เหลือเวลาอีก 345 วัน
ฟ้ายังคงครึ้มเมฆเหมือนทุกวันที่ผ่านมา สายฝนโปรยปรายลงมาเบาๆ คล้ายเป็สัญญาณว่าฤดูฝนกำลังจะเข้ามาเต็มตัว อากาศเย็นลงเล็กน้อย ลมที่พัดผ่านไปมาทำให้บรรยากาศดูเหงาอย่างบอกไม่ถูก
ผมเดินอยู่บนฟุตพาทข้างถนน มือซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อฮู้ด พลางทอดสายตามองผู้คนที่เร่งฝีเท้าหลบฝนกันเป็แถว แม้ว่าผมจะพกร่มมา แต่ก็ยังไม่มีแรงจูงใจจะกางมันออก
345 วัน—เวลายังเดินหน้าไปเรื่อยๆ ในขณะที่ผมยังคงหาคำตอบของตัวเองไม่ได้
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ผมหยิบมันขึ้นมาดู ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้ผมต้องเลิกคิ้วเล็กน้อย
อิงฟ้า
“ว่าไง?” ผมกดรับสายก่อนจะยกโทรศัพท์แนบหู
“นายอยู่ไหน?” น้ำเสียงของเธอราบเรียบตามแบบฉบับของเธอ แต่ผมก็ััได้ถึงอะไรบางอย่างในนั้น
“กำลังเดินเล่นอยู่ ทำไมหรือ?”
“มาที่คาเฟ่ Bluestone หน่อย ฉันอยากคุยอะไรกับนาย”
ผมหยุดเดินครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ากับตัวเอง “โอเค เดี๋ยวฉันไป”
เธอวางสายไปทันทีโดยไม่พูดอะไรเพิ่ม ผมเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ
่นี้อิงฟ้าดูเหมือนจะให้ความสนใจในตัวผมมากขึ้นกว่าปกติ หรือผมแค่คิดไปเอง?
ฝนยังคงตกต่อเนื่อง ผมตัดสินใจกางร่มออกแล้วเดินตรงไปยังร้านคาเฟ่ที่เธอนัด
ภายในร้าน Bluestone อบอุ่นกว่าข้างนอกมาก แสงไฟสีส้มนวลๆ กับเสียงดนตรีแจ๊สที่เปิดคลอเบาๆ ทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลาย ผมหันซ้ายขวาเล็กน้อยก่อนจะพบอิงฟ้านั่งอยู่มุมในสุดของร้าน
เธออยู่ในชุดเชิ้ตแขนยาวสีขาวเรียบง่าย แต่ดูดีสมกับเป็เธอ ผมเดินไปนั่งลงตรงข้าม ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นมามอง
“สั่งอะไรก่อนสิ” เธอพูดเรียบๆ
“เดี๋ยวค่อยสั่ง” ผมพิงหลังกับพนักเก้าอี้ “ว่าแต่เรียกฉันมามีอะไร?”
อิงฟ้ากอดอก ก่อนจะมองผมเหมือนกำลังวิเคราะห์อะไรบางอย่าง
“ฉันอยากรู้ว่านายกำลังคิดอะไรอยู่”
ผมนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะเบาๆ “หมายถึงเื่อะไร?”
“นายน่าจะรู้ดี”
เธอไม่ได้ละสายตาจากผมเลยแม้แต่น้อย และนั่นทำให้ผมรู้ว่าเธอไม่ได้พูดเล่น
“ฉันสังเกตนายมาสักพักแล้ว นที นายเปลี่ยนไป”
ผมหัวเราะแห้งๆ “เปลี่ยนยังไง?”
“นายเริ่มสังเกตพวกเรา”
หัวใจผมกระตุกวูบ
“แล้วนายก็เริ่มลังเล”
ผมไม่รู้ว่าควรจะตอบกลับไปยังไงดี อิงฟ้ามักจะเป็คนที่อ่านใจคนได้เสมอ และครั้งนี้ก็เช่นกัน
“หรือว่านายเริ่มรู้แล้วว่าตัวเอง้าอะไร?” เธอเอียงคอเล็กน้อย
“ฉัน…” ผมอ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจกลืนคำพูดนั้นกลับลงไป
“ไม่ต้องรีบตอบก็ได้” อิงฟ้าพูดขึ้นก่อนที่ผมจะพูดจบ “แต่จำไว้นะนที… คนเรามักจะมองข้ามบางสิ่งที่สำคัญ จนกว่ามันจะหายไป”
คำพูดของเธอทำให้ผมเงียบไปอีกครั้ง
อิงฟ้ากำลังบอกอะไรผมกันแน่?
หรือเธอกำลังใบ้อะไรบางอย่างให้ผมรู้?
หลังจากแยกกับอิงฟ้า ผมเดินออกจากร้านด้วยความรู้สึกแปลกๆ ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไถหน้าจอเล่น ก่อนจะเห็นข้อความของ มุก เด้งขึ้นมา
Muk: เฮ้ย ไอ้ที วันนี้ไปหาไรกินกันมั้ย? ฉันเบื่อ
Me: ได้ดิ จะไปที่ไหน?
Muk: ร้านเดิม ร้านข้าวต้มหน้ามอ
Me: เจอกันตอนทุ่มนึง?
Muk: โอเค!
ผมเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าแล้วเดินไปขึ้นรถเมล์เพื่อมุ่งหน้าไปยังร้านข้าวต้ม พอไปถึง มุกก็มาถึงก่อนแล้ว เธอนั่งอยู่ที่โต๊ะมุมในสุด กำลังเลื่อนดูเมนูไปมา
“เฮ้ มาถึงเร็วนะ” ผมทัก
“ก็มันหิว” เธอเบะปาก “เออ จะกินอะไรก็รีบสั่ง เดี๋ยวหมดก่อน”
ผมยิ้มขำ ก่อนจะหยิบเมนูขึ้นมาดู
ระหว่างที่เรานั่งกินข้าวกัน ผมสังเกตเห็นว่ามุกดูอารมณ์ดีเป็พิเศษ เธอเล่าเื่โน่นเื่นี้ให้ฟังอย่างสนุกสนาน
แต่จู่ๆ เธอก็เงียบไปเล็กน้อย ก่อนจะพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ต่างออกไป
“ไอ้ที…”
“หืม?”
“ฉันถามอะไรหน่อยดิ”
“ว่ามา”
เธอจ้องหน้าผมเหมือนกำลังลังเล ก่อนจะถามออกมาในที่สุด
“มึงเคยคิดบ้างมั้ยว่า… ถ้าเราไม่ได้เป็เพื่อนกัน มันจะเป็ยังไง?”
หัวใจผมหยุดเต้นไปชั่วขณะ
ผมจ้องหน้ามุก ก่อนจะเห็นว่าเธอหลบสายตาผมไปทางอื่น
นี่มัน… อะไรกัน?
ฝนยังคงตกต่อเนื่อง เสียงหยดน้ำกระทบหลังคาเป็จังหวะ ผมมองมุกที่กำลังเขี่ยข้าวในจานไปมาโดยไม่พูดอะไรต่อ
นี่เป็ครั้งแรกที่ผมเริ่มรู้สึกว่า…
บางที ผมอาจจะไม่ได้มองเธอเป็แค่เพื่อนมาตลอด
และบางที มุกเองก็อาจจะคิดเหมือนกัน