รถยนต์ยุโรปคันหรูสีดำสนิทแล่นเข้าจอดยังลานโล่งด้านข้างตัวตึกสูงระฟ้า...เมื่อรถจอดสนิท คนที่ได้ชื่อว่าเ้านายก็ปั้นหน้าขรึม เดินลงมาจากรถแล้วอ้อมมายังฝั่งประตูข้างเธอก่อนจะเปิดประตูให้
คนอะไร...นั่งรถมาตลอดทางก็เงียบขรึมมีแต่เสียงเพลงเปิดคลอเหมือนกำลังเล่นให้คนฟังที่หูหนวก เพราะมีคนใบ้สองคนนั่งไม่พูดจา...แต่พอมาถึงสถานที่ปลายทางบทจะทำตัวดูสุขุม เป็สุภาพบุรุษ ก็ทำซะอย่างนั้น...แต่แค่เปิดประตูรถให้...ฮึ!
“ไม่ลงเหรอครับ...นั่งยิ้มอยู่คนเดียว”
สบันงาตื่นจากภวังค์ เมื่อความคิดกำลังเลยเถิด
เขาเดินนำหน้าเธอเล็กน้อย ก่อนจะเข้าไปทักทายผู้หญิงสองสามคน ที่ออกมายืนต้อนรับอยู่ที่ประตูด้านหน้าตึกสูงตรงส่วนกลางโถงด้านล่าง
เขารับไหว้คนเ่าั้ ก่อนจะหันมาเรียกเธอเข้ามาแนะนำตัว
“คุณสบันงา เลขาฯใหม่ของผม” ผู้หญิงสองคนยิ้มรับเธออย่างเปิดเผยด้วยไมตรี
แต่อีกคนนี่สิ...สายตาที่มองเธอเหมือนกำลังเคียดแค้นมาซักสิบชาติ
อีกสองคนชื่ออะไรสบันงาแทบจะไม่ได้จำ แต่ผู้หญิงคนที่ปั้นหน้าหงิกใส่เธอ...ชื่อนี้เธอคิดว่าต้องจำแน่นอน...ชื่อไคริกา...ชื่อแปลก...สบันงาแอบเบ้ปากนิดหนึ่งเมื่อได้รับการแนะนำ...ไคริกาไว้ผมดัดหยิกเป็ลอนเหมือนตุ๊กตาบลายด์ ตากลมโตใส่คอนแทคสีเดียวกับสีผม บนใบหน้านั้นผุดผาดไปด้วยสีสันจากเครื่องสำอางที่แต่งจนดูจัดจ้าน
นี่ถ้าเข้มขาลไม่แนะนำว่าไคริกาเป็ประชาสัมพันธ์ของโครงการนี้ เธอก็คงจะเข้าใจว่าไคริกาแต่งหน้าได้เหมือนผู้หญิงกลางคืน...ยังดีที่ชุดที่สวมใส่เป็แบบฟอร์มของพนักงานก็เลยลดความแรงจากใบหน้าอันคมเข้มจัดจ้านไปบ้าง
สบันงาแอบเบ้ปากอีกครั้งกับความคิดของตัวเอง...แต่คราวนี้เธอเหลียวหน้าไปด้านข้างกันคนเห็น...เธอเดินตามกลุ่มคนเ่าั้เข้าไปในตัวอาคาร...
ตลอดระยะเวลาที่สำรวจงานตกแต่งทั้งภายในและภายนอก ตามต้นแบบที่เขียนโครงร่างไว้ในแฟ้มเอกสาร กินเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น...แต่มันเป็ครึ่งชั่วโมงที่เธออึดอัดยิ่งกว่าตอนที่อยู่กับเข้มขาลสองต่อสองซะอีก
จะไม่ให้สบันงารู้สึกอย่างนั้นได้อย่างไรในเมื่อตลอดครึ่งชั่วโมงนั้น บุคคลที่คอยแทรกกลางเดินระหว่างเธอกับเ้านายนั้น มีสายตาที่มองไม่เห็นความเป็มิตรแม้แต่น้อย
จริงๆนะ...ถ้าไม่อยู่ในเวลางาน แล้วต้องมาเจอสายตาแบบที่ไคริกากำลังทำแม้เพียงแค่มองมาเสี้ยววินาที รับรองได้ว่าแม่นั่นต้องล้มกลิ้งลงไปนอนกับพื้นแน่นอน
ได้เพียงแต่คิดอย่างนั้น...สบันงาจึงขอตัวเดินไปสูดอากาศข้างนอกสวนตามลำพังเมื่อเข้มขาล้าเข้าไปพบเ้าหน้าที่ฝ่ายควบคุมการก่อสร้างบนชั้นที่สอง
เธอจะรู้สึกปลอดโล่งยิ่งขึ้น ถ้าจะไม่มีเสียงที่จงใจเดินตามเธอมาจากผู้หญิงที่ชื่อไคริกา
“เธอเป็ใคร!...มาทำงานกับขาลั้แ่เมื่อไหร่” เสียงไคริกาดังไล่หลังมาก่อนจะเห็นตัวเสียอีก
“คุณถามฉันเหรอคะ” เธอจงใจยียวน
“ก็ใช่น่ะสิ...เธอเห็นเงาหัวคนอื่นแถวน้ไหมล่ะ” คำว่าเงาหัวดูจะเน้นกว่าคำอื่น
“อ๋อ...นี่คงเป็คำทักทายจากคนที่มีมารยาทงั้นสิ” สบันงาโต้ตอบทันควัน
ไคริกาเดินกอดอก...หันรีหันขวางอยู่รอบตัวเธอห่างเพียงสองสามก้าวก่อนจะมาหยุดยืนจังก้าตรงหน้าเธอพอดี...แล้วใช้สายตามองเธอั้แ่ศีรษะไล่จรดลงปลายเท้าเหมือนตัวอิจฉาในละครน้ำเน่าเปี๊ยบ
แต่สายตาแบบนั้นก็คงจะไม่เป็ตัวอิจฉาอย่างสมบูรณ์แบบถ้าไม่มีคำด่าทอแบบสาดเสียเทเสีย...เพียงแค่สบันงานึกเล่นๆ แต่ก็ไม่นึกว่าจะได้ยิน
“นี่เธอคงจะไม่รู้ว่าฉันกับคุณขาลเป็อะไรกัน”
“ฉันจำเป็ต้องรู้ด้วยเหรอ...ว่าคุณสองคนเป็อะไรกัน”
ไม่ว่าไคริกาจะพูดอะไร...สบันงาก็มักจะโต้ตอบแบบทันกัน
“จำเป็สิ” ไคริกาชักพูดมีน้ำเสียง
“เธอจำเป็ต้องรู้...” ไคริกายืนยันก่อนจะพูดต่อ“ฉันกับคุณขาล เราสองคนเป็แฟนกัน”
สบันงายกมือขึ้นป้องปาก ก่อนจะทำเสียงหัวเราะคิกคัก
“เธอหัวเราะอะไรยะ” ไคริกาก้าวมาหนึ่งก้าวหมายจะเอาเื่
แต่สบันงาก็ไม่ได้ถอย หากแต่ยังยืนอยู่ที่เดิม...คราวนี้เธอเป็ฝ่ายกอดอกบ้างคิ้วเธอยักขึ้นลง เหมือนคำเชิญชวนว่าเป็ไงเป็กัน
“จะไม่ให้ฉันหัวเราะได้ยังไงกัน ในเมื่อคุณยังเป็แค่แฟนของเ้านายฉัน...ก็แปลว่ายังไม่ได้เป็ภรรยา...แล้วการที่คุณมาแสดงตัวกับฉันแบบนี้...ก็แปลว่าคุณกำลังกลัวฉัน”
สบันงายื่นหน้าเข้าไปใกล้เหมือนท้าทายก่อนจะพูดต่อ “คุณอย่ามาบอกฉันนะว่าคุณมีอะไรแบบว่า...”
“เื่นั้นมันแน่นอน” ไคริกาเข้าใจความหมายในคำพูดของสบันงาดีและยอมรับในคำพูดนั้นด้วย
“ต๊าย!...ฉันล่ะนับถือคุณจริงๆ ที่กล้าเอาเื่บนเตียงมาพูด”
ไคริกายืนกระทืบเท้า...ปากที่ทาลิปสติกสีแดงสดเม้มจนแน่นมือทั้งสองข้างกำไว้เหมือนคนกำลังมีโทสะ
แต่สบันงาก็ยังมีสีหน้าที่เรียบเฉยไม่รู้สึกสะทกสะท้านใดๆเลย
“เธอจำใส่กะลาหัวเอาไว้นะ...ว่าผู้ชายคนนั้นเป็ของฉัน”ไคริกาพูดจบก็สะบัดหน้าพรืด หันหลังขวับ เดินก้าวถี่ๆเหมือนคนกำลังกระทืบเท้าลงพื้นอย่างแรง
สงสารก็แต่ต้นหญ้าที่ปูกับพื้น มันคงเจ็บโดยที่ไม่รู้เื่อะไรเลย
“คนแบบนี้ก็มีด้วย” เธอเอามือสองข้างขึ้นลูบหน้าลงไปมาแล้วปิดไว้นิ่งชั่วอึดใจ ก่อนที่จะเปิดมาแล้วจะเจอหน้า ผู้ชายคนที่เธอพึ่งจะถูกหญิงสาวที่อ้างตัวว่าเป็แฟนเขา มาออกโรงเล่นงิ้วอยู่เมื่อสักครู่
สบันงาเผลอตัวทำหน้าคว่ำใส่เขาั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้...
“คุณเป็อะไรของคุณ...ทำหน้าเหมือนโดนของ” เขาแอบหัวเราะกับคำพูดตัวเอง
เชอะ!ก็โดนของจริงๆนั่นแหละ แถมแม่คนนั้นที่อ้างตัวว่าเป็เมีย ยังทำปากขมุบขมิบเหมือนท่องคาถามนต์ดำใส่เธอหลังจากที่แอบมาสวดเธอไปชุดใหญ่
“ผมเสร็จธุระแล้ว...คุณไปรอผมที่รถก่อนอีกประเดี๋ยวผมจะตามไป”
เข้มขาลบอกเธอก่อนจะเดินกลับเข้าไปในตัวอาคารอีกครั้ง
.......................................