แปดปีหลังจากผ่านการต่อสู้อันดุเดือดทั้งทางการเมืองและการแพทย์ ฉินอ๋อง หลี่จ้าน และ จ้าวชิงเหยา ได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและมีอำนาจ อำนาจของอ๋องที่เกรียงไกรในราชสำนักมั่นคงยิ่งกว่าเดิม ขณะที่ชื่อเสียงของชายาในฐานะ แพทย์หญิงหัตถ์เทวดา ก็แผ่ขยายไปทั่วแคว้น
ในตอนเช้าที่อากาศสดใส หลี่จ้าน ยืนอยู่หน้ากระจกเงา เขาไม่ได้สวมชุดอ๋องเต็มยศ แต่เป็เสื้อคลุมผ้าไหมสีเข้มสบาย ๆ ที่เน้นให้เห็นรูปร่างสง่างาม ทุกย่างก้าวของเขามั่นคงและเต็มไปด้วยพละกำลัง ร่องรอยการทรยศ ทางกายถูกลบล้างไปอย่างสิ้นเชิง เหลือไว้เพียง ความเข้มแข็ง และ ความอ่อนโยน ที่เขามีต่อภรรยา
ชิงเหยา เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับถ้วยชาสมุนไพรบำรุง เธอสวมชุดที่เรียบง่ายแต่ดูดี สะท้อนถึงสถานะและอำนาจที่เธอมีในจวนและนอกจวนแล้ว ความรัก ที่ทั้งสองมีต่อกันไม่ได้แสดงออกอย่างเปิดเผยในที่สาธารณะ แต่เต็มเปี่ยมอยู่ในทุกการกระทำที่อยู่ร่วมกัน
“ท่านอ๋องเพคะ” ชิงเหยายื่นถ้วยชาให้เขา “สมุนไพรนี้จะช่วยให้เืลมของท่านหมุนเวียนได้ดีขึ้น และช่วยบำรุงจิตใจของท่านในวันที่ต้องเผชิญหน้ากับเหล่าขุนนางที่แสนจะเ้าเล่ห์”
หลี่จ้านรับถ้วยชาไว้ แล้วดึงตัวชิงเหยาเข้ามากอดไว้แน่น เขาสูดดมกลิ่นหอมสะอาดจากเรือนผมของเธอ
“ความสุขของข้าไม่ได้อยู่ที่อำนาจที่ได้กลับคืนมา ชิงเหยา แต่มาจากการที่ได้ตื่นขึ้นมาเห็นเ้าอยู่ข้างกายข้าทุกวัน” หลี่จ้านกระซิบเสียงอ่อนโยน “เ้าคือ ยาบำรุงหัวใจ ที่ดีที่สุดของข้า”
โรงหมอที่ถูกตั้งขึ้นในจวนฉินอ๋องได้กลายเป็ โรงหมอแห่งความหวัง ที่ชาวบ้านและแม้กระทั่งข้าราชการระดับล่างพากันเดินทางมาขอความช่วยเหลือ หลักการฆ่าเชื้อ และ การผ่าตัดเล็ก ของชิงเหยาได้ช่วยชีวิตผู้คนมากมายที่แพทย์โบราณไม่สามารถรักษาได้ ทำให้ชื่อเสียงของเธอในฐานะ หมอหญิงหัตถ์เทวดา แพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว
แต่ชื่อเสียงนี้ก็ไม่ได้มาโดยไม่มี ความริษยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก หมอหลวง ในราชสำนักที่รู้สึกว่าถูกคุกคามจากความสามารถที่เหนือกว่าของเธอ
“ท่านอ๋องเพคะ” หลิ่งเฟิง เข้ามารายงานในตอนบ่าย “ข่าวลือเกี่ยวกับความสามารถทางการแพทย์ของชายาเริ่มแพร่กระจายไปถึง จวนราชครู และ ขุนนางใหญ่ แล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“ปล่อยให้ข่าวลือแพร่สะพัดไป” หลี่จ้านตอบด้วยความมั่นใจ “ความสามารถของชายาข้าคือ อาวุธ ที่ทรงพลังที่สุด”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังวางแผนเกี่ยวกับอนาคตของการใช้ทักษะทางการแพทย์ของชิงเหยา วิกฤตครั้งใหม่ ก็ถูกนำมาสู่จวนฉินอ๋อง
“ท่านอ๋อง! ชายา!” เสี่ยวเยว่ วิ่งเข้ามาในห้องอย่างตื่นตระหนก “มีคนจาก จวนอัครเสนาบดีซู มาขอร้องให้ท่านชายาไปรักษาบุตรสาวของเขาเ้าค่ะ!”
ชิงเหยาและหลี่จ้านต่างมองหน้ากันด้วยความเคร่งเครียด อัครเสนาบดีซู คือขุนนางที่ทรงอิทธิพลที่สุดในราชสำนัก รองจากองค์ฮ่องเต้ และมีท่าทีเป็กลางทางการเมืองเสมอมา การที่เขามาขอความช่วยเหลือจากจวนฉินอ๋องหมายถึงอาการของบุตรสาวของเขาต้อง ร้ายแรงถึงชีวิต และ หมอหลวง ทั้งหมดได้ยอมแพ้แล้ว
“บุตรสาวของอัครเสนาบดีซู... คุณหนูซู นางป่วยเป็อะไร?” ชิงเหยาถามอย่างรวดเร็ว
“พวกเขาบอกว่านางมีอาการ อ่อนแออย่างต่อเนื่อง มี ไข้สูง และมีอาการ ปวดท้องอย่างรุนแรง เ้าค่ะ! หมอหลวงบอกว่าเป็ โรคประจำตัวที่ไม่สามารถรักษาได้ และนางอาจมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน” เสี่ยวเยว่รายงานด้วยความตื่นตระหนก
นี่คือ การท้าทายครั้งสำคัญที่สุด ของชิงเหยา การรักษาผู้มีอำนาจสูงส่งเช่นนี้หมายถึง ความเสี่ยง ที่ยิ่งใหญ่ หากเธอทำสำเร็จ ชื่อเสียงและอำนาจของฉินอ๋องจะพุ่งสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่หากเธอทำผิดพลาดแม้แต่น้อย ทั้งหมดที่พวกเขาต่อสู้มาอาจพังทลายลงในทันที
“ข้าจะไป” ชิงเหยาตัดสินใจอย่างเด็ดขาด “ข้าจะใช้ความรู้ทางการแพทย์สมัยใหม่ของข้าเพื่อช่วยชีวิตบุตรสาวของอัครเสนาบดีซู”
หลี่จ้านมองภรรยาของเขาด้วยความเชื่อใจอย่างถึงที่สุด “ข้าจะไปกับเ้า ชิงเหยา” หลี่จ้านกล่าว “ไม่ว่าผลจะเป็เช่นไร ข้าจะอยู่เคียงข้างเ้าเสมอ อำนาจ ที่ข้ามีจะปกป้องเ้าจากความริษยาและความไม่พอใจทั้งหมด”
การเดินทางไปจวนอัครเสนาบดีซูไม่ได้เป็เพียงการรักษา แต่เป็การ ประกาศอำนาจ ครั้งใหม่ของ ฉินอ๋อง และ ชายาผู้เป็แพทย์ ของเขา วิกฤตทางการแพทย์ ครั้งใหญ่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว
การเดินทางไปจวน อัครเสนาบดีซู ไม่ใช่แค่การรักษาโรค แต่เป็ การประกาศอำนาจ ครั้งใหม่ของ ฉินอ๋อง หลี่จ้าน และ จ้าวชิงเหยา ในฐานะ คู่รัก และ พันธมิตร ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในแคว้น
เมื่อ หลี่จ้าน และ ชิงเหยา เดินทางมาถึงจวนอัครเสนาบดีซู บรรยากาศก็เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและความสิ้นหวัง อัครเสนาบดีซู ขุนนางที่เคร่งขรึมและทรงอิทธิพล รีบออกมาต้อนรับด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลอย่างที่ไม่เคยแสดงออกต่อสาธารณะ
“ฉินอ๋อง! ชายา! ข้าต้องขอขอบคุณพวกท่านอย่างสูงที่ยอมมาช่วยเหลือบุตรสาวของข้า!” อัครเสนาบดีซูกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “นางมีอาการทรุดหนักมากแล้ว... หมอหลวงทุกคนได้แต่ส่ายหน้าและบอกว่า... ไม่มีทางรักษาได้”
หลี่จ้านจับมือชิงเหยาไว้แน่นเพื่อแสดงการสนับสนุน “ไม่ต้องกังวล อัครเสนาบดี ชายาของข้ามีความสามารถที่หมอหลวงทั่วไปเทียบไม่ได้”
ชิงเหยาถูกนำเข้าไปในห้องของ คุณหนูซู บุตรสาวที่นอนซูบผอมอยู่บนเตียง ใบหน้าของเธอซีดขาวและเต็มไปด้วยความเ็ปจากการปวดท้องอย่างรุนแรง หมอหลวง หลายคนนั่งเฝ้าอยู่รอบห้องด้วยท่าทีสิ้นหวัง พวกเขาต่างมองมาที่ชิงเหยาด้วยความสงสัยและความริษยา
ชิงเหยาไม่ได้สนใจสายตาเ่าั้ เธอเริ่มทำการตรวจวินิจฉัยอย่างรวดเร็วและละเอียดถี่ถ้วนตามหลักการแพทย์สมัยใหม่ เธอใช้มือัั, ฟังเสียงการเต้นของหัวใจและลำไส้, และใช้การซักประวัติอย่างละเอียด
“อาการอ่อนเพลีย, ไข้สูง, ปวดท้องอย่างรุนแรง...” ชิงเหยาพึมพำกับตัวเอง “นี่ไม่ใช่โรคประจำตัวที่ไม่สามารถรักษาได้ แต่นี่คือ การติดเชื้อที่รุนแรง ที่บริเวณช่องท้อง!”
ชิงเหยาหันไปหาอัครเสนาบดีซูและหมอหลวงที่อยู่รอบห้อง “บุตรสาวของท่านไม่ได้ป่วยเป็โรคเรื้อรัง แต่เป็ การติดเชื้อที่รุนแรงมาก ที่บริเวณ ไส้ติ่งอักเสบ เพคะ! หากปล่อยไว้นานกว่านี้ ไส้ติ่งจะแตกและทำให้เกิดการติดเชื้อในช่องท้องทั้งหมด ซึ่งจะนำไปสู่ความตายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง!”
คำวินิจฉัยของชิงเหยาทำให้ทุกคนในห้องตกตะลึง ไส้ติ่งอักเสบ เป็โรคที่ไม่เคยถูกระบุในตำราแพทย์โบราณ
“ไส้ติ่งอักเสบ... คืออะไร?” อัครเสนาบดีซูถามอย่างไม่เข้าใจ
“มันคือ อวัยวะเล็ก ๆ ที่ติดเชื้อและบวมขึ้นเพคะ” ชิงเหยาอธิบายอย่างใจเย็น “และทางเดียวที่จะช่วยชีวิตคุณหนูซูได้คือ การผ่าตัดเอาไส้ติ่งที่ติดเชื้อออก ทันที!”
การประกาศ การผ่าตัด ครั้งนี้สร้างความตื่นตระหนกอย่างรุนแรงในห้อง หมอหลวงต่างออกมาคัดค้านอย่างหนัก
“เป็ไปไม่ได้!” หมอหลวงหวาง กล่าวด้วยความไม่พอใจ “การผ่าตัดช่องท้องเป็อันตรายถึงชีวิต! ท่านชายา! ท่านกำลังใช้ชีวิตของบุตรสาวอัครเสนาบดีเป็เครื่องทดลอง!”
ชิงเหยาไม่สนใจคำคัดค้าน เธอรู้ว่าทุกวินาทีที่เสียไปหมายถึงความตายของ คุณหนูซู
“อัครเสนาบดีซู ท่านต้องตัดสินใจเพคะ!” ชิงเหยาประกาศอย่างเด็ดขาด “หากไม่ผ่าตัด บุตรสาวของท่านจะเสียชีวิตแน่นอน ภายในคืนนี้ แต่หากผ่าตัด โอกาสรอดมีถึง แปดส่วน!”
หลี่จ้าน ก้าวเข้ามาข้างกายชิงเหยา สายตาของเขาเต็มไปด้วย อำนาจ และ ความเชื่อใจ ที่เขามีต่อภรรยา “อัครเสนาบดี ข้าเชื่อมั่นในความสามารถของชายาข้าอย่างถึงที่สุด! นางเคยช่วยชีวิตข้าจากการถูกทำลายเส้นประสาทที่หมอหลวงทุกคนยอมแพ้มาแล้ว!”
อัครเสนาบดีซูมองไปยังลูกสาวที่กำลังเ็ป และมองไปยังดวงตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจของ ฉินอ๋อง และ ชายา ของเขา ในที่สุดเขาก็กัดฟันและตัดสินใจ
“ข้า... ข้าเชื่อใจท่านชายา!” อัครเสนาบดีซูประกาศ “โปรดทำการผ่าตัดเพื่อช่วยชีวิตบุตรสาวของข้าด้วย!”
ชิงเหยาพยักหน้าอย่างมั่นคง เธอสั่งให้ เสี่ยวเยว่ และ หลิ่งเฟิง ซึ่งติดตามมาด้วย จัดเตรียมพื้นที่ผ่าตัดฉุกเฉินในห้องนั้นทันที วิกฤตทางการแพทย์ ครั้งใหญ่ที่สุดในยุคโบราณกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว การผ่าตัดไส้ติ่งอักเสบในยุคที่ไม่มีเครื่องมือที่ทันสมัย และท่ามกลางความสงสัยของหมอหลวงทั้งหมด! ความรัก และ ความสามารถ ของชิงเหยาจะถูกพิสูจน์อีกครั้ง และจะนำมาซึ่ง อำนาจ ที่มั่นคงที่สุดของฉินอ๋อง