เกิดใหม่ในยุคสามก๊ก พร้อมระบบสังหารศัตรูอัปเลเวล!

    บทที่ 40 นายอำเภอคนใหม่ จุดไฟสามกอง*[1]

            อำเภอเหลียงเซียงเป็นอำเภอเล็ก ๆ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของแคว้นโยวโจว

     

            สำหรับแคว้นโยวโจวและเมืองจัวจวิ้นแล้ว ถือเป็นพื้นที่ห่างไกล เปรียบเหมือนกับภูเขาสูง ฮ่องเต้อยู่ไกล*[2]

     

            ตระกูลใหญ่ในอำเภอเล็ก ๆ ต่อให้ยิ่งใหญ่เพียงใดก็มีขีดจำกัด

     

            ทว่าตระกูลเล็ก ๆ เช่นนี้ ในอำเภอขนาดเล็กกลับสามารถทำตามอำเภอใจและปิดฟ้าด้วยมือเดียวได้อย่างสมบูรณ์

     

            “ข้าจะไปดูเสียหน่อย ว่าตระกูลโจวของมันมีความสามารถอันใด!”

     

            เตียวหุยผู้มีนิสัยบุ่มบ่าม สิ่งที่เขาทนไม่ได้ที่สุดก็คือเรื่องเช่นนี้ โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับพี่ใหญ่ของตน และมีคนกล้าดูถูกพี่ใหญ่

     

            เล่าปี่เอ่ยห้ามว่า “เอ๊กเต๊ก หยุดก่อน!”

     

            “ศิษย์น้องว่า เรื่องหลังจากนี้ควรจัดการอย่างไรดี?” เขาหันไปถามหยางเจา

     

            หยางเจาครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วกล่าวอย่างเชื่องช้าว่า “ตำแหน่งนายอำเภอของเหลียงเซียงนี้ไม่ง่ายเลย เพิ่งมาถึงก็ถูกข่มขวัญเสียแล้ว ข้าเองก็อยากจะเห็นเหมือนกัน ว่าตระกูลโจวในอำเภอเหลียงเซียงจะจองหองได้ถึงขั้นไหน ฟางรุ่ย!”

     

            “ผู้น้อยอยู่นี่ขอรับ!” ฟางรุ่ยเอ่ยขึ้นทันที

     

            “พวกเจ้าสามคน”

     

            หยางเจาชี้ไปที่ทหารเฝ้าประตูสามนายเมื่อครู่ แล้วเอ่ยต่อ “พาฟางรุ่ยไปหาผู้ช่วยนายอำเภอ รวมถึงขุนนางคนอื่น ๆ ให้รีบมาพบข้าที่ที่ว่าการเดี๋ยวนี้ ผู้ใดกล้าขัดคำสั่ง ให้ซ้อมก่อนหนึ่งรอบแล้วมัดตัวลากกลับมา”

     

            หนึ่งในทหารสามนายนั้นเอ่ยด้วยความกังวลว่า “ต้องทำถึงขั้นนี้จริง ๆ หรือขอรับ?”

     

            “เจ้าคิดว่าข้าพูดเล่นหรือ?”

     

            น้ำเสียงของหยางเจาเฉียบขาด เขาตวาดว่า “ไปเดี๋ยวนี้ มิเช่นนั้นข้าจะจับกุมพวกเจ้าก่อน นำทางไป!”

     

            “ขอรับ!”

     

            พวกเขาสั่นสะท้าน ทำได้เพียงเดินออกจากที่ว่าการไป

     

            ส่วนฟางรุ่ยก็นำกองกำลังส่วนตัวสามร้อยกว่านายเดินตามหลังพวกเขาออกไป

     

            เล่าปี่กล่าวว่า “หุนเตี๋ยง เจ้าเองก็พาคนติดตามฟางรุ่ยไปด้วย ทำตามคำสั่งของศิษย์น้อง”

     

            “ขอรับ!”

     

            กวนอูก้าวเท้าเดินออกไปด้านนอก

     

            กันหยงเอ่ยด้วยความกังวลว่า “นายอำเภอเพิ่งมาถึงก็ลงมือรุนแรง ถือเป็นการปะทะกับตระกูลโจวโดยตรง ไม่เกรงว่าจะไม่เหมาะสมหรือขอรับ?”

     

            หยางเจาย่อมไม่กลัว เขาเอ่ยเสียงเรียบว่า “ที่อำเภอเหลียงเซียง ข้าเป็นผู้กุมอำนาจ ไม่ใช่ตระกูลโจว มีสิ่งใดไม่เหมาะสมกัน? เซี่ยนเหออย่าได้กังวลเกินไป พวกเราไปสำรวจที่นี่กันก่อนเถิด”

     

            พวกตระกูลขุนนางชั้นสูงในลั่วหยาง เขายังล่วงเกินมาจนครบแล้ว ย่อมไม่นำตระกูลในอำเภอเล็ก ๆ มาใส่ใจ

     

            หากไม่ไหวจริง ๆ เขาก็นำกำลังทหารบุกไปยึดทรัพย์ตระกูลโจว แล้วใส่ความด้วยความผิดสักข้อก็สิ้นเรื่อง ตระกูลในอำเภอเล็ก ๆ เช่นนี้ มักจะไร้ซึ่งผู้หนุนหลัง หากมี... ย่อมไม่จมปลักอยู่ในพื้นที่ชายแดนอย่างอำเภอเหลียงเซียงแน่นอน

     

            “นายอำเภอกล่าวได้ถูกต้องแล้ว!”

     

            ในขณะนั้นเอง บุรุษวัยอายุอานามราวยี่สิบปีคนหนึ่ง เดินเข้ามาจากด้านนอกก่อนจะประสานมือคารวะ “สมุห์บัญชีแห่งอำเภอเหลียงเซียง เถียนโฉว นามรองจื่อไท่ คารวะท่านนายอำเภอ ท่านมือปราบ ในที่สุดข้าก็รอจนพวกท่านเดินทางมาถึง”

     

            หยางเจาเอ่ยถาม “เหตุใดเจ้าจึงรอข้า?”

     

            “คนตระกูลโจวทำความชั่วสารพัดในอำเภอเหลียงเซียง ข้าในฐานะสมุห์บัญชี ไม่อาจทำสิ่งใดได้ ได้แต่รอราชสำนักส่งนายอำเภอคนใหม่ลงมา ข้าสามารถช่วยเหลือนายอำเภอจัดการตระกูลโจวได้ขอรับ”

     

            เถียนโฉวคำนับ พลางกล่าวด้วยความจริงจังว่า “ขอท่านนายอำเภอโปรดจัดระเบียบเหลียงเซียง ลงโทษตระกูลโจว คืนความยุติธรรมให้แก่ราษฎรชาวเหลียงเซียงด้วยเถิดขอรับ”

     

            ในที่สุดก็เจอขุนนางที่เป็นปกติเสียที

     

            หยางเจาพยักหน้ารับเบา ๆ “ในเมื่อข้ามาถึงแล้ว ย่อมไม่มีทางปล่อยปละละเลยเรื่องของตระกูลโจวแน่นอน”

     

            อำเภอเหลียงเซียงคือจุดเริ่มต้นของเขา หากคิดจะซ่องสุมกำลังทหารและสร้างเสริมแสนยานุภาพอยู่ที่นี่ การจัดระเบียบอำเภอเหลียงเซียงย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ตามข้อมูลที่เพิ่งได้รับรู้ ตระกูลโจวได้กลายเป็นอุปสรรคชิ้นเดียวของเขาที่นี่ไปเสียแล้ว

     

            “ในอำเภอเหลียงเซียงมีกำลังทหารอยู่เท่าใด?” หยางเจาเอ่ยถาม

     

            “สามร้อยกว่านายขอรับ ยามนี้อยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ปราบปรามโจร... โจวซง” เถียนโฉวตอบ

     

            เจ้าหน้าที่ปราบปรามโจร ก็คือขุนนางใต้บังคับบัญชาของมือปราบ และทหารในอำเภอก็อยู่ภายใต้การดูแลของมือปราบเช่นกัน เล่าปี่แค่นเสียง “ฟังจากชื่อแล้ว คงจะเป็นคนของตระกูลโจวอีกกระมัง”

     

            เถียนโฉวพยักหน้ารับ “ใช่แล้วขอรับ!”

     

            “ศิษย์พี่และเซี่ยนเหอ ไปตรวจตราค่ายทหารของอำเภอเหลียงเซียงก่อนเถิด รีบยึดอำนาจควบคุมทหารของอำเภอเหลียงเซียงมาไว้ในมือของพวกเราให้เร็วที่สุด”

     

            หยางเจาครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วเอ่ยขึ้น

     

            ทหารสามร้อยกว่านายแม้จะไม่มาก แต่ก็ถือเป็นกำลังทหาร หากคิดจะปกครองอำเภอแห่งนี้ ขั้นแรกจำต้องควบคุมอำนาจทางการทหารให้ได้เสียก่อน

     

            เล่าปี่เอ่ยว่า “ข้าเองก็คิดเช่นนี้ เอ๊กเต๊ก เซี่ยนเหอ พวกเราไปกันเถิด!”

     

            รอจนกระทั่งพวกเขาเดินทางออกไปแล้ว หยางเจาจึงเอ่ยต่อว่า “สมุห์บัญชีเถียน เจ้าพอจะรู้หรือไม่ว่า เอกสารราชการของอำเภออยู่ที่ใด?”

     

            “นายอำเภอ เชิญทางนี้ขอรับ!”

     

            เถียนโฉวย่อมรู้ดี นำทางหยางเจาไปที่ห้องหนึ่ง

     

            ที่นี่คือสถานที่ทำงานปกติของนายอำเภอ แต่เอกสารราชการของเหลียงเซียงกลับถูกกองทิ้งไว้เป็นจำนวนมาก

     

            ในฐานะอำเภอเล็ก ๆ เดิมทีไม่ควรมีงานคั่งค้างมากมายถึงเพียงนี้ แต่กลับกองสุมกันได้ถึงเพียงนี้ ซ้ำยังมีฝุ่นเกาะหนาเตอะ ย่อมจินตนาการได้ว่า ผู้ช่วยนายอำเภอคนนั้นปล่อยปละละเลยงานในอำเภอมาเนิ่นนานเพียงใด

     

            “หากข้าเดินทางมาช้ากว่านี้อีกครึ่งเดือน เกรงว่าอำเภอเหลียงเซียงจะไร้คนปกครอง จนวุ่นวายไร้ระเบียบเป็นแน่”

     

            หยางเจาพลิกดูคร่าว ๆ ล้วนเป็นเอกสารราชการทั่วไป ไม่อาจมองเห็นความแตกต่างอันใดได้

     

            มารับตำแหน่งวันแรกก็มีปัญหามากมายถึงเพียงนี้ นี่เป็นสิ่งที่เขาคาดไม่ถึงมาก่อน

     

            ยามเย็น

     

            ณ ห้องโถงของที่ว่าการ มีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้น

     

            “ท่านนายอำเภอ คุมตัวคนกลับมาแล้วขอรับ มีห้าคนขัดขืน ไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่ง จึงถูกพวกเรามัดตัวมาขอรับ”

     

            ฟางรุ่ยเดินเข้ามารายงาน

     

            หยางเจาที่กำลังตรวจดูเอกสารอยู่ ได้ยินดังนั้นก็เดินออกไปที่ห้องโถงเพื่อดูสถานการณ์

     

            นอกจากสมุห์บัญชีเถียนโฉวแล้ว ขุนนางน้อยใหญ่ในอำเภอทั้งหมดสิบสองคน ถูกมัดไว้ห้าคน ส่วนอีกหกคนที่เหลือ ยืนอยู่อย่างระมัดระวังข้างกายฟางรุ่ยและกวนอู และยังมีอีกหนึ่งคนที่เป็นเจ้าหน้าที่ปราบปรามโจร น่าจะกำลังถูกพวกเล่าปี่จัดการอยู่

     

            ห้าคนที่ถูกมัดนั้นใบหน้าบวมเป่งจากการถูกทุบตีอย่างหนัก

     

            กวนอูนำกองกำลังส่วนตัวของพวกเขา จ้องมองคนเหล่านี้ไว้ ป้องกันไม่ให้หลบหนี

     

            “ผู้น้อยจินหนิง นามรองเหวินรุ่ย ผู้ช่วยนายอำเภอแห่งอำเภอเหลียงเซียง คารวะท่านนายอำเภอ”

     

            บุรุษวัยสี่สิบกว่าปีคนหนึ่งวิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาคำนับอย่างนอบน้อม

     

            หยางเจาลูบฝุ่นบนโต๊ะข้างกายแล้วเอ่ยว่า “ผู้ช่วยนายอำเภอ ช่วงนี้คงจะยุ่งยิ่งนัก นายอำเภอคนก่อนไม่อยู่แล้ว เจ้าก็ยุ่งเสียจนไม่รู้เลยว่าห้องโถงที่ว่าการมีฝุ่นจับหนาเพียงนี้”

     

            เมื่อได้ยินน้ำเสียงเย็นชาและแฝงไว้ด้วยการเย้ยหยัน จินหนิงก็รู้ดีว่านายอำเภอคนใหม่จัดการได้ไม่ง่ายเลย จึงอธิบายว่า “ช่วงก่อนหน้านี้ ผู้น้อยล้มป่วยพักผ่อนอยู่ที่จวน ประกอบกับนายอำเภอยังเดินทางมาไม่ถึง จึงไม่มีทางเลือกขอรับ!”

     

            “ผู้ช่วยนายอำเภอล้มป่วย แล้วคนอื่น ๆ เล่า?”

     

            หยางเจาตวาดเสียงดัง “พวกเจ้าล้มป่วยพร้อมกันทั้งหมดเลยหรือ?”

     

            บรรดาขุนนางชั้นผู้น้อยเหล่านั้น มีหรือจะทนรับรังสีอำมหิตที่หยางเจาสะสมมาจากสนามรบได้ ร่างกายพลันสั่นสะท้าน ก้มหน้าลงไม่กล้าเอ่ยสิ่งใด

     

            จินหนิงถอยหลังไปสองก้าวด้วยความหวาดกลัว เขาถูกรังสีอำมหิตสะกดข่มไว้เช่นกัน ในใจกำลังตื่นตระหนกยิ่ง

     

            “ศิษย์น้อง พวกเรากลับมาแล้ว!”

     

            เสียงตะโกนของเล่าปี่ ดังมาจากด้านนอกประตูใหญ่พอดี

     

            ถัดจากนั้น เขาก็เดินเข้ามาพร้อมกับเตียวหุยและกันหยง นำทหารสามร้อยกว่านายเดินเข้ามาด้านใน

     

            ในมือของเตียวหุยหิ้วชายคนหนึ่งมาด้วย นั่นก็คือเจ้าหน้าที่ปราบปรามโจร โจวซง คนผู้นี้ย่อมไม่ยินยอมให้ถูกยึดอำนาจควบคุมทหารไป จึงถูกเตียวหุยทุบตีอย่างหนัก จนใบหน้าบวมเป่งเช่นเดียวกัน

     

            เล่าปี่เองก็พอจะมีฝีมืออยู่บ้าง ยึดอำนาจทางการทหารของอำเภอเหลียงเซียงมาจากคนของตระกูลโจวได้โดยตรง ทหารสามร้อยกว่านายต่างยินยอมติดตามพวกเขากลับมาแต่โดยดี

     

            “ไสหัวไปข้าง ๆ ”

     

            เตียวหุยโยนร่างของโจวซงลงบนพื้น

     

            โจวซงร้องโหยหวนอยู่ครู่หนึ่ง พยายามพยุงกายลุกขึ้นพลางเอ่ยด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า “ข้าคือคนของตระกูลโจว พวกเจ้ากล้าทำเช่นนี้กับข้า พวกเจ้าต้องตายแน่!”

     

            “เอ๊กเต๊ก ตบปากมัน!”

     

            สิ่งที่หยางเจาไม่ชอบใจที่สุด ก็คือการถูกข่มขู่

     

            โดยเฉพาะการถูกคนเช่นนี้ข่มขู่

     

            “รนหาที่เสียจริง!”

     

            เตียวหุยได้รับคำสั่ง ก็อยากจะชกตีเจ้าหมอนี่อีกรอบตั้งนานแล้ว จึงเงื้อฝ่ามือใหญ่ตบเข้าอย่างแรง

     

            เพียะ!

     

            โจวซงถูกตบจนหมุนคว้างสองรอบก่อนจะสลบเหมือดลงบนพื้น ใบหน้าครึ่งซีกบวมเป่งราวกับหัวหมู ฟันหลุดร่วงไปครึ่งหนึ่ง เลือดไหลกบเต็มปาก

     

            จินหนิงเอามือปิดตา ไม่กล้าจับจ้องมองต่อ นายอำเภอคนใหม่ดุดันยิ่งนัก จะใจกล้าเกินไปแล้ว ทำเช่นนี้ถือเป็นการล่วงเกินตระกูลโจวอย่างถึงที่สุด

     

            ขุนนางคนอื่น ๆ เห็นโจวซงถูกทุบตีรุนแรงถึงเพียงนี้ ต่างก็สั่นสะท้านไปทั้งร่าง ขาสองข้างสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว

     

            [1] จุดไฟสามกองเป็นสำนวนจีน หมายถึง ขุนนางหรือผู้ดำรงตำแหน่งใหม่มักจะแสดงอำนาจ สร้างผลงาน หรือจัดระเบียบองค์กรอย่างเด็ดขาดรุนแรงในช่วงแรกที่เข้ารับตำแหน่งเพื่อสร้างความน่าเกรงขาม

     

            [2] ภูเขาสูง ฮ่องเต้อยู่ไกล หมายถึง เป็นสถานที่ที่อยู่ห่างไกลความเจริญและอำนาจรัฐหรือกฎหมายเข้าไม่ถึง

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ในยุคสามก๊ก พร้อมระบบสังหารศัตรูอัปเลเวล! ที่คุณอ่าน

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586
    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    13.30M 1357
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.78M 1459
    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    5.95M 1357
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    243K 312
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258