เพื่อให้ตาแก่เ้าเล่ห์รีบส่งเขาไปยังดินแดนศักดินาเสียที
หลิวอิ๋งััได้จากท่าทีที่บิดาปฏิบัติต่อหานซิ่นว่า อีกฝ่ายไม่ได้เกรงกลัวหานซิ่น แต่กลับมองว่าเขาเป็หุ้นส่วน และเป็พี่ชายที่สามารถพูดคุยเื่ในใจกันได้
หานซิ่นคือขุนนางโดดเดี่ยว เป็เทพแห่งาที่ฟังคำสั่งเพียงฮ่องเต้เท่านั้น หลิวอิ๋งรู้ถึงความสำคัญของอีกฝ่าย จึงเดินทางมาไหว้ครูด้วยความดีใจ
ส่วนการพูดจาเปิดอกนั้น เป็เพียงการทำไปตามน้ำเท่านั้น
"เ้าอยากเรียนรู้อะไรจากอาจารย์?" หานซิ่นวางตำราพิชัยาลง พลางจ้องมองหลิวอิ๋งแล้วกล่าวตรง ๆ ว่า "ศาสตร์แห่งจักรพรรดิ เหมือนกับ 'กลยุทธ์ฮั่นจง' ที่อาจารย์เคยถวายแก่บิดาของเ้าหรือ?"
หลิวอิ๋งส่ายหน้าอย่างเด็ดขาดและปฏิเสธว่า "ท่านอาจารย์ ข้าไม่อยากก่อฏขอรับ! แม้แต่ 'กลยุทธ์หลงจง' ข้ายังไม่เรียนเลย นับประสาอะไรกับ 'กลยุทธ์ฮั่นจง'!"
หานซิ่นรู้สึกว่าสิ่งที่หลิวอิ๋งพูดมีเหตุผลและให้แรงบันดาลใจแก่เขาไม่น้อย จึงตัดสินใจจะสอนบางอย่างให้อีกฝ่าย
ั้แ่มีชื่อเสียง คนรอบข้างหานซิ่นถ้าไม่ใช่พวกประจบสอพลอ ก็เป็พวกปากหวานก้นเปรี้ยว ไม่เคยมีใครเตือนเขาเลยว่า ควรเข้าหาผู้มีอำนาจอย่างไร
เื่ฉลาดทางอารมณ์ต่ำก็ส่วนหนึ่ง แต่หานซิ่นรู้สึกว่าไม่มีความจำเป็ เพราะเขาสามารถรบชนะได้ ที่นี่ไม่ต้อนรับข้า ข้าก็ไปที่อื่น!
แต่เมื่อนึกย้อนกลับไป หากหลิวปังไม่แต่งตั้งเขาเป็แม่ทัพใหญ่ ป่านนี้เขาก็คงยังเป็แค่ทหารองครักษ์ง้าวไปตลอดชีวิต
"หรือจะเป็วิธีปกครองทหาร หรือศิลปะการฝึกทัพ?"
หานซิ่นถามอีกครั้ง แต่หลิวอิ๋งยังคงส่ายหน้า
"สนามรบมีความเสี่ยง การรบต้องระมัดระวัง ข้าต้องรักษาชีวิตน้อย ๆ นี้ไว้เพื่อไปใช้ชีวิตสำราญที่ดินแดนศักดินา!"
หลิวอิ๋งบิดี้เีแล้วหัวเราะ "ท่านลุงรองของข้า หลิวจ้งรบกับซยงหนูไม่ชนะ จนถูกลดขั้นเป็โหว ข้าไม่ไปรบเด็ดขาด!"
สิ่งที่หลิวอิ๋งพูดล้วนมาจากใจจริง แต่หานซิ่นกลับตระหนักว่ารัชทายาทผู้นี้ไม่ธรรมดา
"การนำทัพออกศึก หากชนะ ฐานะของเ้าก็ไม่ได้เพิ่มขึ้น เพราะเ้าเป็องค์รัชทายาทแห่งต้าฮั่นอยู่แล้ว"
"แต่หากแพ้ จะกลายเป็ภัยพิบัติแทน การที่เ้าไม่ไปรบ จึงเป็ทางเลือกที่ดีที่สุดจริง ๆ" หานซิ่นยิ้มและพยักหน้า โชคดีที่รัชทายาทไม่ใช่คนโง่เขลา แต่ยังมีเล่ห์เหลี่ยมอยู่บ้าง
"ท่านอาจารย์ ท่านพูดอะไรขอรับ? ข้าแค่กลัวตายนี่นา!"
หลิวอิ๋งกระซิบถาม "เราจะเข้าวังกันเมื่อไหร่ขอรับ? รีบให้เสด็จพ่อไล่ข้าไปดินแดนศักดินาเร็ว ๆ เราจะได้ไปหาหญิงงามที่แคว้นอู๋-เยว่! ไม่ว่าจะเป็ต้าเฉียว เสี่ยวเฉียว หรือซุนซ่างเซียง รับรองว่าท่านต้องน้ำลายสอแน่นอน!"
หานซิ่นพยักหน้าเรียบ ๆ จากนั้นจึงสั่งให้องครักษ์เถิงเตรียมรถเพื่อเข้าวัง องครักษ์เถิงไม่ได้ถามอะไรมาก ในฐานะบ่าว เขาปฏิบัติตามคำสั่งเสมอ
ณ พระราชวังเว่ยยาง ตำหนักกลาง
หลิวปังกำลังจะไปหาพระสนมชีเพื่อฟังดนตรี แต่กลับเห็นศิษย์อาจารย์หานซิ่นมาเยือน
"เ้าก็จัดการเขาไม่ได้เหมือนกันหรือ?" ตาแก่เ้าเล่ห์ถึงกับมึนงง แต่แล้วก็เห็นหานซิ่นคุกเข่าลงข้างหนึ่ง
"กระหม่อมในฐานะราชครูรัชทายาท ขอฝ่าาประทานรองเท้าหนึ่งข้าง เพื่อใช้สั่งสอนลูกศิษย์ได้ทุกเมื่อพ่ะย่ะค่ะ!"
หานซิ่นหันกลับไปมองหลิวอิ๋งด้วยสีหน้าเยาะเย้ย "ลูกศิษย์ ยังกล้าพูดให้ร้ายอาจารย์อีกหรือ?"
หลิวอิ๋งกัดฟันด้วยความแค้น เจอคนพาลที่ไม่เล่นตามกติกาอีกคนแล้ว!