เช้าวันใหม่ในลอนดอนเริ่มต้นด้วยความร้อนระอุจากหน้ากระดาษหนังสือพิมพ์ สำนักข่าวชื่อดังอย่าง
The Sun พาดหัวตัวเบ้อเริ่มว่า "นิวคาสเซิลรุกคืบ! สตีเฟ่น คาร์ จ่อลาไก่ฟ้า" ขณะที่ Daily Mail รายงานเสริมว่า "รอยร้าวที่ไวท์ ฮาร์ท เลน คาร์ยื่นเจตจำนงขอย้ายทีมอย่างเป็นทางการ" และอีกเจ้าอย่าง The Guardian วิเคราะห์อย่างเผ็ดร้อนว่า "หลังจาก โซล แคมป์เบลล์... สตีเฟ่น คาร์ จะเป็นรายต่อไปที่ทิ้งสเปอร์สเพื่อหาความสำเร็จ"…
อเล็กซ์ แซนเดอร์ นั่งอยู่ในร้านอาหารบรรยากาศเงียบสงบ เขาค่อยๆ จิบกาแฟพลางอ่านหัวข้อข่าวเหล่านั้นด้วยรอยยิ้มเย็น สิ่งที่สื่อประโคมออกไปคือ "กระสุน" ที่เขาจ่ายเงินซื้อมาเพื่อสร้างอำนาจต่อรองตลอดหลายวันที่ผ่านมา แม้การเจรจาในห้องลับจะยังไร้ข้อสรุป แต่แรงกดดันจากมวลชนกำลังบีบให้สโมสรต้องขยับ และวันนี้... เขาได้นัดหมายสำคัญเพื่อปะทะกับ ดาเนียล เลวี่ ประธานคนใหม่ของสโมสรอย่างเป็นทางการ...
รถหรูเคลื่อนตัวมาจอดหน้าอาคารที่ทำการของสโมสรท็อตแนม ฮอตสเปอร์ อเล็กซ์ก้าวลงมาด้วยท่าทางสุขุม สูทสีเข้มของเขาไร้รอยยับ เขาเดินตามเจ้าหน้าที่ประสานงานผ่านโถงทางเดินที่ประดับด้วยรูปภาพประวัติศาสตร์สโมสร จนมาถึงหน้าห้องประชุมใหญ่
ก๊อก... ก๊อก...
"เข้ามา" เสียงขรึมและทรงพลังดังมาจากข้างใน
ภายในห้องประชุมที่มีบรรยากาศเคร่งเครียด มีชาย 5-6 คนนั่งเรียงรายอยู่รอบโต๊ะไม้ตัวยาว ทุกคนจ้องมองมาที่ผู้มาเยือนคนเดียวด้วยสายตาไม่เป็นมิตร และที่หัวโต๊ะคือชายร่างเล็กแต่มีรังสีอำนาจแผ่ออกมาอย่างรุนแรง... ดาเนียล เลวี่
อเล็กซ์วางกระเป๋าเอกสารลงบนโต๊ะเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "สวัสดีครับท่านประธานเลวี่ และทุกท่าน"
"สวัสดีคุณอเล็กซ์ คุณต้องการเครื่องดื่มอะไรไหม?" เลวี่ถามด้วยน้ำเสียงกึ่งรับกึ่งสู้
"ขอเป็นกาแฟเอสเปรสโซ่ครับ" อเล็กซ์ตอบเนิ่บๆ "ใช้น้ำแร่ความร้อนที่ 92 องศาเซลเซียส น้ำตาลทรายแดงครึ่งช้อนพอนะครับ... ขอบคุณมาก" เขาสั่งด้วยรายละเอียดที่มากเกินจำเป็นเพื่อดึงเกมช้า ในขณะที่อีกฝั่งพยายามใช้จำนวนคนกดดันเขา อเล็กซ์กลับทำตัวราวกับมีเวลาเหลือเฟือ ไม่รีบเร่ง ไม่แยแสต่อแรงกดดันรอบข้าง
หลังจากรอคอยอยู่ครู่หนึ่งจนกาแฟมาเสิร์ฟ อเล็กซ์จิบมันอย่างละเมียดก่อนที่การเจรจาจะเริ่มต้นขึ้น
"คุณอเล็กซ์... คุณปล่อยข่าวพวกนั้นทำไม?" เลวี่เปิดฉากทันที "การสร้างกระแสในที่สาธารณะแบบนั้นมันส่งผลเสียต่อความมั่นคงของสโมสรเรา"
อเล็กซ์ตีหน้ามึน "ข่าวอะไรเหรอครับ? ผมไม่ทราบจริงๆ สื่ออังกฤษก็เป็นแบบนี้เสมอไม่ใช่หรือครับท่านประธาน?"
"โกหก!" ผู้บริหารคนหนึ่งตบโต๊ะเสียงดังสนิท "เราโทรสายเดียวก็รู้แล้วว่าต้นทางมาจากไหน คุณยังจะปฏิเสธทำไม!"
อเล็กซ์ยืนขึ้นทันที สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่ผู้บริหารคนนั้น "แล้วคุณจะตบโต๊ะใช้อารมณ์ทำไมครับ? นี่คือการเจรจาระดับมืออาชีพ หรือว่านี่คือมาตรฐานของที่นี่?"
เลวี่ยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ผู้บริหารคนนั้นนั่งลง ก่อนจะหันมาหาอเล็กซ์ "เราห้ามสื่อไม่ได้ และเราก็ห้ามคุณไม่ได้... แต่เราแค่อยากบอกว่าเราไม่ชอบวิธีการแบบนี้ การเจรจาควรอยู่บนโต๊ะ ไม่ใช่ข้างนอก"
อเล็กซ์เอนหลังพิงเก้าอี้พลางกระตุกยิ้ม "ขอโทษทีครับท่านประธาน พอดีผมติดนิสัยมาจากบ้านเกิดน่ะ" 'สเปอร์สเองก็เคยใช้ข่าวแบบนี้ทำเรื่องต่างๆ มาตั้งเท่าไหร่ มาบอกว่าไม่ชอบ... หึ' อเล็กซ์คิดในใจ
"เอาล่ะ เข้าเรื่อง..." เลวี่เอ่ยต่อ "เราแสดงความจริงใจด้วยการไม่ส่งเขาลงเล่นอุ่นเครื่องเมื่อสัปดาห์ก่อนตามที่คุณขอ แต่ทางนิวคาสเซิลยื่นข้อเสนอมาแค่ 9.5 ล้านปอนด์ ไหนล่ะความจริงใจที่คุณบอก?"
"ข้อเสนอ 10.5 ล้านที่ผมเคยบอกไปน่ะพร้อมยื่นครับ แต่คำถามคือพวกคุณพร้อมรับหรือเปล่า? หรือแค่ต้องการใช้ชื่อนิวคาสเซิลเพื่อเรียกให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กระโดดเข้ามาปั่นราคา?" อเล็กซ์สวนกลับตรงประเด็น
"นั่นคือกลไกตลาดไม่ใช่หรือไง? การค้าย่อมมีคู่แข่ง" ผู้บริหารอีกคนเสริม
"นั่นก็ใช่ครับ แต่วันนี้ผมมาในฐานะคนกลางและผู้ดูแลสิทธิของสตีเฟ่น คาร์ ผมมาเพื่อเสนอ 'ข้อเสนอสุดท้าย' ไม่ว่าพวกคุณจะรับ หรือจะเลือกจำกัดการลงสนามของลูกค้าผมต่อไป... ไม่ว่าจะทางไหน พวกคุณคือคนที่เสียประโยชน์ ไม่ใช่ผม"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบ เลวี่หรี่ตาลงมองอเล็กซ์ "ว่ามา..."
"มูลค่ารวม 12 ล้านปอนด์" อเล็กซ์เริ่มร่ายรายละเอียด "เงินต้นจ่ายทันที 8 ล้านปอนด์ ส่วนที่เหลืออีก 4 ล้านจะถูกแบ่งเป็น Contingency Clauses (แอดออน) โดยเฉลี่ยจากการลงเล่นครบ 30 นัด, การติดทีมชาติครบ 10 นัด และการพานิวคาสเซิลไปยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ที่สำคัญ... นักเตะจะยอมสละโบนัสการย้ายทีม (Loyalty Bonus) ทั้งหมดเพื่อปิดดีลนี้"
อเล็กซ์มองนาฬิกา "ผมต้องการคำตอบภายในเย็นวันนี้เท่านั้น หากไม่ได้ข้อสรุปจากพวกคุณ... เราจะถือว่าดีลนี้สิ้นสุดและนิวคาสเซิลจะถอยทันที"
"คุณกดดันกันเกินไปไหม? มูลค่าขนาดนี้เราต้องใช้เวลาหารือ" ผู้บริหารคนเดิมโวยวาย
"พวกคุณมีเวลาเหลือเฟือครับ แต่พวกเราไม่มี..." อเล็กซ์จ้องหน้าเลวี่ "ว่าไงครับท่านประธาน?"
เลวี่นิ่งเงียบไปนานราวกับชั่งน้ำหนักในใจ "พวกเราก็มีจุดยืนของพวกเราเช่นกัน... แต่ในเมื่อนี่คือข้อเสนอสุดท้ายของคุณ เราจะรับไว้พิจารณาและให้คำตอบตามกำหนด"
"ถ้างั้นผมขอตัวครับ" อเล็กซ์หยิบกระเป๋าเอกสารแล้วเดินออกจากห้องไปอย่างมั่นใจ ทิ้งความตึงเครียดไว้เบื้องหลัง
เมื่อขึ้นไปนั่งบนรถ อเล็กซ์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหาเบอร์ที่คุ้นเคย "เซอร์บ็อบบี้ครับ... ผมจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ที่เหลือก็แค่รอ..."
เขาวางสายแล้วเอนหลังหลับตาลงพักผ่อน เขารู้ดีว่าเลวี่ไม่มีทางทิ้งเงิน 12 ล้านปอนด์ไปแน่นอน
-----