บทที่ 28 การปีนหอคอกระดูกั
หลังจากอ่านกฎระเบียบเสร็จแล้ว ถานเจ๋อหยวนก็โบกมือโดยไม่ลังเล
"เริ่ม!"
อาจารย์คนหนึ่งก้าวออกมาข้างหน้าทันที ถือรายชื่อในมือและเริ่มเรียกชื่อ
"กุยกัง!"
"กัวหลาน!"
"ฉางปิ้งอี้!"
นักศึกษาที่ถูกเรียกชื่อเดินออกมาทีละคน จนกระทั่งครบสิบคน อาจารย์จึงหยุดขานชื่อและชี้ไปยังทางเข้าหอคอกระดูกั
"เข้าไปได้!"
นักศึกษาทั้งสิบคนมองหน้ากัน ก่อนจะเดินเข้าไปในหอด้วยสีหน้าตื่นเต้นปนกับความกังวลหอคอกระดูกัแบ่งชั้นอย่างชัดเจนตรงกลางของแต่ละชั้นมีลูกแก้วทองขนาดใหญ่กลมมนฝังอยู่
เมื่อนักศึกษาเข้าไปในหอ ลูกแก้วที่ชั้นแรกก็สว่างเป็ประกายสีทองขึ้นมาทันที
พร้อมกันนั้นพื้นผิวของแผ่นศิลาก็เปลี่ยนไป แสดงตัวอักษรมากมาย เมื่อมองอย่างละเอียด ก็พบว่าเป็ชื่อของนักศึกษาทั้งสิบคนที่เข้าไปในหอ ชั้นที่อยู่และเวลาที่ใช้ ลูกแก้วทองที่ชั้นแรกส่องสว่างได้ไม่ถึงสองนาที ลูกแก้วที่ชั้นที่สองก็สว่างขึ้นตาม
ในเวลาเดียวกัน
ชื่อของฉางปิ้งอี้บนแผ่นศิลาก็กะพริบหนึ่งครั้ง แล้วขยับขึ้นไปอยู่บรรทัดแรก
'ฉางปิ้งอี้ ขณะนี้อยู่ที่ชั้นสอง เวลาที่ใช้ หนึ่งนาทีห้าสิบหกวินาที'
เฉินชวนมองสำรวจรอบข้างอย่างไม่แสดงอาการใด ๆทุกคนมีสีหน้าปกติ ชัดเจนว่านี่เป็ผลงานที่ธรรมดามากอีกครึ่งนาทีผ่านไป นักศึกษาที่เหลือก็ทยอยมาถึงชั้นที่สอง ไม่นาน ลูกแก้วทองชั้นที่สามก็สว่างขึ้นทันที
ฉางปิ้งอี้ยังคงนำอยู่ ใช้เวลาหกนาทีสี่สิบแปดวินาที นักศึกษาที่เหลือก็ทยอยตามมาถึงชั้นที่สามอย่างติด ๆ อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้ผ่านไปห้าหกนาทีเต็ม แต่ลูกแก้วทองชั้นที่สี่ก็ยังไม่สว่างขึ้นเลยใน่เวลานั้น กลับมีนักศึกษาทยอยเดินออกมาจากจากหอกระดูกั
บ้างก็ดูหดหู่
บ้างก็ดูยินดีและโล่งอก
ประมาณสองนาทีต่อมา ฉางปิ้งอี้ก็ออกมา ดูท่าทางหมดอาลัยตายอยาก
เห็นได้ชัดว่าเขาไม่พอใจอย่างยิ่ง ที่ไม่สามารถขึ้นถึงชั้นสี่ได้ถานเจ๋อหยวนยังคงสีหน้าไม่เปลี่ยน พูดเสียงเรียบ ๆ ว่า
"กลุ่มต่อไป!"
มีนักศึกษาอีกสิบคนเดินเข้าไปในหอเฉินชวนดูออกแล้ว
หอกระดูกัแต่ละรอบสามารถเข้าได้สูงสุดเพียงสิบคนพร้อมกันโดยเฉลี่ยแล้ว แต่ละรอบใช้เวลาประมาณสิบกว่านาทีก็จบ ตอนนี้คนที่ทำผลงานแย่ที่สุด ก็ยังสามารถปีนขึ้นไปถึงชั้นที่สามแค่ใช้เวลามากกว่าเท่านั้นเอง
"อวี๋ซิ่งเฟิงพูดถูก การทดสอบประจำปีไม่ได้ยากเลย"
"สำคัญอยู่ที่ว่าจะทำผลงานได้ดีแค่ไหนต่างหาก"
เฉินชวนคิดในใจ
พอถึงรอบที่สาม ในที่สุดก็มีคนปีนขึ้นไปถึงชั้นที่สี่ในรอบที่ห้า ก็มีคนปีนขึ้นไปถึงชั้นที่ห้าอีก
เฉินชวนสังเกตอยู่พักหนึ่ง แล้วก็พบว่า นักศึกษาที่ปีนขึ้นไปถึงชั้นที่สี่ได้นั้น ทุกคนล้วนเป็นักรบระดับ 2 ทั้งสิ้น
“ดูเหมือนว่าชั้นสามจะเป็เส้นแบ่ง”
"มันแบ่งระหว่านักรบระดับ 1 กับนักรบระดับ 2"
"แล้วชั้นไหนที่เป็จุดแบ่งระหว่างนักรบระดับ 2 กับระดับ 3?"
เฉินชวนมองไปที่ครึ่งบนของหอกระดูกั
ชั้นที่หก?
หรือจะเป็ชั้นที่สูงกว่านั้น? ในตอนนั้นเอง รอบข้างพลันเกิดเสียงอึกทึกขึ้นเป็เพราะอาจารย์เรียกชื่อของเลี่ยวเฉวียน ในฐานะที่เป็อันดับสามของการสอบประจำปีเมื่อปีที่แล้ว เลี่ยวเฉวียนเป็คนดังในแผนกนักรบ
"ในที่สุดก็ถึงคิวของเลี่ยวเฉวียนแล้ว"
"ไม่รู้ว่าปีนี้เขาจะปีนขึ้นไปถึงชั้นไหน?"
“เดาว่าเหมือนปีที่แล้ว ชั้นห้านี่ฝ่าขึ้นไปยากมาก!”
"ไม่แน่นะ ผ่านไปหนึ่งปี พลังของเลี่ยวเฉวียนต้องพัฒนาไปไม่น้อยแน่ ๆ!"
เมื่อได้ยินเสียงวิจารณ์รอบข้าง ในดวงตาของเลี่ยวเฉวียนก็ฉายแววได้ใจเล็กน้อย เขามองไปยังเฉิงซื่ออวี่ เห็นว่าหญิงสาวกำลังคุยกับเพื่อนสนิทข้าง ๆ ไม่ได้สนใจทางนี้เลย ในใจเขาอดรู้สึกผิดหวังไม่ได้
แต่ไม่นาน เขาก็รีบรวบรวมสติ เชิดหน้ายืดอกเดินเข้าสู่หอกระดูกั
เพียงแค่หนึ่งนาที ลูกแก้วทองชั้นที่สองก็สว่างขึ้นผ่านไปอีกสองนาที ลูกแก้วทองชั้นที่สามก็เปล่งแสงสีทองเจิดจ้าใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที เลี่ยวเฉวียนก็ปีนขึ้นไปถึงชั้นที่ห้าจนกระทั่งมาถึงชั้นที่ห้า ความเร็วของเลี่ยวเฉวียนจึงเริ่มช้าลงในที่สุด แต่หลังจากผ่านไปสิบกว่านาที ลูกแก้วทองชั้นที่หกก็พลันสว่างขึ้นมาฝูงชนพลันส่งเสียงฮือฮาทันที
"ชั้นที่หกแล้ว!"
"เห็นไหม ฉันบอกแล้วว่าผลงานของเลี่ยวเฉวียนปีนี้ต้องเหนือกว่าปีที่แล้ว!"
"จริงด้วย เสี่ยวลี่เฉิงปีที่แล้วก็แค่ชั้นที่ห้า เลี่ยวเฉวียนตามทันผลงานนั้นแล้ว"
"ไม่รู้ว่าจะขึ้นไปอีกชั้นได้ไหม?"
หลายคนจ้องมองหอคอยกระดูกัด้วยสายตาเบิกกว้างแต่แสงสีทองของชั้นที่เจ็ดก็ยังไม่ปรากฏขึ้นมาสักทีตรงกันข้าม หลังผ่านไปสี่ถึงห้านาที แสงสีทองที่ชั้นหกก็ดับวูบลงทันที เลี่ยวเฉวียนเดินออกมาจากหอคอยกระดูกั แม้จะไม่สามารถปีนไปถึงชั้นที่เจ็ดได้ แต่การที่เขาอยู่ที่ชั้นหกได้กว่าสี่นาทีนั้น เป็ผลงานที่เหนือกว่าปีที่แล้วมาก เลี่ยวเฉวียนรู้สึกพอใจมาก เดินกลับเข้าไปในฝูงชนด้วยความภาคภูมิใจ
ไม่ไกลออกไป ถานเจ๋อหยวนมองดูภาพเหตุการณ์นี้ ใบหน้าที่เรียบเฉยตลอดเวลาในที่สุดก็ปรากฏรอยยิ้ม
"ไม่เลว"
ต่งไห่หยางพยักหน้าด้วยความพอใจเช่นกันชั้นที่หกของหอคอยกระดูกัเป็จุดสำคัญ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นักศึกษาที่สามารถปีนขึ้นไปถึงชั้นที่หกและอยู่ได้นานกว่าสามนาทีขึ้นไป โดยพื้นฐานแล้วล้วนสามารถบรรลุเป็นักรบระดับ 3 ก่อนจบการศึกษา!
ผลงานของเลี่ยวเฉวียนทำให้เขาพอใจมากและยังปลุกเร้าความฮึกเหิมของนักศึกษาคนอื่น ๆ ด้วย
นักศึกษาหลายคนกำหมัดขยับแขน มุ่งมั่นที่จะทำผลงานให้ดี แต่น่าเสียดายที่ในรอบต่อ ๆ มา คนที่ทำผลงานได้ดีที่สุดก็แค่ปีนขึ้นไปถึงชั้นที่ห้าเท่านั้น
และอยู่ได้ไม่ถึงสามนาที ไม่สามารถเทียบกับเลี่ยวเฉวียนได้เลยจนกระทั่งถึงรอบที่สิบสี่ อาจารย์จึงอ่านชื่อของเฉิงซื่ออวี่ทุกคนต่างตื่นตัวขึ้น พร้อมใจกันหันไปมองเฉิงซื่ออวี่ แต่ในวินาทีถัดมา ชื่อของเสี่ยวลี่เฉิงก็ถูกขานขึ้นด้วย
เหล่านักศึกษาที่เหลือต่างตกตะลึงพร้อมกัน แล้วก็แสดงสีหน้าตื่นเต้นคาดหวัง อันดับหนึ่งและอันดับสองของปีที่แล้วถูกจัดให้อยู่กลุ่มเดียวกัน! นี่เป็ภาพที่หาดูได้ยาก!
รอบนี้น่าสนใจแล้ว!
ถานเจ๋อหยวนและต่งไห่หยางก็แสดงความประหลาดใจเล็กน้อย รายชื่อผู้เข้าสอบถูกจัดกลุ่มแบบสุ่ม พวกเขาก็ไม่รู้ว่าเสี่ยวลี่เฉิงและเฉิงซื่ออวี่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเดียวกันแต่ด้วยวิธีนี้ก็ดี สามารถเปรียบเทียบผลงานของทั้งสองคนได้
ด้วยผลงานอันเยี่ยมยอดของเลี่ยวเฉวียนที่มาก่อน ถานเจ๋อหยวนและต่งไห่หยางเริ่มตื่นเต้นรอชมผลงานของเสี่ยวลี่เฉิงและอีกคน
ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและชื่นชม เสี่ยวลี่เฉิงและเฉิงซื่ออวี่เข้าไปในหอกระดูกัตามลำดับใช้เวลาเพียงครึ่งนาทีเท่านั้น แสงสีทองบนชั้นที่สองก็สว่างวาบขึ้นอย่างฉับพลัน
ตัวอักษรบนแผ่นศิลาเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากเวลาที่เห็น เสี่ยวลี่เฉิงและเฉิงซื่ออวี่แทบจะไปถึงชั้นที่สองพร้อมกัน
เสียงอุทานเบา ๆ ด้วยความใดังขึ้นทันทีในหมู่ผู้คน
เลี่ยวเฉวียนชะงักไปชั่วขณะความเร็วนี้เร็วกว่าเขาตั้งสิบกว่าวินาที!แต่สิ่งที่ทำให้ตกตะลึงยิ่งกว่านั้นยังมาไม่ถึงเสี่ยวลี่เฉิงและเฉิงซืออวี่พุ่งทะยานขึ้นหอกระดูกัราวกับสายฟ้าฟาด ฝ่าด่านทีละชั้นอย่างไร้การหยุดชะงัก
ในเวลาเพียงไม่ถึงสิบห้านาที ทั้งสองคนก็ปีนขึ้นไปถึงชั้นที่หกตามลำดับ มีความแตกต่างกันเพียงสิบกว่าวินาทีเท่านั้น และผลงานนี้เร็วกว่าเลี่ยวเฉวียนเป็เวลาถึงหกเจ็ดนาทีเต็ม ๆ
เมื่อเห็นแสงสีทองสว่างขึ้นที่ชั้นที่หก สีหน้าของเลี่ยวเฉวียนดูแข็งค้างไปบ้างความฮึกเหิมเมื่อครู่หายไปหมดสิ้นเขาคิดว่าตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เขาทุ่มเทฝึกฝนอย่างหนัก ฝีมือก้าวะโอย่างมาก การทดสอบประจำปีครั้งนี้เขาแน่ใจว่าจะสามารถเอาชนะเสี่ยวลี่เฉิงและเฉิงซื่ออวี่ และคว้าตำแหน่งอันดับหนึ่งมาได้
แต่ความจริงกลับตบหน้าเขาอย่างรุนแรง!ไม่เพียงแต่ไม่สามารถเอาชนะเสี่ยวลี่เฉิงและเฉิงซื่ออวี่ได้ แต่ช่องว่างระหว่างเขากับทั้งสองคนยังกว้างขึ้นกว่าเดิม! คิดถึงตรงนี้ เลี่ยวเฉวียนก็รู้สึกหดหู่ใจ
ผ่านไปกว่าสิบนาที
ประตูใหญ่ทางเข้าหอกระดูกัเปิดออก เฉิงซื่ออวี่เดินออกมาด้วยสีหน้าที่ซ่อนความเสียดายไม่มิดสุดท้ายเธอก็ไม่สามารถทะลุผ่านชั้นที่หกได้แต่ในวินาทีเดียวกันนั้นเอง แสงสีทองอันเจิดจ้าก็พลันสว่างวาบขึ้นที่ชั้นที่เจ็ดของหอกระดูกั รอบข้างพลันเงียบกริบลงทันที ตามด้วยเสียงวุ่นวายดังขึ้น
เสี่ยวลี่เฉิงปีนขึ้นถึงชั้นที่เจ็ดแล้ว!