“เยว่เอ๋อร์ดีขึ้นบ้างหรือยังท่านอาหญิง”มู่หยางจินมองไปยังคนป่วยที่นอนหลับสนิทไม่ได้รู้สึกตัวเลยทั้งที่เสิ่นหานจิ้งพูดเสียงดังขนาดนี้
“ไข้ลดลงบ้างแล้วขอบคุณท่านอ๋องน้อยที่ซื้อถุงหอมให้เยว่เยว่ นางชอบมาก”
“ฟื้นแล้วหรือ”
“กินข้าวกินยาได้แล้วต้องขอบคุณผลไม้รสหวานที่อี้หานรีบส่งมาให้ ไม่อย่างนั้นก็ไม่ยอมกินยา”
“กินยายากหรือท่านอาหญิง”
“กินยากปกติที่จวนจะติดผลไม้รสหวานเอาไว้เพราะเยว่เยว่กับจิ้งเอ๋อร์ยามเจ็บป่วยจะดื่มยายากต้องได้กินผลไม้พวกนั้นจึงจะยอมกินยา แต่ที่หมดคงเพราะพวกเขาแอบกินจนหมดแล้วไม่ได้บอกเพราะกลัวจะโดนทำโทษที่แอบกินขนมทุกคนในบ้านไม่ได้ชอบกินนอกจากเด็กสองคนนี้ ยามที่หมดจึงไม่มีใครรู้”
“ข้าขอไปดูเยว่เอ๋อร์นะท่านอาหญิง”
“เชิญท่านอ๋องน้อย”
“จิ้งเอ๋อร์ซื้ออะไรมาฝากแม่บ้างนะ”ฟู่ฟางิดึงบุตรชายเอาไว้ไม่ให้เข้าไปรบกวนพี่สาวที่นอนป่วยอยู่และกลัวว่าเสิ่นหานจิ้งนั้นจะติดหวัดพี่สาวทำให้ต้องลำบากดูแลเด็กเพิ่มขึ้นอีกคน
มู่หยางจินเดินเข้ามานั่งลงที่ข้างเตียงของเสิ่นเยว่เอ๋อร์มองดูคนป่วยที่มีสีหน้าดีขึ้นกว่าเมื่อเช้าเพียงเล็กน้อยเขารู้สึกห่วงใยเด็กหญิงอย่างประหลาด เขาไม่ได้รู้สึกห่วงใยใครแบบนี้มานานมากแล้วคงเพราะเขาเป็คนช่วยนางขึ้นมาจากน้ำด้วยตนเองจึงอยากให้เสิ่นเยว่เอ๋อร์หายป่วยไวๆ
“หายไวไวนะเยว่เยว่”มู่หยางจินพูดกับคนป่วยเสียงเบาก่อนจะลุกเดินออกจากห้องของนางไป
เขาเทียนเสวี่ย
คณะของมู่หยางจินออกเดินทางจากจวนเ้าเมืองั้แ่เช้าตรู่มุ่งหน้าสู่เขาเทียนเสวี่ยที่มีหิมะขาวโพลนปกคลุมอย่างสวยงามพวกเขาแวะพักที่ริมแม่น้ำเทียนเสวี่ยหนึ่งครั้งน้ำในแม่น้ำแห่งนี้จับตัวกันเป็น้ำแข็งตลอดทั้งสายมู่หยางจินมองสำรวจบริเวณโดยรอบั้แ่ออกเดินทางเข้าป่ามาจนถึงเชิงเขาใน่เย็นตลอดเส้นทางที่พวกเขาผ่านนั้นไม่ค่อยพบผู้คนที่ใช้เส้นทางนี้มากนัก
“คืนนี้เราตั้งที่พักกันบริเวณนี้”ทหารผู้ติดตามทำความเคารพเสิ่นอี้หาน แล้วแยกย้ายกันไปตั้งกระโจมที่พักและจัดเตรียมอาหาร
“ขึ้นไปอีกไม่ได้หรือท่านอี้หาน”ซ่งเสวี่ยนลู่ถามขึ้น แล้วมองดูรอบๆบริเวณที่พวกเขาจะใช้พักแรมกันในคืนนี้
“หากไปอีกจะไม่มีที่ให้ม้าได้พักพรุ่งนี้เราต้องเดินเท้าขึ้นเขา ป่าไม้ก็จะเริ่มทึบขึ้นเรื่อยๆ”
“ยิ่งเข้าใกล้เขาเทียนเสวี่ยยิ่งหนาวเย็นมากทุกคนรีบกินข้าวแล้วพักเอาแรงเถอะ” พวกเขานั่งล้อมวงกินข้าวรอบกองไฟที่จุดขึ้นให้ความอบอุ่น
“พอได้นั่งล้อมวงกินข้าวกันแบบนี้แล้วก็ทำให้ข้านึกถึงตอนที่ออกรบในตอนนั้นเลยนะขอรับ ตอนนั้นท่านอ๋องน้อยหัดดาบใหม่ๆอากาศก็หนาวเย็นเหมือนอย่างนี้ หากท่านอ๋องน้อยไม่หนาวมากจนต้องเอามือออกมาอังไฟฝ่าาคงไม่รู้ว่ามือของท่านอ๋องน้อยาเ็จากการฝึกดาบ”
“เพราะกองไฟนั่นข้าโดนห้ามฝึกดาบตั้งสองวัน”
“แต่ท่านก็ฝึกปามีดแทนไม่ใช่หรือ”
“มันไม่เหมือนกันหรอกท่านเสวี่ยนลู่หากไม่ฝึกฝนจะเก่งขึ้นได้อย่างไร”
“แต่ก็ไม่ควรทรมานตนเองแบบนั้นนี่ขอรับ”
“ข้าก็ไม่ได้รู้สึกทรมานไม่ให้ข้าฝึกดาบนั่นสิเรียกทรมานข้า”
“ข้าได้ยินว่าท่านอ๋องน้อยฝึกดาบั้แ่สิบขวบ”เสิ่นอี้หานถามขึ้น เขาเคยได้ยินท่านพ่อของเขาพูดเมื่อนานมาแล้ว
“สิบเอ็ดข้าเพิ่งจะสิบเอ็ดปีตอนที่จับดาบครั้งแรก” มู่หยางจินมองมือทั้งสองข้างของตัวเองนึกถึง่เวลาแรกที่เขาได้ใช้ดาบจริงๆตอนนั้นมู่หยางหย่งเล่อให้มู่หยางจินได้จับดาบคู่กายของตนเป็ครั้งแรกดาบเล่มนั้นทั้งใหญ่และหนักจนเขาต้องยกมันขึ้นด้วยมือทั้งสองข้างของเขาในใจตอนนั้นคิดว่า สักวันเขาจะสามารถมีดาบของตนเองและกวัดแกว่งมันได้ด้วยมือของเขาอย่างอิสระมั่นคงตอนนี้ ดาบที่ใหญ่และหนักนั้นเขาสามารถใช้มันได้เป็อย่างดีแล้วและวันนี้เขาก็มีอาวุธคู่กายเป็ของตนเองแล้วจริงๆ
“ตอนนั้นข้ายังไม่ได้ติดตามท่านอ๋องน้อยเลยแต่ก็จำได้ดีว่าครั้งแรกที่ได้เป็คู่ซ้อมดาบให้ท่านอ๋องน้อยนั้นท่านเกือบตัดแขนข้า”ซ่งเสวี่ยนลู่เองก็คิดถึงครั้งแรกที่พี่ชายของเขาบอกให้เขามาเป็คู่ซ้อมให้ท่านอ๋องน้อย
“ไม่ได้ซ้อมกับดาบไม้ก่อนหรือท่านอ๋องน้อย”เสิ่นอี้หานถามขึ้นอย่างสงสัย เพราะก่อนที่จะใช้อาวุธจริงจะต้องใช้อาวุธที่ทำจากไม้ก่อนเพื่อป้องกันการาเ็ร้ายแรง
“ได้ใช้สิข้าเป็คนทำดาบพวกนั้นเองกับมือ ทำได้เท่าไหร่ก็ไม่พอใช้ท่านอ๋องน้อยทำหักทุกวันเลย” ซ่งเสวี่ยนลู่ชิงตอบคำถามแทนเ้านายเขาจำได้ว่าตอนนั้นเขาทำอาวุธไม้จนชำนาญเลยล่ะ
“แล้วทำไมท่านจึงบอกว่าท่านอ๋องน้อยจะตัดแขนท่านเล่าดาบไม้จะตัดแขนให้ขาดได้อย่างไร”
“ก็ท่านอ๋องน้อยใช้ดาบไม้จนหมดแล้วน่ะสิพี่ชายข้าที่เป็พี่เลี้ยงในตอนนั้นจึงให้ท่านอ๋องน้อยใช้ดาบจริงได้”
“เป็ข้าเองที่ร้อนวิชามากไปและยังประมาณแรงตนเองไม่ได้จนเกือบฟันเอาแขนท่านแต่มันก็ไม่โดนมิใช่หรือ” มู่หยางจินที่นั่งฟังมานานรีบพูดแย้งขึ้นไม่อย่างนั้นซ่งเสวี่ยนลู่คงพูดจนเขาเป็พวกที่ชอบทำร้ายร่างกายคู่ซ้อมอย่างแน่นอน
“ถ้าโดนข้าคงไม่ได้ติดตามท่านมาจนถึงทุกวันนี้หรอก”
“ข้าไปนอนก่อนนะข้าอิ่มแล้ว” พูดจบมู่หยางจินก็รีบลุกจากไปไม่อยากนั่งฟังซ่งเสวี่ยนลู่พูดวีรกรรมของเขาอีก
“อยู่ฟังข้าเล่าวีรกรรมวัยเด็กของท่านก่อนสิท่านอ๋องน้อยท่านอ๋องน้อยอย่าเพิ่งไป”
“อยากพูดอะไรก็พูดไปเถอะข้าไม่อยากฟังหรอก” มู่หยางจินตอบกลับแล้วเข้ากระโจมไปทันที
“เล่าต่อเถอะท่านเสวี่ยนลู่แล้วเป็ยังไงต่อ ข้าอยากรู้ว่าท่านอ๋องน้อยที่ข้าพบตอนปราบฏหลูจื่นเทานั้นเก่งกาจขึ้นมาได้อย่างไร”เสิ่นอี้หานพูดขึ้น เพราะตอนที่เขาพบมู่หยางจินนั้นมู่หยางจินก็จับดาบฆ่าฟันได้อย่างคล่องแคล่วมากแล้ว ถึงจะยังไม่เก่งมากแต่ก็สามารถออกรบเคียงคู่ฮ่องเต้ในตอนนั้นได้ดีทีเดียว
“ตอนนั้นท่านอ๋องน้อยลำบากมากข้าจำได้ว่า่ก่อนที่ฮ่องเต้จะยึดค่ายทหารที่ต้าหยางกลับคืนมาได้ท่านอ๋องน้อยต้องอยู่กับพี่ชายข้าตอนนั้นท่านตื่นั้แ่ฟ้ายังไม่สว่างเพื่อฝึกพื้นฐานวรยุทธ์หลังจากทานอาหารเช้าก็อ่านตำราพิชัยา หลังจากทานอาหารเที่ยงก็ฝึกต่อสู้ ท่านมีพร์ในทุกด้านเรียนเพียงครั้งเดียวก็จำได้หมด ท่านอ่านตำราทั้งหมดที่เรามีจบได้ภายในหนึ่งเดือนทำทุกอย่างเป็เวลาหมด และไม่เคยได้เล่นเหมือนเด็กวัยเดียวกันอีกเลยหลังจากฮ่องเต้ยึดค่ายและปะาหลู่โหย่วอี้ได้ ฮ่องเต้ก็ให้ฝึกฟันดาบรำทวนฝึกอาวุธทุกชนิดที่สามารถสอนได้ โดยมีเหล่าขุนพลคนสนิทของฮ่องเต้ในตอนนั้นเป็อาจารย์ผู้สอนวิชาการต่อสู้และเรียนพิชัยากับท่านพ่อข้าเหล่าอาจารย์ต่างก็เจ็บตัวจากการสอนลูกศิษย์คนนี้ไปตามๆกัน บ้างก็หัวแตกบ้างก็แขนหัก ท่านอ๋องน้อยแรงมากแต่เด็กกว่าจะประมาณแรงตนเองได้เหล่าอาจารย์ก็าเ็กันทั่วทุกคน ท่านอ๋องน้อยฝึกฝนจนหมดทุกวิชาแต่อาจจะยังไม่เก่งกาจเหมือนในตอนนี้ แต่ก็สามารถช่วยเหลือตนเองได้ตอนที่ออกศึกยึดเมืองหลวงฮ่องเต้ไม่้าให้ท่านอ๋องน้อยติดตามไปด้วยเพราะห่วงเื่ความปลอดภัย ท่านอ๋องน้อยไม่ยอมตอนนั้นทั้งสองพระองค์ทะเลาะกันใหญ่โต ท่านอ๋องน้อยจึงทวงถามสัญญาเื่ที่ว่าจะไม่ทิ้งท่านไว้ลำพังฮ่องเต้จึงยอม ตอนนั้นข้าติดตามท่านพ่อแล้วจึงได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วย”
“ท่านพอจะรู้หรือไม่ว่าทำไมท่านอ๋องน้อยจึงมาที่เขาเทียนเสวี่ยแห่งนี้เป็เพราะท่านอยากเจอหมาป่าูเาจริงๆหรือ”
“ใช่ในอดีตฮ่องเต้เคยถูกหมาป่าูเาทำร้ายท่านอ๋องน้อยคงอยากจะเห็นกับตาว่ามันดุร้ายเพียงใดจึงทำให้ฮ่องเต้ในวัยนั้นเจ็บหนักได้”
“หมาป่าูเานั้นเมื่อรวมฝูงจะน่ากลัวมากหากมันรวมฝูงเราต้องถอยห่างเพราะหากมันจ้องเล่นงานเราแล้วเป็เื่ยากที่จะสู้กับพวกมัน หมาป่าูเานั้นดุร้ายมันมีฝีเท้าที่รวดเร็ว คล่องแคล่วในการะโและวิ่ง พวกมันมีความอดทนสูงมันจะคอยจนเหยื่อของมันเผลอแล้วจะจู่โจมอย่างรวดเร็ว”
“ข้าก็พอรู้มาบ้างท่านอ๋องน้อยบอกแล้วว่าจะมาดูเท่านั้น ท่านจะไม่ล่าพวกมันอย่างแน่นอนท่านอี้หานวางใจได้ ครั้งนี้พวกเราคงไม่โดนหมาป่าจู่โจมอย่างแน่นอน”
“ข้าก็หวังอย่างนั้นแต่ข้าก็เตรียมคนมาเผื่อไว้เผื่อเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นจะได้มีกำลังป้องกันท่านอ๋องน้อยได้”เสิ่นอี้หานและซ่งเสวี่ยนลู่อยู่พูดคุยกันอีกพักใหญ่ก็แยกย้ายกันไปเข้านอน