จักรวรรดิไลซีเทียปีที่ 933
หญิงสาวผู้มีดวงตาสีม่วงลาเวนเดอร์ เรือนผมเกล้ามวยสีดำขลับประดับเพชรกำลังเหม่อมองออกไปนอกระเบียงชั้นสองของคฤหาสน์อาเบอร์ลีน ชื่นชมภาพหิมะโปรยปรายในฤดูหนาวของเมืองหลวงดวาลินน์ ไม่เคยคิดฝันเลยว่าจะมีโอกาสได้ออกมาจากพัลเลเน่ เมืองชนบทเล็ก ๆ ทางทิศใต้ของจักรวรรดิ
“คุณหนู ถึงเวลาต้องลงไปที่โถงชั้นล่างแล้วค่ะ” สาวใช้กล่าวกับเธอพลางช่วยจัดชุดเดรสยาวสีขาวฟูฟ่องประดับลูกไม้ไล่ระดับ
ภาพของหญิงสาวสวมชุดแต่งงานสะท้อนจากกระจกบานใหญ่ตรงผนังห้อง เธอตรวจดูความเรียบร้อยอีกครั้งพลันรอยยิ้มแห่งความสุขปรากฏบนใบหน้างามที่ทำให้ใครหลายคนต้องมนต์สะกดก่อนจะออกไปข้างนอกเพื่อร่วมงานเลี้ยงค่ำคืนนี้
“เอเลนอร์” บุรุษตรงหน้าเรียกเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ยื่นมือมาข้างหน้าเพื่อให้เธอจับแล้วกล่าวชมเ้าสาวของตัวเองว่า “คุณสวยมากเลยครับ”
นาธาเนียล อาเบอร์ลีน บุตรชายคนที่สามตระกูลดยุกแห่งอาเบอร์ลีนคือชายหนุ่มที่ใครต่อใครต่างอิจฉาเพราะเขาได้กลายเป็คู่ชีวิตของเอเลนอร์ เอเวอร์เลต ผู้สวยสง่าราวกับนางฟ้าในสรวง์ที่เหล่าบุรุษในดวาลินน์ต่างหมายปองั้แ่งานเดบูตองต์ครั้งนั้น
หากแต่ใจของเอเลนอร์กลับมีเพียงแค่นาธาเนียลจึงรอเขาอย่างแน่วแน่มาโดยตลอด
บรรดาแเื่ชั้นสูงที่มาร่วมงานต่างยินดีในวันสำคัญของคนทั้งคู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตระกูลดยุกอาเบอร์ลีนและตระกูลเคานต์เอเวอร์เลตผู้เป็บิดามารดาของพวกเขา
“เอเลนอร์ เธอยังตื่นเต้นอยู่อีกหรือ” ดัชเชสอาเบอร์ลีนเอ่ยถามว่าที่สะใภ้พลางจับมืออีกฝ่ายให้คลายความกังวล สายตาห่วงใยคู่นั้นทำให้เอเลนอร์รู้สึกได้ว่าชีวิตของเธอต่อจากนี้คงเต็มไปด้วยความสุข
นาธาเนียลไม่ปล่อยให้เ้าสาวของเขากังวลอย่างนั้นจึงเอ่ยกระซิบว่า “คุณไม่ต้องกลัวนะ มีผมอยู่ด้วยทั้งคน ทุกอย่างต้องผ่านไปได้ด้วยดี”
“ค่ะ นาธาเนียล” เธอยิ้มให้คนตรงหน้า เชื่ออย่างสุดใจว่าหากมีเขาอยู่เคียงข้าง ไม่ว่าพบเจอเื่เลวร้ายใด เธอจะสามารถอดทนผ่านมันไปได้อย่างแน่นอน
เคานต์เอเวอร์เลตเดินมาหาลูกสาวคนรองสีหน้ายิ้มแย้มกว่าใคร ความสุขล้นปรี่ปิดไม่มิดเพราะเธอได้แต่งเข้าตระกูลดยุก อาเบอร์ลีนผู้นำทหารสูงสุดของกองกำลังอารักขาจักรวรรดิ ต่อจากนี้ตระกูลเอเวอร์เลตย่อมมีหน้ามีตาในแวดวงชนชั้นสูงไปด้วย
เสียงเพลงขับขานคลอไปกับบรรยากาศชื่นมื่นค่ำคืนนี้ ชายหนุ่มหญิงสาวต่างเต้นรำอยู่กลางลานห้องโถงใหญ่ด้วยความสนุกสนาน
“เต้นรำกับผมได้ไหมครับ” นาธาเนียลเอ่ยถามหญิงสาว รอยยิ้มละมุนทำให้ใจของเธอเต้นไม่เป็จังหวะพลางจับมืออีกฝ่ายแล้วเต้นรำด้วยกัน
ภาพของทั้งคู่อยู่ในสายตาขององค์ชายมาเวอริค เลทีอัส โอรสองค์รองของจักรพรรดิองค์ปัจจุบันที่เวลานี้ถูกปลดเพราะเื่อื้อฉาวหลายอย่าง
เขาจ้องมองเอเลนอร์ไม่วางตา ความคิดหลายอย่างผุดขึ้นมาเป็ระยะก่อนจะยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย
ครั้นสบจังหวะที่คู่บ่าวสาวแยกกันครู่หนึ่ง องค์ชายมาเวอริคจึงเข้าประชิดตัวเอเลนอร์ ทำทีเข้าไปแสดงความยินดีกับเธอด้วยใจบริสุทธิ์แต่กลับฉวยโอกาสฉุดอีกฝ่ายไปพูดคุยกันในมุมลับตาคน
“ปล่อยค่ะ” เอเลนอร์ะโลั่น ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงทำกับเธอเช่นนี้
สายตาของเธอที่มองมาราวกับไม่รู้ว่าเขาเป็ใครทำให้องค์ชายมาเวอริคแสยะยิ้ม
“ทำเหมือนไม่รู้จักกันไปได้ ฉันเสียใจมากเลยรู้ไหม” เขาขยับเข้าใกล้เธอจนติดฝาผนัง มือสองข้างกันไว้ไม่ให้หนีไปไหนได้
“ฉันไม่รู้จักคุณจริง ๆ นะคะ” เอเลนอร์ยังคงยืนยันคำเดิม ตัวสั่นระริกหวาดกลัวคนแปลกหน้า มองซ้ายทีขวาทีหวังว่าจะมีใครสักคนเดินผ่านมา
“เธอนี่จริง ๆ เลย คิดจะตบตาคนอย่างฉันหรือไง” ชายหนุ่มส่ายหน้ารู้ดีว่านิสัยใจคอคนตรงหน้าเป็อย่างไร ต่อให้หลอกคนอื่นได้ใช่ว่าจะหลอกเขาได้เสียเมื่อไหร่
“…” แววตาใสซื่อที่มองมายิ่งทำให้เขาไม่สบอารมณ์มากกว่าเดิมคิดว่าหญิงสาวช่างเ้าเล่ห์เพทุบายยิ่งนัก กล้าดีอย่างไรทำหน้าตาไร้เดียงสากับเขา
เสียงฝีเท้าใครบางคนเดินใกล้เข้ามา ชายคนนั้นะโเรียกหาเ้าสาวของตัวเองด้วยความเป็ห่วง
“โอ้… นั่นเสียงของเ้าบ่าวที่เธอเลือกใช่ไหม” เขาเลิกคิ้วจ้องดวงตาสีม่วงลาเวนเดอร์ รอยยิ้มมีเลศนัยปรากฏ “ฉันควรจะบอกเขาดีไหมว่าเราเป็อะไรกัน เอเลนอร์”
เธอยังคงงุนงงไม่เข้าใจว่าเขาพูดถึงเื่อะไร ใจร้อนรนอยากหนีไปจากตรงนี้คิดะโให้นาธาเนียลเข้ามาช่วยแต่ถูกห้ามเอาไว้ก่อนเพราะคนตรงหน้าเกิดความคิดดี ๆ ขึ้นมากะทันหัน
เขายอมปล่อยเธอไปในจังหวะที่นาธาเนียลโผล่มาตรงมุมนั้นพอดี สายตาเ้าบ่าวมองด้วยความสงสัยว่าเหตุใดองค์ชายคู่อริจึงลอยหน้าลอยตาอยู่กับเ้าสาวของเขาเพียงลำพัง
เมื่อเห็นสีหน้าหวาดกลัวของเอเลนอร์ เขาจึงโอบกอดเธอเอาไว้แล้วพาไปพักที่ห้องในทันที
“เกิดอะไรขึ้น เล่าให้ผมฟังได้ไหมครับ”
หญิงสาวถอนหายใจเรียกสติกลับมาแล้วบอกเขาไปตามตรงว่า “ผู้ชายคนนั้นเข้าหาฉันเหมือนเรารู้จักกันมาก่อน แต่ฉันเพิ่งเคยเห็นเขาครั้งแรก ฉันไม่รู้จักเขาจริง ๆ นะคะ” เอเลนอร์ยืนยันหนักแน่น สีหน้าของเธอไม่มีปิดบังและต่อให้เกิดเื่อะไรขึ้น เขาจะยังคงเชื่อคำพูดของเธอเสมอ
“ไม่เป็ไรนะ คุณพักผ่อนรอผมอยู่ที่ห้อง ถ้าผมจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยแล้วจะรีบมาหา” รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้าชายหนุ่ม ในใจของเขาไม่อยากทิ้งเธอไว้เพียงลำพังแต่เพราะยังมีหลายอย่างต้องทำจึงจำต้องไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อลงมาที่ห้องโถงใหญ่แล้ว นาธาเนียลจึงทำอย่างที่บอกเอเลนอร์ไว้ เขาสั่งงานลูกน้องให้จัดการส่วนที่เหลือ่ท้ายของงานไม่ให้มีอะไรขาดตกบกพร่อง
ระหว่างนั้นมีโอกาสได้พบกับองค์ชายมาเวอริคอีกครั้ง ราวกับคนคนนั้นรอเขาเพื่อทำอะไรบางอย่าง
สีหน้าเ้าเล่ห์ฉายชัดทำให้นาธาเนียลลอบถอนหายใจ ตัวเขาเองไม่รู้ว่าอีกฝ่ายโกรธเกลียดเขาทำไมนักหนาจึงตามจองล้างจองผลาญไม่เว้นวัน
“ยินดีด้วยกับการแต่งงาน” องค์ชายมาเวอริคกล่าวสีหน้ายิ้มแย้ม “ยินดีกับบรรดาศักดิ์ที่ท่านพ่อประทานให้ด้วยนะ เคานต์ เดอ ลีแวร์”
นาธาเนียล อาเบอร์ลีนได้รับตำแหน่งเคานต์ เดอ ลีแวร์เพราะชนะาปราบฏธาลัสซาร์ชายแดนจักรวรรดิ บุตรชายคนที่สามของดยุกอาเบอร์ลีนจึงกลายเป็บุคคลที่มีผู้คนนับถือและสร้างชื่อเสียงให้ตระกูลดยุกมีอำนาจในจักรวรรดิมากยิ่งขึ้น
ถึงอย่างนั้นแล้ว จักรพรรดิเลทีอัสกลับต้องแยกบุตรชายแต่ละคนของดยุกอาเบอร์ลีนไปยังที่ห่างไกลเพื่อจำกัดฐานกำลังพลใต้บัญชาของตระกูลนี้เพราะเชื้อพระวงศ์คนอื่น ๆ เกรงกลัวว่าวันหนึ่งพวกเขาจะมีอำนาจมากกว่า
แม้ว่าไม่อยากทำอย่างนั้นกับบุตรชายของสหายคนสำคัญแต่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ยังดีที่ดยุกอาเบอร์ลีนเข้าใจ เื่ราวจึงจบลงได้อย่างง่ายดาย
“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ” นาธาเนียลกล่าวกับคนตรงหน้า คิดหนีจากอริไปหาเ้าสาวของตนเองแต่ได้ยินเสียงไม่เข้าหูโพล่งออกมาก่อน
“ค่ำคืนนี้ขอให้สนุกกับเคาน์เตส เดอ ลีแวร์แล้วกันนะ ลีลาของเธอใช่ย่อยเลยล่ะ จะว่าไปแล้วคิดถึงเสียงครางกระเส่าของเธอไม่น้อย สีหน้าตอนที่เธอกำลังถึงจุดนั้นมันทำให้แก่นกายของฉันแข็งขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่า นึกเสียใจจริง ๆ ที่ปล่อยให้นกน้อยตัวนี้หลุดมือ หวังว่าคืนนี้เคานต์ เดอ ลีแวร์จะพอใจเพราะฉันอุตส่าห์ฝึกเธอมากับมือ” องค์ชายมาเวอริคแสยะยิ้มยียวนเพราะคิดว่าตัวเองคือคนแรกที่ได้ลิ้มลองความบริสุทธิ์ของเอเลนอร์ แถมยังสะใจที่ได้ทำอะไรหักหน้าคู่อริอีกด้วย
“องค์ชายตรัสถึงเื่ใดหรือพ่ะย่ะค่ะ” นาธาเนียลพยายามเก็บสีหน้าของตัวเองเอาไว้
แม้ในอดีตจะถูกอีกฝ่ายรังควานแต่ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่จะทำให้เขาอารมณ์ขุ่นมัวได้เท่าเื่นี้
“พูดไปเปล่า ๆ คงไม่เชื่อสินะ ถ้าอย่างนั้นคืนนี้ลองพิสูจน์ด้วยตัวเองสิ เธอมีไฝสีแดงสองจุดตรงเนินหน้าอกข้างซ้ายกับท้องน้อย ค่อย ๆ ััล่ะ ถ้าอยากได้ยินเสียงสุขสมของเธออย่างที่ฉันได้ยิน” องค์ชายผู้อื้อฉาวเื่ทำตัวเสเพลหัวเราะเบา ๆ หลังจากทิ้งะเิลูกใหญ่ไว้ในใจของนาธาเนียล อาเบอร์ลีน
ทว่า ชายหนุ่มยังเชื่อมั่นในตัวเอเลนอร์เช่นเคย เขามั่นใจว่าเธอไม่ได้ทำเื่เสื่อมเสียอย่างการเป็หญิงบำเรอให้องค์ชายมากราคะคนนั้น
คิ้วของเขาขมวดชนกันจนเธอเอ่ยถาม “คิดอะไรอยู่เหรอคะ”
คำพูดของเธอทำให้เขาได้สติ สีหน้าไร้เดียงสาแบบนี้จะทำเื่อย่างว่ากับใครที่ไหนได้ เขาไม่สนใจคำพูดของชายคนนั้นแล้วเข้าหาภรรยาที่อยู่ตรงหน้า
สายตากวาดมองเรือนร่างใต้ชุดนอนแล้วอุ้มเธอขึ้นเตียงนุ่มก่อนจะไล้มือััใบหน้าหวานละมุน บรรจงพรมจุมพิตด้วยความรักใคร่ มือข้างที่ว่างค่อย ๆ ปลดเชือกที่ผูกตรงหน้าอกทีละนิด
ทว่า คำพูดนั้นกลับวนเวียน เขาหลับตาถอนหายใจอยู่ครู่หนึ่งแล้วมองดูเนินหน้าอกหญิงสาวที่ค่อย ๆ เผยออกมาทีละนิด
เอเลนอร์แก้มแดงระเรื่อเขินอายราวกับเพิ่งเคยถูกชายหนุ่มััเป็ครั้งแรก เมื่อเห็นว่าที่ตรงนั้นไม่มีอะไร เขาจึงเลื่อนมือลงไปข้างล่าง ถอดเสื้อผ้าที่ค้างคาไว้จนหมดพลันยิ้มกว้างเพราะเธอไม่ได้เป็อย่างที่องค์ชายมาเวอริคพูดแม้แต่น้อย
“นาธาเนียล อย่าจ้องแบบนั้นสิคะ ฉันก็อายเหมือนกันนะ” เธอไม่กล้าสบตากับเขาพลันถูกมือหนาโอบใบหน้าให้เอียงกลับมามองเขา
“เดี๋ยวทำบ่อย ๆ ก็ชินแล้ว ผมจะไม่ทำให้คุณผิดหวังเลย ภรรยาของผม เอเลนอร์ อาเบอร์ลีน” เ้าตัวหยอกล้ออีกฝ่ายไร้ความกังวลใจพลางััทุกส่วนอย่างที่ตั้งใจไว้เพราะอดทนมาทั้งวันแล้ว
ค่ำคืนนั้นจึงเต็มไปด้วยความสุขหฤหรรษ์จนเหมือนเวลากำลังหยุดนิ่งเพื่อพวกเขาทั้งสองคน