ท่านพี่! ข้าในเวอร์ชันนี้ดีหรือไม่ (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 52 โง่เขลาสิ้นดี

            “เจ้าคิดอย่างไรกับสิ่งที่องค์ชายรองพูดมาวันนี้” เสนาบดีลู่ถามบุตรชายขณะที่นั่งรถม้ากลับจวน

            “ท่านพ่อมีแผนการอย่างไร” ลู่เหวินถงถามกลับเสียงเรียบ 

            หลังจากที่ลู่เหวินถงถอนพิษและรักษาอาการป่วยจนดีขึ้น บุคลิกของเขาก็เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน จากเด็กหนุ่มใจร้อนและเอาแต่ใจ กลายเป็นคนสุขุม เยือกเย็น และพูดน้อยลงไปมาก 

            เสนาบดีลู่คิดไปว่าบุตรชายคงจะเสียใจกับผลข้างเคียงของยาพิษ เขาจึงได้แต่ปลอบใจบุตรชาย แต่นานวันเข้าความเงียบของบุตรชายกลับทำให้เขาเป็นกังวล

            “ถงเอ๋อ พ่อรู้ว่าเจ้าเสียใจกับอาการป่วยของตนเอง แต่เชื่อพ่อเถอะว่าพ่อจะหาหมอฝีมือดีที่สุดมารักษาเจ้าให้ได้” เสนาบดีลู่พูดพร้อมกับถอนหายใจ

            “หมอฝีมือดีที่สุดในแคว้นของเราคือหมอเทวดาเฉียว และรองลงมาคงจะเป็นคุณหนูเล็กหลุนหย่าหยา ท่านคิดว่าพวกเขาสองคนจะเต็มใจมารักษาอาการป่วยของข้าให้หายได้จริงหรือขอรับ”

            “หากเราช่วยองค์ชายรองได้สำเร็จ ทุกอย่างล้วนเป็นไปได้”

            “นี่คือแผนการของท่านหรือ แล้วถ้าหากว่าการสนับสนุนองค์ชายรองของเราในครั้งนี้ล้มเหลวเล่า มันคุ้มกับที่ท่านจะพาตระกูลลู่ของเราไปเสี่ยงจริงหรือขอรับ”

            “คุ้มสิ หากองค์ชายรองชนะ อำนาจของพ่อก็จะมีมากขึ้น พี่สาวของเจ้าก็จะได้เป็นถึงฮองเฮา ส่วนตัวเจ้าก็จะหายป่วยและสืบทอดตำแหน่งต่อจากพ่อได้อย่างมั่นคง”

            ลู่เหวินถงยิ้มและมองออกไปนอกรถม้า “หากองค์ชายรองเป็นฝ่ายชนะ ผลลัพธ์ย่อมเป็นเช่นนั้น เพียงแต่ไม่ว่าเราจะแพ้หรือชนะ สกุลลู่ก็จะไม่มีบุตรหลานให้สืบทอดอีกต่อไปแล้ว

            “เจ้าหมายความว่าอย่างไร” เสนาบดีลู่ขมวดคิ้ว

            ลู่เหวินถงไม่ตอบคำถาม เพราะเขาคิดว่าคงไม่มีวันที่องค์ชายรองจะเป็นฝ่ายชนะในศึกคราวนี้อย่างแน่นอน ถึงแม้เขาจะเป็นเพียงเด็กหนุ่มที่ไม่มีประสบการณ์ แต่จากการที่ได้เห็นผู้สนับสนุนองค์ชายรองทั้งหมดในวันนี้เขาก็รู้แล้วว่าคนเหล่านั้นเป็นอย่างไร ทุกคนที่ถูกดึงเข้ามาล้วนมาเพราะผลประโยชน์ พวกเขาไม่ได้มีความจริงใจที่จะสนับสนุนองค์ชายรองให้ขึ้นครองบัลลังก์อย่างแท้จริง หากวันหน้ามีคนเสนอผลประโยชน์ที่ดีกว่านี้ให้พวกเขา คนพวกนี้ก็ย่อมต้องตอบรับผลประโยชน์อันใหม่นั้นอย่างไม่ต้องสงสัย มีคนพวกนี้ไว้ใช้งานยังจะหวังผลชนะได้อีกหรือ แต่หากองค์ชายรองโชคดีเป็นฝ่ายชนะ เขาก็จะไม่ยอมรับการรักษาจากหมอเทวดาทั้งสองแน่ เพราะเขายังมีเรื่องที่อยากขอร้องกับอดีตพี่สาวคนโต หากวันหนึ่งเขาจากไปเขาก็จะไม่มีเรื่องใดให้ห่วงอีกแล้ว

     

            “ฟางเอ๋อ เวลานี้ความสัมพันธ์ของเจ้ากับองค์ชายรองเป็นอย่างไรบ้าง” เสนาบดีลู่ถามบุตรสาว

            ลู่เยี่ยนฟางยิ้มอย่างเขินอาย “องค์ชายรองเอาใจใส่ข้าเป็นอย่างดีเจ้าค่ะ”

            “ในภายหน้าพระองค์จะต้องรับหญิงสาวเข้ามาอีกมากมาย สถานะอย่างพระองค์คงปฏิเสธเรื่องเหล่านี้ไม่ได้อย่างแน่นอน เจ้าคิดว่าเจ้าจะรับกับเรื่องนี้ได้หรือไม่” เสนาบดีลู่หยั่งเชิงถามบุตรสาว 

            ถึงแม้ลู่เยี่ยนฟางจะเป็นคนที่ข้ามเวลามาจากโลกอนาคตและยึดถือวัฒนธรรมแบบผัวเดียวเมียเดียว แต่ในเมื่อเวลานี้นางอยู่ในยุคที่สามีสามารถมีภรรยาได้หลายคน และชายคนรักของนางก็มีสถานะสูงส่ง นางจำเป็นต้องยอมรับกับเรื่องเหล่านี้ให้ได้ 

            “ถึงจะมีหญิงงามเข้ามาอีกมากมาย แต่ทุกคนล้วนต้องอยู่ภายใต้อำนาจของข้า ท่านพ่อไม่ต้องกังวลนะเจ้าคะ ข้าจะรักษาตำแหน่งสูงสุดของฝ่ายในเอาไว้ให้ดี จะไม่มีใครมาแทนที่ข้าได้อย่างแน่นอนเจ้าค่ะ” ลู่เยี่ยนฟางตอบอย่างมั่นใจ

            เสนาบดีลู่มองหน้าบุตรสาวอย่างพอใจ คนที่จะเป็นใหญ่ในอนาคตจะต้องมีจิตใจที่เปิดกว้างเช่นนี้

            “ท่านพ่อถามเรื่องนี้ขึ้นมาทำไมหรือเจ้าคะ” ลู่เยี่ยนฟางถามอย่างสงสัย

            “องค์ชายรองต้องการรับหลุนหย่าหยาเข้ามาเป็นผู้หญิงของพระองค์”

            “อะไรนะเจ้าคะ!” ลู่เยี่ยนฟางถามขึ้นอย่างตกใจ ถึงแม้นางเพิ่งจะรับปากกับบิดาไป แต่เมื่อรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นคือศัตรูที่นางไม่มีวันเอาชนะได้ ความมั่นใจของลู่เยี่ยนฟางก็ย่อมต้องลดลงเป็นธรรมดา

            “ทำไม? หรือเจ้าคิดว่าเจ้าจะสู้หลุนหย่าหยาไม่ได้” เสนาบดีลู่หรี่ตาถาม “ไม่ใช่ว่าเมื่อครู่เจ้าเพิ่งตอบข้าอย่างมั่นใจอยู่เลยหรือ คราวนี้ทำไมถึงได้ทำหน้าตกใจเช่นนั้น”

            ลู่เยี่ยนฟางคิดตามคำถามของบิดา และนางก็ตอบตัวเองในใจแล้วว่าใช่ นางไม่อาจมั่นใจได้เลยว่านางจะเอาชนะผู้หญิงคนนั้นได้ ในชีวิตที่แล้วนางกับหลุนหย่าหยาแย่งชิงเพื่อที่จะขึ้นเป็นที่หนึ่งขององค์กรมาโดยตลอด ตั้งแต่ครั้งยังเด็กนางก็เรียนสู้อีกฝ่ายไม่ได้ จนหลุนหย่าหยาจบไปเป็นหมอ แต่นางกลับเรียนจบแค่ระดับชั้นมัธยมปลาย เพราะอะไรน่ะหรือ ก็เพราะนางหัวไม่ดี เข้ามหาวิทยาลัยได้ก็เรียนไม่จบ นางจึงหันมาเอาดีทางด้านการต่อสู้และใช้อาวุธ นางเริ่มฝึกฝนตนเองก่อนหลุนหย่าหยาอยู่หลายปี แต่ใครจะไปคิดว่าหลุนหย่าหยาที่เข้ามาในวงการนี้ทีหลังกลับเอาชนะนางไปได้อีกครั้ง เมื่อรู้ว่าคู่ต่อสู้เป็นคนที่นางไม่อาจเอาชนะได้ ยิ่งเวลานี้ที่นางได้ข้ามเวลามา ความสามารถด้านการต่อสู้ที่นางภาคภูมิใจกลับไม่ตามนางมาด้วย แล้วนางจะไปเอาความมั่นใจนั้นมาจากไหน

            “ฟางเอ๋อ” เสนาบดีลู่เรียกบุตรสาวอีกครั้ง

            ลู่เยี่ยนฟางสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด “ข้าบอกท่านพ่อตามตรงว่าข้าไม่มีความมั่นใจที่จะเอาชนะหลุนหย่าหยาได้เจ้าค่ะ”

            “แต่เรื่องนี้เป็นประสงค์ขององค์ชายรอง เจ้าต้องหาวิธีทำให้นางมาเป็นคนขององค์ชายรองให้ได้ หรือว่า...เจ้าคิดที่จะยอมแพ้อย่างนั้นหรือ” เสนาบดีลู่ถามขึ้นอย่างไม่พอใจทันที

            “ข้าไม่เคยคิดที่จะยอมแพ้เจ้าค่ะ เพียงแต่หลุนหย่าหยามีทักษะการแพทย์ที่ยอดเยี่ยม ทั้งยังมีผู้ติดตามที่มีฝีมือเก่งกาจอยู่รอบกาย หากอยากเอาชนะนางได้ก็ต้องเข้าถึงตัวนางให้ได้ก่อน ข้าก็เลยคิดว่าเรื่องนี้ต้องคิดให้รอบคอบก่อนที่จะลงมือเจ้าค่ะ”

            “เจ้ามีแผนการใดในใจหรือไม่”

            “หากจะเข้าถึงตัวนางได้ ข้าจำเป็นต้องเล่นละครเป็นน้องสาวที่ดีให้นางเห็น และถงเอ๋อจะต้องร่วมมือกับข้า” ลู่เยี่ยนฟางหันไปมองหน้าบิดาอย่างจริงจัง “หากว่าพวกเราต้องเสียสละถงเอ๋อกับท่านแม่ไป ท่านพ่อจะยอมรับเรื่องนี้ได้หรือไม่เจ้าคะ”

            เสนาบดีลู่มีท่าทางลังเล แม้ว่าเจินอี๋เหนียงจะกลายเป็นคนพิการนอนติดเตียง แต่สถานะของบุตรสาวสกุลเจินของนางก็ยังอยู่ หากเขายอมเสียสละชีวิตของนางแล้วเขาจะตอบคำถามคนสกุลเจินได้อย่างไร ส่วนอาการป่วยของลู่เหวินถงกลับเป็นสิ่งที่เขาหนักใจ ถึงแม้ในใจเขาจะคิดว่าจะต้องหาหมอฝีมือดีมารักษาบุตรชาย แต่หากไม่มีใครรักษาอาการของบุตรชายให้หายได้เล่า

            ลู่เยี่ยนฟางสังเกตท่าทางของบิดาก็ยิ้มอยู่ในใจและพอจะเดาได้ว่าบิดากำลังกังวลเรื่องใดอยู่ “ท่านพ่อเจ้าคะ คนเราสามารถป่วยด้วยโรคปัจจุบันได้ ท่านตากับท่านลุงคงจะเข้าใจ ถึงแม้จะไม่มีท่านแม่แล้ว แต่ข้าก็ยังเป็นหลานสาวของสกุลเจินอยู่ ส่วนเรื่องของถงเอ๋อ ไม่ใช่ว่าท่านพ่อจะรับอนุคนอื่นเข้ามาในจวนไม่ได้อีก ที่ข้าแนะนำเช่นนี้ไม่ใช่ว่าข้าไม่รักน้องชาย แต่อย่างไรจวนสกุลลู่ก็ควรมีบุตรชายไว้สืบสกุลสักหลายๆ คนไม่ใช่หรือเจ้าคะ”

            คำพูดของลู่เยี่ยนฟางช่วยเปิดความคิดของเสนาบดีลู่ได้เป็นอย่างดี จริงอย่างที่บุตรสาวบอก เขายังมีบุตรสาวที่เป็นคนสกุลเจินเหลืออยู่ทั้งคน ทั้งเรื่องมีบุตร หากเขาไม่สามารถรักษาอาการของลู่เหวินถงได้ เขาก็สามารถรับอนุเข้ามาในเรือนสักหลายๆ คน จากนั้นไม่ว่าจะเป็นบุตรชายหรือบุตรสาว เขาก็สามารถมีเพิ่มได้ เท่านี้จวนสกุลลู่ก็จะมีลูกหลานเพิ่มขึ้นอีกหลายคนแล้วไม่ใช่หรือ

            “เจ้าจัดการเรื่องของเจ้าไปก็แล้วกัน ส่วนเรื่องที่เหลือเดี๋ยวพ่อจัดการเอง”

            ลู่เหวินถงที่นั่งพิงกำแพงฟังบิดาและพี่สาวสนทนากันอยู่ด้านนอกก็ยิ้มเยาะ เขาจะไม่เข้าใจความคิดของพี่สาวได้อย่างไร ความคิดของลู่เยี่ยนฟางนั้นง่ายมาก นางเพียงต้องการใช้เขากับมารดามาเป็นแพะรับบาปในภายหน้าหากว่าแผนการของนางล้มเหลว ลู่เหวินถงคิดเปรียบเทียบพี่สาวทั้งสองของตนเองอีกครั้ง หลุนหย่าหยานั้นไม่เคยลงมือกับใครก่อน นางจะตอบโต้ก็ต่อเมื่อนางถูกทำร้ายก่อนเท่านั้น แต่กับลู่เยี่ยนฟางนั้นไม่ใช่ นางมักจะยืมมือคนอื่นแล้วคอยยุยงอยู่เบื้องหลัง ก็เหมือนกับที่ผ่านมาที่เขามักจะถูกพี่สาวคนรองคอยยุยงให้ทำเรื่องไม่ดีมากมาย คิดมาถึงตรงนี้แล้วลู่เหวินถงก็รู้สึกว่าตนเองนั้นช่างโง่เขลาสิ้นดี

     

            หลังจากนั้นเสนาบดีลู่ก็รับอนุเข้าจวนมาทีเดียวถึงสามคนและแต่งตั้งฮูหยินคนใหม่ขึ้นมาอีกหนึ่งคน ซึ่งหญิงสาวเหล่านี้ล้วนมาจากครอบครัวที่สนับสนุนองค์ชายรองทั้งสิ้น เจินอี๋เหนียงที่นอนอยู่บนเตียงเมื่อรู้เรื่องนี้เข้าก็เกิดโมโหจนกระอักเลือดแล้วหมดสติไป

    คล้ายกับเรื่องท่านพี่! ข้าในเวอร์ชันนี้ดีหรือไม่ (มี e-book นะคะ) ที่คุณอ่าน