กำเนิดใหม่ : จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ 【จบ】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 38 โอกาส

            พลังภายในแล่นไปทั่วร่างกาย และความเย็นที่เขาสัมผัสได้ก็หายไปในทันที

            “ไม่รู้ว่าทางหอเซียวเหยาจะมีปฏิกิริยาอย่างไรบ้าง”

            “ก่อนที่พวกเขาจะมา ไปสำรวจคุกกลืนอสูรก่อนดีกว่า”

            หลัวเลี่ยมองเข้าไปภายในคุกกลืนอสูร

            ในความทรงจำของเขา ไม่มีใครสามารถเข้าไปถึงชั้นในสุดของคุกกลืนอสูรนี้ได้เคยมีคนที่มีวรยุทธ์ระดับแก่นสวรรค์คนหนึ่งพยายามเข้าไปสำรวจ แต่สุดท้ายอวัยวะภายในหรือแม้แต่จุดตันเถียนของเขาก็ถูกความเย็นเข้าปกคลุม หลังจากที่เขาหนีออกไปจากที่นี่ได้เขาเกือบเข้ารักษาไม่ทัน ผู้มีวรยุทธ์ระดับแก่นสวรรค์คนนั้นกล่าวว่า เขาอาจยังไปไม่ถึงชั้นกลางของคุกด้วยซ้ำแม้แต่ผู้มีวรยุทธ์ระดับทลายยุทธ์ก็ยังถือว่าเป็นเรื่องยากที่จะเข้าถึงชั้นในสุด และผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในแคว้นเป่ยสุ่ยมีเพียงระดับวังชะตาเท่านั้นดังนั้นจึงไม่มีใครรู้ว่าชั้นในสุดของคุกกลืนอสูรเป็นอย่างไร ที่แห่งนี้จึงถูกใช้เพื่อคุมขังนักโทษเท่านั้น

            “ข้าจะลองดูว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน”

            หากหลัวเลี่ยไปต่อสู้กับผู้มีวรยุทธ์ระดับแก่นสวรรค์ เขาอาจถูกโจมตีจนตายได้ด้วยนิ้วเดียว

            แต่เขามีความมั่นใจที่จะสำรวจที่แห่งนี้

            ความมั่นใจอยู่ที่สมรรถภาพทางร่างกายของเขาเขามั่นใจว่าผู้ที่มีวรยุทธ์ระดับแก่นสวรรค์ผู้นั้นที่มาจากแคว้นเป่ยสุ่ยอาจไม่ได้ฝึกฝนการใช้พลังกายขั้นสูงดังนั้นพลังแรงกายของเขาจึงอยู่ในระดับทั่วไป และความสามารถในการเดินไปได้ไกลเท่าไรล้วนขึ้นอยู่กับความแข็งแรงทางร่างกาย

            เป็นความจริงที่พลังวรยุทธ์ของเขาไม่ได้มีมากเท่ากับบุคคลระดับแก่นสวรรค์ผู้นั้นแต่สมรรถภาพทางร่างกายของเขานั้นอยู่ในขั้นดีมาก

            ความแข็งแกร่งในลักษณะนี้ สะท้อนให้เห็นผลลัพธ์แล้วในครั้งที่เผชิญหน้ากับหลงนู่ที่ใช้วิชามนุษย์มังกรร่วมใจมันเทียบเท่ากับพลังของมังกรในระดับหยินหยาง หลังจากนั้นเขายังใช้เลือดมังกรมาชำระล้างร่างกายอีกทำให้อวัยวะภายในได้รับการปกป้อง และสมรรถภาพทางกายก็ได้พัฒนาไปสู่ระดับที่สูงขึ้นดังนั้นจึงต้องลองพิสูจน์พลังทางกายนี้สักครั้ง

            หลัวเลี่ยก้าวไปข้างหน้า

            เมื่อเขาเดินไปข้างหน้าสิบกว่าก้าว ก็สัมผัสได้ถึงความเย็นที่เพิ่มขึ้นสามถึงสี่เท่า

            หนึ่งในสิบส่วนของพลังงานในร่างกายของเขาถูกใช้เพื่อกระตุ้นร่างกายให้อุ่นขึ้นจากนั้นก็ราวกับว่าเซลล์ทั้งหมดในร่างกายของเขาได้รับการฟื้นฟู ปลดปล่อยความร้อนน่าอัศจรรย์ที่สามารถต้านทานความเย็นนี้ได้

            เขาทำต่อไป

            อาศัยร่างกายที่แข็งแกร่งของเขา และอาศัยเพียงพลังวรยุทธ์ผู้ฝึกตนระดับที่ห้าหลัวเลี่ยเดินต่อไปจนถึงระยะที่ลึกเกือบห้าสิบเมตร

            ตลอดทางที่เขาเดินมามีทางเลี้ยวทุกๆ สิบเมตร ราวกับว่ามันถูกสร้างขึ้นมา

            และทุกๆ ทางเลี้ยวนั้นมีโซ่ที่ใช้คุมขังนักโทษปรากฏอยู่ด้วย

            หลัวเลี่ยหยุดอยู่ในระยะความลึกห้าสิบเมตร เขามาถึงขีดจำกัดทางร่างกายของตนเองแล้ว

            ด้วยพลังภายในร่างกายที่ไหลเวียนถึงขีดสุด และด้วยการสนับสนุนของพลังกายที่แข็งแกร่งการที่เขามาถึงในจุดนี้ได้ก็นับว่าแข็งแกร่งมากแล้ว

            เพียงเจ็ดหรือแปดเมตรข้างหน้าเขามีร่องรอยบางอย่าง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเป็นจุดที่ลึกที่สุดที่มีคนเคยสำรวจมา

            “สุดท้ายก็ยังไปได้น้อยกว่า”

            “ระดับผู้ฝึกตนเดินมาจนใกล้ถึงในระยะที่ระดับแก่นสวรรค์มาถึง ข้าพูดไปก็คงจะไม่มีใครเชื่อ”

            อย่างไรก็ตาม หลัวเลี่ยลืมคิดสิ่งหนึ่ง คนที่มาสำรวจได้เตรียมอุปกรณ์มาอย่างดีเช่นอุปกรณ์ที่สามารถปล่อยอุณหภูมิสูงได้ ไม่เช่นนั้นพวกเขาอาจไม่สามารถเข้ามาได้ลึกถึงขนาดนี้

            เขายังไม่ยอมแพ้ หันมองไปรอบๆ

            มีทางแยกอยู่ข้างหน้า และมองไม่เห็นสิ่งที่อยู่ด้านในสุด

            หลัวเลี่ยย่อตัวลง ตรวจสอบโซ่ที่ถูกแช่แข็งบนพื้น

            ยิ่งเข้าไปลึกมากเท่าไร ก็ยิ่งเย็นมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นสิ่งของต่างๆจึงถูกแช่แข็งได้ง่ายขึ้น แม้แต่อุปกรณ์ที่ให้ความร้อนก็ยังไม่สามารถทนต่อความเย็นในระยะยาวนี้ได้และถูกแช่แข็งในที่สุด

            ความแตกต่างคือ แม้ว่าโซ่อื่นๆ ที่หลัวเลี่ยเคยเจอมาก่อนหน้าจะถูกแช่แข็งด้วยชั้นน้ำแข็งหนาๆแต่มีเพียงโซ่ที่อยู่ด้านหน้าหลัวเลี่ยเท่านั้นที่บางส่วนไม่ได้ถูกน้ำแข็งปกคลุมและอีกด้านของโซ่อยู่ในกำแพงน้ำแข็ง

            หลัวเลี่ยคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ต่อยไปที่กำแพงน้ำแข็งนั้น

            ตูม!

            กำแพงน้ำแข็งแตกออก และเศษซากปลิวว่อน

            เขาหันกลับมา และต่อยกำแพงน้ำแข็งฝั่งตรงข้ามด้วยแรงเดียวกัน

            กำแพงนี้แตกออก และปรากฏเป็นรูเช่นกัน

            ความแตกต่างคือ แม้ว่าสถานที่ทั้งสองแห่งนี้จะอยู่ห่างจากด้านในเป็นระยะทางเท่ากันสัมผัสได้ถึงความเย็นเหมือนกัน ใช้แรงต่อยเท่ากันแต่ขนาดของรูที่เกิดขึ้นหลังจากที่เขาต่อยกลับไม่เท่ากัน

             รูบนกำแพงน้ำแข็งที่หลัวเลี่ยสร้างขึ้นตอนแรกนั้นมีความกว้างราวสิบห้าชุ่นส่วนอีกรูหนึ่งกว้างเพียงสามชุ่นเท่านั้น ช่างแตกต่างกันหลายเท่านัก

            เขาก้มหัวลงเพื่อมองดูสายโซ่ที่อยู่ลึกเข้าไปในกำแพงน้ำแข็ง

            “คงไม่ใช่ว่ามีคนทำลายโซ่ และเปิดทางหนีออกไปหรอกนะ”

            “เห็นได้ชัดว่าคนที่ถูกขังอยู่ในสถานที่แห่งนี้มีความแข็งแกร่งมาก ซ้ำยังหาทางหลบหนีได้คงไม่ใช่คนที่ธรรมดาเลยจริงๆ”

            “เข้าก็เข้า มาดูกันว่าคนคนนี้หนีไปหรือยัง”

            หลัวเลี่ยระดมหมัดต่อยเข้าไป

            ในที่แห่งนี้ไม่มีสายตาของผู้อื่นค่อยจับจ้อง ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องซ่อนพลังของ‘มีมังกรอยู่ในเป้า’

            หมัดพญามังกรประจัญบาน!

            เคล็ดวิชามหาสรรพฟ้าดินด้านภูเขา!

            เขาใช้พลังทั้งหมดโจมตีอย่างรุนแรง

            กำแพงถูกเจาะโดยใครบางคนมาก่อนแล้ว แม้ว่าในภายหลังมันจะถูกความเย็นเข้าปกคลุมแต่กำแพงน้ำแข็งตรงจุดนี้ก็ไม่ได้แข็งแกร่งเท่าที่อื่น

            หลัวเลี่ยชกมากกว่าหนึ่งร้อยหมัดติดต่อกัน และแล้วชั้นน้ำแข็งก็เปิดออกเป็นรูกว้างถึงหนึ่งจั้งครึ่ง

            ภายในกำแพงนี้ต่างจากข้างนอกตรงที่อากาศเย็นไม่ผ่านเข้ามาง่ายๆยิ่งต่อยเข้าไปลึกขึ้น ยิ่งทำให้เปิดทางได้ง่ายขึ้น

            เมื่อเปิดทางเข้าไปได้ยาวกว่าสิบจั้งแล้ว สถานที่ภายในนั้นก็ไม่มืดมนและหนาวเย็นเลยแม้แต่น้อย

            และยังไม่มีชั้นน้ำแข็งอีกด้วย

            มีคนเปิดช่องทางหนีจริงๆ

            “การตัดสินใจของข้าถูกต้อง”

            “คนคนนี้แข็งแกร่งมาก ถ้ากำแพงน้ำแข็งนี้ไม่ได้ถูกชายผู้นี้เจาะทะลุ และได้รับความเสียหายอย่างหนักมาแล้วด้วยพลังของข้า ข้าคงไม่สามารถทำลายมันได้ถึงขนาดนี้”

            หลัวเลี่ยเข้าไปในทางเดินนั้นซึ่งแคบมาก เขาจึงต้องตะแคงตัวและเดินก้มศีรษะเข้าไป

            ข้างในนั้นมืดมาก เขาจึงหยิบไข่มุกราตรีออกมาเพื่อให้แสงสว่าง

            ทางเดินนี้ลึกมาก เขาเดินไปเกือบหนึ่งลี้แล้วก็ยังไม่ถึงจุดสิ้นสุดแต่หากเขาเดินไปข้างหน้าต่อไป อาจหมายถึงการหลบหนี

            แต่เมื่อเดินมาเข้ามาอีกราวครึ่งจั้ง ก็เกิดจุดหักเลี้ยวกะทันหัน

            จุดเลี้ยวนี้เมื่อพิจารณาจากทิศทางแล้ว กลับกลายเป็นว่าภายในนั้นคือทิศทางที่ลึกที่สุดของคุกกลืนอสูร

            “หืม?”

            “ทำไมคนคนนั้นไม่หนี แต่กลับเข้าไปข้างในแทน”

            “หรือว่าความตั้งใจเดิมของเขาคือการสำรวจความลับในส่วนที่ลึกที่สุดของคุกกลืนอสูรไม่ใช่สิ หากเป็นเช่นนั้น ทำไมต้องเจาะเข้าไปลึกกว่าหนึ่งลี้ถึงจะเลี้ยวเข้ามา แค่ครึ่งลี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วนี่นา”

            “หรือบางทีเขาอาจค้นพบอะไรบางอย่าง”

            เมื่อคิดได้เช่นนั้น หลัวเลี่ยก็หันมองไปตามทางเดิน

            คราวนี้ยังคงเป็นทางตรง

            ขณะที่เดิน เขาก็คิดถึงทิศทางในคุกกลืนอสูรไปด้วยและพบว่าในไม่ช้าเขาก็เข้ามาที่ความลึกสิบห้าจั้งของคุกกลืนอสูรแล้ว

            เขาก้าวไปตามทางเดินข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

            เมื่อเดินได้อีกประมาณสี่สิบจั้ง ในที่สุดก็ถึงจุดสิ้นสุด

            เขารู้สึกถึงความหนาวเหน็บถึงกระดูกอีกครั้ง

            ในที่แห่งนี้เขาไม่พบศพใดๆ เห็นเพียงตัวอักษรที่เลือนรางอยู่บนกำแพง

            ใช้ไข่มุกราตรีส่องให้แสงสว่างเพื่อตรวจสอบ

            เนื้อหาที่เขียนไว้นั้นง่ายมาก

            เป็นข้อความที่ผู้เปิดช่องทางนี้ทิ้งเอาไว้ว่า ข้าคือมนุษย์ที่โดยธรรมชาติแล้วจะต้องตายข้าไขว่คว้าหาเส้นทางแห่งชีวิต ท่ามกลางการเสาะหาและการหลบหนี ใจของข้าทราบดี ณคุกกลืนอสูรแห่งนี้ มีความลับอันยิ่งใหญ่ที่สามารถมอบชีวิตใหม่ให้ข้าได้ คนที่มองหาโอกาสเช่นเดียวกับข้าคนที่ไม่อยากถูกหักหลังด้วยยาพิษจนถอนตัวไม่ขึ้น หากมีคนเช่นนี้ ข้าขอฝากข้อความพิเศษถึงผู้ที่ถูกลิขิตข้าเปิดช่องทางเดินด้วยทักษะลับพิเศษ ไม่ว่าจะไปถึงส่วนที่ลึกที่สุดของคุกกลืนอสูรได้หรือไม่ข้าจะพยายามจนถึงที่สุด หากไม่สามารถไปถึงได้ การเปิดสถานที่อันลึกลับที่สุดในแคว้นเป่ยสุ่ยนี้ขอฝากไว้กับเจ้าแล้ว

            อักษรบางตัวหลังจากนั้นเลือนรางเกินกว่าจะอ่านได้อักษรบางคำแทบจะไม่สามารถถอดรหัสได้ ดูเหมือนเขาหวังว่าจะมีใครบางคนที่มีโชคชะตามาแก้แค้นและสานต่อสิ่งที่เขาทำแต่อักษรก็ถูกทำลายไปแล้วบางส่วน จากผลกระทบของพลังที่เกิดขึ้นเมื่อเขาใช้ทักษะลับของเขาทำให้ไม่สามารถอ่านได้เลย

            หลัวเลี่ยอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ คนคนนี้ช่างน่าสงสาร

            เดิมทีเขาสามารถรอดจากความตายได้ และโอกาสนั้นก็อยู่ใกล้แค่เอื้อมแต่กลับต้องตายด้วยยาพิษ

            ในทางกลับกัน หลัวเลี่ยอยู่เพียงระดับผู้ฝึกตนเดิมทีแล้วเขาไม่มีแม้ความหวังที่จะสำรวจความลับของคุกกลืนมังกรนี้ได้เลย แต่เขากลับได้รับโอกาสจากช่องทางนี้

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดใหม่ : จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ 【จบ】 ที่คุณอ่าน