ตูม!!!
กระแสพลังปราณสั่นะเืฟ้าดินะเิออกจากร่างของหลินจง ผู้นำตระกูลหลินสายรองในพริบตา บรรยากาศภายในโถงงานเลี้ยงที่เคยหรูหราพลันบิดเบี้ยวและหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก พลังอันน่าสะพรึงกลัวของ ขอบเขติญญาแรกจำหลัก (Nascent Soul) ขั้นที่ 1 แผ่ขยายออกไปครอบงำทั่วทั้งบริเวณ แรงอัดอากาศอันหนาแน่นบดขยี้ส่งผลให้โต๊ะเก้าอี้ไม้จันทน์หอมรายรอบพังพินาศแตกกระจายเป็เศษไม้ จานชามและไหเหล้าเซียนะเิออกเป็ผงธุลีเกลื่อนพื้น
แรงกดดันระดับิญญาแรกจำหลักนี้หนักหนาสาหัสเกินกว่าที่คนธรรมดาและศิษย์ระดับล่างตระกูลสายรองจะทานทนได้ พวกมันหน้าซีดเผือด แขนขาอ่อนแรงจนทรุดลงไปกองกับพื้นหิน เข่ากระแทกพื้นจนต้องก้มกราบด้วยความขวัญผวา ร่างกายสั่นเทาประหนึ่งใบไม้ต้องลมพายุ ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง
ทว่า ท่ามกลางมหาสมุทรปราณที่พร้อมจะบดทำลายทุกสิ่ง หลินฟานกลับยืนนิ่งประหนึ่งขุนเขาโบราณหมื่นปี โลหิตปฐมกาลและกระดูกทองแดงในร่างจาก ขอบเขตกลั่นหลอมกระดูก หมุนเวียนขับเคลื่อนต้านทานอย่างสุดกำลัง พละกำลังดิบในกายยึดเท้าของเขาให้ติดแน่นกับพื้นหินกลายเป็หลักยึดอันมั่นคง แขนขวาที่จับแท่งเหล็กสนิมเขรอะพาดบ่าไม่มีแม้แต่ความสั่นไหวแต่อย่างใด
ภาพของเด็กหนุ่มชุดกระสอบที่ยืนหยัดต้านรับแรงกดดันของยอดฝีมือขอบเขติญญาแรกจำหลักได้อย่างสงบนิ่ง สร้างความตกตะลึงให้แก่หลินจงและมู่หรงฉิงซ้ำสอง!
"หลินฟาน! เ้าเดรัจฉาน!" หลินจงชี้หน้าตวาดลั่นด้วยโทสะอันเดือดดาล ดวงตาแดงฉานด้วยความแค้น "ตระกูลสายหลักของเ้ามันตกต่ำไปแล้ว ตันเถียนของเ้าก็พิการกลายเป็สวะ! เ้าต้องใช้เดรัจฉานวิชาชั่วร้ายอันใด หรือซ่อนอาวุธลับสกปรกต่ำช้าแบบไหนกันแน่ ถึงได้ลอบกัดทำร้ายลูกอวี่ของข้าจนปางตายเช่นนี้?! จงคุกเข่ารับทัณฑ์ซะ!"
หลินฟานแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ แววตาส่องประกายสีทองแดงลึกลับ จ้องตอบกลับไปนิ่ม ๆ ทว่าเจ็บแสบสะท้อนทรวง
"ลูกเ้าไร้ฝีมือปางตายเพราะเศษเหล็กผุ ๆ ท่อนเดียว ทว่าพ่อมันที่เป็ถึงผู้นำตระกูลสายรองกลับตื่นตูมจะใช้กำลังรังแกเด็กเพื่อกู้หน้า... ช่างน่าขันนัก! ตระกูลสายรองของพวกเ้า มีดีแค่ใช้พลังข่มเหงผู้อื่นเมื่อตัวเดี๋ยวยลสู้ไม่ได้รึอย่างไร?"
"เ้าปากดีรนหาที่ตาย! ข้าจะดับลมหายใจเ้าเอง!"
หลินจงทนรับความอับอายต่อไปไม่ไหว ร่างของมันพุ่งทะยานเข้าใส่หลินฟานประดุจเงาสายฟ้า ปราณสีฟ้าครามของขอบเขติญญาแรกจำหลักควบแน่นที่ปลายนิ้วทั้งห้าจนสว่างวาบ อากาศรอบด้านบิดเบี้ยวกลายเป็รูปกรงเล็บัครามเลือนลางขนาดมหาศาล มันใช้ออกด้วย "ดรรชนีสยบั ขั้นที่ 5" พลังทำลายล้างข้ามขอบเขตอันโเี้เล็งตรงเข้าใส่หัวใจของหลินฟาน หมายจะปลิดชีพให้ดับสูญในกระบวนท่าเดียว
ในมิติศิลาลึกลับ เสียงของต้าเฮยดังก้องขึ้นในหัวของหลินฟานทันทีด้วยน้ำเสียงกวนโทโส
"เ้าหนู! ตาเฒ่าสายรองนี่พลังปราณสกปรกชะมัด บ่มเพาะจนถึงิญญาแรกจำหลักแต่เต๋าช่างตื้นเขิน น่ารังเกียจจริง ๆ ถ้าข้ามีเนื้อกายนะ จะเคี้ยวมันกลืนลงท้องในคำเดียวเลย! แต่มันพลังเยอะกว่าเ้าในตอนนี้ อย่ารับตรง ๆ เชียวล่ะ!"
หลินฟานแววตาเฉียบคม แผ่ซ่านประสาทััจับจ้องวิถีพลังที่พุ่งเข้ามา เขารู้ดีว่าความต่างของระดับพลังปราณในยามนี้ยังห่างกันเกินไป การเอาตัวเข้าปะทะตรง ๆ ย่อมไม่ใช่ทางเลือกที่ดี
ิญญาปฐมกาลอันข้ามกาลเวลาขยับขับเคลื่อน หลินฟานดึงเอาเคล็ดวิชาหลบหลีกและปัดป้องจากความทรงจำปฐมกาลมาใช้ในเสี้ยววินาที สองมือจับแท่งเหล็กสนิมเขรอะตวัดเหวี่ยงออกไปด้านข้าง แฝงไปด้วยวิถีโค้งอันพิสดารเพื่อเบี่ยงเบนและสลายทิศทางแรงปะทะ
แก๊ง!!! ตูม!
ดรรชนีัครามกระแทกเข้ากับแท่งเหล็กสนิมเขรอะอย่างจัง เสียงะเิของพลังปราณดังก้องสะท้านโถง แรงอัดมหาศาลส่งผลให้ร่างของหลินฟานถูกผลักถอยหลังไปห้าก้าว พื้นหินอ่อนใต้เท้าแตกละเอียดเป็ทางยาวตามรอยลาก ทว่าด้วยกายาที่ผ่านการกลั่นหลอมกระดูกมาอย่างเหนือชั้น ร่างกายของเขาแกร่งดุจเหล็กกล้าโบราณ แรงกระแทกเ่าั้ถูกสลายลงสู่พื้นดินทั้งหมด ทำให้หลินฟานไม่ได้รับาเ็เลยแม้แต่รอยขีดข่วนเดียว!
หลินฟานยืนหยัดขึ้นตรง สะบัดข้อมือเบา ๆ พลางจ้องมองไปข้างหน้าด้วยสายตาเรียบนิ่ง
ยามนี้ หลินจงถึงกับเหงื่อตก ใบหน้าของมันแปรเปลี่ยนเป็ซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัวลึก ๆ ดรรชนีสยบัขั้นที่ 5 ที่ใส่ออกด้วยพลังเต็มสิบส่วนของขอบเขติญญาแรกจำหลัก... กลับฆ่าเด็กขยะที่ไร้พลังปราณไม่ได้ในกระบวนท่าเดียว? นี่มันเื่บ้าอะไรกัน!
"บัดซบ! ข้าไม่เชื่อว่าเ้าจะทนกระบวนท่าต่อไปของข้าได้!" หลินจงคำรามลั่น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว มันเริ่มควบแน่นปราณิญญาแรกจำหลักทั้งหมดในร่างจนแสงสีฟ้าลุกโชน เผาผลาญโลหิตเพื่อเตรียมใช้ออกด้วยวิชาต้องห้ามที่จะทำลายล้างทุกสิ่งตรงหน้าให้เป็เถ้าถ่าน
ทว่า ก่อนที่หลินจงจะได้ขยับตัว...
วิ้ง—
ฉับพลันนั้น ห้วงอากาศภายในโถงงานเลี้ยงพลันเยือกแข็งลงช้า ๆ จิตสังหารอันลึกลับ หนักหน่วง และเก่าแก่โบราณประดุจขุนเขาทมิฬมหึมาพุ่งดิ่งลงมาจากฟากฟ้า พลังกดดันอันเหนือชั้นนี้แผ่ซ่านมาจาก ปู่หลินจิ้น บรรพชนสายหลักที่แผ่จิตสังหารอันน่าขวัญผวามาจากห้องกักตนท้ายตระกูล มันบีบอัดเข้าสู่สมองของหลินจง และผู้าุโของสำนักกระบี่นภากระจ่างหลิงเซียวที่นั่งอยู่้าโดยตรง!
อึก! พลั่ก!
หลินจงและผู้าุโสำนักกระบี่ฯ ถึงกับสะดุ้งสุดตัว หน้าถอดสีฝาด เืลมในกายตีกลับจนกระอักเืคำโตออกมาพร้อมกัน ดวงตาของพวกมันเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด เสียงสะท้อนลึกลับอันทรงพลัง (จิตส่งเสียง) ดังก้องในหัวข้อความคิดของพวกมันราวกับเสียงสายฟ้าฟาด
"ไสหัวไป... หากพวกเ้ากลุ่มสายรองกล้าแตะต้องมันอีกแม้แต่ปลายเล็บ... ข้าหลินจิ้นจะล้างบางพวกเ้าให้สิ้นซาก!"
หลินจงตัวสั่นเทา จิตสังหารอันน่ากลัวทำให้อุดมการณ์และควากล้าของมันละลายหายไปสิ้น มันรู้ดีว่าต่อให้หลินจิ้นาเ็จากการกักตน แต่หากะเิพลังเฮือกสุดท้าย ย่อมสามารถล้างบางมันที่เป็แค่ขอบเขติญญาแรกจำหลักขั้นที่ 1 ได้อย่างง่ายดายดั่งบดขยี้มดปลวก หลินจงทำได้เพียงกัดฟันแน่นจนเืซึม ข่มกลั้นความอัปยศและแค้นเคืองไว้ในอก ไม่กล้าลงมือต่ออีกแม้แต่ก้าวเดียว
หลินฟานแค่นเสียงเ็าในลำคอ เขาไม่ได้หันกลับไปมองซากปรักหักพังด้านหลัง เด็กหนุ่มกระชับแท่งเหล็กสนิมเขรอะพาดบ่าขวา ท่าทางสง่างามและผ่อนคลาย ก้าวเดินออกจากโถงงานเลี้ยงไปทีละก้าวอย่างองอาจ ทิ้งไว้เพียงกองเืของหลินอวี่ และใบหน้าที่ชาหนาด้วยความอับอายของตระกูลสายรอง
มู่หรงฉิงยืนนิ่งค้างจ้องมองแผ่นหลังของหลินฟานที่ค่อย ๆ ห่างออกไป ภายในใจของนางยามนี้เกิดความสับสนอลหม่านอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ความมั่นใจและความเย่อหยิ่งของหงส์ฟ้าสั่นคลอนจนแทบพังทลาย นางเริ่มตระหนักและรู้สึกแล้วว่าหลินฟานมีความลับที่ยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่ลึก ๆ... และคำพูดที่แฝงแววดูแคลนของเขาที่ว่า "ไม่ใช่เ้าที่มาถอนหมั้นข้า... แต่เป็ข้าหลินฟานต่างหากที่เป็ฝ่ายเขี่ยเ้าทิ้ง!" เริ่มดังก้องสะท้อนและหลอกหลอนอยู่ในจิตใจของนางชั่วชีวิตนับจากนี้!