Tale of Tales Online: Age of Apocalypse อภิมหาสงครามภัยพิบัติถล่มจักรวาล

    ตอนที่ 24 แนวร่วมและความเป็นไปได้


    เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาในโลกแห่งความเป็นจริง ความหิวก็กลายเป็นสิ่งแรกที่ผมรู้สึกได้ผมเลยจัดการกับการร้องทุกข์ของร่างกายและธุระส่วนตัวให้เสร็จสิ้น แล้วแต่งตัวเพื่อที่จะออกไปซื้อ ‘นิวทริชั่นเจลลี่’ เนื่องจากถ้าสั่งออนไลน์มาอาจจะต้องรอเป็นวัน ซึ่งผมไม่ได้มีเวลาขนาดนั้น แต่ถ้าให้ผมเลือกใช้บริการส่งของด่วนที่โคตรแพง ผมว่าผมออกไปซื้อเองน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าก่อนออกจากห้องผมก็ได้ตรวจสอบความเรียบร้อยภายในห้อง ก่อนจะเปิดมือถือขึ้นมาเช็กในลำดับถัดมา‘มาร์คัส หนึ่งมิสคอล’แชทแอปพลิเคชันจึงถูกเปิดขึ้นมา แล้วผมก็อ่านข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอ‘วิคเตอร์, ร้านฟาสฟู๊ดของลุงปีเตอร์ปิดไปแล้วนะ’‘ว่างมาเจอกันหน่อยไหม?’‘นายไม่ได้เป็นอะไรใช่ไหม? ป้าโซฟีเป็นห่วง บอกพี่ว่าให้โทรเช็ก’อ่านจบ ผมก็รีบโทรหาพี่มาร์คัส เพื่อตกลงนัดวันและสถานที่ที่จะไปนั่งคุยกันเมื่อคุยกันเรียบร้อยแล้วก็ได้ข้อสรุปว่าเป็นวันนี้ โดยจะนัดไปเจอกันที่ร้านคาเฟ่ร้านหนึ่งแถวย่านเทลเทคสโตร์ช่วงบ่ายโมง ซึ่งนั่นก็เป็นย่านที่ผมจะไปพอดี

    เมื่อผมเดินทางมาถึงเทลเทคสโตร์ก็เป็นเวลาเที่ยงนิดๆ แล้วผมจึงรีบซื้อเจลลี่สารอาหารก่อนเป็นอันดับแรก แล้วค่อยเดินดูอุปกรณ์ต่างๆ ภายในร้านเพื่อคั่นเวลาทันใดนั้นก็ไปสะดุดเข้ากับจอประชาสัมพันธ์ของทางร้าน“โห!” ผมกลืนน้ำลายลงคอไปอึกหนึ่ง‘สุดปัง’ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามีคนจำนวนราว 3,000 ล้านคนที่ให้ความสนใจกับเกมเทลออฟเทลส์มากถึงขนาดเกือบเทียบเท่าครึ่งหนึ่งของจำนวนประชากรบนโลกไม่สิ… จะบอกว่าเป็นเกมมันก็ไม่ถูกไปเสียทีเดียว ต้องเป็นคำว่าโลกเสมือนเท่านั้นจึงจะใกล้เคียงกว่านั่นก็เป็นเพราะว่าไม่ใช่ผู้เล่นทุกคนที่เข้าไปเพื่อเล่นเกม จากสถิติที่เขานำมาโชว์ทำให้ได้รู้ว่าสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ของผู้เล่นที่เข้าไปเพื่อสนุกกับเนื้อหาส่วนที่เป็นเกมจริงๆ กับผู้เล่นที่เข้าไปเพียงเพื่อเรียนแต่งหน้า นั่งสมาธิ ดำน้ำ ปลูกปะการัง ดูหนัง ดูซีรี่ย์ ฯลฯ นั้นคิดเป็นครึ่งต่อครึ่งเลยทีเดียวนั่นคงเป็นเพราะความแตกต่างทางด้านเวลา ที่ทำให้สามารถเสพสิ่งบันเทิงหรือทำกิจกรรมอื่น ภายในโลกทีโอทีได้มากกว่าถึง 5 ชั่วโมง หากเทียบกับการกระทำกิจกรรมดังกล่าวภายนอกเกมเพียง 1 ชั่วโมง‘ก็นะ’ ใครบ้างไม่อยากมีเวลามากกว่า 24 ชั่วโมงเมื่อหน้าข้อมูลสถิติอันนั้นเลื่อนออกไป ประกาศอันใหม่ก็เลื่อนมาแทนที่ในประกาศดังกล่าวได้กล่าวถึงข้อมูลการอัปเดตที่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ ซึ่งมีอันที่ผมสนใจอยู่สองอย่าง ได้แก่การอัปเดตโอเพนเวิร์ล โดยในรายละเอียดระบุไว้ประมาณว่าจะมีการเปิดเส้นทางการเดินเรือจากทวีปเมนแลนด์ให้เดินทางไปยังเกาะหรือทวีปอื่นได้กับอีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือการแข่งขันอารีน่า ‘3 VS 3’ ที่ระบุไว้ว่าจะมีรูปแบบแตกต่างไปจากกิจกรรม ‘อารีน่าวันออนวัน’ อยู่พอสมควร และสิ่งที่ดึงดูดผมมากที่สุดก็คงเป็นจำนวนเงินรางวัลและกล่องสุ่มอุปกรณ์สวมใส่ระดับตำนานนี่แหละ‘เงินอัดฉีดสามล้านดอลลาร์’ สำหรับทีมชนะเลิศ ส่วนลำดับอื่นๆ เงินรางวัลก็ลดหลั่นลงไปตามลำดับ นี่ยังไม่นับกล่องสุ่มไอเท็มระดับตำนานที่อาจจะมีมูลค่ามากกว่าเงินรางวัลเสียด้วยซ้ำอย่างน้อยในตอนนี้ผมก็ได้หมุดหมายอันต่อไปเรียบร้อยแล้ว ผมหวังว่ามันคงไม่จบแบบอีซี่จีจีเหมือนกับกิจกรรมอารีน่าวันออนวันที่ผมเพิ่งจะแพ้มานอกจากการที่เกมเทลออฟเทลส์ได้ประสบความสำเร็จจากการสนับสนุนของผู้เล่นทั่วโลกแล้ว เกมนี้ยังเป็นแหล่งโฆษณาชั้นยอดที่บริษัทผลิตภาพยนตร์ บริษัทเกม หรือบริษัทชั้นนำต่างๆ ที่ให้ความสนใจและพร้อมที่จะทุ่มเงินเป็นจำนวนหลายหลักในการโปรโมทธุรกิจเพื่อให้เป็นที่รู้จักแก่คนจำนวนมากซึ่งผมคิดว่าโมเดลธุรกิจดังกล่าวนั้นน่าจะเป็นผลดีกับผู้เล่นอย่างมาก เพราะยิ่งกิจกรรมเยอะเท่าไร โอกาสที่จะได้ไอเท็มฟรีจากการเข้าร่วมกิจกรรมก็มีมากขึ้นเท่านั้น และยิ่งเป็นผู้เล่นสายเปย์(น้อย)อย่างผมแล้ว ถือว่าหวานหมูเลยทีเดียวไหนจะพวกกิจกรรมเทศกาลพิเศษอย่างวันอีสเตอร์ วันคริสต์มาสและอื่นๆ อีกมากมายที่ทางผู้พัฒนาเกมได้วางแผนไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว ไหนจะกิจกรรมจากสปอนเซอร์อย่างกิจกรรมทีโอทีออนไลน์ครอสโอเวอร์กับภาพยนตร์แลนออฟเดอะเดด(Land of The Dead)ที่จะถูกเพิ่มเข้ามาในเร็วนี้เช่นกันผมอ่านประกาศของเกมวนไปอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งเสียงของนาฬิกาของทางร้านดังขึ้น‘บ่ายโมงตรงแล้วเหรอเนี่ย’“สายแล้ว! สายแล้ว!” พร้อมกับรีบวิ่งออกไปยังคาเฟ่ที่ใช้เป็นสถานที่นัดหมายทันที

    กุ๊ง กิ๊ง...เสียงกระดิ่งขนาดเล็กที่ติดไว้กับประตูดังขึ้นเมื่อผมผลักประตูเข้าไปโดยสิ่งที่ผมทำเป็นอันดับแรกคือมองดูภายในร้านให้ทั่ว เผื่อว่าจะเจอพี่มาร์คัสและป้าโซฟีที่มาถึงและนั่งรออยู่ก่อนแล้วพลันหันไปเห็นพี่มาร์คัสที่ยกมือขึ้นเป็นสัญญาณ แล้วผมก็ตรงดิ่งไปยังโต๊ะดังกล่าวทันทีหนุ่มแว่นผมดำปิดหน้าลุคสุดเนิร์ด ที่มักจะสังเกตและแคร์ความรู้สึกของคนรอบข้างเสมอ... ในอดีดเขาเป็นคนแรกที่มาเจอผมนอนหลับอย่างหมดสภาพอยู่ที่หน้าร้านของลุงปีเตอร์ ซึ่งต่อมาเขาก็ได้ช่วยเหลือ ให้ที่พักและเสนอออกค่าใช้จ่ายให้ผมในช่วงเดือนแรก ก่อนที่จะช่วยให้ผมได้มีโอกาสนำผมเข้าไปทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านลุงปีเตอร์ได้สำเร็จ แถมยังช่วยสอนงานและช่วยแก้ไขความผิดพลาดที่ผมก่อขึ้นกับทางร้านอีกด้วย เขาคนนั้นก็คือ ‘มาร์คัส’ ผู้ไร้นามสกุลเช่นเดียวกับผม… และที่ไม่มีนามสกุล ก็เป็นเพราะว่าเราทั้งคู่นั้นเป็นเด็กกำพร้า‘โซฟี มายด์โดร่า’ หญิงสาวสูงวัย ผมดำสั้นประบ่า จิตใจดี รักเด็ก ชอบดูดวงเป็นชีวิตจิตใจ จนตอนนี้ป้าแกสามารถดูดวงจากลายมือเบื้องต้นได้แล้ว ส่วนจะตรงไม่ตรงนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง... ในอดีตป้าโซฟีเป็นคนที่หาห้องพักรูหนูรายเดือนที่แสนราคาถูกให้ผม ซึ่งก็เป็นห้องพักเดียวกันกับที่ผมอาศัยอยู่ในปัจจุบันนั่นแหละ นอกจากนี้แล้วป้าแกยังช่วยรับผิดต่อความผิดพลาดร้ายแรงที่เกิดขึ้นจากผมในร้านลุงปีเตอร์ในหลายต่อหลายครั้งตลอดเวลาในช่วงที่ผมกำลังฝึกงาน นั่นเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมยังมีปัญญาหาเงินมาจ่ายค่าที่ซุกหัวนอนให้ตัวเองจนถึงทุกวันนี้ได้พี่มาร์คัสกับป้าโซฟีนั้นถือเป็นคนที่มีบุญคุณกับผมเป็นอย่างมาก ยิ่งเป็นตอนช่วงแรกที่ผมเพิ่งหนีออกมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้านั้น ก็ได้ทั้งคู่นี่แหละที่เป็นคนคอยช่วยเหลือผมตลอดมา และนี่อาจเป็นโอกาสที่ผมจะได้ตอบแทนบุญคุณของพวกเขาเสียที...พวกเราสั่งเครื่องดื่มและเมาท์มอยเรื่องราวในชีวิตของแต่ละคนกันอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเข้าเรื่องร้านอาหารพาร์ทไทม์ที่ผมเคยทำงานอยู่“เสียใจด้วยนะครับเรื่องร้านของอาหารของลุงปีเตอร์”“ปีเตอร์เองก็แก่จนทำงานไม่ไหวแล้ว แกเลยขายที่ตรงนี้ให้บริษัทหนึ่งไป” ป้าโซฟีถอนหายใจ “ชีวิตลูกจ้างก็แบบนี้แหละวิคเอ้ย ไม่รู้ว่าจะถูกเลิกจ้างเมื่อไหร่”“ใช่” พี่มาร์คัสพยักหน้าเห็นด้วย“อ๋อ! ป้านึกออกแล้ว” ป้าโซฟีพยายามล้วงหยิบอะไรบางอย่างออกมา แล้วยื่นให้ผม“รับไปสิ พี่ปีเตอร์ฝากมาให้หน่ะ”ผมรับซองดังกล่าวมา เมื่อเปิดดูก็เห็นเป็นเช็คที่มีมูลค่าถึงหลักหมื่นดอลลาร์อยู่ภายในซอง“นี่มันอะไรกันครับป้า”“ค่าชดเชยเลิกจ้างงานไง” พี่มาร์คัสแทรกขึ้นมา“เฮ้ย! แต่ผมลาออกไปก่อนหน้านี้แล้วนะพี่ เงินนี่...”“เจ้านั่นบอกว่าให้คิดเสียว่านี่เป็นทิปครั้งสุดท้ายก็แล้วกัน”“โถ่ลุง! ทำไมไม่เก็บไว้เป็นเงินเกษียณของตัวเองกันละเนี่ย”ว่าแล้วผมก็หยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาลุงเพื่อขอบคุณสำหรับเงินสนับสนุนความฝันผมโทรคุยกับลุงได้ครู่เดียวก็เปลี่ยนมาเป็นการเปิดลำโพงสนทนาพวกเราคุยต่อกันอีกพักหนึ่ง แล้ววางสายลุงปีเตอร์ไป ก่อนที่ผมจะกล่าวถึงเรื่องสำคัญในลำดับถัดไป“เอ่อ… พอจะมีเวลาสัก 2-3 นาทีไหมครับ” ผมกล่าวด้วยความเคอะเขิน“นายล้อเล่นใช่ไหม?”“ยาสีฟันบ้านป้าหมดพอดีเลย”“ฟังผมก๊อน! จะว่าอย่างนั้นก็ได้แหละ... แต่ถ้าให้พูดอีกแง่ก็เป็นการเชิญชวนมาร่วมธุรกิจเสียมากกว่า”จากนั้นผมก็ได้สาธยายสรรพคุณของเกมเทลออฟเทลส์และยอดรายได้ที่ผมทำได้ในการใช้เวลาเล่นเพียง 1 วัน และเล่าถึงความเป็นไปได้ต่างๆ นานา ซึ่งแน่นอนว่าผมไม่ลืมที่จะบอกเกี่ยวกับกิจกรรมที่กำลังจะมีขึ้นในเร็วๆ นี้อีกด้วยในจุดนี้ผมแทบไม่สามารถไปเก็บเลเวลคนเดียวได้เหมือนในช่วงที่ยังเป็นคลาสเริ่มต้นอีกต่อไป เพราะตอนนี้ความเป็นคลาสบรรณารักษ์ได้กลืนกินจุดแข็งด้านการวางแผนของผมไปแทบหมดสิ้น หรือต่อให้วางแผนไปอย่างดิบดี แต่หากสุ่มได้หนังสือกากออกมาก็สามารถรู้ผลลัพธ์ของการต่อสู้ในครั้งนั้นได้ทันทีโดยไม่ต้องลุ้นการชวน ‘ปาร์ตี้’ ในชีวิตจริงให้เข้าสู่โลกเสมือนนั้นยังดูมีความหวังมากกว่าการไปลุ้นให้สุ่มได้หนังสือโหดๆ เสียอีกยิ่งระดับของผมที่เป็นเลเวล 20 แล้ว ยิ่งทำให้โทษของการตายในแต่ละครั้งนั้นน่ากลัวขึ้นเป็นทวีคูณ‘หากป๋มตัยปัย คุณคงมีความสุขมากใช่ไหม(ผู้พัฒนา)’ซึ่งโทษที่ว่านั่นก็คือ การลดเลเวลปัจจุบันของผู้เล่นลงไปถึง 10% โดยหากผมมีเลเวลอยู่ที่ 100 ผมจะโดนลดระดับไปถึง 10 เลเวล นี่ยังไม่รวมการโอกาสในการสูญเสียไอเท็มที่สวมใส่อีกชิ้นละ 5% อีกด้วย‘คนตรงหน้าผมสองคนนี้คือความหวังของมวลมนุษยชาติ’ ที่ผมต้องชักชวนมาเป็นแนวร่วมให้ได้หลังจากกล่าวโน้มน้าวไปแบบสุดตัวโดยไม่มีกั๊ก พี่มาร์คัสก็มีท่าทีสนใจอยู่บ้าง เพราะเดิมทีพี่เขาก็เป็นเกมเมอร์เหมือนกับผมนั่นแหละ แต่พี่เขาแค่ไม่ได้มีความวอนนาบีแบบผมเท่านั้นเองต่างจากเคสป้าโซฟีที่จะยากหน่อย ผมเลยต้องใส่ไฟให้ป้าแกเรื่องการหาแฟนและการเก็บเงินเกษียณอายุยามแก่เฒ่า ซึ่งตอนแรกป้าแกก็ดูเหมือนจะไม่สนใจ แต่พอผมพูดถึงเวลาในการดูหนัง ดูซีรี่ย์ที่สามารถเสพสมได้มากกว่าหากว่าไปทำภายในเกมขึ้นมาเท่านั้นแหละ ป้าโซฟีจึงแสดงท่าทางสนใจขึ้นมาบ้างผมชักแม่น้ำทั้งโลกมารวมกันเป็นครั้งสุดท้าย จนทั้งคู่บอกกับผมว่าสนใจกับโอกาสทางธุรกิจที่ผมมานำเสนอในครั้งนี้ ผมจึงพาทั้งคู่ไปยังร้านเทลเทคสโตร์เพื่อซื้อเครื่องเกมและเจลลี่สารอาหารที่ทำให้สามารถเล่นเกมได้นานขึ้นเมื่อทั้งคู่เห็นราคาของเครื่องเกมแล้วก็ทำท่าเหมือนจะตกใจในราคา ผมจึงเอ่ยปากจะเป็นคนซื้อให้ เพื่อตอบแทนที่ทั้งคู่คอยช่วยเหลือผมมาโดยตลอด ซึ่งทั้งคู่ก็พร้อมใจกันปฏิเสธในตอนแรก แต่ด้วยความดื้อด้านส่วนตัวและความตื๊อที่ชนะทุกสิ่ง ผมจึงกล่อมทั้งคู่ได้สำเร็จ“ทีนี้ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องเงินลงทุนแล้ว ต่อจากนี้ก็อยู่ที่แรงกายแรงใจและเวลาที่ใช้ทุ่มเทในการเล่นเกมแล้วละครับ”“ถ้าป้าเล่นไม่เป็นหรือไม่ชอบ แล้วจะทำไง?”“เล่นไม่เป็นมันสอนกันได้ แต่ถ้าไม่ชอบเล่นก็คงต้องเลิกเล่นแหละป้า หรือป้าจะเก็บไว้ดูหนังดูซีรี่ย์ก็แล้วแต่เลย”ทั้งคู่กล่าวขอบใจผมอีกครั้ง ก่อนที่เราจะมุ่งหน้าไปหอพักของพี่มาร์คัส

    เมื่อถึงหอพักผมก็จัดการติดตั้งเครื่องเกมและสรุปการใช้งานต่างๆ เอาไว้ แถมด้วยการไฮไลท์ส่วนสำคัญต่างๆ เอาไว้ในสมุดการใช้งาน เหมือนมีช่างส่วนตัวมาติดตั้งให้เองถึงบ้าน“วิค… นายจะแบกเราสองคนไหวเหรอ?” พี่มาร์คัสเอ่ยปากถาม“อ่อ… เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วง ผมแบกไหวแค่ตอนเวลแรกๆ เท่านั้นแหละ” ผมตั้งใจตอบไปให้ใกล้เคียงกับความจริงที่ว่าผมไม่มีปัญหาแบกพวกเขาหรอก... ตรงกันข้าม ผมกลับหวังให้พวกเขามาแบกผมให้เปลี่ยนไปเป็นคลาสระดับสูงเสียมากกว่า เมื่อถึงตอนนั้นผมจะได้หมดทุกข์หมดโศกกับคลาสบรรณารักษ์นี่เสียที แล้วตอนนั้นผมค่อยกลับมาเป็นฝ่ายแบกพวกเขาก็ไม่สาย“แบก?” ป้าโซฟีดูเหมือนจะไม่เข้าใจในสิ่งที่ผมและพี่มาร์คัสคุยกัน ผมจึงอธิบายคำว่าแบกให้ป้าแกฟังแล้วรีบจับพี่มาร์คัสยัดลงไปในเครื่อง ยื่นเจลลี่โดส 10 วันให้กิน ก่อนจะให้หมายเลขประจำตัวผู้เล่นของผมกับพี่เขาเพื่อไปใช้ในการแอดเพื่อน แล้วก็ไม่ลืมที่จะบอกให้พี่เขาเลือกเมืองอัลปาป้าเป็นเมืองเริ่มต้น พร้อมกับบรรยายลักษณะของจุดนัดพบให้ฟัง

    หลังจากนั้นไม่นานผมก็ไปทำหน้าที่ช่างส่วนตัวให้ที่บ้านของป้าโซฟีอีกหลังเมื่อเตรียมการทุกอย่างเสร็จสิ้น ผมก็ทั้งบอกทั้งย้ำสิ่งสำคัญต่างๆ อยู่หลายรอบ เพื่อไม่ให้ป้าแกเลือกเมืองผิดหรือเข้าไปหลงทางอยู่ในเกมผมถามคำถามเพื่อทวนความเข้าใจกับป้าโซฟีอีกครั้ง ก่อนจะให้ป้าแกลองใช้งานเครื่องเกม

    และเมื่อทุกสิ่งเป็นไปอย่างราบรื่น ผมจึงจัดการล็อคบ้านให้ป้าและรีบเดินทางกลับห้องพักของตัวเองในทันที