ท่ามกลางดวงดาวย่ามค่ำคืนร้อยเรียงบนท้องฟ้า ทอแสงสะท้อนกระทบ ร่างหญิงสาวตากลมๆ ผิวขาวผมดำขลับปะบ่า ผิวพรรณเกลี้ยงเกลาหมดจด ยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ความคิดล่องลอยตามจินตนาการ ทบทวนเื่ราวที่ผ่านเข้ามา จากบ้านเด็กกำพร้า มีเพื่อน พี่น้องมากมาย เธอสอบติดมหาลัยตอนรู้ข่าวก็ดีใจแต่หลังจากนั้นใจหายเพราะต้องออกมาใช้ชีวิตในโลกที่ไม่เคยััมากก่อน เสียงถอนหายใจแ่เบาตามสายลม ่ที่ผ่านมาถือว่ายากลำบากสำหรับตัวเธอความกังวลทั้งเื่ค่าใช้จ่ายและการที่ต้องดูแลตัวเองคนเดียว แต่ก็โล่งใจเพราะเธอได้งานพาร์ทไทม์ส่งหนังสือพิมพ์่เช้าเรียนเสร็จไปทำงานต่อที่ร้านเบเกอรี่เงินที่ครูพิมพ์ให้ติดตัวมาคงใช้จ่ายอย่างประหยัดไม่เกิน 2 เดือนที่นี่ดูเหมือนทุกอย่างต้องใช้เงิน เธอต้องลองดูว่างานที่ได้มา สามารถทำให้เธออยู่ได้ในแต่ล่ะเดือนหรือปล่าวถ้าไม่คงต้องเพิ่ม่เสาร์ อาทิตย์เข้าไปอีก พยายามทุกทางให้ผ่าน 4 ปี นี้ไปได้พอจบได้งานทำเธอคงพอจะช่วยส่งเงินกับไปช่วยน้องๆที่บ้านเด็กกำพร้าได้บ้าง
ฉันน้ำแกง เด็กกำพร้าที่ไม่รู้ว่าพ่อแม่เป็ใคร ไม่รู้ชาติกำเนิดของตัวเองครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวคือพี่น้องที่อยู่ด้วยกันั้แ่จำความได้มีครูพิมพ์ที่คอยดูแลมาตลอด ด้วยความรักและเอาใจใส่ เสมือนแม่ฉันจะพยายามทำทุกอย่างให้น้องๆได้มีโอกาสเหมือนกับที่ฉันได้ เสียงพรึมพร่ำให้กำลังใจตัวเอง
“น้ำแกงเธอต้องทำให้ได้นะดวงดาวจ๋าช่วยเป็กำลังใจให้ฉันด้วยนะ แสงของของเธอช่วยส่องนำทางให้ฉันผ่านไปได้ตลอดลอดฝั่ง”
ปรื้นๆๆๆเสียงรถยนต์ค่ำราม พร้อมเสียงแตรดังลากยาวมันช่างหนวกหู น่ารำคาญทำลายบรรยากาศดีๆของวันนี้ และจริงๆคือมันน่าด่า ถนนก็ไม่ได้กว้างอะไรมากมาย ใครเผลอใจลอยเดินไม่ดู ไม่อยากจะคิดเลย..ฉันมองตามต้นเหตุของเสียงรถสปอร์ตคันหรูเร่งความเร็วหายวับไปกับตา
“เค้าบ้ารึเปล่าบีบแตรเสียงดังทำไมไม่เห็นจะมีอะไรเลย นกสักตัวยังไม่มีบินผ่าน ประสาทจริงๆ เสียบรรยากาศ เสียอารมณ์นอนดีกว่า”
ท่ามกลางถนนยามค่ำคืนถนนที่เต็มไปด้วยรถยนต์ เบียดแน่นอยู่บนท้องถนน มีรถยนต์ที่วิ่งด้วยความเร็วบีบแตรไปตลอดทาง ผู้คนที่เดินอยู่ริมถนน
" มาร์กเธออยู่ไหน !!” เสียงะโจากปลายสายแต่เป็คำถามที่ไม่้าคำตอบ
“มีงานถ่ายแบบเหลือเวลาอีกแค่15นาที “
“อะไรนะ!!! ผมนัดกับมายด์ไว้กำลังจะไปหาเธอ”
“ไม่ได้นี่มันงานสำคัญมากนะกาย เจอกันอีก 15 นาที”ยังไม่ทันได้โต้ตอบอะไรปลายสายก็ตัดไปแล้ว
“โธ่เว้ย.....” การเร่งความเร็วของรถ กดแตรเพื่อระบายอารมณ์ก็เกิดขึ้นในเวลาใกล้ๆกัน
รถคันหรูจอดหน้าตึกระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจซึ่งในขณะนี้เต็มไปด้วยแสงไฟยามค่ำคืน 15 นาทีพอดี ประตูลิฟต์เปิดออกภายในห้องเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ทั้งช่างภาพ ช่างแต่งตัว
" เธอนี่เหลือเกินจริงๆ รีบไปแต่งตัวอีกไม่เกิน 10 นาทีจะเริ่มงานกันแล้วเดี๋ยวฉันจะจัดการเธอเื่นี้ทีหลัง ค่อยคุยกัน เคลวิน พร้อมแล้ว " เสียงหนึ่งดังขึ้น เ้าของเสียงรีบวิ่งมา
“โอ๊ย ผมไม่อยากเจอมันเลย " เค้าร้องออกมาอย่างหัวเสียแล้วรีบเดินออกไป โดยมีสายตามองตามมาร์กเดินไป อย่างภาคภูมิใจ
มาร์ก หรือ จอมทัพ อัครคุณไพศาล นายแบบหนุ่ม วัย 20 ปี ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในขณะนี้เค้าโด่งดังอย่างรวดเร็ว จากหน้าตาชวนน่าหลงใหล มาดเข้มรูปร่างสูง 187 ซม.หุ่นกระชากใจสาว จมูกโด่งเป็สัน และที่สำคัญเป็เ้าของธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศบริหารงานต่อจากคุณพ่อ คุณแม่ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเมื่อ 3 ปีก่อน คุณสมบัติเหล่านี้ที่สาวๆใฝ่ฝันอยากจะอยู่เคียงข้างทำให้แฟนคลับที่สนับสนุนเค้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ทุกคนพร้อมนะเสียงหนึ่งดังขึ้น กายเดินออกมาจากห้องแต่งตัว ทุกคนแทบจะเป็ลมล้มทับลงบนตัวเค้า คำว่าหล่อลากดินคงไม่พอ ต้องเป็หล่อฝังดินไปเลย อยากจะไปถูไถบนตัวเค้า ไม่ว่าจะใส่ชุดไหนก็เหมือนออกแบบมาเพื่อเค้าโดยเฉพาะ.
“แล้วเคลวิน มีใครไปตามรึยัง”
“ไม่ต้องตามผมรู้หน้าที่ของผมดี " ทุกคนหันไปมองเ้าของเสียง
เคลวินนายแบบหนุ่ม น้องใหม่ไฟแรง หน้าตาสมัยนิยม ผิวสองสี สูงประมาณ 182 ซม.ในอนาคตวงการแฟชั่นต้องรู้จักเค้าอย่างแน่นอน เพราะเค้าเริ่มมีงานออกมาสู่สายตาแฟนคลับอย่างต่อเนื่อง
เคลวินเดินเข้ามาหน้าตาไม่สบอารมณ์ สบตากับมาร์กแล้วก็ยืนประจำที่ การถ่ายแบบดำเนินไปได้ระยะหนึ่งมาร์กก็ได้ยินเสียงกระซิบ
"นึกว่าตัวเองเป็เทวดารึไงให้คนอื่นเสียเวลารอ "มาร์กหันไปมองเ้าของเสียงด้วยสายตาดุดัน
"ไอ้เด็กเมื่อวานซืนถ้าไม่อยากถ่ายก็ออกไป” สายตาของมาร์กสบตากับเควินอยู่นานและเค้าก็หมายความอย่างนั้นจริงๆแต่ด้วยความที่เค้าเป็มืออาชีพทำให้เค้าต้องสูดหายใจเข้าไปและมองข้ามอารมณ์ที่กำลังเดือดอยู่ในอกสันกรามเห็นเป็เส้นอย่างชัดเจน
ทุกอย่างก็ดำเนินต่อไปจนเสร็จเสียงถอนหายใจดังขึ้นแทบจะพร้อมๆกันทุกคนไม่แปลกใจกับบรรยากาศอย่างนี้ เนื่องจากเคยเกิดขึ้นมา 2-3ครั้ง ทำให้เกิดความสงสัยในใจใครหลายๆคนว่าเกิดจากอะไรที่ทำให้นายแบบหนุ่มสองคนไม่แม้แต่จะมองหน้ากันด้วยซ้ำ
เสร็จงานแล้วไปฉลองกันดีกว่า เสียงดังขึ้นพร้อมกับเสียงสนับสนุนอีกหลายเสียงตามมาช่วยทำให้บรรยากาศตึงเครียดผ่อนคลายลง ทุกคนเริ่มให้ไปทางนายแบบหนุ่มคาดหวังจะได้รับคำตอบ
" ว่าไงนายแบบของเราไปด้วยกันมั๊ย”
" อืมไปก็ไปไม่มีอะไรต้องทำต่อแล้วนี่ ผมกำลังเซ็งอยู่พอดี " เฮเฮ.... เสียงปรบมือดังขึ้น พวกเค้ารู้ตัวว่าวันนี้กินเต็มที่ไม่ต้องกังวล
"ผมไม่เอารถไปนะ " ว่าแล้ว มาร์ก ก็เดินไปขึ้นรถของผู้จัดการส่วนตัวค่ำคืนนี้ดูเหมือนจะยาวนานสำหรับเค้า